0 Views

“งั้น ช่างมันเถอะ”
โรอันยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มด้วยท่าทางใจเย็น
“อ่า ไม่ข้าแค่….”
เพียร์สพูดอึกอักด้วยท่าทางงุนงง
“ข้านึกว่านายพูดเล่น”
โรอันยิ้มและส่ายมือไปมา
ตอนนั้นเองเพียร์สก็ถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ รู้สึกตกใจจริงๆ”
“นึกว่าพูดเล่นประมาณว่า ไม่ต้องกังวลไปเดี่ยวข้าจะสอนเอง”
หลังจากที่พูดจบ เพียร์สลุกออกจากที่นั่ง
“ไปกันเถอะ”
“หา?ไปไหน?”
“นายบอกว่าจะสอนข้าเกี่ยวกับทักษะ หอกโรอัน”
หลังจากที่พูด โรอันก็ทำท่าทางใจลอย
“นายต้องการให้ข้าสอนตอนนี้? พวกเรากำลังดื่มกันอยู่นะ?”
หลังจากที่เขาพูดเสร็จ เพียร์สก็ยกแก้วเบียร์ของเขาดื่ม
อึก อึก
ลูกกระเดือกของเขาขึ้นลงไปมา
“เอื้อก พวกเราไปกันได้หรือยัง?”
เพียร์สเรอออกมาก่อนจะวางแก้วลง
โรอันมองไปที่แก้วว่างปล่าวและยิ้มออกมา
“ท่านผู้ช่วยโรอัน”
เพียร์สเร่งเร้าด้วยท่าทางจริงจัง
โรอันหายใจเข้าก่อนจะลุกขึ้น
“โอเค ไปกันเถอะ”
แต่อย่างไรดวงตาของเขายังจับจ้องไปที่แก้วเบียร์
“เราไม่ได้ดื่มเบียร์มานานแล้ว…”
ริมฝีปากของเขายังมีคราบเบียร์อยู่เลย
แต่เมื่อเขามองไปที่เพียร์สที่กำลังทำท่าทางฉุนเฉียว เขาก็รู้สึกสะใจเล็กน้อย
‘งั้นเราจะสอนท่าหอกเพียร์ให้กับสุดยอดอัจฉริยะทางด้านหอกเพียร์ส ไม่สิ ท่าหอกโรอัน?’
รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าของเขา
โรอันตีไปที่ไหล่ของเพียร์สและออกนำเขาออกจากบาร์
เพียร์สรีบตามหลังเขาออกไป
ทังสองได้ออกไปด้านนอกปราสาทเบโน่
พวกเขาได้ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปดังนั้นหลังจากที่ลมอ่อนๆของฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านมาลิ้นของพวกเขาจึงรู้สึกถึงกลิ่นหวาน
พวกเขาได้เดินออกไปทางประตูทิศเหนือและเดินต่อไปสักพักหนึ่งพวกเขาก็มองเห็นที่ราบกว้าง
‘ตรงนี้น่าจะดี’
สถานที่ตรงนี่เหมาะสมสำหรับการฝึกฝนหอก
โรอันรู้สึกอุ่นขึ้นเล็กน้อยและได้มองไปที่ท้องฟ้าทางด้านตะวันตก
เขามองเห็นแสงสว่างจากพระอาทิตย์อยู่เหนือภูเขา
‘สวย’
หัวใจของเขาได้เรียกร้องออกมา
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มองเห็นพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดตั้งแต่เขาเกิดมา
จังหวะนั้นเองเสียงของเพียร์ก็แทรกเข้ามา
“ท่านผู้ช่วยโรอัน มาเริ่มกันเถอะ”
โรอันยิ้มและพยักหน้าลง
“ตกลง พวกเราจะ….”
ตอนที่เขากำลังจะพูดจบ
เขาเห็นอะไรบางอย่างได้วิ่งมาอย่างรวดเร็วจากที่ราบทางทิศตะวันตก
‘อะไรน่ะ?’
โรอันเพ่งสายตาไปที่จุดเล็กๆทิ่ยู่ห่างไกลออกไป
ทันใดนั้น ฉากตรงนั้นก็ถูกดึงเข้ามาในสายตาของเขา
สิ่งที่เขาไม่เห็นเพราะว่าเรือนลางและไกล ได้ชัดเจนและอยู่ตรงหน้าเขา
“หือ?”
โรอันขมวดคิ้ว
เขารีบยกหอกขึ้นก่อนจะตะโกนไปที่เพียร์ส
“เพียร์สดูเหมือนพวกเราจะต้องวิ่งแล้วล่ะ”
“หา? นายกำลังพูดอะไรอยู่?”
เพียร์สถามกลับพร้อมกับทำท่าทางที่งุนงง
โรอันพุ่งไปด้านหน้าพร้อมตอบบกลับมาว่า
“มีใครบางคนกำลังถูกไล่ล่า”
ตึก ตึก
เพียร์สได้วิ่งตามหลังโรอันไปเล็กน้อย
“นายกำลังพูดถึงใคร?”
เขาถามออกไปราวกลับตะโกน และโรอันก็ตอบกลับมาทันที
“ชายหนุ่ม”
…………..
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”
เขาหายใจออกทางปาก
แต่อย่างไรเขาก็ไม่สามารถหยุดวิ่งได้
‘แม่งเอ๊ย เพราะเราทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ แม่ง ดูเหมือนว่าเราจะต้องมาตายตามลำพัง’
คริสกัดฟันตนเองแน่น
แขนด้านขวาของเขาบาดเจ็บ
‘โชคดีที่มันไม่ค่อยลึก…’
ตรงรอยยขาดของแขนเสื้อ สามารถเห็นรอยแผลได้อย่างชัดเจน
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้บาดเจ็บหนัก แต่เลือดก็ยังไหลออกมาไม่หยุด
‘ทำไมเราต้องเอามันมาด้วย แม่งเอ๊ย’
คริสมองไปที่หนังสือสีดำที่เขาใช้แขนซ้ายโอบกอดอยู่
มันมีขนาดประมาณฝ่ามือและหนาประมาณ2นิ้ว
<สมุดบัญชี>
‘ไอ้พวกบ้า ที่ได้ทำสมุดบัญชีขึ้นมาขณะที่ทำการขายทาส’
คริสหันกลับไปมองด้านหลัง
กุบ กุบ กุบ กุบ
ได้มีคนท่าทางอันตรายสองคนกำลังควบม้ามาอย่างบ้าคลั่ง
‘แม่ง ดูเหมือนว่าเราจะถูกจับได้ล่ะ’
ถึงแม้ว่าเขาจะวิ่งเร็ว แตก็ไม่ได้เร็วไปกว่าม้าหรอก
คริสตัดสินใจวิ่งเข้าไปตรงป่าทางตะวันออกเฉียงเหนือ
เพราะจะช่วยลดความเร็วม้าลงได้สักเล็กน้อย
‘เราน่าจะไปที่มิลเลอร์’
รู้สึกเสียใจเมื่อสายไป
มันเป็นปัญหาตั้งแต่ที่เขาได้ก้าวเข้ามาเนื่องจากลูกสาวของชาวบ้านในชนบทได้ถูกลักพาตัวไป
‘แต่ตอนนี้ไม่มีความหมายอะไรให้มาเสียใจตอนนี้แล้ว’
เขาได้ตัดสินใจไปแล้ว
มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเขาจะได้ไม่ต้องมาตำหนิตนเองภายหลัง
‘เยี่ยม! เราถึงป่าแล้ว!’
เขากำลังจะเข้าไปด้านใน
ก็มีเสียงดังออกมาจากด้านหลัง
ฟุบ ฟุบ ฟุบฟุบ
คริสไม่ได้มองกลับไป
เขาสามารถเดาได้ถึงสิ่งที่อยู่ด้านหลังได้
‘เฟี้ยว!’
เสียงขว้างวัตถุบางอย่างมา น่าจะเป็นเชือกที่ด้านปลายถูกถ่วงด้วยลูกเหล็ก
มันไม่ได้เป็นอันตรายต่อเขาแต่เป็นอาวุธที่ใช้จับตัวหรือขาและทำให้ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้
คลิสกัดฟันแน่นก่อนจะวิ่งออกไปทางด้นขวา
ตุบ!
เสียงลูกเหล็กได้ตกลงด้านขวาของตัวเขา
‘เยี่ยม! เราหล……’
ขณะที่เขากำลังจะโห่ร้องยินดี
ฟุบ ฟุบ ฟุบฟุบ
เสียงของลูกเหล็กที่ตกลงไปที่พื้นได้ยินออกมาอีกรอบ
‘ห่าเอ๊ย มีอีกอัน!’
เขาพยายามหลบมัน แต่เขาช้าเกินไป และเขาเห็นเข่าของเขาถูกรวบมัดอยู่
เชือกได้พันรอบเข่าเขาและรวบมันไว้ด้วยกัน
ตุบ!
คริสล้มลงบนพื้นและกลิ้งไป
“อั้คค”
เขารู้สึกเจ็บราวกับกระดูกห่านเป็นท่อนๆ
แต่ถึงอย่างนั้นคริสก็พยายามรีบลุกขึ้นมาทันที
‘เราต้องแก้เชือกที่พันก่อน’
เชือกได้พันที่ขาของเขาแน่น
มือของเขาได้แก้เชือกที่พันกันออกอย่างเร่งรีบ
แต่ตอนนั้นเองได้มีเงาดำล้อมรอบตัวเขา
“สุดท้ายพวกเราก็จับได้”
เสียงดังออกมาอย่างเย็นเยียบ
คริสกลืนน้ำลายก่อนจะยกหัวขึ้นดู
จังหวะที่เงยขึ้นมา เขาก็เห็นเท้าขนาดใหญ่ด้านหน้าเขา
ป้าปป!
“อ้าคค”
คริสกลิ้งไปหลายรอบด้วยการเตะครั้งเดียว
‘โธ่เว้ย ใบหน้าหล่อๆของเราเลอะไปหมดแล้ว’
เขาคิดไปเรื่อยเปลื่อย
ตอนนั้นเขาก็ได้ยินเสียงตะคอกดังออกมา
“สมุดบัญชีอยู่ไหน?”
คำถามถูกถามออกมาจากชายที่มีดวงตาเล็กและคางที่แหลม
ชายที่มีจมูกงองุ้มได้ชีนิ้วมาที่คริส
“โชคดีที่ยังอยู่กับมัน”
“จริงรึ?งั้นเอามาจากมันและรีบฆ่ามันเถอะ”
“ได้เลย”
ชายที่จมูกงองุ้มได้จับไปที่ไหล่ของคริสด้วยท่าทางสบายๆ
‘เราต้องไม่มาตายแบบนี้’
คริสกัดฟันแน่นและได้ขว้างสมุดบัญชีออกจากมือด้วยกำลังทั้งหมดของเขา
สมุดบัญชีได้เผยถึงกระดาษด้านในก่อนที่จะตกหายไปในพุ่มหญ้า
“ไอ้โง่!”
ชายที่มีจมูกงองุ้มได้ด่าเขาก่อนที่จะรีบวิ่งไปที่สมุดบัญชีตกอยู่
ตอนนั้นเองคริสก็รีบลุกขึ้นมาทันที
ขาของเขาที่ถูกพันด้วยเชือกได้ถูกปลดออกหมด
‘เราคิดว่าเราเกือบตายตอนแก้เชือกโดยไม่ให้พวกมันเห็น’
และเขาก็ริบพุ่งตนเองไปทางด้านข้าง
ปั้ค!
ปลายท้าวที่ทั้งแหลมและหนาได้เตะไปที่ด้านข้างของเขา
“อั๊ค!”
เขารู้สึกว่าลมถูกขับออกจากปอดของเขา
คริสจับไปที่ซี่โครงก่อนจะล้มลงไป
“ไอ้ห่า คิดหรอว่าพวกข้าจะไม่รู้ว่าจะทำอะไร ถุย!”
ชายที่มีดวงตาเล็กทำท่ารำคาญออกมา
ขณะเดียวกันชายที่มีจมูกงองุ้มได้วิ่งไปหยิบสมุดบัญชีที่ตกลงบนพื้น
“สตีฟ! สมุดบัญชียังอยู่ดีนะ”
เสียงตะโกนดังออกไป
“แล้วรีบกลับมาตัดหัวไอ้โง่นี่ด้วย”
ชายตาเล็ก พูดออกไปด้วยท่าทางรำคาญก่อนจะขึ้นม้าของเขา
ชิ้ง
ชายจมูกงองุ้มได้เข้ามาหาคริสช้าๆและได้ถอดดาบออกจากด้าม
“แกกล้าเอามือไปยุ่งกลับกลุ่มของเรา ก่อนอื่นเลยข้าจะตัดมือที่ไม่ดีของเจ้าก่อน”
คริสตระหนักได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นเรื่องยุ่งยากแล้ว
‘โธ่เว้ย เรายังไม่ได้ทำตามความฝันต่างๆเลยและต้องมาตายแบบนี้’
เขารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม
อายุของเขาเพิ่งจะ 22 ปี
มันยังเร็วเกินไปที่จะมาตายแบบนี้
ชายที่จมูกงองุ้มได้ยกมือขวาขึ้น
คมดาบได้สะท้อนแสงมา
‘ถ้าเรารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เมื่อคืนเราน่าจะกินให้มากๆ……’
เขากำลังคิดถึงเรื่องอื่น
หวี้!
เสียงอะไรบางอย่างได้แหวกอากาศเข้ามา
ทุกคนได้หันไปตามเสียงที่ดังออกมา
เป็นวัตถุที่เป็นแท่งยาวและท่าทางแหลมคมได้พุ่งฝ่าอากาศเข้ามาหา
แน่นอนว่าเป็นหอก
หอกได้แยกระหว่างคริสและสติฟออกจากกันอย่างแม่นยำ
ฉึก!
เสียงค่อนข้างแน่น
หอกได้พุ่งเข้าไปในผืนดินค่อนข้างลึกและปลายด้ามหอกสั่นไปมา
“หา! กะ เกิดอะไรขึ้น!”
ชายจมูกงองุ้มตกใจและมองไปทางที่หอกได้พุ่งมา
ซวบ ซวบ
ตอนนั้นเอง พุ่มหญ้าทางด้านที่หอกพุ่งมาได้ขยับไปมาและได้แยกออกเป็นสองทาง
“หยุดอยู่ตรงนั้น ทุกคนห้ามขยับ”
เป็นเสียงที่ดูยังเด็กแต่เต็มไปด้วยพลัง
คนที่ได้ออกมาจากพุ่มหญ้าก็คือโรอัน
และ เพียร์สได้เดินตามหลังมา
เขามองมาด้วยท่าทางกังวลเล็กน้อย
ตรงกันข้ามกับโรอัน เขาแสดท่าทางอย่างสงบและไปดึงหอกที่ติดอยู่ที่พื้นดิน
ปลายหอกได้ชี้ไปที่สตีฟ
“ข้าคือผู้ช่วยทหารโรอันจากกองกำลังโรสแห่งกองพลที่ 7เผยชื่อของเจ้ามา ”
ทันใดนั้นเองมือของสตีฟก็แข็งค้าง
‘โธ่เว้ย มาเจอคนของอาณาจักรที่นี่’
ดวงตาของเขามองไปที่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว
และตอนนั้นเอง คริสก็ตะโกนออกมา
“ไอ้พวกนี้มันเป็นพวกพ่อค้าทาส!”
และหลังจากที่คริสพูดจบ
“ห่าเอ๊ย!นอร์แมน!วิ่ง!”
สตีฟตะโกนและรีบวิ่งขึ้นม้า
ฮี้ ฮี้ ฮี้!
ม้าของพวกมันได้ร้องออกมาเสียงดังและได้ยกขาหน้าขึ้น
‘ตาย!’
สตีฟวางแผนที่จะกระทืบลงไปที่โรอัน
แต่ดูเหมือนว่าโรอันนั้นรู้ว่าสตีฟนั้นคิดอะไรอยู่
โรอันบิดตัวและก้าวออกไปทางด้านขวาสามก้าว
เขามองเห็นการเคลื่อนไหวของม้าช้าลงและชัดเจนขึ้น
‘เขาเผยจุดอ่อนเต็มไปหมด’
มันมีถึง 10 จุดที่เขาสามารถแทงหอกไปได้
‘แต่ตอนนี้การเคลื่อนไหวของเรายังทำตามไม่ได้’
เขารู้สึกขมขื่นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามเพียร์สไม่สามารถรู้เรื่องนี้ และคิดว่าโรอันกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย
เขารีบจับไปที่หอกของเขา
ฉึก
หอกได้แทงเข้าไปที่ตัวของม้าค่อนข้างลึก
ฮี้!
มันร้องออกมาก่อนที่จะส่ายไปมาด้วยการเคลื่อนไหวที่มั่วไปหมด
“หา!”
“อ้า!”
สตีฟสังเกตุเห็น แต่เพียรส์ไม่ได้ขยับเพราะเขากำลังงุนงงอยู่
แต่โรอันได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน
ฉั่วะ!
หอกของโรอันได้กวาดผ่านอากาศไป
ฟี้ว!
หอกด้ผ่านลำคอของสตีฟไป
‘มันพลาด!’
สตีฟดีใจและได้ดึงบังเหียนขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ทันใดนั้นเอง หอกที่แทงผ่านเขาไปได้ย้อนกลับมาและฟาดไปที่ด้านหลังของเขา
“อั๊ค!”
เป็นท่าที่มหัศจรรย์
หน้าอกของเขาล้มไปแนบกับม้า
“ฮึ่ม”
โรอันเปล่งเสียงออกมาทางจมูกก่อนที่จะหมุนข้อมือ และดึงหอกกลับมา
ตุ๊บ!
ตอนนั้นเองสตีฟก็ค่อยๆไหลและล้มลงไปจากม้า
“อ้าค”
สตีฟแสดงสีหน้าเคร่งเครียดและบิดตัวเองไปมา
โรอันรีบยกหอกของเขาขึ้นและแทงด้ามหอกไปที่กระเพราะของเขา
ตุบ!
“อุ๊ค!”
สตีฟได้สูญเสียสติสัมปัญชัญญทั้งหมดและหมดสติไป
กุบ กุบ กุบ
ตอนนั้นเองเขาได้ยินเสียงควบม้าดังออกไป
นอร์แมนนั้นเอง
เขารีบขี่ม้าพุ่งเข้าไปในป่าขณะที่สตีฟตาย
อันที่จริงโรอันพยายามที่จะตามเขาไป แตมีปัญหาสำคัญเรื่องความเร็ว
ม้าของสตีฟได้ขี่ไม่สามารถวิ่งได้ต่อแล้วเพราะโรอันได้โจมตีเข้าไป
ขณะเดียวกันนอร์แมนก็หายออกไปไกล
‘ไม่น่าทำอะไรได้’
เขาพอใจแล้วที่ได้ช่วยชีวิตคนไว้ได้หนึ่งคน
“เจ้าโอเครใหม?”
โรอันได้ถามออกไป และคริสก็พยักหน้า
“ใช่ ข้าโอเคร ขอบใจที่ช่วยชีวิตข้า”
ถึงจะดูไม่เป็นระเบียบ แต่เขาก็อ่อนโยนและสุภาพ
โรอันมองไปที่ใบหน้าของคริส
‘เราคิดว่าเราเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน…..’
เขาพยายามนึกถึงแต่เขาก็จำไม่ได้
ระหว่างนั้นเองคริสก็จับไปที่หน้าของเขาและเอียงศีรษะ
“มีอะไรบนหน้าของข้ารึ?”
โรอันหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วนก่อนจะพูดว่า
“ไม่ ข้าแค่รู้สึกคุ้นๆ พวกเราเคยเจอกันมาก่อนหรือไม่?”
หลังจากที่เขาพูด คริสส่ายหน้า
“ไม่ ไม่มีในความทรงจำของข้า  ข้าไม่ได้มาจากที่นี่ แต่จากเมืองหลวงของมิลเลอร์ ข้าวิ่งมาจากที่นั่น ”
“อ่าห์…”
ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงครางออกมาเบาๆจากปากของโรอัน
คริสที่วิ่งมา จากเมืองหลวงมิลเลอร์
มีแค่คนเดียวในอดีตที่เขามีลักษณะแบบนี้
‘คริส คริส เดรน!’
เขาเริ่มรู้สึกตัว
โรอันมองไปที่คริสด้วยดวงตาที่สงบ
‘ได้พบคริสที่นี่….’
คริส
ก่อนที่เขาจะได้ชื่อว่าเป็นชนชั้นสูงเขาไม่มีสกุลว่าเดรน
‘ผู้รับผิดชอบดูแลและค้นหาข้อมูลของเอียน ฟิลิป’
คนที่จะรู้ถึงข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับอาณาจักรรินท์เป็นเวลา 10 ปีนับจากนี้เป็นต้นไปและแน่นอนว่าทวีปต่างๆก็อยู่ตรงหน้าเขา
‘เราไม่แค่ได้พบกับ เอียน ฟิลิป เรายังได้เจอคริสด้วย’
สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นในชาติที่แล้ว
‘และนอกเหนือจากนั้น คริสเคยกล่าวว่าเขาจะไม่ออกจากเมืองหลวงมิลเลอร์ไปไหนจนกระทั้งได้พบกับเอียน ฟิลิป’
คริสอยู่ทางภาคตะวันออกของราชอาณาจักร และนอกเหนือจากนั้นเขามาปรากฏแถวชายแดน
โรอันถามเขาด้วยความระมัดระวัง
‘นายมาจากมิลเลอร์และทำอะไรที่นี่?’
หลังจากที่พูดจบคริสก็กัดไปที่ริมฝีปากล่าง
“เพราะว่าพวกมันพ่อค้าทาส ที่เรียกกลุ่มของตนเองว่า จอยลู่”
“กลุ่มจอยลู่!”
โรอันทวนอีกครั้งด้วยท่าทางประหลาดใจ
‘ถ้าเป็นกลุ่ม จอยลู่…..’
เป็นชื่อที่ค่อนข้างคุ้น
‘พ่อค้าทาสที่เราจับได้ขณะที่เรากำลังเคลื่อนที่ไปยังที่ราบพีเดียน ก็ถูกเรียกว่า จอยลู่’
‘หรือว่าอนาคตได้เปลี่ยนไปเพราะว่าเราได้ทำการจับตัวพวกมันกลุ่มจอยลู่ตอนนั้น’

ติดตามต่อได้ที่

https://www.facebook.com/monarch.novel/