0 Views


ไวโอริน
หล่อนเป็นนักรบที่มีความสามารถโดดเด่นท่ามกล่างหมู่อ็อคในพื้นที่อาณาจักรรินท์และหล่อนมาที่นี่เพราะการตายของสามีซีเดร้ก
อารมณ์ของเธอเป็นพวกกระหายเลือดและเดือดดาลง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่หล่อนตัดกระเจี๊ยบของซีเดร้กหลังจากที่เธอรู้ว่า ซีเดร้ก สามีของหล่อนแอบคบชู้
“พวกเขากำลังเดินไปในเส้นทางที่ซับซ้อนมาก ๆ ที่ได้หลบหลีกจากคนของอาณาจักรและของดินแดน แต่ข้าคิดว่าในท้ายที่สุดแล้วเป้าหมายของพวกเขาก็คือปราสาทเบโน่”
“ทำไมถึงคิดว่าปราสาทเบโน่”
“ดูจากเส้นทางที่ถูกค้นพบและที่ข้าค้นพบ ข้าคิดว่าพวกมันจะมุ่งลงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าพวกมันยังมุ่งข้างหน้าเช่นนี้ …… .. ”
“จะไปที่ปราสาทเบโน่”
จากคำพูดของโรอันแทรกของโรอัน คริสพยักหน้า
‘เขามีความสามารถโดดเด่นในการหาข้อมูล’
โรอันประหลาดใจเล็กน้อย
เขาเดาได้ถึงข้อมูลของคริสได้อย่างแม่นยำ
‘ถึงอย่างนั้น….’
ใบหน้าของโรอันยังหมองคล้ำ
‘นี่คือการล้างแค้นแทนสามีของหล่อน?’
ไวโอรินรักซีเดร้กมาก
ด้วยเหตุนี้หล่อนจึงไม่สามารถให้อภัยกับ ที่แอบคบชู้ได้
ความรักที่เปลี่ยนไปเป็นความบ้าคลั่ง
สามีที่หล่อนรักมากได้ตายในน้ำมือของมนุษย์
‘กองกำลังโรสของเรา ไม่ เราจะเป็นเป้าหมายของหล่อนอย่างแน่นอน’
เมื่อเห็นว่าพวกมันไม่ได้โจมตีหมู่บ้านในขณะที่เดินไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ก็เกือบทำใหเแน่ใจว่าพวกมันกำลังเดินทางไปหาเขา
‘ตอนนี้ไม่ใช้สถาณการณ์ที่จะมานั่งกินเลี้ยงในกองร้อยแล้ว’
ก่อนที่กองทัพไวโอรินจะมาถึง พวกเขาต้องเตรียมพร้อมให้เสร็จสิ้น
และนอกเหนือจากนั้น พวกมันมีกันถึง2000ตัว
เมื่อเปรียบเทียบกับกองกำลังโรสที่มีไม่ถึงพันคน
โรอันก้มหัวลงเล็กน้อยไปที่คริส
“เพราะเจ้าข้าจึงจะสามารถเตรียมตัวสำหรับการโจมคีที่ฉับพลันนี้ได้ ขอบคุณนะ”
คริสยิ้มเบา ๆ และส่ายมือทั้งสองข้าง
“ไม่ ข้ายังห่างไกลจากการตอบแทนพระคุณของเจ้า แต่ข้าคิดว่า …… ”
เขาหยุดชั่วครู่หนึ่งและถามด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างกังวล
“ข้าขอสำรวจเกี่ยวกับกลุ่ม อ็อค และเส้นทางของพวกมันได้หรือไม่?”
“หือ?”
โรอันถามกลับด้วยสีหน้าประหลาดใจ
เป็นคำถามที่เขาคาดไม่ถึง
คริสยังพูดต่อ
“ข้าจะช่วยหาเส้นทางของพวกมัน”
“แต่มันอันตรายเกินไป”
โรอันหยุดเขาด้วยท่าทางจริงจัง
แต่อย่างไรคริสก็ยังยิ้มและส่ายหัว
“ข้าคิดว่าข้าสามารถทำประโยชน์ได้”
น้ำเสียงและท่าทางที่มั่นใจ
และนอกจากนั้น เขายังรู้สึกสนุกอีกด้วย
‘เขามีพรสวรรค์ในเรื่องนี้อย่างแน่นอน’
โรอันมองไปที่คริสชั่วขณะก่อนที่จะพยักหน้า
“ดี แต่ข้าไม่ให้เจ้าเข้าไกล้พวกมันมากเกินไป”
“เข้าใจแล้ว”
คริสนำมือไปวางที่หน้าอกและแสดงท่าทางว่าไม่ต้องกังวล
‘แล้วเขายังจะทำธุรกิจท่องเที่ยวอยู่หรือเปล่า?’
คริสน่าจะสามารถอดกลั้นแรงยั่วยุได้
“งั้นพวกเราไปกันเถอะ”
คริสกล่าวลาโรอันสั้นๆและออกจากซอยไป
‘แล้วเราจะไปไหนดี?’
โรอันกลับเข้าไปในร้าน
“ท่านผู้ช่วย”
อัสตินและเหล่าสมาชิกต่างลุกยืนขึ้น
พวกเข้ารู้สึกว่าสถาณการณ์ตอนนี้ไม่ปกติ
โรอันฝืนยิ้มและมองไปที่พวกเขา
“ข้าขอโทษแต่พวกเราจะต้องกลับไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่”
“ครับ!ทราบแล้วครับ!”
ไม่มีใครถามถึงเหตุผล
พวกเขาทำตามคำสั่งของโรอันเท่านั้น
โรอันมองไปที่เกล็น
“เกล็นเจ้านำน้องสาวเจ้ากลับไป และถ้าญาติของเจ้ายังไม่มากันให้รอและค่อยกลับมา”
เกล็นพยักหน้าด้วยความมึนงง
“คะ ครับ รับทราบครับผม”
โรอันมองไปที่ซีลิน
เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ดวงตาของทั้งคู่สบกันครั้งแรก
ตึก
ทันใดนั้น มุมนึงของหัวใจเขารู้สึกชาๆ
“ไม่ใช่เวลาที่จะเป็นแบบนี้”
โรอันส่ายหัวและเริ่มขยับเท้า
อัสตินและสมาชิกกองร้อย 12 ได้เดินตามหลังเขาไป
โต๊ะที่เคยมีเสียงดังก็ว่างเปล่าลงในทันที
ซีลิน มองไปที่ทางเข้า
‘อืมม’
เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกเสียใจ
‘ทำไมเรารู้สึกคุ้นเคยกับเขาอย่างบอกไม่ถูก’
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกเช่นนี้ในชีวิตของเธอ
ความรู้สึกที่เธอรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างที่ได้กลับมา แต่ได้หายไปอีกครั้ง
ดวงตาใหญ่ของเธอแวววาวด้วยน้ำตา
………………………………..
โรอันอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับสมาชิกทีมและไปหาเกล
“ผู้บัญชาการ”
การเยี่ยมกระทันหัน
เกล็นที่กำลังมีความสุขกับการดื่มชา
“โรอัน เกินอะไรหรอ?ข้าเริ่มรู้สึกกลัวทุกครั้งที่เจ้ามาแล้ว”
เป็นคำพูดติดตลก
แต่อย่างไรใบหน้าของโรอันยังเคร่งเครียด
“มันมีเรื่องบางอย่าง”
“หือ?”
และตอนนั้นเองเกลก็รับรู้ได้ว่าสถาณการณ์ตอนนี้มันไม่ปกติ
เขาวางถ้วยลงและมองที่โรอัน
“กองทัพอ็อคได้เข้ามาไกล้พวกเรา”
น้ำเสียงที่ใจเย็น
แต่เนื้อหานั้นน่าตกใจมาก
“กองทัพอ็อค?”
เกลขมวดคิ้ว
เพราะว่าพวกกองทัพอ็อคไม่น่าจะเคลื่อนไหวในเวลานี้
โรอันเดินเขาไปตรงกลางห้องและชี้ไปที่แผนที่ที่อยู่บนโต๊ะ
“พวกมันเคลื่อนที่มาจากทางเหนือและลงมาทางตะวันออกเฉียงไต้ ผมเดาว่าพวกมันมีเป้าหมายที่นี่ ปราสาทเบโน่”
“แต่ทำไม……..”
เกลขมวดคิ้วและส่ายหน้าไปมา
โรอันเล่าเรื่องที่เขาได้รับมาจากคริส
ในเวลานั้นใบหน้าของเกลแข็งทิ่อ
“แม่ง มันคือการแก้แค้นแทนสามีของเธอ……. ”

เขาบ่นออกมาและมองไปที่โรอัน
“เจ้าได้มอบหมายเพื่อนให้ไปสอดแนมหรือ?”
“เปล่าครับ เขาอยากทำของเขาเอง”
“เขาเชื่อถือได้ใช่ใหม?”
“ครับ เขาเป็นคนที่เชื่อใจได้”
โรอันยิ้มด้วยท่าทางมั้นใจ
เกลพยักหน้าและจับไปที่ไหล่ของโรอัน
“พวกเราจะไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่กัน และเราจะรายงานเรื่องนี้ต่อท่านแม่ทัพ เจ้าจะไปด้วยใช่ใหม?”
“ครับ ทราบแล้วครับ”
โรอันไม่ได้ปฏิเสธ
เกลได้เรียกเคนนิสและเหล่าผู้ช่วยและได้สั่งการเตรียมตัวที่จะต่อสู้กับพวกอ็อค
“งั้นพวกเราไปกันหรือยัง?”
“ครับ ข้าจะนำหน้าให้เอง”
จากปราสาทเบโน่และปราสาทไอเพ่นนั้นต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2วัน
แต่ถ้าเร่งขี่ม้าด้วยความเร็วพวกเขาจะสามารถถึงได้ภายใน 1วัน
‘เราต้องการจะพักผ่อนแต่ เกิดการสู้รบเกิดขึ้น’
โรอันฝืนยิ้มและเตะไปที่ม้า
ฮี้!
ม้าได้ส่งเสียงร้องดังออกมาและเริ่มวิ่งไปทางไต้
เกลก็ได้เตะไปที่ม้าและได้ขี่ตามหลังโรอันไป
กุบ กุบ กุบ
กีบเท้าของม้าได้สะเทือนไปทั่งแผ่นดิน
……………..
“หืมม หึ่มมม”
เขาฮัมเพลงออกมา
วันนี้อารอนรู้สึกค่อนข้างมความสุข
สิ่งที่ได้คิดไว้นั้นเป็นไปค่อนข้างดีและนอกจากนั้นเขาได้พบผู้ชายคนหนึ่งที่เขารู้สึกชอบจริงๆ
‘โรอัน ตอนนี้เขามีอายุเพียง 18 ปี แต่อีกไม่นานเขาจะยิ่งใหญ่แน่ๆ’
ถ้าโรอันยังสะสมผลงานอยู่อย่างนี้ ผู้คนที่ต้องการเขาจะปรากฏออกมา
‘ก่อนที่จะเป็นแบบนั้น เราต้องทำให้เขาอยู่ข้างเราซะก่อน’
แผนการนับไม่ถ้วนปรากฏอยู่ในหัวของเขาและร่วงไป หลังจากที่ขบคิดไม่นานเขาก็เลือกแผนการแรก
‘ไวเคานท์รีเอล เบรกเกอร์ได้แสดงความสนใจมา’
อารอนได้ส่งจดหมายไปหานักหอกอัจฉริยะรีเอล และเขาก็ค้นพบว่าโรอันนั้นคุ้มค่าที่จะมาดู
‘ตามรายงานของเหล่าผู้ช่วย ที่ผู้บัญชากองกำลังและเสนาธิการ ทักษะของเขาโดดเด่นเกินมารตฐาน แต่จุดที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ……’
ทักษะของเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
‘จากรายงาน ทักษะของเขาได้เปลี่ยนไปเมื่อตอนต่อสู้ครั้งแรกใน หุบเขา และที่ แม่น้ำฟิเล่ จากท่าทางของเกล ดูเหมือนเด็กแรกเกิดได้เป็นวัยรุ่นภายในชั่วข้ามคืน’
มันเป็นทักษะหอกที่น่าตะลึงจริงๆ
‘ถ้าเขาก็สามารถเรียนรู้หอกจากไวเคานท์รีเอล เบรกเกอร์ได้ เขาจะกลายเป็นนักหอกที่ดีที่สุดในราชอาณาจักรก็เป็นได้.’
แต่แน่นอนว่าโรอันคือนักรบของเขา
ถ้าโรอันโดนรีเอลนำตัวไป
แต่ถึงอย่างไรอารอนเชื่อในตัวโรอัน
ไม่ เขาเชื่อในนิสัยของรีเอล
‘ไวเคานท์รีเอล เบรกเกอร์ เป็นหมาป่าเดียวดาย และเขาไม่ได้สนใจในอำนาจ’
‘ถึงแม้ว่าเขาจะชอบโรอัน และได้รับเขาเป็นลูกศิทษ์ เขาก็ไม่น่าสอนทั้งหมด’
และเหตุผลที่ทำไมอารอนได้ส่งจดหมายไปให้รีเอลนั้น
‘มันเป็นแผนการของเราที่จะทำให้โรอันติดหนี้บุญคุณครั้งใหญ่กับเรา’
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของอารอน
เขาวางแผนที่จะให้โรอันอยู่ไกล้ตัวเขาและทำให้เขาเป็นแม่ทัพใหญ่
“ถ้าโรอันเติบโตตามที่เราได้คาดหวัง………”
เขาจะไม่ต้องมาเป็นผู้บัญชาการในพื้นที่รอบนอก แต่เขาจะเข้าไปอยู่ภายในศุนย์กลางได้
‘และแน่นอนว่า เขาได้เติบโตตามที่เราคาดหวัง’
‘ถ้าประสพความสำเร็จ เราจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นหนึ่งขั้น’
อานาคตได้อยู่ในกำมือของเขา
“หืม หืมมม”
เพราะแบบนั้นเขาจึงได้ฮัมเพลงออกมา
และนอกจากนั้น ยังมีข่าวดีอีกเรื่อง
‘แล้วอีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันเกิดของเรา….’
อารอนหยิบจดหมายที่อยู่ด้านข้างโต๊ะขึ้นมา
เป็นจดหมายที่ลูกสาวของเขาที่เรียนอยู่ที่ปราสาทปาโว่ได้ส่งมา
เป็นจดหมายถูกส่งก่อนที่เธอจะมาที่ปราสาทไอเพ่น
‘ดูเหมือนลูกสาวเรากำลังยุ่งอยู่กับการเรียนแต่ก็ยังที่จะทำไห้บางอย่างมาให้เราในวันเกิด’
สำหรับเขาแมรี่ เทตเป็นลูกสาวคนสวยและน่ายกย่อง
‘เราควรต้องเตรียมอาหารดีๆ’
รอยยิ้มปรากฏออกมาตอนที่ได้อ่านจดหมาย
ตอนนั้นเองประตูก็ได้ถูกเปิดออกทันทีและเมนเดลก็เข้ามา
“ผู้บัญชาการใหญ่ ผู้บัญชาการกองกำลัง เกล และผู้ช่วยทหาร โรอัน ต้องการมาพบกับท่านครับ”
ท่าทางและน้ำเสียงของเขาดูเร่งด่วน
“เกลและโรอัน?”
อารอนเอียงหัวและกวักมือ
“บอกให้พวกเขาเข้ามา”
หลังจากที่เขาพูดจบ เกลและโรอันก็เข้ามา
“สวัสดีผู้บัญชาการกองกำลัง”
เขาได้ทักทายเบาๆ
‘เกิดอะไรขึ้น…’
อารอนขมวดคิ้ว
เพราะท่าทางของเกลและโรอันนั้นไม่ปกติ
“เกิดอะไรขึ้น?”
คำถามสั้นๆ เกลกลืนลูกระเดือกก่อนที่จะตอยออกไปว่า
“กองทัพอ็อคได้บุกเข้ามา”
ตึง
ทันใดนั้นใบหน้าของอารอนก็แข็งค้าง
“อ็อค?พวกเจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร?”
“นั้น….”
เกลได้อธิบาสถาณการณ์ที่เขาได้รับฟังมาจากโรอัน
และในเวลาเดียวกันเขาได้คลี่แผนที่ทางทิศตะวันอกของอาณาจักรออก
“ด้วยข้อมูลที่พวกเรามีตอนนี้ ผมเข้าใจว่าพวกมันได้มาจากทางทิศเหนือและกำลังพุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยจำนวนประมาณ 2 พันตัว พวกมันทั้งหมด
ได้ขี่ลูปัสมาและเป้าหมายของพวกมันก็คือปราสาทเบโน่” (TL:คล้ายๆหมาป่าและตัวขนาดม้า)
ความเงียบได้ปกคลุมไปทั่ว
อารอนมองไปที่แผนที่ด้วยสายตาซับซ้อน
‘อ็อคได้พุ่งไปที่ทางตะวันออกเฉียงใต้?’
ราวกับว่ามีใครบางคนได้ทุบไปที่หัวเขา
‘เส้นทางที่พวกมันพุ่งเข้ามานั้นทับซ้อนกับที่ลูกสาวเราอยู่’
ปลายนิ้วของเขาสั่นเทา
‘มันเป็นเวลา 2 วันนับตั้งแต่วันที่ แมรี่ ได้ออกจากปราสาทปาโว่ ตอนนี้ลูกสาวเราก็คงน่าจะอยู่ที่เขตุสแลน’
แมรี่ได้เดินทางจากปราสาทปาโว่ไปที่ปราสาทเบโน่โดยไปทางทิศทางตะวันตกเฉียงเหนือ
และตอนนี้กองทัพอ็อคได้เคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
‘มันมีโอกาศเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะเจอกันที่เขตุสแลน’
อารอนหายใจเข้าลึกๆ
‘ถ้าลูกสาวเราถูกจับตัวไปด้วยพวกอ็อคงี่เง่าพวกนั้น….’
อารอนส่ายหัว
เป็นสถานการณ์ที่เขาไม่กล้าจะนึกถึง
เพื่อความปลอดภัยของแมรี่ เราต้องรักษาพื้นที่เขตุสแลนไว้
‘แต่พวกเราไม่สามารถไปเผชิญหน้ากับกองทัพอ็อคในทุ่งโล่งได้’
เพียงเพราะลูกสาวคนเดียว เขาไม่ต้องการให้เหล่าทหารและลูกน้องนั้นต้องมาจนมุม
เขาไตร่ตรองอย่าลึกซึ่ง
‘ลูกสาวของเรา หรือจะทหาร…’
อารอนตกอยู่ในความคิดที่จะเลือกบทบาทของคนเนพ่อหรือจะเป็นผู้บัญชาการ
แต่อย่างไรเกลที่ไม่ทราบเรื่องนี้ และหน้าอกของเขากำลังราวกับลุกไหม้
สถาณการณ์ตอนนี้ทุกนาทีนั้นมีค่า
“ผู้บัญชาการกองพล?”
เขาเรียกอารอนเบาๆและสุภาพ
อารอนมองไปที่เมนเดล เกลและโรอันด้วยสีหน้าซับซ้อน
“เราเป็นผู้บัญชาการของพวกเขา”
ทหารที่เหมือนกับลูกๆของเขา
พ่อขอโทษแม่รี่’
หลังจากที่คิดเรื่องนี้เสร็จ เขาก็ได้ตัดสินใจ
“จำนวนของมันมีไม่มากและพวกมันทั้งหมดได้ขี่ลูปัสมา เมื่อพวกมันได้เข้าไกล้ประตูปราสาทพวกเราจะเตรียมต่อสู้กับพวกมันที่ป้อมปราการ ข้าจะช่วย ส่งกองกำลังจากศูนย์บัญชาการไปให้”
เขาเลือกที่จะออกคำสั่งในฐานะผู้บัญชาการ แต่ไม่ใช่ในฐานะพ่อ
‘แมรี่…’
หน้าอกของเขาราวกับว่ากรีดร้องออกมา
ตอนนั้นเอง เมนเดลได้พูดออกมาด้วยท่าทางงุนงง
“ผู้บัญชาการใหญ่ครับ ถ้าท่านทำแบบนั้นแล้วลูกสาวของท่าน….”
“หยุด ไม่ต้องพูดอีก”
อารอนส่ายมือ
เขากัดกรามตนเองแน่น
“พวกเราจะส่งจดหมายไปหาแมรี่”
“แต่พวกเราไม่รู้ว่าผู้ส่งสารจะไปทันหรือถูก….”
ตึง!
อารอนได้ทุบไปที่โต๊ะ
“แล้วเจ้าอยากให้เรานำทหารไปจนมุมเพื่อที่จะช่วยลูกสาวเพียงคนเดียวของข้างั้นรึ!”
เสียงตะโกนออกมาดัง
ตอนนั้นเองเมนเดลก็หุบปากแล้วก้าวถอยหลัง
หน้าของเขาแข็งค้าง
‘ผู้บัญชาการกองพล….’
เมนเดลรู้ดีว่าอารอนรักและชื่นชมแม่รี่แค่ไหน
‘เขามักคุยโวและโอ้อวดแมรี่อยู่เสมอ’
ในตอนที่เขารู้ว่าแมรี่ได้บอกว่าจะมาหาเขาและมาดูแลเขาตอนวันเกิด เขามีความสุขมากจนแทบอยากกระโดด
‘ผู้บัญชาการเลือกลูกน้องของเขาแทนที่จะเลือกลูกสาวของเขา’
เป็นการตัดสินใจลำบากมาก
เมนเดลรู้สึกได้ถึงความเสียใจของอารอนตอนนี้
จากนั้น อาโรนก็สั่งคำสั่งด้วยความยากลำบาก
“ส่งผู้ส่งสารไปหาแมรี่”
เกลและโรอันเพิ่งรับรู้ได้ถึงสถาณการณ์ตอนนี้
‘ลูกสาวของเขากำลังมาที่ปราสาทไอเพ่นตอนนี้!’
พวกเขาเข้าใจว่าทำไมอารอนถึงใช้เวลาขบคิดเป็นเวลานาน
แต่ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ได้สู้รบในทุ่งโล่ง
‘มันไม่มีเหตุผลที่จะไปเผชิญหน้ากับพวกอ็อคที่ได้ขี่ลูปัสอยู่’
เพราะพวกเขานั้นจะถูกโจมตีอย่างฉับพลัน พวกเขาจึงจะทำการปิดประตูแล้วรอสู้รบแบบนั้น
ในสถาณการณ์ตอนนี้ กลยุทธ์แบบนี้นั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว
อารอนถอนหายใจออกมาและชี้ไปที่แผนที่
“เราจะส่งกองกำลังจากศูนย์บัญชาการ ไกล้กับประตูและเตรียม….”
เขาพูดออกมาจนกระทั่งโรอัน ที่เงียบจนถึงตอนนี้ ได้ถอนหายใจออกมาสั้นๆ
เขามองไปที่อารอน เกล และเมนเดล
“โรอัน เจ้าจะพูดอะไรหรือเปล่า?”
อารอนขมวดคิ้วถามกลับ
โรอันส่ายหัวและพูดสั้นๆ
“พวกเราไม่สามารถสู้ในรูปแบบนี้ได้….”

ติดตามต่อได้ที่

https://www.facebook.com/monarch.novel/