0 Views

เขาไม่ได้ประหลาดใจอะไร
‘เรื่องการต่อสู้ที่ป่าอิ่นและกลยุทธ์น้ำท่วมที่แม่น้ำฟิเล่ นั่นทำให้อนาคตเปลี่ยนไปเป็นเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว’
แต่ถึงอย่างไร มันแตกต่างอย่างชัดเจน
‘เป็นโชคดีที่เรารู้ว่าอนาคตนั้นจะเปลี่ยนไป’
การขับไล่กลุ่มจอยลู่มีผลกระทบต่อชีวิตของคริส?
เขาค่อนข้างอยากรู้อยากเห็น
ตอนนั้นเอง เสียงของคริสดังออกมา
“จากข้อมูลที่ข้าได้รวบรวมมา กลุ่มจอยลู่ได้ถูกจับตัวโดยคนของอาณาจักรนี้”
โรอันพยักหน้กช้าๆ
เป็นเขาเองที่ได้จับกุมพวกเขา
คริสยังพูดต่อ
“แต่มีบางคนที่หลบหนีออกไปได้ อย่างปลอดภัยแต่อย่างไรพวกเขาไม่สามารถอยู่ภายในอาณาจักรรินท์นี้ได้เนื่องจากพวกเขาถูกหมายหัวจากอาณาจักรอยู่”
“อ่า….”
โรอันและเพียร์สอุทานออกมาเบาๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขารู้ว่ากลุ่มจอยลู่นั้นถูกหมายหัวอยู่
“และสุดท้าย ข้าได้ยินมาว่าพวกมันวางแผนที่จะข้ามไปชายแดนของอาณาจักรอิสเทล แต่กลุ่มหลักของพวกมันถูกจับทำให้พวกมันขาดทุนทรัพย์และเงินสำหรับการหลบหนี….”
“พวกเขาจึงเริ่มจับชาวบ้านเป็นทาสอีกครั้ง”
โรอันพูดแทรกเข้ามา และคริสก็พยักหน้ารับ
“ใช่ ถูกต้อง พวกมันลักพาตัวผู้หญิงวัยรุ่นหรือเด็กจากพวกชาวบ้านและขายพวกเขาไปในราคาที่เหมาะสม”
“ไอ้พวกขยะ”
เพียร์สพึมพำออกมาเบาๆ
โรอันพยักหน้าเห็นด้วยถึงแม้ว่าเขาไม่ได้พูดอะไร
ดวงตาพวกเขาอัดแน่นไปด้วยความเสียใจและความโกรธ
แต่ ความผิดของพวกมันไม่ใช่แค่นั้น
“และนั่นไม่ใช่ทั้งหมด. พวกมันฆ่าคนที่มารบกวนพวกมันในการทำงานหรือตัดแขนและขาของพวกเขาทิ้งไป นอกจากนี้ยังมีกรณีที่พวกมันข่มขืนเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆและให้ครอบครัวฆ่ากันเอง”
“….”
โรอันและเพียร์สต่างหมดคำที่จะพูด
บาปที่พวกมันได้ก่อนั้นเหนือกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้
คริสถอนหายใจออกมา
“ข้าได้ยินมาว่าลูกสาวของคู่สามีภรรยาแก่ๆในแถบบ้านนอกได้ถูกลักพาตัวไป ข้าเลยเริ่มไล่ตามพวกเขาไป”
เหตุผลที่คริส ซึ่งเดิมอยู่ที่อาณาจักร ฮิลเลอร์ ได้แอบสะกดรอยตามลอยจนมาพบกับเขา ที่อาณาจักร์รินท์
นั้นก็เพราะการค้นหาลูกสาวของคู่สามีภรรยาแก่ๆ
จากนั้นท่าทางของคริสก็ดูมืดมนลง
“ผลจากการสอดแนมของข้า ลูกสาวของพวกเขาได้ถูกขายไปที่ไหนบางแห่ง และตอนที่ข้ากำลังจะยอมแพ้ ข้าได้พบกับสมุดบัญชีการค้าขาย”
“ดังนั้นเจ้าเลยแอบลักสมุดบัญชีและหลบหนีพวกมันออกมา”
โรอันพูดต่อ คริสพยักหน้ารับ
“ใช่ ถูกต้อง”
โรอันหายใจเข้าลึกๆ
ขณะที่เราจับกุมกลุ่มจอยลู่และ พ่อค้าทาสคนอื่น พวกมันที่เหลือก็ได้ลักพาตัวเด็กหญิงและเด็กเล็กๆ เพื่อหาเงินหลบหนีออกไป

ในระหว่างนั้นคริสก็ค้นหาลูกสาวของชาวบ้านที่ถูกลักพาตัวไปในอาณาจักรมิลเลอร์ เมื่อเขาบังเอิญได้ยินสถานการณ์นี้เข้า จากนั้นเขาก็เริ่มไล่ตามพวกพ่อค้าทาสจนถึงชายแดนของอาณาจักร
อนาคตที่เขารู้มาได้เปลี่ยนไป
‘สุดยอด’
เพียงคดีเดียวทำให้ผลลัพธ์ที่ตามมาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
‘ถึงอย่างนั้นก็ตามใช่ว่าประสบการณ์และความคิดและข้อมูลที่เราได้รวบรวมมาเป็นเวลา 20 ปีจะหายไป ส่วนมาก …… . ’
ความเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนดวงตาของเขา
โรอันมองไปที่คริส
“พวกมันมีกันเท่าไร?”
“สิบสอง”
คริสยกนิ้วขึ้นสองนิ้ว
โรอันถามกลับอย่างระมัดระวัง
“เจ้าเคลื่อนไหวได้ใหม?”
คริสจับไปที่คางและซี่โครงก่อนจะพยักหน้า
“ได้ เคลื่อนไหวได้ไม่มีปํญหาอะไร”
ขณะที่เขาพูด โรอันได้มองไปที่นอร์แมนได้หลบหนีไป
“งั้นพวกเราไปตามล่าพวกมันกัน”
ตอนนั้นเอง ดวงตาของคริสก็เบิกกว้าง
เป็นคำพูดที่เขาไม่ได้คาดคิด
“เจ้าจะช่วยเหลือข้า?”
ในคำพูดของเขารู้สึกได้ถึงความประหลาดใจ
โรอันพยักหน้า
“ข้าไม่สามารถปล่อยให้ไอ้พวกขยะเหล่านั้นหลบหนีไปแถบชายแดนได้หรอก มาไล่ล่าและเอาสมุดบัญชีของพวกมันกลับมากันเถอะ”
“จะดีกว่าหรือไม่ถ้าไปขอความช่วยเหลือจากกองบัญชาการใหญ่ก่อน?”
คริสถามกลับด้วยท่าทางกังวล
แม้ว่าจะเว้นสตีฟ พวกมันก็ยังมีอยู่ 11 คน
และเมื่อเปรียบเทียบกับพวกเขา นั้นมีเพียงแค่ 3
“ถ้าเราไปที่ศุนย์ มันจะสายเกินไป”
โรอันส่ายศรีษะ
มีคนนึงที่ได้หลบหนีพวกเขาไป
และถ้าพวกที่เหลือได้รู้ข่าว เหล่าพวกพ่อค้าทาสทั้งหมดจะพยายามหลบหนีออกชายแดนทั้งหมด
‘ถ้าพวกมันข้ามไปอีกฝั่ง เราก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว’
เขาต้องไล่ตามพวกมันตอนนี้
คริสยังแสดงท่าทางกังวลอยู่
“มันไม่อันตรายเกินไปหรือ?”
หลังจากที่เขาพูดจบ โรอันยิ้มและส่ายศรีษะไปมา
“มันไม่สำคัญหรอกว่าจะอันตรายหรือไม่”
เสียงที่นิ่งแต่เต็มไปด้วยพลัง
“สิ่งที่สำคัญก็คือจับตัวพวกมันและค้นหาประชาชนที่ถูกขายไป”
“อ่า….”
คริสเผลออุทานออกมาเบาๆ
‘เขาไม่ต้องการรางวัล?’

ที่จริงเขาคิดว่าโรอันจะพยายามทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เพื่อรับรางวัล
แต่โรอันไม่ได้คิดเรื่องเงินหรือรางวัล แต่เขาคิดแต่เรื่องชาวบ้าน
“เราจะนำชาวบ้านที่ถูกลักพาตัวไปกลับบ้านของพวกเขา”
โรอันคิดว่านี่เป็นสิ่งที่คนของราชอาณาจักรต้องทำ
คริสได้รับความตกใจ
‘ยังมีคนในอาณาจักร์ที่ยังเป็นแบบนี้ด้วยหรือ?’
คนที่ไม่ใช่ทหารธรรมดาและเป็นถึงระดับผู้ช่วยทหาร คิดกันแบบนี้?
ไม่
อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยเจอใครที่เป็นแบบนี้
‘พวกเขาต่างเห็นแก่ตัวอย่างงี่เง่าและกังวลแต่กับการเติมเต็มท้องของพวกเขา’
เหตุผลที่ทำไมเขาจึงทิ้งประเทศบ้านเกิดและมาที่อาณาจักรมิลเลอร์เพราะว่าขุนนางหรือทหารของราชอาณาจักรบ้านเกิดของเขานั้นล้วนเห็นแก่ตัว
‘และที่มิลเลอร์ก็เหมือนกัน’
และท้ายที่สุดเขาก็ไล่ล่าตามพวกพ่อค้าทาสมาจนถึงที่นี่
พวกเขาไม่แสดงตวามใส่ใจกับพวกหมู่บ้านเล็กๆทั่วไป
สิ่งที่เขาพบเจอมาจยถึงตอนนี้เป็นแบบนี้หมด
แต่ โรอันที่อยู่ตรงหน้าเขากับแตกต่างไป
‘มันมีอย่างแปลกไป’
เขารู้สึกมึนงงในหัวใจ
แค่มันไม่ใช่ความรู้สึกแย่
ตอนนั้นเองโรอันก็พูดออกมา
“แต่สำหรับเรื่องนี้….”
โรอันมองไปที่คริสด้วยสายตาแน่วแน่
“ข้าต้องการให้เจ้าช่วย เจ้าสามารถไล่ตามพวกมันได้หรือไม่?”
หลังจากที่เขาพูดจบ คริสยิ้มออกมาพร้อมกับตอบทันทีว่า
“แน่นอน ข้ามั่นใจในการไล่ตามพวกมัน เป็นเวลา 15วันแล้วที่ข้าได้ไล่ตามพวกมัน”
เขาพูดด้วยท่าทางและน้ำเสียงที่มั่นใจ
‘ข้าจะช่วย ข้าจะช่วยที่ข้าจะสามารถทำได้’
เขาชอบโรอัน
โรอันจับไปที่หอกก่อนจะมองไปที่เพียร์ส
“เพียร์สจำนวนพ่อค้าทาส 11คน เจ้ามั่นใจใช่ใหม?”
หลังจากที่พูด เพียร์สยิ้มและตอบกลับ
“มันง่ายมาก”
เขาโม้ออกมา
แสดงว่างานนี้เขามั่นใจมาก
โรอันแลเพียร์สได้มัดสตีฟไว้กับต้นไม้
เขาหมดสติอย่างสมบูรณ์และไม่ตื่นมาสักระยะนึง
“พวกเราจะไปกันหรือยัง?”
หลังจากที่โรอันพูดจบ คริสก็พยักหน้าก่อนจะวิ่งนำอยู่ด้านหน้า
คางและซี่โครงของเขาบาดเจ็บแต่สามารถทนได้อยู่
ตุบ ตุบ ตุบ
ทั้งสามคนได้ออกมาจากป่าและวิ่งไปฝ่าอากาศไปแถวทุ่งราบ
และเหนือพวกเขา แสงจากพระอาทิตย์ตกได้ส่องประกายมาที่พวกเขา
ฉากที่ดูสดใสและลมฤดูใบไม้ผลิที่หอมหวาน
ทิวทัศน์ที่สวยงาม
โรอัน เพียร์สและคริส ได้วิ่งฝ่าทิวทัศน์เหล่านั้นเป็นเส้นตรงโดยไม่หยุด
ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสามก็เริ่มต้นนับจากนี้
………………………………
“ท่านผู้บัญชาการ พวกเราได้มาแล้ว”
เมนเดลได้ยื่นวัตถุทรงกระบอกไปให้
อารอนได้นำเอกสารที่เขากำลังตรวจสอบออยู่ออกไปก่อนที่จะรับวัตถุทรงกระบอกนั้นมา
คลิ้ก
เมื่อเขาหมุนไปที่หัวของวัตถุทรงกระบอก ด้านหัวของมันก็แยกออกจากกัน
อารอนใช้มือของเขาหยิบเอากระดาษที่ม้วนอยู่ด้านในออกมา
เขาคลี่ม้สนกระดาษออก เขาได้เห็นถึงตัวอักษรที่เขียนอยู่ในกระดาษนั้น
อารอนมองไปที่แผ่นกระดาษที่มีอยู่เพียงสามย่อหน้า
“อืมม”
เขาแสดงท่าทางพึงพอใจออกมา
เขายื่นกระดาษนี้กลับไปให้เมนเดล
ตอนนั้นเองเมนเดลก็อ่านเนื้อหาในกระดาษ
“เขาไม่ได้โกหก”
เมนเดลนำกระดาษคืน
จากที่เมนเดลพูด อารอนพยักหน้าเห็นด้วย
“เป็นเรื่องจริงที่เขามาจากเทือกเขาเกรน และเป็นเรื่องจริงที่เขาได้ฝึกฝนมาจากค่าฝึกเพตอน และความสัมพันธ์ของเขาและครอบครัวของเขาเป็นจริงทั้งหมด ทุกอย่างที่เขาพูดออกมาเป็นเรื่องจริงทั้งหมด”
มุมปากของเขายกขึ้นมาเล็กน้อย
ซึ่งหมายความว่าเขากำลังดีใจ
และตอนนั้นเองเมนเดลถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ถึงอย่างนั้น เขาแค่ผู้ช่วยทหารระดับ 5 ผมคิดว่าไม่จำเป็นที่จะร้องขอข้อมูลจากสมาคม”
“เรารู้สึกประหลาดใจ เขาแค่ผู้ช่วยทหารระดับ 5 แต่…..”
อารอนหยุดไปชั่วครู่และใช้นิ้วแตะไปที่ริมฝีปากราวกับใช้ความคิด
แสงแปลกๆเปล่งประกายในดวงตาเขา
“พรสวรรค์ของหมอนั้นจะไม่จบอยู่แค่นี้”
เขามองไปที่เมนเดลด้วยสายตาที่แน่วแน่
“โรอันมีความสามารถสูง และจะกลายเป็นคนยิ่งใหญ่”
หลัวจากที่เขาพูด เมนเดลส่ายหัวไปมา
“แต่ความสามารถของเขาไม่ได้หมายความว่าเขาจะประสพความสำเร็จ ท่านไม่ทราบเรื่องนี้หรือ?”
“ใช่ นอกจากนี้ยังต้องมีหลายสิ่งที่นอกเหนือจากความสามารถ ”
อารอนพยักหน้าช้าๆ
มุมปากของเขายกขึ้น
“นั้นเป็นเหตุผลที่เราจะเติมเต็มเขาทุกอย่างรวมทั้งความสามารถของเขา”
คำประกาศที่ผิดปกติ
เมนเดลขมวดคิ้ว และลืมไปว่าอารอนเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารและเป็นขุนนาง
“ทำไมถึงทำอย่างนั้น?”
มันเป็นวิธีพูดที่ค่อนข้างก้าวร้าว แต่อารอนไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใด ๆ
เขาพิงหลังเก้าอี้และตอบกลับสั้นๆ
“เราไม่ต้องการที่จะจบชีวิตด้วยการเป็นเพียงผู้บัญชาการกองพลที่ 7 และแค่บารอน”
เป็นคำตอบที่เกินคาดหมาย
และเมนเดลก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
เป็นเพราะว่าใบหน้าอมยิ้มหายไปจากใบหน้าของอารอน
เขานำมือทั้งสองมามาทาบที่ใบหน้า
‘ถึงอย่างไร มันจะไม่เป็นปัญหาอะไรถ้าเขาไม่ได้เป็นสายลับ’
แผนการมากมายปรากฏขึ้นและร่วงหล่นลงในหัวของเขาซ้ำไปซ้ำมา
‘สิ่งที่เราต้องการตอนนี้ …… ’
ปลายนิ้วของอารอนสั่นเล็กน้อย
……………………..
‘เขาเป็นอัจฉริยะในหลายๆความหมาย’
โรอันมองไปที่คริสด้วยความประหลาดใจ
เขารู้ว่า 10 ปีต่อจากนี้ คริสจะได้ทำการรวบรวมข้อมูลของทั้งทวีป และเป็นผู้รับผิดชอบหน่วยงานในการจัดเก็บข้อมูล
แต่มันเป็น 10 ปีต่อจากนี้
และทั้งหมดนั้น เขาได้เรียนรู้การหาข้อมูลหลังจากที่ได้พบเอียน
‘แต่ดูเหมือนว่าเขาได้เรียนรู้ทักษะการไล่ตามมาแทน…..’
ตอนนี้คริสไม่ต่างไปจากตอนที่วิ่งมาจากอาณาจักรมิลเลอร์
“ทางนี้”
เขารู้เส้นทางจากสัญชาตญาณของเขา
ไม่ เขาได้ทำการเรียนรู้ทีละเล็กละน้อย
รอยเท้าจาง ๆ ที่ที่หญ้าถูกเหยียบย่ำทิศทางที่กิ่งไม้หักและความรู้สึกที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ด้วยคำพูด
คริสตามล่าพวกพ่อค้าทาสด้วยข้อมูลที่เขาสัมผัสถึง
ต้องขอบคุณคริส ที่ทำให้พวกเขาจะสามารถจับพวกมันได้ก่อนที่ดวงอาทิตย์ตก
“บ้าเอ๊ย ต้องมาเจอคนของอาณาจักรในที่แบบนี้”
“แล้วสตีฟถูกพวกมันจับไปรึ?”
“ใช่ข้าดูจนกระทั้งมันถูกหอกฟาดเข้าไปจนหมดสติ”
เสียงของเขาดูตระหนก
นอร์แมนนั่นเอง
“แม่ง เขาทำตัวอวดฉลาดคนเดียวอยู่ตลอด”
“ไอ้งี่เง่านั้น ข้ารู้มานานแล้ว”
คนที่อยู่รอบ ๆ นอร์แมนต่างกล่าวถ้อยคำเหยียดหยามออกมา
พวกเขาไม่คิดว่าโรอัน เพียร์สและคริสนั้นจะไล่ตามพวกเขามา
ไม่ พวกเขาคิดว่าถึงจะโดนประกาศจับแต่ก็ไม่มีใครหาพวกเขาเจอได้
พวกเขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและพยายามลบร่องรอยต่างๆให้เหลือน้อยที่สุด
“ถึงอย่างไร เราก็ได้สมุดบัญชีกลับคืนมา หลังจากที่ตะวันตกและท้องฟ้ามืดพวกเราจะข้ามไปที่ชายแดนกัน”
“ตกลง”
“สุดท้ายแล้ว ชีวิตของพวกเราที่ต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆก็จะจบลง!”
เสียงของพวกเขาตื่นเต้นเล็กน้อย
“เห้อ ตอนนี้พวกเรามีเวลาว่าง ข้าอยากหาแอลกอฮอล์มาดื่มจัง”
“แอลกอฮอล์? หึ หึ ผู้หญิงนั้นสำหรับข้า”
“ผู้หญิง? ผู้หญิงนั้นสุดยอด จากที่ข้าเห็นผู้หญิงที่มาจากบ้านนอกคนนั้นงานดีมาก”
“ไม่ใช่แค่ หนึ่ง หรือสอง พวกชาวบ้านที่เราได้กวาดมา ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ข้ายังนึกถึงเด็กผู้หญิง 10 ขวบนั้นอยู่เลย ฮิ ฮิ”
ความคิดชั่วร้ายไหลออกมาจากปากของพวกเขา
“พวกขยะ”
โรอัน เพียร์สและคริสมองไปที่เหล่าพ่อค้าทาส พร้อมกัดกรามแน่น
“คริส เจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน”
“ข้า ข้าสามารถช่วยพวกเจ้าได้”
จากที่โรอันพูด คริสตอบกลับเบาๆ
โรอันยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะส่ายหน้า
“บทบาทของนายคือการไล่ล่า ต่อจากนี้พวกเราจะทำการดูแลเอง”
“ปล่อยเป็นหน้าที่พวกเรา”
เพียร์สยืนด้านของคริส
ใบหอกของเขาชี้ลงไปที่พื้นดิน
และสุดท้าย คริสพยักหน้าช้าๆและถอยหลังไป
โรอันยิ้มเบาๆและให้สัญญาณไปให้เพียร์ส
สัญญาณที่พวกเขาทำกันซ้ำไม่มีหยุดจนพวกเขาจำได้
ฟุบ!
โรอันและเพียร์สหมอบตัวไปราบกับแนวหญ้า
พวกเขาเคลื่อนที่รวดเร็วราวกลับเสือ
ความกังวลปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของคริสขณะที่มองไปที่พวกเขา
‘พวกเขาจะเผชิญหน้ากับคน 11คน? พวกเขาดูเหมือนยังหนุ่มกันอยู่เลย’
แต่ตามที่เขาคิด การต่อสู้ 2 ต่อ 11 นั้นเป็นการต่อสู้ที่เสียเปรียบจริงๆ
และนอกเหนือจากนั้นดูเหมือนว่าโรอันและเพียร์สนั้นยังดูหนุ่มกว่าเขาอีก
อย่างไรก็ตามมันก็ใช้เวลาไม่นาน ความกังวลของคริสก็หายไป
……………………
‘เกิดอะไรขึ้น’
‘พวกไก่อ่อนมาอยู่ทำอะไรตรงนี้?’
เหล่าพ่อค้าทาสที่กำลังรอให้พระอาทิตย์ตกดินได้หันไปที่โรอันและเพียร์ส ที่อยู่ดีๆก็โผล่ออกมาจากพุ่มหญ้าและเพชิญหน้ากับพวกเขา
“โอ้?หือ?”
มีเพียงสีหน้าของนอร์แมนที่จำพวกเขาได้และหน้าซีดออกมา
เหล่าพ่อค้าทาสมองไปที่นอร์แมนด้วยความแปลกใจ
“ไอ้งั่งที่ทำตัวเป็นขยะ”
เสียงของโรอันทั้งเย็นและต่ำแต่เต็มไปด้วยพลัง
และจังหวะนั้นเองใบหน้าของเหล่าพ่อค้าต่างบิดเบี้ยว
“ไอ้หมอนี่ถ้าจะบ้า!”
“ไอ้บ้านี่มันโผล่มาจากไหนกัน?”
และตอนนั้นเองแสงจากพระอาทิตย์ตกได้มากระทบที่หน้าอกของเพียร์สและโรอัน
ไม่ใช่แค่ชุดเกาะ ตรากองทัพและยศของพวกเขาก็เห็นอย่างชัดเจน
“หา!”
“อะไร?”
“ค..คนของอาณาจักร?”
ตอนนั้นเอง เหล่าพ่อค้าทาสก็สะดุ้งพร้อมกับถอยหลังไป
โรอันชี้ไปที่พวกเขาด้วยปลายหอก
“ข้าคือผู้ช่วยทหารระดับ 5 โรอันจากกองกำลังโรสจากกองกำลังที่ 7”
เขามองไปที่ดวงตาของเหล่าพ่อค้าทาสด้วยความแน่วแน่
เป็นประกายตาที่เยือกเย็น
ราวกับว่าลมหนาวจากทางตะวันตกได้พัดเข้ามา
“ถ้าพวกเจ้าไม่อยากตาย ดังนั้นก็ยอมแพ้ซะ”
รอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าของเขา
“แต่โดยส่วนตัว…….”
“ข้าอยากให้พวกเจ้าต่อต้านพวกข้า!”