0 Views

เหล่าพ่อค้าทาสเริ่มถอยไปด้านหลัง
แต่เพราะด้านหลังของพวกเขามีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ พวกเขาจึงไม่สามารถถอยไปได้อีก
‘โธ่เว้ย เป็นสถานที่สำหรับหลบซ่อนดีจริงๆ….’
พวกเขาตกลงไปในกับดักของตนเอง
พวกเขาเลียริมฝีปากพร้อมกับมองไปด้านหน้า
‘ถ้าพวกเราหนีไม่ได้งั้นเราก็ต้องสู้’
‘พวกมันมีแค่ 2 คน พวกเรามีถึง 11’
‘และนอกจากนั้น พวกมันยังดูหน้าอ่อนกันทั้งนั้น!’
ยศผู้ช่วยระดับ 5 ที่ติดอยู่บนชุดเกราะทำให้พวกเขารู้สึกกังวล แต่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขากลัว
พวกเขานำมือไปที่ด้านข้างเอวราวกับนัดหมายกันไว้แล้ว
เช้ง
พวกเขาชักดาบออกมาพร้อมกับเสียงเหล็กที่ใสกังวาล
เหล่าพ่อค้าทาสเริ่มเดินตรงไปที่โรอันและเพียร์ส
แต่มีคนนึง นอร์แมนเขายังยืนอยู่กับที่และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
‘หม..หมอนั้นใช่ทหารหน้าใหม่ธรรมดา’
เขานึกถึงความทรงจำที่สตีฟถูกจัดการโดยที่ยังไม่ได้ทำอะไร
ทักษะหอกของมันไม่ธรรมดา
ดวงตาของเขาสั่นไหว
เมื่อเหล่าพ่อค้าทาสมองไปที่นอร์แมน พวกเขาต่างเดาะลิ้น
“ไอ้ขี้ขลาด ใจฝ่อ”
“ไอ้พวกงี่เง่าที่จะทำงานเป็นพ่อค้าทาส จึ้ก จึ้ก”
พวกเขามองไปที่โรอันและเพียร์สพร้อมกับด่าออกมา
“ดูพวกไก่อ่อน อะไร? เจ้าพูดว่าพวกเราเป็นเศษขยะหรอ?”
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะเสียสตินะ เจ้าแค่สองคนกับพวกเรา11คน”
น้าเสียงของพวกเขาสัมผัสได้ถึงความกระหายเลือด
โรอันยิ้มเล็กน้อยและจับไปที่หอกของเขา
“ช่างโชคดีจริงๆ”
หลังจากที่พูด เหล่าพ่อค้าทาสต่างงุนงง
“อะไร? โชคดีอะไร?”
โรอันพุ่งไปด้านหน้าทันทีที่เขาพูดเสร็จ
ฟิ้ว!
หอกได้แยกอากาศออกจากกัน
“อึก!”
เหล่าพ่อค้าทาสต่างกลืนน้ำลายจากการโจมตีกระทันหัน
พวกเขาพยายามหลบออกอย่างรวดเร็ว แต่หอกของเขานั้นรวดเร็วกว่า
ฉึก
ปลายหอกได้แทงเข้าไปที่คอของพ่อค้าทาสคนนึง
เป็นการโจมตีที่รวดเร็วโดยที่พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัว
“สำหรับการต่อต้านที่ข้านั้นต้องการ”
ตึง
พ่อค้าทาสที่ถูกแทงเข้าที่คอได้ล้มลงไป
“น…นี่ แม่งเอ๊ย”
“ไอ้เวร”
เหล่าพ่อค้าทาสที่เหลือต่างพุ่งเข้ามาพร้อมกับด่าทอ
คมดาบได้เข้ามาหาเขาจากด้านข้าง
โรอันบิดแขนของเขาพร้อมกับหันร่างของเขากลับมา
ฟู่!
เขาได้หมุนแขนตนเอง และหอกก็ได้เริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว
โรอันห้มศรีษะลงต่ำเพื่อหลบดาบที่เข้ามาและพุ่งไปที่ด้านข้าง
เฉ้ง! เคร้ง!
ดาบของเหล่าพ่อค้าทาสได้ปะทะกับหอกและเด้งกลับไป
“อึ๊ก!”
“แม่ง”
คำด่าทอตะโกนออกมาโดยสัญชาตญาณ
แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่พวกเขาสามารถด่าออกมาได้อย่างอิสระ
ฟิ้ว
เพราะว่าเพียร์ได้แทงหอกไปที่ด้านข้างของพวกเขา
ฉึก
“อ๊าค!”
และก็มีอีกคนล้มลง
“ไอ้บ้าเอ๊ย!”
เหล่าพ่อค้าที่เหลือต่างกวัดแกว่งดาบพร้อมกับกัดฟันแน่น
‘เราต้องเข้าไกล้กว่านี้ เราถึงจะมีโอกาส’
อาวุธหอกมีความยาวมากกว่าอาวุธทั่วไป
ถ้าพวกเราสามารถเข้าไปไกล้เขาได้ พวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรเราได้มาก
“ย๊าคค!”
“ตาย!”
พวกโง่ได้ตะโกนออกมาพร้อมกับกระโดดเข้าไกล้เพียร์สและโรอัน
“ฮึ่ม!”
เมื่อพวกเขาเห็นภาพนั้น โรอันและเพียร์สต่างเปล่งเสียงทางจมูกและดึงหอกกับมา
วูบ!
หอกได้ไหลไปอย่างราบรื่นและเข้าที่ฝ่ามือของพวกเขา
โรอันและเพียร์สต่างจับไปที่ต้นหอก โดยเผยปลายหอกสั้นๆก่อนที่จะยกขึ้นไกล้กับอกของพวกเขา
ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็หนีบปลายหอกด้วยรักแร้
เพราะแบบนั้นปลายหอกจึงไม่สั่นและทำให้เพิ่มสมดุลของหอก และเพิ่มกำลังได้อย่างมาก
เช้ง! เคร้ง!
โรอันและเพียร์สต่างกวาดหอกไปที่ดาบของเหล่าพ่อค้าทาสทำให้ดาบของพวกเขาเด้งออกไป
“ปะ เป็นไปไม่ได้!”
“โธ่เว้ย!”
ท่าทางของพวกเขาล้วนแสดงความไม่เชื่อและพูดออกมาด้วยความงุนงง
พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเพียร์สและโรอันเลย
ตอนนั้นเองเพียร์สและโรอันได้สบตากันก่อนที่จะพยักหน้า
และจังหวะนั้นเองพวกเขาก็ได้พุ่งไปหาฝั่งตรงข้าม
ฉั่ว!

หอกได้ตัดผ่านอากาศและแทงไปที่ด้านข้างของพ่อค้าทาส
ซวบ!
“อั๊ค!”
“อั๊ค!”
พวกเขาโดนตีอย่างฉับพลัน
ความเจ็บนี้ได้ตัดลมหายใจของพวกเขาออกไป
โรอันและเพียร์สไม่ผลาดโอกาศอันดีนี้
ปลายหอกได้ร่ายรำและพุ่งผ่านช่องว่างเข้าไป
ฉึก
หอกได้แทงไปที่คอของพวกพ่อค้า
ตายไป8เหลือเพียง2
แต่ถ้านับนอร์แมนที่อยู่ไกลออกไปก็เป็น 3
หอกของเพียร์ได้เคลื่อนไหวเป็นเส้นโค้งและนุ่มนวล
และตอนนั้นพ่อค้าทาสที่เหลือสองคนได้โยนดาบตนเองทิ้งพร้อมกับคุกเข่าลง
“หย้า พวกเรายอมแล้ว! ยอมแพ้แล้ว!”
“อย่าฆ่าพวกเรา!”
ไหล่ของพวกเขาสั่นเทาอย่างน่าสมเพชพร้อมกับลดศีรษะลง
เฟี้ยว
เพียร์ซเปลี่ยนเส้นทางวาดของหอกและวางมันไว้ข้างหลังเขา
เป็นการวาดท่าสมบูรณ์และนุ่มนวล
“พวกเศษขยะอย่างพวกเจ้า ต้องได้รับบาปที่พวกเจ้าได้ทำไว้”
เสียงของเขาเยือกเย็น
“ครับ ครับ พวกเราจะรับโทษที่พวกเราได้ทำไว้”
“พวกเราเป็นขยะจริงๆ พวกเราเป็นเศษขยะ”
พวกพ่อค้าต่างก้มศรีษะลง
พวกเขาดูน่าสงสารเมื่อมองไปที่พวกเขา
แต่ใบหน้าของพวกเขามีรอยยิ้มที่น่ารังเกียจ
‘หึหึ เราจะไม่มาจบลงแบบนี้’
มือของเขาที่อยู่กับพื้นดินๆ ค่อยๆเคลื่อนไปที่ดาบ
เขาหยิบดาบด้วยปลายนิ้วของเขา
เพียร์สยิ้มและมองไปที่โรอันโดยไม่รู้ถึงสถาณการณ์ด้านหน้า
“ท่านผู้ช่วยโรอัน พวกเรา……”
จังหวะที่เพียร์สพูดอยู่นั้น
“ตาย!”
หมอนั้นที่หมอบอยู่กับพื้นได้หยิบดาบและยืนขึ้น
ถึงเพียร์สที่มีความสามารถอันโดดเด่น แต่ก็เป็นสถาณการณ์ที่เขาทำอะไรไม่ถูก
จังหวะนั้นเองเสียงของมีคมดังเข้ามาภายในหูเขา
ฟิ้ว!
ทันใดนั้นเองก็มีวัตถุบางอย่างผุ่งฝ่าอากาศและเสียบไปที่หัวของพวกเขาทั้งสองจากด้านข้าง หอกของโรอันนั่นเอง
“เอื๊อก”
เพียร์สกลืนน้ำลาย
ดาบของพวกมันเกือบจะเฉือนไปที่ด้านข้างของเขา

ถ้าไม่ใช่โรอัน เขาคงโดนเฉือนไปแล้ว
‘อันตรายจริงๆ’
โรอันสูดหายใจเข้า
ต้องขอบคุณน้ำตาแห่งคาเรี่ยน เขาถึงเห็นการเคลื่อนไหวของพ่อค้าทาสได้ช้าลงและชัดเจน
เขาได้ขว้างหอกของเขาออกไปก่อนที่ดาบจะถึงตัว
‘ถ้าไม่ใช่น้ำตาแห่งคาเรี่ยน เราคงจะสูญเสียเพียร์ส’
โรอันถอนหายใจออกมาและเดินไปหยิบหอกของเขา
เขาใส่กำลังลงไปในข้อมือ หอกที่แทงทะลุหัวไปก็ได้ถูกดึงออกมา
“เพียร์ส”
“ครับ? ครับผู้ช่วย”
เพียร์สก้มศรีษะลงด้วยท่าทางใจลอย
โรอันตีไปที่ไหล่ของเขาพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย
“เจ้าห้ามใจลอยเมื่ออยู่ในสนามรบ และห้ามเชื่อใจศัตรูง่ายๆ เข้าใจใหม?”
“ครับ? ครับรับทราบครับ”
เพียร์สพยักหน้า
เขาเป็นนักหอกที่ยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์แต่ตอนนี้เขาไม่ต่างไปจากทหารใหม่
เขายังขาดประสพการณ์
‘ถ้าเขาได้เข้าสู่สนามรบ จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้’
เขารู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงมาก
โรอันกวาดหอกของเขาและหันศรีษะมา
“หือ?”
ดวงตาของโรอันและเพียร์สต่างเบิกกว้าง
เพราะว่าพวกเขาเห็นฉากที่พวกเขาไม่คาดคิด
“ข้า ข้ายอมแพ้แล้ว ข้าวางแผนที่จะยอมแพ้ตั้งแต่แรกแล้ว”
นอร์แมนอ้อนวอนพร้อมกับก้มลงไปบนพื้น
พวกเขามองไปด้วยความตกใจ
เพราะตอนนี้เขาไม่ใส่อะไรเลย
“ข้าไม่มีทั้งดาบหรืออาวุธลับอะไรอีก ดูข้าซิ”
นอร์แมนยกมือทั้งสองข้างขึ้น
เหตุผลที่เขาได้ถอดเสื้อผ้าออกหมด
ก็เพราะว่าเขากลัวว่าพวกเขาจะเกิดการเข้าใจผิดและกระทำการเหมือนกับคนอื่น
โรอันยิ้มออกมาอย่างขมขื่นและส่ายหัว
‘ถึงอย่างไรเราตั้งใจที่จะเหลือไว้ 1 คนอยู่แล้ว’
เพราะอาจจะมีพ่อค้าทาสรายอื่นอีก
‘ถ้าเราถามคนนี้และคนที่เราได้ผูกทิ้งไว้ในป่าก็น่าจะเพียงพอ’
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของนอร์แมนพวกเขารู้สึกว่าเขาจะมีประโยชน์มากเพราะตอนนี้เขาใจฝ่อหมดแล้ว
ตอนนั้นเอง เขาเห็นคริสที่ซ่อนตัวอยู่ตรงพุ่มหญ้า
“อ่า….”
คริสมองไปที่ศพของพวกพ่อค้าทาสและได้อุทานออกมา
‘พวกเขาได้กำจัดพวกมัน 11 คนโดยพวกเขาแค่ 2 คน?’
เขามองไปที่โรอันและเพียร์สด้วยสีหน้าประหลาดใจ
‘ดูเหมื่อนว่าเขาได้ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้ช่วยทหารตั้งแต่ยังหนุ่มก็เพราะความสามารถของเขา’
คริสเพ่งมองไปที่โรอัน
‘ด้วยความสามารถที่โดดเด่นและความเป็นผู้นำ เขาจะกลายเป็นบุคลที่ยิ่งใหญ่แน่ๆ’
และตอนนั้นเองเสียงของโรอันก็ดังออกมา
“เอาสมุดบัญชีมาให้พวกเราซะ?”
“อ่า ครับ”
คริสมองไปที่พวกเขาและขยับเท้าเข้าไปหา
จากนั้นนอร์แมนก็ได้คลานไปที่เสื้อผ้าของเขาก่อนที่จะหยิบสมุดบัญชีสีดำออกมา
“นี่ อยู่นี่”
เขาวางมันลงบนพื้นด้วยสองมือของเขาโดยไม่แม้แต่จะเงยหัวขึ้น
คริสหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาและตรวจสอบเนื้อหาด้านในอย่างละเอียด
หน้าตาของโรอันดูประหลาดใจ
“เจ้าอ่านมันได้ใหม?”
จากคำพูดของเขา คริสหัวเราะออกมาอย่างกระอักกระอ่วนและก็ส่ายหน้า
“ได้เล็กน้อย แต่มีบางประโยคที่ข้าไม่รู้เกี่ยวกับมัน”
โรอันก็ยังคงแสดงสีหน้าประหลาดใจ
‘คนปกติที่อายุประมาณนี้ สามารถอ่านได้?’
มันเป็นสิ่งที่ไม่ง่าย
และด้วยเหตุนี้อารอนและเหล่าเสนาธิการของกองพลที่ 7 ถึงได้รับความประหลาดใจอย่างมาก
โรอันถามอย่างระมัดระวัง
“ถ้าไม่เป็นการรบกวนเจ้า ข้าขอถามหน่อยว่าเจ้าได้เรียนการอ่านมาจากไหน?”
จากคำพูดนั้น คริสตอบกลับโดยไม่ได้ทำท่าทางรำคาญแต่อย่างใด
“ข้าซื้อหนังสือด้วยเงินของข้า และอ่านมัน ตอนแรกข้าไม่รู้อะไรเลย แต่ข้าก็ยังคงอ่านต่อไปเรื่อยๆ และเมื่อข้าได้เห็นจดหมายบางครั้งข้าก็จะถามคนที่ได้รับ บางครั้งข้าก็ให้คนที่ข้าค่อนรู้จักสอนด้วย”
“เหลือเชื่อ ราคาของหนังสือนั้นไม่ใช่น้อย”
“ใช่ เพราะแบบนั้นความฝันของข้าในการดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนการท่องเที่ยวจึงถูกถอยเอาไว้ก่อน”
คริสถอนหายใจออกมาเบาๆและส่ายหัวของเขา
และต่อจากนั้นเขาก็ได้ใช้นิ้วมือไล่ไปตามเนื้อหาในสมุด ก่อนที่จะหยุด
“ข้าเจอแล้ว”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขา
เขาเจอชื่อของลูกสาวชาวบ้านอยู่ตรงมุมของสมุด
“เธอถูกขายให้กับเศรษฐีในพื้นที่แถวนี้”
โรอันตรวจสอบเนื้อหาในสมุดก่อนจะพยักหน้า
“มันอยู่ในเขตุดีรอน”
และจังหวะนั้นเอง คริสก็เผยสีหน้าตกใจ
“หา? ท่านผู้ช่วยก็อ่านได้เหมือนกัน?”
“ใช่ ข้าได้เรียนรู้จากการถามคนที่ข้าได้รู้จัก”
“อ่า….”
คริสอุทานออกมาอีกครั้ง
‘เขายังเด็กกว่าเรา แต่เขาอ่านหนังสือได้’
ทันใดนั้นโรอันยิ้มออกมาเบาๆและชี้ไปที่สมุดบัญชี
“ข้าขอสมุดบัญชีนี้นะ”
“ได้?ทำไมถึง….”
“เป็นเพราะคนที่ถูกจับและขายออกโดยเหล่าพ่อค้าทาส ข้าต้องนำพวกเขากลับไปที่บ้าน ที่ๆพวกเขาได้จากมา ”
“อ่า….”
คริสพยักหน้าพร้อมกับยื่นสมุดบัญชีให้กับเขา
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่สามารถช่วยทุกคนได้ด้วยตัวเขาเอง
‘เราไม่เชื่อใจคนของอาณาจักร แต่เราเชื่อใจ คนนี้ได้’
คริสมองไปที่โรอันด้วยสายตาที่เชื่อมั่น
โรอันมองไปที่เนื้อหาในสมุดชั่วขณะก่อนที่จะยักไหล่ของเขา
“งั้น พวกเรากลับไปที่ศูนย์กองบัญชาการเลยใหม?”
ในเวลาไม่นาน พระอาทิตย์ก็ได้ลับหายไป ความมืดได้ปกคลุมไปทั่วที่ราบ
แต่ถึงจะมืดอย่าไรดวงตาของ โรอัน เพียร์ส และคริส ยังสว่างสดใสอยู่
…………………………….
แรกเลย โรอันได้นำนอร์แมนและสตีฟไปขังที่กองบัญชาการและได้ไปหาเกล
เกลได้รับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มจอยลู่ เมื่อพวกเขาได้มาถึงกองบัญชาการพร้อมกับสมุดบัญชี
โรอันและเพียร์สพาคริสมาที่สถานพยาบาลและรักษาบาดแผลของเขาและได้หลับข้ามคืน
และเมื่อเช้า ทั้งสามได้กินอาหารง่ายๆและได้ไปที่ปราสาทเบโน่
“เมื่อวานและวันนี้ ข้าได้รับการช่วยเหลือครั้งยิ่งใหญ่ ข้าจะไม่ลืมพระคุณนี้และจะจดจำไว้”
คริสก้มหัวเขาลงไปที่โรอันและเพีร์ส
“งั้น ข้าไปก่อนล่ะ”
ลาก่อน
ตอนนั้นเอง โรอันได้นำถุงกระเป๋าที่ดูค่อนข้างหนักออกมาจากหน้าอกของเขา
“เอานี่”
“นี่คืออะไร?”
คริสไม่ได้รับก่อนที่จะถามอย่างระมัดระวัง
โรอันยิ้มและตอบกลับ
“มันคือรางวัล”
“อ่า….”
เป็นรางวัลที่ไม่น้อยสำหรับกลุ่มพ่อค้าทาสจอยลู่
คริสได้ส่ายหัว
“มันเป็นเจ้าที่ได้จัดการพวกมัน”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า มันคงจะเป็นไปไม่ได้”
โรอันตอบกลับพร้อมกับยื่นถุงกระเป๋าให้อย่างแข็งขัน
“ขอบคุณที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของผู้บริสุทธิ์ จริงๆต้องขอบคุณเจ้า”
“อ่า….”
คริสลังเลอยู่ครู่หนึ่งและก้มศีรษะลง
“ไม่แค่ช่วยชีวิตข้าไว้ แต่เจ้าก็ยังให้รางวัลแก่ข้าด้วย ข้ารู้สึกขอบคุณจริงๆ ”
เสียงของเขาค่อนข้างสั่น
เขารู้สึกขอบคุณอย่างแท้จริงต่อโรอันและเพียร์ส
‘ถ้าต่อจากนี้ เจ้าต้องการให้ข้าช่วยอะไรข้าจะทำให้อย่างแน่นอน’
“แล้วเจ้าจะไปไหนต่อ?”
โรอันได้ถามขึ้น คริสตอบกลับด้วยรอยยิ้มสดใส
“แรกเลย ข้าวางแผนที่จะไปหาคู่สามี ภรรยาที่อยู่บ้านนอก”
เพราะลูกสาวของสามีภรรยาคู่นั้นได้ถูกช่วยเหลือด้วยกองกำลังโรส
และเพราะแบบนั้น คริสจึงรู้สึกราวกับยกก้อนหินออกจากอก
“และข้าจะกลับไปที่อาณาจักรมิลเลอร์”
เขามองไปที่ถุงกระเป๋ารางวัล
‘รางวัลประมาณ 200 เปส’
มันเงินที่คนธรรมดาสามารถใช้ได้ทั้งปีสำหรับเงิน 200 เปสนี่
มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากกว่าที่คิดไว้
‘ถ้าเป็นสิ่งนี้….’
มันเพียงพอสำหรับจะก่อตั้งธุรกิจท่องเที่ยวเล็กๆได้
“ด้วยจำนวนประมาณนี้ เจ้าสามารถที่จะก่อตั้งธุรกิจท่องเที่ยวได้”
จากคำพูดของโรอัน คริสยิ้มอย่างอายๆและพยักหน้า
โรอันและคริส ได้พูดคุยกันอย่างมากเมื่อคืนนี้
‘และถ้าเราได้ทำงานร่วมกันกับเขา มันจะเป็นทางเลือกที่ดี’
เขามองไปที่คริสด้วยสายตาแน่วแน่
“คริส ข้าขออะไรสักอย่างได้ใหม?”
“แน่นอน. ถ้าเป็นข้อเสนอของผู้ช่วยโรอันข้ายินดีเสมอ”
และจากคำพูดนั้น โรอันก็กล่าวออกมาด้วยเสียงต่ำมากจนดูเหมือนว่าเขากำลังกระซิบ
“ฉันตระหนักถึงความจริงที่สำคัญในการทำงานเป็นผู้ช่วยทหารในราชอาณาจักรนี้”
เขาเงียบไปชั่วขณะ
คริสกลืนน้ำลายเล็กน้อย
โรอันยิ้มออกมาและพูดต่อว่า
“และข้อมูลที่แข็งแกร่งนั้นเป็นสิ่งที่ต้องมี….”

ติดตามต่อได้ที่

https://www.facebook.com/monarch.novel/