0 Views

อารอนได้ประทับตราลงในกระดาษ
“นี่คือตราประจำตระกูลของเรา ถ้าเจ้าแสดงมันออกมาเจ้าจะสามารถเข้าไปในหอสมุดเบร็นได้”
“ขอบคุณครับ”
โรอันก้มหัวลงและทำความเคารพ
“และเอาหอกและรางวัลอื่นไปด้วย”
“ครับ?”
หลังจากคำพูดของอารอน โรอันก็ทำท่าทางประหลาดใจ
“ด้วยผลงานของเจ้า เราไม่สามารถให้แค่รางวัลเข้าไปที่หอสมุดเบร็นได้  ดังนั้นเราจึงตั้งใจที่จะมอบพวกนี้ให้แก่เจ้า รับไปซะ”
การตัดสินใจของอารอน
โรอันไม้ได้ปฏิเสธและรับหอกและถุงเรียญเงินมาอย่างน้อบน้อม
‘เราได้รับมากกว่าที่เราคิดไว้อีก’
และการมอบรางวัลผลงานของเขาก็จบลง
โรอันทำความเคารพอารอนและเหล่าเสนาธิการและได้ออกจากห้องประชุม
เกลบอกกับเขาว่าเขายังมีเรื่องที่จะคุยกับอารอนอยู่
‘เราควรออกไปดีใหม?’
เรายังมีเวลามากมายจนกว่าจะถึงกลางคืน
‘ออกไปก่อนล่ะกัน’
โรอันได้ออกจากศูนย์บัญชาการและไปที่หอสมุดเบร็นที่อยู่บริเวณใจกลางของปราสาทไอเพ่น
เป็นระยะทางที่เขาคุ้นเคย
เขาได้เดินลงด้านไปตามถนนที่ถูกสร้างมาอย่างดี และเขาก็เห็นอาคารโบราณตั้งอยู่ห่างออกไป
สถานที่นี้ถูกสร้างโดยจอมเวทย์ หลุยส์ เบร็น เขาอยู่บริเวณแถบนี้ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต และหลังจากที่เขาเสียชีวิตอาคารนี้ก็ถูกสร้างขึ้น
‘สถานที่นี้เป็นที่แหวนของเบร็นได้หลับไหลอยู่’
โรอันได้กระพริบตาเบาๆ
……………
หลุยส์ เบร็น
จอมเวทย์ที่มาจากทางตะวันตกของอาณาจักร์ริทน์ ปราสาทไอเพ่น
เขากลายเป็นจอมเวทย์ในราชวงศ์ของอาณาจักร รินท์ หลังจากที่เขาได้เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ6 ดาวตอนที่อายุ 57ปี และหลังจากที่เขาได้ทำงานให้ราชวงศ์มานับ 10 ปี เขาก็กลับมาที่ปราสาทไอเพ่นและก็เสียชีวิตหลังจากนั้น5 ปีต่อมา
ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเขาได้สร้างหอสมุดเบร็นโดยอยู่ในการดูและของอาณาจักรรินท์ และเขาได้ทิ้งหนังสิอของเขาไว้ หลังจากที่หลุยส์ตาย จอมเวทย์มากมาย ปราชญ์และเหล่าขุนนาง ได้มาที่หอสมุดนี้และได้เรียนรู้และอ่านหนังสือที่เขาได้ทิ้งไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เหล่าผู้คนก็เริ่มจะไม่สนใจ
<ไม่เห็นมีอะไรเลย>
<ในนั้นมีแค่หนังสือธรรมดาที่สามารถหาอ่านได้ทั่วไป>
เหล่าผู้คนที่ได้เข้าไปต่างวิจารณ์ออกมาในทางเดียว
ถึงจะมีกฎที่มีเพียงขุนนางเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาได้ แต่ก็ยังมีผู้เยี่ยมชมเป็นจำนวนมากอยู่ดี
แต่เพราะคำวิจารณ์ทำให้ที่นี่กลายเป็นหอสมุดร้างที่ไม่มีใครมาสนใจ
‘ถึงจะสร้างมันมาอย่างดีแต่ก็ไม่สามารถใช้งานประโยชน์จากมันได้เต็มที่’
โรอันมองไปที่ประตูทางเข้าอาคารโบราณที่ตั้งตะง่านอยู่ด้านหน้า
‘เอียน ฟิลิป ได้ใช้หอสมุดและสถาบันการศึกษาอย่างเต็มประสิทธิภาพ’
เอียนซึ่งเป็นนักยุทธศาสตร์ที่ไม่มีใครเทียบและได้แสดงให้เห็นถึงทักษะพิเศษของเขา
ผลพวงจากความเก่งกาจของเขาทำให้ถนนทั้งหลายมีการบำรุงรักษาและสถานเรียนรู้ก็ได้รับการฟื้นฟูมากขึ้น
‘สำหรับบุคคลที่มีความสามารถ  ก็จะมีให้เลือกสรรหามากขึ้น ’
เอียนเชื่อแบบนั้น
เขาคิดว่าการสรรหาคนใหม่ๆเข้ามา จะเป็นจุดสิ้นสุดของทางตัน
‘ถ้าหมอนั่นไม่ทำการปฏิวัติ….’
คนที่ใครๆต่างเรียกว่าราชันย์ผู้บ้าคลั่ง
ด้วยการปรากฏตัวของคนๆนั้น หนังสือต่างๆเกี่ยวกับทางทหาร ไม่ว่ากลยุทธ์หรือ การเสริมสร้างต่างๆของเอียน ก็ได้หายสาบสูญไปหมด
‘ถ้าให้เราคิดเกี่ยวกับมัน ตอนนี้เขาน่าจะอายุยังไม่เท่าไร’
เขารู้สึกขมขื่น
‘เราต้องไปพบเขาก่อนที่เขาจะบ้าคลั่ง’
เพื่อความสงบสุขของอาณาจักรรินท์ ไม่  สำหรับชีวิตอันมีค่าของพลเรือนในอาณาจักร
“เห้อ แต่อย่างแรกที่เราต้องทำคือ สิ่งที่อยู่ด้านหน้าของเรา”
โรอันขจัดความคิดที่อยู่ในหัวออกไป และเดินเข้าไป
เขาเปิดประตูหอสมุดและก็ปิดประตูลงเมื่อได้เข้ามาด้านในแล้ว ด้านในมีกลิ่นบางอย่างมาเตะที่จมูกของเขา
‘กลิ่นของรา’
การบำรุงรักษานั้นแย่กว่าที่เขาคิด
บนผนังและเพดานได้มีรูปร่างของงานแกะสักปรากฏให้เห็นอยู่ แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยใยแมงมุมและฝุ่นที่จับตัวหนา
“ใคร?”
ชายหนุ่มที่ทำหน้าที่ดูแลทางเข้าได้ลุกขึ้นยืน
โรอันได้คลี่กระดาษที่ได้รับมาจากอารอน
“เราต้องการเข้าไป”
“อ่า….นี่คือสัญลักษณ์ของท่านบารอน เทต”
“ชายหนุ่มได้ยิ้มออกมาอย่างสุภาพและชี้ไปที่ห้องสมุด”
“เจ้าสามารถเข้าไปตรงนั้น”
“ขอบใจมาก”
โรอันได้ทำความเคารพก่อนที่จะเปิดประตูห้องสมุด
เอี๊ยดด
เสียงไม้เสียดสีกันได้ดังออกมา
ตึง
หลังจากที่เขาได้ปิดประตูลงและเข้ามา เขาก็เห็นจำนวนชั้นหนังสือมากกว่า 20 ชั้นอยู่ด้านหน้า
มันมีขนาดใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้ซะอีก
‘หนังสืออัตชีวประวัติของหลุยส์ เบร็นอยู่ไหน?’
โรอันตรวจสอบหนังสือบนชั้นหนังสืออย่างละเอียดถีถ้วน
เขาได้ผ่านชั้นหนังสือที่ 6 และกำลังไปที่ชั้นหนังสือที่ 7
มุมปากของเขาก็ยกขึ้นฉับพลัน
‘อยู่นี่เอง’
ชั้นหนังสือที่ 7
และมันอยู่ตรงด้านล่างเป็นตำแหน่งที่เขาต้องคุกเข่าก้มลงหยิบมันขึ้นมา
นี่คือหนังสืออัตชีวประวัติของหลุยส์ เบร็น
ในอัตชีวประวัติของหลุยส์ เบร็น ที่ประกอบด้วยหนังสือ 20 เล่มได้รับการบันทึกเรื่องตั้งแต่ตอนที่เขาเกิดมาจนกระทั่งเขาเสียชีวิต
‘ในหนังสือนั้นเต็มไปด้วยเรื่องไร้ประโยชน์มากมาย’
เพราะแบบนั้น ผู้คนที่ได้อ่านจึงไม่มีใครได้อ่านตั้งแต่แรกเริ่มไปจนจบ
‘เราต้องเริ่มอ่านหนังสือนี้จากเล่ม 1 จนถึงเล่ม 20 ตามลำดับ’
โรอัน หยิบหนังสือเล่มแรกออกมาและเดินไปที่โต๊ะที่อยู่มุมห้อง
โต๊ะที่มีรูปร่างหนากว่าโต๊ะตัวอื่น
โรอันวางหนังสือตรงด้านบนขวาของโต๊ะและเดินไปหยิบหนังสือจากชั้นหนังสืออีก
‘เราต้องทำซ้ำจนกว่าจะครบ 20 เล่ม’
มันเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก
‘เพราะว่าไม่มีใครได้ค้นพบแหวนที่ซ่อนอยู่ไต้โต๊ะตัวนี้’
รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
เหตุผลที่แหวนของเบร็นได้ถูกค้นพบนั้นเป็นเพราะความโชคดี
หลังจากนี้ 6ปี หอสมุดเบร็นจะถูกดูแลรักษากันใหม่เพราะว่าความเสียหายที่รุนแรงที่เกิดจากไฟใหม้
‘ทำให้หนังสือทั้งหมดได้ถูกกำจัดและหายไป ส่วนโต๊ะเก้าอี้เกือบครึ่งล้วนเสียหายเพราะถูกเผาใหม้’
และพวกเขาก็ได้ค้นพบแหวนอยู่ในด้านในชั้นไม้ที่ถูกเสียหายเพราะไฟไหม้ไปครึ่งนึง
‘แหวนวงนี้ถูกมอบให้อารอน เทรต’
อันที่จริงแหวนของเบร็นนั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ดีชิ้นนึงในโลก
จากที่รู้มามันสามารถเพิ่มปริมาณมานาของผู้สวมใส่ และสามารถใช้เวทย์มนต์ที่ถูกผนึกรวมไปทั้งเพิ่มคุณสมบัติบางอย่างได้
แน่นอน ว่าความจริงเหล่านี้ถูกเปิดเผยโดยอารอน เทรต
‘แต่โรอันเชื่อว่าเขาไม่ได้พูดออกไปทั้งหมด’
แต่เพียงสิ่งที่ถูกเปิดเผยออกมาก็มั่นใจได้ว่านี่เป็นสิ่งประดิษฐ์พิเศษ
‘โชคดี ที่พวกเขาค้นพบวงแหวนของเบรนท์พร้อมกับจดหมายของหลุยส์’
ภายในจดหมายได้บอกถึงวิธีที่จะเปิดชั้นบนของโต๊ะตัวนี้ บันทึกไว้อยู่
และอารอนก็ได้เปิดเผยถึงเนื้อหาทั้งหมด
‘เพราะแหวนวงนี้จะไม่สามารถูกถอดออกได้จนกว่าเจ้าของจะตาย’
เพราะแบบนั้น คนธรรมดาแบบโรอัน จึงรู้ได้ถึงต่ำแหน่งที่แหวนของเบร็นได้ซ่อนอยู่ และเขารู้ถึงวิธีที่จะได้มันมา
เขายิ้มออกมาเล็กน้อยและเดินไปที่โต๊ะพร้อมกับหนังสือเล่มที่ 20
“วิ้ว”
ใบหน้าของเขาแสดงความกังวล
โรอันถอนหายใจออกมาและวางหนังสือเล่มสุดท้ายลงไปที่มุมบนขวาของโต๊ะ
กึง
ทันใดนั้นเองแสงจางๆก็เรืองแสงออกมาจากมุมโต๊ะ
‘แม่ง’
สาณการณ์ที่เขาไม่คาดคิด เขารีบหันกลับไปมองประตูทางเข้า
ประตูยังปิดสนิทอยู่
ใบหน้าของโรอันเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
‘เร็วเถิด เร็วๆ’
แสงดูเหมือนจะตระหนักว่า โรอันนั้นรู้สึกอย่างไรและก็จางหายไปในไม่ช้า
ตึง
ในเวลาเดียวกัน ได้มีช่องว่างปรากฏขึ้นตรงกลางของโต๊ะและแผ่นไม้ด้านบนก็ได้เริ่มเลื่อนออกด้านข้าง
กึง
จากช่องว่างที่ปรากฏก็มีกล่องสี่เหลี่ยมโผล่ออกมา
เป็นกล่องที่มีขนาดเท่ากับหนังสือ
ทันทีที่เขาเปิดกล่องออก เขาก็เห็นจดหมายขนาดเท่าฝ่ามือ
<ข้าชื่อ หลุยส์ เบร็น ข้าได้ทิ้งของขวัญชิ้นเล็กๆนี้ไว้ให้กับคนที่ได้อ่านชีวประวัติของข้าจนจบ>
เนื้อหาของจดหมายนี้เริ่มต้นเหมือนกับที่เขาจำได้ เขียนประมาณว่าเขาต้องอ่านหนังสือตั้งแต่เล่มที่1 ถึงเล่มที่20
ตามลำดับ บนโต๊ะที่หลุยส์ชื่นชอบตัวนี้ จึงจะสามารถรับของขวัญเล็กๆจากเขาได้
<ข้าหวังว่าจะใช้มันในทางที่ดี>
คำพูดสั้นๆที่ทิ้งไว้ในท้ายจดหมาย
โรอันพับเก็บอย่างปราณีตและไว้ภายในอกของเขา
“นี่คือแหวนเบร็น”
แหวนที่ดูค่อนข้างชำรุดที่อยู่ภายในกล่อง
“วิ้ว”
เขาหายใจออกสั้นๆ
เขาใส่แหวนลงไปที่นิ้วชี้ด้นซ้าย
หวิ้ง
ทันใดนั้น แหวนก็เริ่มสั่นและก็เริ่มหดขนาดลงจนมีขนาดเท่ากับนิ้วชี้ของเขา
ว้าบ!
วงแหวนหยาบๆที่ไม่มีลวดลายใด ๆ ก็ส่องสว่างก่อนจะกลับรูปร่างเดิม
มันดูไม่ค่อยมีค่าและดูราคาถูกถ้าดูจากภายนอก
‘เรารู้สึกดีใจจริงๆ’
มันไม่มีอะไรให้ดึงดูดความสนใจ
‘มีเหล่าขุนนางมากมายที่ถูกดึงดูดด้วยเพชร’
และตอนนั้นเองความรู้สึกสดชื่นก็กระจายออกมาจากแหวน
‘อ่า นี่คือความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิภายนอก’
อันที่จริงโรอันไม่รู้ถึงวิธีการใช้งานมานา
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็สามารถใช้ทักษะพื้นฐานบางอย่างได้
และหนึ่งในนั้นก็คือความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิภายนอก
‘ตอนนี้ เราก็จะรักษาอุณหภูมืในร่างกายได้แม้ว่าจะเป็นฤดู ใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง หรือ ฤดูหนาว’
ซึ่งหมายความว่าต่อจากนี้เขาจะไม่ตายจากอาการร้อนหรือ หนาวแล้ว
นอกเหนือจากนั้นเขายังสามารถควบคุมความร้อนภายในร่างกายได้อีกด้วย
เพราะแบบนี้เขาจะไม่เสียเหงื่อในการฝึกซ้อมหรือการต่อสู้ ถึงแม้ว่าเขาจะเคลื่อนไหวเยอะแค่ไหนก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ก็มีทักษะอื่นๆที่เขายังชื่นชอบอยู่อีก
‘มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง แต่ก็ยังมีทักษะอื่นๆที่ยังซ่อนอยู่อีก’
ทักษะการซ่อนตัวตน
ถึงแม้ว่ามันไม่สามารถใช้ซ่อนตัวต่อพวกนักฆ่า หรือมือสังหาร แต่ก็สามารถซ่อนตัวตนได้บางจังหวะ
มันเป็นทักษะที่มีประโยชน์มากกว่าที่คิด
‘จะทำให้การต่อสู้ของเราคาดเดาได้ยากขึ้น’
เหล่าผู้คนนั้นจะส่งสัญญาณก่อนที่จะกระทำบางอย่าง
และในสนามรบ จุดนี้เป็นจุดสำคัญที่จะบ่งบอกว่าร่างกายของพวกเขาจะเคลื่อนไหวไปทางไหน
นี่เป็นข้อเสียเปรียบในการต่อสู้ในสนามรบ
‘นอกเหนือจากนั้น ถ้าเราได้เรียนรู้การใช้งานมานา เราจะสามารถใช้ความสามารถซ่อนตัวได้และยังสามารถเพิ่มทักษะนี้ได้อีก’
เป็นความสามารถที่อารอนได้แสดงออกมาเมื่อชาติที่แล้ว
‘ไฟบอล ลูกธนูเวทย์ ก้าวพริบตา โล่ ฮิว ฯลฯ ’
เพราะแบบนี้ทำให้ อารอนที่ได้ปกครองปราสาทไอเพ่นนี้ในชาติที่แล้วได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองพลภาคตะวันตกของอาณาจักร์รินท์หลังจากที่เขาได้รับแหวนเบร็น
‘เราค่อนข้างเสียใจต่อท่านอารอน เทรต’
เพราะว่าเขาได้แย่งโอกาศที่เขาจะได้เลื่อนต่ำแหน่งผู้บัญชาการ
‘อย่างไรก็ตาม เราต้องเรียนรู้การใช้มานา เพื่อที่จะได้ใช้ทักษะต่างๆที่อยู่ในแหวนได้’
ดวงตาของเขาเจิดจ้าราวกับมีเปลวไฟอยู่
‘เราจะต้องไปที่เขตแดนพ็อตเตอร์’
สถานที่นั้น เต็มไปด้วยโอกาส ไม่สิ อนาคต
โรอันจัดการความคิดของเขาก่อนที่จะเก็บกล่องเปล่า
‘อย่างแรกกลับไปที่ค่าทหารของเรา’
เขาได้รับในสิ่งที่เขาต้องการแล้ว
เขาไม่ต้องการที่จะอยู่ในหอสมุดเบร็นอีกต่อไป
เขานำกล่องปล่าวใส่กลับเข้าไปในโต๊ะ
กึง
โต๊ะได้กลับมาในรูปแบบเดิม
โรอันเดินออกไปด้วยสีหน้าที่โล่งใจ
‘อ่า’
ตอนนั้นเองเขาเห็นหนังสืออัตชีวประวัติของเบร็น 20 เล่มวางอยู่บนโต๊ะ
‘ถึงแม้ว่า เขาได้ให้รางวัลเรามากมาย….’
โรอันหันหลังกลับไปที่โต๊ะและหยิบหนังสือพวกนี้ไปวางไว้ที่ชั้นเหมือนเดิม
“เราจะใช้มันอย่างดี”
เขากล่าวคำอำลาสั้นๆ
ตอนนี้เขาวางแผนจะกลับออกไปหลังจากที่เขาวางหนังสือลงบนชั้นอย่างระมัดระวัง
ตึก
หนังสือเล่มสุดท้ายที่เขาจัดเข้าชั้น ได้เด้งออกมา
“ทำใมมันถึงกระเด็…..”
โรอันหยิบหนังสือเล่มนั้นมาและมองไปที่ช่องชั้นวางหนังสือโดยไม่คิดอะไร ตอนนั้นเองใบหน้าของเขาแข็งค้าง
“นี่คิออะไร?”
อันที่จริงช่องตรงนั้นจะต้องว่างเปล่า
‘กล่อง?’
มีกล่องที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
‘หรือนี่จะเป็นสมบัติอีกชิ้น?’
อดของเข้าเต้นออกมาอย่างรุนแรง
เขานึกถึงความทรงจำภายในหัวเขา
แต่อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถจำถึงสิ่งนี้ได้เลย
โรอันจับไปที่กล่องอย่างระมัดระวัง
คลิ้ก
หลังจากที่เขาเปิดกล่องขนาดถนัดมือ เขาก็เห็นวัตถุประหลาดอยู่ข้างใน
‘นี่ดูเหมือน’

 

https://www.facebook.com/monarch.novel/