0 Views

หลังจากที่การแจกรางวัลจบลง โรอันได้เตรียมตัวที่จะถอนกำลังออกทันที
เขาจะกลับไปในไม่กี่วัน
สีหน้าของเหล่าสมาชิกในกองทัพล้วนตื่นเต้น
แน่นอนว่าในระหว่างนี้โรอันก็ไม่ได้หย่อนหยานในการฝึก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกซ้อมหมู่และได้เริ่มฝึกฝนหอกอีกครั้งเพื่อสามารถใช้น้ำตาแห่งคาเรี่ยนได้ดียิ่งขึ้น
ซวบ!
โรอันวิ่งผ่านโซนโขดหิน
ที่มีหินก้อนเล็กและใหญ่มากมาย  โรอันไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อยในการก้าวผ่านไป
การเคลื่อนไหวราวกับน้ำที่ไหลไป
ขณะที่โรอันได้วิ่งผ่านโขดหินเขารู้สึกหายใจไม่ทัน
‘ช้า ช้า’
เพราะว่าน้ำตาแห่งคาเรี่ยน ทำให้ความสามารถในการมองเห็นของเขานั้นดีขึ้นมา
ถ้าเขามองไปที่ฉากเดิม เขาสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าเมื่อก่อน
ขณะที่เขาวิ่งผ่านโขดหินอย่างไม่หยุด เขาสามารถมองเห็นถึงมุมของโขดหินที่แหลมเอียงหรือเล็ก ได้อย่างชัดเจน
โรอันเลือกจุดที่เขาจะวางเท้าลงผ่านสายตาก่อนที่จะกระโดดไป
และตอนนี้มีปัญหาเล็กๆเกิดขึ้นตอนนี้
เขาได้เก็บข้อมูลที่จะไปที่จุดนั้นแต่ร่างกายของเขาไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้
พูดง่ายๆคือร่างกายของเขาไม่สามารถตามสายตาของเขาได้ทัน
‘ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็หมายความว่าเขารู้ว่าหอกจะมาจากที่ไหนและลูกศรจะบินจากไหน?’
แต่เขาไม่สามารถหลบมันได้
‘สุดท้ายแล้วเราก็ต้องฝึก ฝึกและก็ฝึก’
เขาต้องสร้างพละกำลังและความแข็งแกร่งให้มากขึ้น เคลื่อนไหวให้เร็วขึ้น และทำให้ร่างกายเบาขึ้น
และมันก็เหมือนกับทักษะหอกและความสามารถในการสู้รบของเขา
‘ถึงแม้เราจะเห็นจุดอ่อนของศัตรู?แต่เราไม่สามารถแทงไปที่จุดนั้นได้’
เขาต้องใช้ความพยายามมากว่าแต่ก่อน
ฟุบ!
โรอันเริ่มวิ่งออกไปรอบๆโซนโขดหินอีกครั้ง
ตอนนั้นเองก็มีใบหน้าที่ดูคุ้นเคยปรากฏออกมาเหนือโขดหิน
“ท่านผู้ช่วย! ท่านผู้ช่วยโรอัน!”
เกล็นนั้นเอง
โรอันหยุดวิ่งและมองไปที่เกล็น
ทันใดนั้นเขาก็เห็นใบหน้าที่อยู่ไกลออกไปได้มาอยู่ตรงหน้าเขา
‘เริ่มถอนกำลัง พวกเขาเริ่มถอนกำลังกันแล้ว!’
น้ำเสียงของเขาตื่นเต้น
การถอนกำลังของกองกำลังโรสได้เริ่มขึ้นแล้ว
‘ในที่สุดก็เริ่มถอนกำลัง’
จนถึงปราสาทเบโน่ ที่ตั้งสถานที่กองบัญชาการ  น่าจะใข้เวลาประมาณ 2วัน
หลังจากที่ใช้กลยุทธ์กวาดล้างมอนสเตอร์ในที่ราบพีเดี่ยน ก็ต่อสู้สิ้นสุดลงอย่างแท้จริง
‘การสิ้นสุดของสงครามนั้นเป็นเรื่องที่มีความสุขจริงๆ’
รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าของเขา
แต่อย่างไรรอยยิ้มของเขาก็กลายเป็นเรียบเฉย
‘ไม่ สงครามมันยังไม่จบมันแค่การพักผ่อน’
หลักจากนนี้อีก1ปี การกวาดล้างในที่ราบพีเดี่ยนก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
ไม่แค่นั้น แต่มอนเตอร์ในที่ราบก็จะเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่อาณาจักรอื่น ๆ และจักรวรรดิจะโจมตีมาได้ตลอดเวลา
สงครามไม่มีวันจบ
‘ระยะเวลานี้มันจะยาวนานแค่ไหน?’
เขาไม่ได้หวังว่าจะไม่มี
เพราะครั้งแรกที่เขาได้หยิบหอก เขาได้ตัดสินใจที่จะอยู่ในสนามรบและตายที่นี่
“ถึงแม้ว่าเขาต้องการที่จะมีชีวิตที่ยืนยาว”
อย่างน้อยเขาต้องการให้เกิน 38 ปี
โรอันยิ้มออกมาเล็กน้อยและส่ายมือไปที่เกล็น
“ข้าจะรีบตามไป!”
“ครับ!รับทราบครับผม!”
เกล็นตะโกนกลับมาและหายไปในโขดหิน
โรอันเคลื่อนที่ไปช้าๆและหัวเราะออกมา
เพราะว่าใบหน้าของเกล็น นั้นมีความเบิกบานราวกลับเด็ก
แล้วความทรงจำที่เขาลืม…ไม่สิความทรงจำที่เขาพยายามจะลืมได้เข้ามาภายในหัวเขา
‘อ่า!บ้านเกิดของเขาอยู่แถวปราสาทเบโน่’
บ้านเกิดของเกล็นอยู่ที่หมู่บ้านดิโอ้ ที่อยู่ด้านข้างปราสาทเบโน่
เขาเกิดและโตมาที่นั้น
‘หมายความว่า….’
เธอ จากในความทรงจำของเขา ได้เติบโตขึ้นที่นี่เหมือนกัน
เขารู้สึกดีและไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไร
แต่เขารู้สึกกังวลมากจนเขาไม่สามารถซ่อนมันเอาไว้ได้
……………………..
ที่ประตูทางเข้าปราสาทเบโน่
โรอันได้เคลื่อนที่เข้าไปในปราสาท เขาเปิดตาทั้งสองกว้างด้วยคามประหลาดใจ
“โว้ววว! ฮูเล่ กองกำลังโรส!”
“ยินดีที่กลับมาอย่างปลอดภัย!”
“โรส! โรส!”
เสียงตะโกนดังเต็มหูของเขา
ผู้คนที่หลั่งไหลมาและได้ล้นหลามไปตามถนน
‘เสียงเสียงให้กำลังใจและยินดีดังมาก….’
เขาได้มุ่งอยู่กับสนามรบมา 20ปี
และในแวลาแบบนี้  เขามีประสบการณ์มากมายในการกลับไปที่หมู่บ้านหรือปราสาทที่มีศูนย์บัญชาการอยู่
แต่เสียงที่ให้กำลังใจและยินดีที่เขาได้รับในวันนี้ไม่สามารถเทียบได้กับในอดีตเลย
‘เมื่อตอนที่พวกเราได้ชนะสงครามกับอาณาจักร ไบรอน และกลับมาอย่างมีชัย’
ตอนที่กลับมา พวกเขาได้รับการสรรเสริญมากกว่านี้
แต่อย่างไรการต่อสู้ครั้งนั้นเป็นการต่อสู้เพื่อประเทศโดยมีประเทศแขวนอยู่บนเส้นด้าย และพวกเขาก็กลับมาพร้อยชัยชนะ
มันไม่เหมือนการกลับมาจากการกวาดล้างมอนเตอร์
โรอันมองไปที่ท่าทางและสีหน้าของเหล่าประชาชน
และท่ามกลางฝูงชนเขาได้เห็นเด็กผู้หญิงน่ารักได้ถือช่อดอกกุหลาบอยู่
เกลและเหล่าผู้ช่วยได้ลงมาจากม้าและก้มตัวลงเล็กน้อยราวกับรอใครบางคนอยู่
เด็กหญิงได้ใส่ดอกกุหลาบลงในชุดเกาะด้วยท่าทางเขินอาย
“ขอบใจนะ”
“ขอบใจ”
ทักทายอย่างสุภาพ
“พวกเรามีความสุขที่พวกท่านกลับมาอย่าปลอดภัย”
เด็กหญิงที่สวยและน่ารักได้ตอบกลับมา
และจังหวะนั้นเองก็มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งได้เดินมาหาโรอัน
เธอวิ่งมาหลังจากได้เห็นป้ายอันดับยศ
“เรามีความสุขที่ท่านกลับมาอย่างปลอดภัย”
เสียงของเด็กผู้หญิงขี้อาย
โรรันลังเลอยู่ครู่หนึ่งและก้มตัวลงเล็กน้อย
เด็กผู้หญิงขยับมือเล็ก ๆ ของเธอและใส่ดอกกุหลาบที่ด้านข้างของชุดเกราะ
“ขอบใจนะ”
โรอันยิ้มเบา ๆ และลูบศีรษะของเธอเบาๆ
“ฮี่”
เด็กผู้หญิงนั้นยิ้มให้อย่างสดใสและหายตัวไปในกลุ่มคน
ในระหว่างนั้นสมาชิกในกองกำลังได้ยุ่งอยู่กับจังหวะการเดินของพวกเขา
“ว้า!”
“โรส! โรส!”
เสียงเชียร์จากผู้คนยังดำเนินต่อไป
โรอันหันศีรษะไปเล็กน้อยและมองไปที่กลุ่มทหารด้านหลัง
ทุกคนต่างมีความสุขและก็ส่ายมือให้กับคนที่พวกเขาคุ้นเคย
‘ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่แปลกใจกับเสียงเชียร์เหล่านี้’
นั่นหมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างกองทหารกับประชาชนนั้นอยู่ในระดับดี
‘เขาเป็นผู้บัญชาการที่ดีกว่าที่เราคิดไว้ซะอีก’
เขายังมีความรู้สึกว่าเกลเป็นผู้บัญชาการที่ดีในชีวิตที่ผ่านมาของชาติที่แล้วของเขา
เขาที่ยังคงอยู่ต่อสู้กับพวกก็อบลินที่ซุ่มโจมตีและคอยช่วยเหลือเหล่าทหารจนวินาทีสุดท้าย
‘เขาเอาใจใส่ประชาชนเป็นอย่างดีในฐานะที่เขาเป็นทหาร’
และนั่นเป็นเหตุผลที่พวกเราได้รับการเชียร์แบบนี้
เขาเห็นศูนย์บัญชาการใหญ่อยู่ห่างออกไป
โรแมนยิ้มเบา ๆ และวางมือลงบนหน้าอกซ้าย
หัวใจของเขารู้สึกตื่นเต้นมาก และด้วยเสียงเชียร์ของประชาชนทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก
ภายในหน้าอกของเขามีเศษกระดาษเล็ก ๆ ที่เกลมอบให้กับเขาก่อนที่จะถึงปราสาทเบโน่
‘สมาชิกกองร้อยคงจะชอบนี่’
มุมปากของเขายกขึ้น
เราต้องการกลับไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่และแสดงกระดาษชิ้นนี้ต่อพวกเขา
‘พวกเขาคงจะยุ่งเหยิง’
เขามั่นใจ
เพราะไม่มีวัตถุใดๆอย่างกระดาษชิ้นนี้ที่ทำให้เขารู้สึกสับสนมากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา
และระหว่างนั้นเองทางเข้าศูนย์บัญชาการใหญ่ก็อยู่ด้านหน้าของเขา
ตอนนี้ก็ถึงคราวสำหรับงานเทศกาล
………………………………………
“เรื่องจริงหรอ?!”
“จริงหรอ! มันคือพักร้อนจริงๆหรอ?”
“และไม่ใช่ 2 คืน 3 วัน หรือ 3 คืน 4 วัน แต่เป็น 4 คืน 5 วัน!”
เป็นปฏิกิริยาที่คาดไว้แล้ว
ไม่เป็นปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่าที่เขาคาดไว้
โรอันยิ้มและมองไปที่กระดาษ
แผ่นกระดาษที่อยู่ตรงอกของเขา
เศษกระดาษเล็ก ๆ ที่เกลมอบให้กับเขาก่อนที่จะถึงปราสาทเบโน่ นั้นคือคำอนุญาติพักร้อน
และมันก็ไม่ใช่เรื่องปกติ
‘เพื่อให้ทั้งกองร้อยได้หยุดพักผ่อน’
มันเป็นใบอนุญาตสำหรับพักร้อนไม่เพียงสำหรับเขา แต่สำหรับทั้งกองร้อย
“แล้วพวกเจ้าเก็บของกันเรียบร้อยแล้วใช่ใหม”
หลังจากที่เขาพูดจบเหล่าสมาชิกในทีมก็รีบรวบรวมสิ่งของของพวกเขาไว้
เป็นฉากที่พวกเขารีบใส่สิ่งของลงในกระเป๋าอย่างรีบร้อน
และในท่ามกลางเหล่าทหาร อัสตินได้แสดงการเก็บอย่างเรียบร้อยและมีระเบียบ
“เพราะวันหยุดพักผ่อน พวกเขาจึงไม่มีระเบียบอะไรเลย”
โรอันยิ้มเบา ๆ และมองไปที่สมาชิกในกองร้อย
เป็นเพราะโรอันได้อยู่แบบพลหอกธรรมดามากกว่า10ปีในชาติที่แล้ว
เขาจึงเข้าใจเป็นอย่างดีถึงรางวัลชิ้นใหญ่และความสุขของการพักผ่อนสำหรับทหารธรรมดา
สมาชิกของกองร้อย 12 ได้บรรจุสิ่งของต่างๆไว้ในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจัดการได้รวดเร็วกว่าที่จะเตรียมต่อสู้อีกนะ?”
โรอันแสดงอารมณ์ขุ่นหมอง
“อแฮ่ม”
สมาชิกกองร้อยได้หัวเราะออกมาอย่างกระอักระอ่วนและแกล้งไอออกมา
และอัสตินที่อยู่ด้านข้างเขาได้ถามขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
“ท่านผู้ช่วยท่านไม่เก็บของหรือครับ?”
โรอันพยักหน้าด้วยท่าทางใจเย็น
“บ้านเกิดของเราอยู่ภายในหุบเขาเกล็น ดังนั้นวันหยุด 4 คืนและ 5 วันจึงไม่มีความหมาย เรากำลังวางแผนที่จะพักอยู่ที่ศูนย์บัญชาการ”
“อ่า….”
อัสตินและเหล่าสมาชิกกองร้อยต่าอุทานออกมาเบาๆ
“งั้น ผมจะรีบกลับมา”
หลังจากที่อัสตินเอ่ย
ก็มีประโยคมากมายดังออกมาจากทุกคนในกองร้อย
“ผมก็จะรีบกลับมา”
“ข้าด้วย”
“ผมก็เหมือนกัน”
โรอันได้ส่ายมือว่าไม่ต้องพร้อมกับยิ้มออกมา
อัสติน ได้ตบมือ ออกมา
แปะ
“งั้นพวกเราถือโอกาศนี้มารับประทานอาหารร่วมกัน? มาดื่มเบียร์หลังจากที่พวกเราได้กลับมากันเถอะ”
ทันทีที่เขาพูดจบเหล่าสมาชิกก็ได้เชียร์ออกมา
“โอ้!ดีมาก!”
“ดี!”
เสียงเชียร์ดังออกมาทั่วห้อง
อัสตินยักไหล่แล้วมองไปที่โรอัน
ท่าทางของเขาราวกับถามว่า ‘จะทำอย่างไรถ้าทุกคนต้องการมันมาก?’
โรอัน ยิ้มและพยักหน้า
“อันที่จริง เราวางแผนที่จะดื่มร่วมกับสมาชิกในกองร้อยออยู่แล้ว ถ้าทุกคนสนใจให้นัดวันมาแล้วพวกเรามาดื่มเมื่อพวกเรากลับมาถึงที่นี่ ”
“ครับผม!รับทราบ!”
ทุกคนตอบกับมาเสียงดัง
‘พวกเขาท่าทางมีความสุขมาก’
เมื่อมองไปที่พวกเขาที่กำลังมีความสุขแค่ไหนเขาก็รู้สึกพอใจ
แปะ
โรอันตบมือก่อนที่จะดันไปที่ด้านหลังของเหล่าสมาชิกกองร้อย
“ดี! ตอนนี้กลับไปที่บ้านเกิดของคุพวกเจ้าเถอะ! ไปพักผ่อนกันได้แล้ว! ”
สมาชิกทีมได้ผลักดันกันราวกับว่าพวกเขากำลังถูกไล่ออกจากห้อง
จากนั้นพวกเขาก็บอกลาขณะถือกระเป๋าในมือ
“งั้นพวกเราไปก่อนนะครับ”
เสียงของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
โรอันหัวเราะเบาๆก่อนที่จะโบกมือลา
“ไปเถอะ”
คำบอกลาสั้นๆ
อัสตินและเหล่าสมาชิกกองร้อยได้เคลื่อนตัวไปที่ประตูด้านหน้าศูนย์บัญชาการ
โรอันยืนขึ้นและมองไปที่ด้านหลังของพวกเขา
‘พวกเขาเป็นคนดี’
คนที่เขาต้องการจะอยู่ด้วยกันจนถึงสิ้นสุด
รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากของโรอัน
และตอนนั้นเอง ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังออกมาจากด้านหลังของเขา
“ท่านผู้ช่วยโรอัน”
“หือ?”
โรอันหันศรีษะกลับไปมองที่เจ้าของเสียง
“เพียร์สทำไมยังอยู่ที่นี่”
เจ้าของเสียงคือเพียร์สนั้นเอง
เขาหัวเราะออกมาอย่างกระอักกระอ่วนก่อนที่จะส่ายหัวของเขา
“บ้านเกิดของเรานั้นอยู่ค่อนข้างไกล เราจึงวางแผนที่จะพักผ่อนอยู่ที่ศูนย์บัญชาการ”
“อ่า นายเคยบอกว่าบ้านเกิดของนายนั้นอยู่บริเวณภาคกลางของพื้นที่ใช่ใหม?”
“ใช่ เรามาจาก หมู่บ้านบีเรียจากพื้นที่บิลิงตั่น”
“ค่อนข้างไกล”
“ใช่ครับ”
โรอันและเพียร์ส มองไปที่กันและกันก่อนจะฝืนยิ้มออกมา
หลังจากที่พวกเขาได้รับวันหยุดพักร้อน แต่พวกเขาก็ไม่รู้จะไปไหน
ตอนนั้นเอง เพียร์สก็เอ่ยถามอย่างสุภาพ
“งั้นพวกเราไปดื่มกันใหมครับ?”
…………………………
มันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างออกไป
โรอันได้ดื่มเบียร์อุ่น
‘เราเคยได้ดื่มกับเพียร์สมาก่อนหรือเปล่า…..’
เขานึกถึงความจำของเขา
‘อ่าห์! นี่มีครั้งนึง’
หลังจากที่เพียร์สได้เป็นดยุก
วันนั้นหลังจากที่เขาจะเดินทางไปเมืองหลวงเขาได้กลับไปมาที่ศูนย์บัญชาการใหญ่และได้มองหาเขา
‘เขาได้ซื้อไวน์ราคาแพงมา’
วันนั้น เพียร์สได้แบ่งขวดไวน์กับเขาโดยไม่ได้พูดอะไรและจากไป
โรอันก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำและก็ดื่มไวน์จนหมด
‘นั้นคือครั้งสุดท้ายที่พวกเราได้เจอกัน….’
แน่นอนว่าเขาเห็นกันและกันจากที่ไกลๆ
อย่างไรก็ตามความแตกต่างระหว่างพวกเขานั้นยิ่งใหญ่และห่างไกลเกินไป
เพียร์สยืนอยู่บนฐานที่สูงแต่โรอันยืนอยู่ในต่ำแหน่งที่ต่ำกว่า
‘มันถูกเรียงตามคุณค่า’
ระยะห่างของพวกเขานั้นไกลกันมาก
แต่เขาไม่เคยพูดออกมาเลยว่าเขาเป็นดยุก หรือสุดยอดผู้บัญชาการ หรือขุนนางจากปากของเขา
บางทีนั่นอาจจะเป็นการเห็นอกเห็นใจจากเพียร์ส
เขาได้ถูกแช่อยู่กับความทรงจำเก่า ๆ
“ท่านผู้ช่วยโรอัน?”
เสียงของเพียร์สดังเข้ามา
“นายกำลังคิดไรอยู่หรอ?”
“อ่าห์ ไม่มีอะไร แค่คิดว่าเดือนที่ผ่านมานั้น รู้สึกว่ามันเป็นเดือนที่บ้าคลั่ง”
“มันผ่านไปโดยไม่รู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะเป็นอย่างไร”
เพียร์สยิ้มออกมานิดหน่อยและได้ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม
อึก อึก
เขาดื่มหมดแก้วและมองไปที่โรอันอย่างมุ่งมั่น
“ท่านผู้ช่วย”
โรอันมองกลับไปที่ดวงตาของเขาราวกลับรอคำตอบอยู่
เพียร์สก็ได้พูดต่อ
“นายรู้นิสัยของเราดีใช่ใหม? เรานั้นขี้อายและและขี้ขลาดและไม่กล้าได้กล้าเสีย ไม่ชอบยืนอยู่หน้าคนอื่น ๆ และก็ไม่ค่อยเข้าใจในความสัมพันธ์ของผู้คน”
โรอันพยักหน้าอย่างไม่รู้สึกตัว
เพียร์สครูดเล็บของเขาไปกับโต๊ะ
ครึด ครึด
เสียงเสียดสีไปกับไม้ดังออกมา
“เรารู้สึกเสียใจตลอดในช่วงฝึกซ้อม หรือว่าเราควรจะกลับไปที่บ้านเกิดและทำฟาร์ม? เราคิดเรื่องนี้มามากแล้ว”
กึก
นิ้วของเขาก็ได้หยุด
เพียร์ส มองไปที่โรอันอย่างมุ่งมั่น
เป็นสายตาที่เร่าร้อน
“แต่หลังจากที่ ได้มองไปทีท่านผู้ช่วยโรอัน เรารู้สึกเปลี่ยนไป”
โรอันกำลังรอเขาพูดต่อ
“กลยุทธ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ยุทธวิธีที่โดดเด่นทักษะหอกที่น่าอัศจรรย์ ……และ แน่นอนว่าเรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้น่าอัศจรรย์ แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้น ”
เขาใส่พลังในการพูด
“ความพยายาม”
เพียร์สหายใจเข้าลึกๆ
“ท่านผู้ช่วยไม่เคยพลาดแม้แต่วันเดียวในการฝึกซ้อมกับกองร้อย หรือ ฝึกกับกองกำลังใหญ่ และฝึกส่วนตัวและนั้นไม่ใช่ทั้งหมด”
สายตาของเขาเร่าร้อนขึ้น
“นายใช้ความพยายามในการทำความเข้าใจสมาชิกภายในทีมและเข้าใจพวกเขา นายดูแลแลนส์ทั้งคืนเพราะเขาบาดเจ็บที่ไหล่ของเขาและนายยังค้นหายาแก้ปวดกระเพราะทั่วทั้งกองเพื่อที่จะทำการรักษา และ……”
เพียร์ส เริ่มพูดถึงเรื่องที่ โรอัน ได้ทำเพื่อทหารของกองร้อยที่12 โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
โรอันยอ้มออกมาเล็กน้อย
“เราแค่ทำในสิ่งที่ผู้ช่วยทหารต้องทำ”
หลังจากที่เขาพูด เพียร์สส่ายหัวของเขา
“ไม่ มีเพียงนายคนเดียวทื่พยายามมากเกินไป”
เสียงที่แน่วแน่และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ท่านผู้ช่วย  นายจะกลายเป็นผู้บัญชาการที่ยอดเยี่ยม และจะกลายเป็นขุนพลที่ยิ่งใหญ่ที่จะเขย่าไปทั้งอาณาจักรรินท์ ไม่ซิ ทั้งทวีป ”
โรอันยิ้มอย่างสดใสก่อนจะพยักหน้า
“ถ้าเราได้เป็นขุนพลที่ยิ่งใหญ่ เจ้าก็จะเป็นพลหอกที่เก่งที่สุดในทวีป”
“เรา?”
“ใช่ ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า เจ้าสามารถทำมันได้แน่นอน”
โรอันมองไปที่ดวงตาของเพียร์สอย่างแน่วแน่
ดวงตาของเขาไม่มีอาการสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
‘ดวงตาของเขา……?’
เพียร์สรู้สึกว่าหัวใจของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง
‘’มันเป็นสายตาที่เขามองมาที่เรา และให้เราต่อสู้ที่ป่าอิ่น’’
ตอนนั้นเพียร์สรู้สึกหวาดกลัวต่อการเผชิญหน้ากับพวกยักษ์
และตอนนั้นโรอันได้พูดประโยคสั้นๆกับเขา
<ข้าเชื่อในตัวเจ้า>
‘เป็นดวงตาที่เหมือนกัน’
ดวงตาที่ไม่เชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถเป็นพลหอกที่ดีที่สุดในทวีปนี้ได้
เพียร์สกัดริมฝีปากล่าง
เขามองไปที่โรอันด้วยสายตาซับซ้อน
“ถ้า………..”
เสียงของเขาสั่น
“ถ้าเราได้เป็นพลหอกที่ดีที่สุดในทวีปแล้วให้เราเป็นผู้ช่วยของนาย”
จากคำพูดของเขา โรอันยิ้มและส่ายหัว
“เราไม่สามารถเป็นได้?”
เพียร์สถามเขากลับท่าทางงงงวย
“ใช่?นายไม่สามารถทำแบบนั้นได้?”
โรอันพยักหน้าช้าๆ
“แน่นอนว่า เราไม่สามารถที่จะใช้พลหอกที่เก่งที่สุดในอาณาจักรมาเป็นแค่ผู้ช่วย อย่างน้อย นายก็จะเป็นแม่ทัพ”
“อ่า……..”
เพียร์สถอนหายใจด้วยความโล่งใจ
แล้วเขาก็มองไปที่ดวงตาของ โรอันอย่างแน่วแน่
“อย่าลืมคำมั่นสัญญานี้”
“แน่นอน”
โรอัน ยิ้มและพยักหน้า
แล้วเขาก็คิดถึงเรื่องนึง
“ถ้า เพียร์ส……….”
มุมปากของเขายกขึ้นสูงเล็กน้อย
“เพียร์ส”
“ครับ?”
เพียร์ส วางถ้วยที่เขาถือไว้
โรอัน ถามด้วยเสียงต่ำมากราวกับว่าเขากำลังกระซิบ
“เราควรจะสอนทักษะหอกแก่นาย?”
“ทักษะหอก?”
“ใช่ นี่จะเหมาะสมกับนายมาก”
เพียร์สยิ้มอย่างสดใสและพยักหน้า
“สอนเรา!”
แล้วเขาถามกลับด้วยความระมัดระวัง
“แต่ชื่อของมันคืออะไร?”
จากคำพูดเหล่านั้น โรอัน หัวเราะออกมานิดหน่อยและตอบกลับ
“ทักษะหอกโรอัน”
ทักษะหอกโรอัน
จริงๆแล้วมันไม่มีทางที่จะมีตัวตนได้
‘แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถเรียกมันว่าทักษะหอกเพียร์สได้’
โรอันวางแผนที่จะสอนทักษะหอกเพียร์สให้กับเพียร์ส
อันที่จริง ทักษะหอกเพียร์สนั้นถูกคิดค้นมาจากเขาอีก8ปีนับจากนี้
‘ถ้าเพียร์สได้เรียนรู้สิ่งนี้ก่อนจะถึง8ปีข้างหน้า จะเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหนที่เกิดขึ้นมา….’
มันเป็นวิธีการเข้าไกล้สุดยอดพลหอกอีกขั้น
‘ถ้าเราได้รับยกลำดับกองกำลัง ……… ‘’
ทักษะหอกเพียร์ส ไม่ ทักษะหอกโรอันจะช่วยพวกเขาได้มาก
จากนั้นเสียงแหบห้าวของเพียร์ซก็ได้ดังออกมา
“ใช่? แต่ชื่อของมันทำให้เราไม่ค่อยอยากเรียนรู้ทักษะนี้เท่าไร …”

 

ติดตามต่อได้ที่

https://www.facebook.com/monarch.novel/