0 Views

กองพลที่ 7 ได้มาถึงที่ปราสาท ไอเพ่นแล้ว ต่ำแหน่งที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของอาณาจักรรินท์ และหลังจากที่เดินทางมาเป็นเวลา 10วัน
ผู้ที่ปกครองปราสาทไอเพ่น  ผู้บัญชาการทหารกองพลที่ 7 บารอน อารอน เทต   เริ่มแจกรางวัลผลงานก่อนที่พวกทหารได้ไปที่กองบัญชาการใหญ่
ส่วนการรับรางวัลของกองกำลังโรสอยู่ในตอนท้าย พวกเขาจึงตั้งแคมป์พักผ่อนก่อน
เป็นเวลาที่ผู้บัญชาการหรือแม่ทัพได้ผักผ่อน ส่วนเหล่าทหารก็ได้ผักผ่อนกันเต็มที่
แต่โรอันได้ใช้เวลานี้ในการฝึกฝนทักษะหอกของเขา
‘เราต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญสิ่งนี้ เราจำได้ถึงวิธีที่ทำให้เชี่ยวชาญเร็วที่สุด’
ทักษะหอกเพียร์ส เป็นสิ่งที่เขาเชี่ยวชาญและได้เรียนมาตลอด 20 ปีในตอนที่อยู่ในสนามรบ
และนอกจากนั้น เขายังจักษะได้อีกมากมาย ทักษะหอกต่างๆ ทักษะต่อสู้ ฯลฯ
‘เราต้องฝึกฝนและต้องฝึกซ้อมจนกระทั้งร่างกายของเราสามารถจดจำได้เอง’
ตั้งแต่ที่โรอันได้กลับมาอดีต เขาได้พยายามเร่งตัวเขาให้ถึงจุดสูงสุดต่างๆ
เพราะว่า พละกำลัง ความข็งแกร่ง การเคลื่อนไหว และแน่นอนว่า ทักษะหอก ของเขายังถือว่าอ่อนด้อยมาก
‘เพียร์สเป็นส่วนช่วยได้มาก’
โรอันทิ้งเวลาส่วนตัวและมุ่งมั่นกลับการฝึกท่าทางหอกของเพียร์ส
‘เพราะเหตุนี้เราจึงสามารถเรียนรู้และขัดเกลาท่าทางให้มีความละเอียดขึ้นได้’
ถึงแม้ว่าทักษะของเขาตอนนี้จะไม่ดีเท่าก่อนที่เขาจะตาย แต่ถึงกระนั้นก็ค่อนข้างใกล้เคียงแล้ว
‘ถึงแม้ว่าจะยังบกพร่องเล็กน้อย’
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เขาค่อนข้างพอใจและทักษะของเขาเริ่มนิ่งแล้ว
โรอันกลัวว่าตนเองจะเริ่มขี้เกียจ
เขามุ่งเน้นไปที่การฝึกทักษะหอกของเขาบนสนามฝึกที่ว่างตรงมุมนึงของค่าย
‘ฟุบ’
เส้นผมของเขาปลิวไปตามแรงลม
ฟุบ!
หอกของเขาส่ายไปมาราวกลับเต้นรำและตัดผ่านอากาศ
ทักษะหอกของเขาตอนนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าเลยแม้แต่น้อย
และก็เริ่มที่จะช้าลงและเริ่มกลายเป็นนุ่มนวล
‘หือ?’
ตอนนั้นเองเขารู้ราวว่ามีใครจับจ้องเขาอยู่
“วิ้ว”
เขาหายใจออกช้าๆและหยุดการฝึกลง
ในเวลาเดียวกันก็มีชายร่างใหญ่ปรากฏตัวขึ้น
เขามีใบหน้าที่คุ้นเคย
เขาคือรองผู้บัญชากองร้อย อัสติน
“ท่านผู้ช่วยโรอัน”
เป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“เกิดอะไรขึ้น?”
โรอันยอ้มออกมาเบาๆก่อนจะถามกลับ อัสตินก็ยกหัวแม่มือขึ้นก่อนจะพูดว่า
“ถึงตาพวกเราแล้ว”
เขายิ้มออกมาอย่างสดใส และพูดต่อว่า
“ในที่สุดก็ถึงตาของท่านผู้ช่วยโรอันรับรางวัลผลงาน”
“อ่า….”
โรอันครางออกมาเล็กน้อย

‘มันเป็นเวลา4วันแล้วสินะที่พวกเรามาถึงปราสาทไอเพ่น’
ในขณะเดียวกันทหารที่ได้รับรางวัลแล้วก็ได้กลับไปที่กองบัญชาการตนเองแล้ว
“ตาเรามาถึงแล้ว”
เขาได้ตัดสินใจเลือกที่เขาต้องการแล้ว
‘เราจะเข้าไปที่หอสมุดเบร้น’
มันไม่ได้ยาก
ตอนนี้หอสมุดเบร้นมีเพียงแค่ชื่อ
อันที่จริงมีแค่จำแหน่งขุนนางเท่านั้นที่เข้าไปได้ พวกเขาจึงไม่สามารถเข้าไปได้
‘พวกเขาจะไม่ปฏิเสธข้อเสนอของเราที่จะเข้าไปในหอสมุด’
แน่นอนว่าโรอันคิดแบบนั้น
“ท่านผู้ช่วยโรอัน”
อัสตินพูดอีกครั้งหลังจากที่เห็นโรอันใจลอย
หลังจากนั้นโรอันก็พยักหน้าช้าๆ
“อืม พวกเราจะไปกันหรือยัง?”
โรอันเริ่มก้าวเดินออกไปช้าๆ
เขาได้ออกไปจากแคมป์และไปที่เต๊นท์ของผู้บัญชาการกองกำลัง ที่อยู่ตรงกลางค่าย เขาเห็นเกลได้ยืนรอพวกเขาอยู่ด้านนอกแล้ว
“สุดท้ายแล้วก็ถึงตาของพวกเจ้า พวกเจ้ารอมานานแล้วใช่ใหม?”
“ไม่จริงหรอกครับ”
โรอันก้มหัวลงเล็กน้อย
เกลเดินไปด้านหน้าเขาก่อนจะพูดว่า
“ถ้าเจอผู้บัญชาการกองพล เจ้าสามารถถามเขาได้ทุกอย่าง แต่ ต้องพูดความจริงกับเขา ไม่ต้องกลัวเขาหรอก”
เขาพยายามอธิบายโรอันเกี่ยวกับนิสัยใจคอของอารอน และขั้นตอนการรับรางวัลขณะที่เดินไปที่ปราสาทไอเพ่น
‘ดูเหมือนอารอนชอบที่จะพูดตรงๆมากกว่าการอ้อมค้อม’
โรอันยิ้มออกมาเล็กน้อย
ข้อมูลเล็กน้อยเหล่านี้จะช่วยเพิ่มจุดแข็งของเขาในภายหลัง
ในขณะเดียวกัน เกลและโรอัน ได้เดินผ่านประตูปราสาท และได้เข้ามาถึงกองบัญชาการใหญ่ของกองทัพที่7
“สวัสดีครับท่าน!”
ทหารที่ทำหน้าที่เฝ้าประตู ได้สังเกตุเห็นเกลและได้ทักทายเขา
เกลพยักหน้าเบาๆและเดินเข้าไป
เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากเกี่ยวกับรางวัลที่โรอันจะได้รับ
“ผู้บัชชาการกองกำลังโรส เกล และผู้ช่วยทหาร ลำดับ 5 โรอันมาแล้วครับ”
ทันทีที่พวกเขาแจ้งออกไป ประตูขนาดใหญ่ก็เปิดออก
‘ใหญ่โตมาก’
ขนาดกองผู้บัญชาการนั้นมีขนาดใหญ่มาก
เพดานนั้นสูงและพื้นที่ด้านในนั้นกว้างมาก
เก้าอี้ไม้แบบมีพนักพิงยาวอยู่ชิดด้านข้างและตรงกลางมีโต๊ะขนาดใหญ่วางอยู่
‘ผู้บัญชาการกองทัพ อารอน เทต ’
หลังตะขนาดใหญ่พวกเขาเห็นอารอนนั้นนั่งอยู่
เขาอยู่ตรงกลางและกำลังมองเอกสารมากมายบนโต๊ะ
เกลยืนด้านหน้าโต๊ะก่อนจะทักทายว่า
“ผมผู้บัชชาการเกล จากกองกำลังโรส”
โรอันก็ก้มตัวลง ตามเขาและพูดว่า

“ผู้ช่วยทหารระดับ5โรอัน จากกองกำลังโรส”
ตอนนั้นเอง อารอน ที่กำยุ่งอยู่กับเอกสารด้านหน้า ได้เงยหัวขึ้น
ชายวัยกลางคนหกคนที่นั่งถัดจากอารอนได้แสดงความสนใจขึ้น
‘หมอนี่คือโรอัน’
‘เขาเรียกตนเองว่าปิศาจแห่งสนามรบ’
‘หมอนี่ได้สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ให้กับกองพลที่7ของเรา’
ชายวัยกลางคนที่เป็นเสนาธิการที่คอยรับใช้อารอน
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นเสนาธิการแต่ก็อาจกล่าวได้ว่าพวกเขาอยู่ในระดับที่สูงกว่าเกล
‘ด้วยเหตุนี้ ผู้บังคับบัญชากองพลริชาร์ด จากกองกำลังพิเศษจึงต้องการเขา?’
‘ซึ่งก็หมายความว่าเขาดูเป็นคนดี’
‘เราควรนำเขามาอยู่กับเราดีใหม?’
ดวงตาของเหล่าเสนาธิการต่างจับจ้องไปที่โรอัน
และโรอันก็ไม่รู้สึกถึงสายตาและการจับจ้องเลยแม้แต่น้อย
‘เราจะทำในสิ่งที่เราต้องทำ’
ตอนนี้ เขาจะต้องไปที่ปราสาทเบรน และหลังจากนั้นก็ขอพักร้อนและไปที่ดินแดนพอตเตอร์
เขาไม่มีแผนการที่จะย้ายไปกองกำลังอื่นหรือไปรับใช้ผู้บัญชาการคนอื่น
“เมนเดล อ่านรายงายของเขา”
หลังจากที่อารอนพูดจบ ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ด้านข้างเขา ก็ได้หยิบกระดาษม้วนหนามาและกางมันออก
“เราจะเริ่มจากที่เขาค้นพบกองทัพก็อบลินที่กำลังรอซุ่มโจมตีที่หุบเขาเอล”
เมนเดลเริ่มอ่านรายงาน ผลงานของโรอันตั้งแต่ที่เขากลับมาจากอดีต เช่น กลยุทธ์น้ำท่วม และสิ่งที่เขาได้ทำที่ทุ่งราบ พีเดี่ยน
แค่พูดออกมาว่าผู้บัญชาการของพวกมอนเตอร์นับสิบตนได้ถูกเขากำจัด ทุกๆคนก็แสดงท่าทางประหลาดใจออกมา
‘สำหรับชายที่มีอายุเพียง18ปี แต่ได้สร้างผลงานเยอะขนาดนี้ ’
นอกเหนือจากนั้น จากในรายงาน เขาได้ช่วยเหลือกองกำลังพันธ์มิตรจากการถูกกวาดล้าง ทุกๆคนก็แสดงท่าทางตกใจออกมาอีก
‘ไม่ใช่ว่าเขาพึ่งผ่านค่ายฝึกมาหรือ?’
‘ผลงานของเขามีมากกว่าที่เราได้ยินซะอีก’
เหล่าเสนาธิการล้วนประหลาดใจและมองไปที่โรอัน
อีกด้านนึง ท่าทางของอารอนยังสงบอยู่
เขามองไปที่โรอันอย่างละเอียด
‘เขาน่าจะซ่อนอะไรบางอย่างอยู่ ใช่ใหม?’
อารอนลุกขึ้นและเดินไปหาโรอัน
เมนเดลนั้นตกใจไปชั่วขณะแต่ เขาไม่ได้หยุดอ่านรายงาน
ควับ
อารอนจับไปที่ข้อมือของโรอัน
‘หือ?’
โรอันรีบก้มศรีษะพร้อมกับขมวดคิ้ว
‘เกิดอะไรขึ้น?’
เขาไม่เข้าใจการกระทำที่เกิดขึ้น
และตอนนั้น ก็มีความรู้สึกแปลกๆเข้ามาในข้อมือของเขา
ราวกลับว่าเขาโดนจักจี้โดยขนนกเย็นๆ
โรอันรู้จักความรู้สึกนี้
‘มันคือมานา’
เขายังเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี่ไม่กี่ครั้งเพราะเพียร์สในชาติที่แล้ว

และตอนนี้ อารอนได้ส่งมานาเข้ามาด้านในของโรอัน
เพื่อตรวจสอบว่า โรอันสามารถควบคุมมานาได้หรือไม่
‘เขาคงสงสัยเกี่ยวกับเรา?’
โรอันกัดริมฝีปากเล็กน้อย
ไม่จำเป็นที่จะต้องสงสัยอะไรในตัวเขา
อารอนจับข้อมือของเขาอย่างนุ่มนวล
“วิ้ว”
หลังจากนั้นชั่วครู่ อารอนก็ถอนหายใจออกมาและกลับไปที่เดิมของเขา
บนหน้าของเขามีรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย โดยถ้าไม่สังเกตุดีๆก็จะไม่พบเห็น
“เขาไม่เคยได้เรียนการใช้มานาดังนั้น….”
หมายความว่าเขาได้ฆ่าพวกผู้บัญชาการของพวกมอนเตอร์ โดยใช้แค่ทักษะหอกธรรมดา
‘เขาได้ฆ่าผู้บัญชาการของพวกอ็อคโดยใช้แค่ทักษะหอก โดยไม่มีการบรรจุมานา?’
มันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ
‘เขาแค่โชคดี?หรือว่าทักษะทางด้านหอกของเขานั้นเกินมารตฐาน?’
ถึงจะแบบไหน มันก็เห็นได้ว่าเขามีพละกำลังที่แข็งแกร่ง
‘ถ้าเขาโชคดี? ช่างมันเถอะ! ถ้าทักษะหอกของเขายอดเยี่ยม ก็อาจจะเป็นไปได้’
ทันใดนั้น สีหน้าดีใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอารอน
“ด้วยสิ่งนี้ ข้าได้จบการรายงานเรียบร้อย”
ขณะเดียวกัน รายงานเกี่ยวกับผลงานของโรอันก็ได้เสร็จสิ้นลง
“ยอดเยี่ยม”
เสียงนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“เป็นผลงานที่มหัศจรรย์มาก”
“ไม่มีข้อตำหนิใด ๆ เลย”
“เหนือที่คาดไว้ซะอีก”
เหล่าเสนาธิการต่างยกนิ้วให้
“ผมแค่โชคดี”
โรอันก้มศรีษะลง
ไม่ได้อ่อนน้อมเกินไป
เขาไม่ได้ต้องการจะปิดบังผลงาน
อารอนเริ่มมองไปที่ใบหน้าของโรอันราวกับเจาะเข้าไปก่อนจะพูดออกมาอย่างตรงๆว่า
“ด้วยผลงานของเข้านั้นยิ่งใหญ่ รางวัลของเจ้าก็จะยิ่งใหญ่ด้วย แล้วสิ่งที่เจ้าต้องการคืออะไร?”
มาแล้ว
เกลก้มหัวลงเล็กน้อย และส่งสัญญาณทางสายตาไปให้เขา
‘ถ้าต้องการอะไรให้บอกไปเลยตรงๆ’
เขานึกถึงสิ่งที่เกลได้แนะนำต่อเขา  ตอนที่กำลังเดินมาที่ศูนย์บัญชาการ
โรอันก้มศรีษะลงเล็กน้อยก่อนและมองไปที่อารอน
“มีสิ่งนึงที่ผมต้องการครับ”
“โอ้”
อารอนอุทานออกมาเล็กน้อย
เขาคิดว่าอาจจะ แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะขอบางสิ่งที่ต้องการ
เขาพูดต่อด้วยท่าทางแสดงควมสนใจ
“เป็นเรื่องดี เพราะตัวของเจ้ายังดูสดใหม่ ใช่ บอกข้ามา ถ้ามันไม่มากเกินไปข้าจะรับฟังเจ้า ”

โรอันหายใจเข้า
เขาเงียบไปชั่วครู่และนั้นทำให้อารอนหงุดหงิด
โรอันยิ้มออกมาก่อนที่จะตอบกลับด้วยเสียงที่เบาแต่เต็มไปด้วยพลัง
“ผมต้องการเข้าไปในหอสมุดเบร็น”
กึก
ทันใดนั้นเอง ใบหน้าของอารอนก็บิดเบี้ยวเล็กน้อย
ไม่ใช้แค่เขา ใบหน้าของพวกเสนาธิการและกระทั้งเกลก็บิดเบี้ยว
‘หอสมุดเบร็น?’
‘เขาต้องการแค่ไปหอสมุดเบร็นสำหรับรางวัลของเขา?’
‘เขาเสียสติไปแล้วหรือเปล่า?’
พวกเขาทั้งหมดรู้สึกหมดแรง
อารอนหัวเราะออกมา
“โฮ่! เจ้าต้องการไปที่หอสมุดเบร็น? นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการ?”
“ใช่ ถูกแล้วครับ”
โรอันก้มตัวลงเล็กน้อย
เขาเข้าใจถึงสิ่งที่เหล่าเสนาธิการ เกล และอารอนคิด
‘พวกเขาคงไม่สามารถเข้าใจว่าทำไมเราจะไปที่หอสมุดเก่าๆที่ไม่มีใครได้เยี่ยมชม’
แม้กระทั่งโรอันเอง ถ้าไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์ นั้นเขาก็ไม่ได้สนใจที่นี่
และตอนนั้นเองชายหัวล้านที่นั่งด้านข้างโรอันก็เอ่ยเสียงเครียดมาว่า
“แต่ว่า ถ้าอยากไปที่หอสมุดเบร็น ก็หมายความว่า……………”
เขาหยุดประโยคสุดท้ายไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยออกมาราวกับว่ามันยากที่จะเชื่อ
“เจ้าสามารถอ่านได้?”
หลังจากคำพูดนี้ ทุกคนก็แสดงท่าทางประหลาดใจ ไม่เว้นแม้แต่เกล
“เขาสามารถอ่านได้?”
เป็นบางอย่างที่พวกเขาไม่เคยนึกถึง
‘ใช่ หมอนี่ได้สร้างกลยุทธ์และยุทธวิธีที่น่ากลัวได้ เขาก็คงจะสามารถอ่านและเขียนได้’
ทุกๆคนมองไปที่โรอันด้วยท่าทางจะพูดอะไรออกมา
โรอันยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบสั้นๆว่า
“ใช่ครับ ผมสามารถอ่านและเขียนได้”
“โอ้!”
อารอนอุทานออกมาเล็กน้อย
‘สำหรับหมอนี่ที่เป็นเพียงทหารธรรมดาจนถึงไม่นานนี้ สามารถอ่านและเขียนได้ หือ’
การรู้คำศัพย์คือความสามารถอันโดดเด่น
ไม่รวมเหล่าเสนาธิการ ของกองพลที่ 7 ผู้บัญชาการทหารและเหล่าผู้ช่วย ก็ไม่มีใครอีกที่รู้เรื่องคำศัพย์
ไม่มีใครในหมู่ทหารธรรมดา ที่รู้วิธีการอ่านและเขียน
จริงๆแล้วถึงแม้ในกรณีของ โรอัน เขาได้มีโอกาสได้เรียนรู้หลังจากที่เขาอายุสามสิบ
เพราะว่าเขาได้เป็นนายกองของพลหอกที่หนึ่ง มันเป็นสิ่งจำเป็นที่เขาต้องเรียนรู้
‘ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเพียร์ส’
เพื่ออ่านจดหมายที่เพียร์สได้ส่งมาหาเขาบางครั้ง เขาเลยจำเป็นต้องเรียนรู้คำศัพย์
‘ถ้าเราได้เรียนแต่แรก เส้นทางสู้ความสำเร็จก็คงจะเปิดเร็วขึ้น’
และเป็นสิ่งหนึ่งที่เขาเสียใจในการเลือกของเขา
แต่อย่างไรโรอันตอนนี้ได้รู้ถึงการอ่านและเขียนตอนที่อายุ18
‘ยิ่งเรารู้จักเขามากเท่าไหร่เราก็ต้องการเขามากเท่านั้น’
‘ถ้าเราสามารถพาเขามาอยู่กับเราได้ เราจะสามารถใช้เขาช่วยได้ดี’
ดวงตาของเหล่าเสนาธิการได้เปล่งประกายเมื่อมองไปที่โรอัน
เกลกัดริมผีปากตนเอง
‘อย่างไรก็ตาม เราจะต้องให้เขาอยู่กับเรา  เราไม่สามารถปล่อยให้คนมีความสามารถแบบนี้หลุดมือไปได้’
ความเสียใจไหลเข้ามาอย่างช้าๆ
‘ไม่น่าจะเป็นระดับ 5  แต่อย่างน้อยเราก็ควรจะแต่งตั้งเขาให้อย่ในระดับผู้ช่วยที่3’
แต่มันก็ยังไม่สายเกินไป
‘เราจะให้รางวัลเขาอีกครั้งละกัน’
ดวงตาของเกลเปล่งประกายออกมา
ตอนนั้นเองเสียงของอารอนก็ดังออกมา
“ถ้าเจ้ารู้ถึงการอ่านและเขียน สถานที่บางอย่างเช่นหอสมุดเบร็นจะเป็นที่ดึงดูดใจ ถึงแม้ว่ามันจะเก่าและค่อนข้างชำรุด แต่มันก็เป็นหนึ่งในหอสมุดที่ดีที่สุดในเขตุตะวันตกของอาณาจักร์รินท์ แต่….”
ประโยคสุดท้ายของเขาขาดไป
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“เพราะหอสมุดเบร็น ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดี และก็ไม่ต่างอะไรกับสถานที่ปรักหักพัง ลองมองหาหอสมุดอื่นหรือรับรางวัลอื่นดีหรือไม่?”
เขาตบมือเบาๆ
ด้านหลังของห้องประชุมได้มีทหารคนหนึ่งปรากฏตัวพร้อมกับหอกและถุงหนังขนาดกำปั้น2ถุง
“นี่คือหอกที่เราได้ซื้อมา เมื่อไปที่เมืองหลวงมิลเลอร์ โดยได้สร้างจากช่างตีเหล็กที่ติดหนึ่งในสามของอาณาจักร์รินท์ และได้ผ่านการทดสอบมาหลายครั้งต่อหลายครั้ง เราจะให้นี้กับเจ้ารวมถึงเหรียญเงินด้วย เป็นอย่างไร?”
เป็นเสียงถามเบา ๆ
โรอันมองไปที่หอกและถุงหนังสองใบ
‘เป็นหอกที่ดีอย่างแน่นอน และเหรยญเงินมากมาย แต่….’
เขามีหอกทราเวียร์ส อยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้เขายังไม่สามารถใช้งานได้ และถ้าเขาตั้งใจแน่วแน่เขาก็สามารถหาเงินได้จำนวนมากเหมือนกัน
ตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาต้องการที่สุด
นั้นคือ การอนุญาติเข้าไปที่หอสมุดเบร็น
‘ค่อนข้างมีความเสี่ยง’
โรอัยเงยหัวขึ้น
“ไม่มีอะไรที่ผมต้องการนอกจากหอสมุดเบร็น ”
วิธีที่เขาพูด สุภาพและมั่นใจ
ตอนนั้นเองเมนเดลก็ขมวดคิ้ว
“ช่างหยิ่งยโส เจ้ากล้าละเมิดคำพูดของผู้บังคับบัญชากองทัพ……… ”
“ไม่เป็นไร”
อารอนส่ายมือพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย
‘น่าตลก หมายความว่าหอกดีๆกับเงินอีกสองถุงนั้นยังไม่พอ?’
เขากอดอกก่อนพูดออกมาว่า
“ดี ดังนั้นข้าจะเลื่อนขั้นเจ้าให้เป็นผู้ช่วยทหารระดับ3 และถ้าเจ้าต้องการ ข้าจะให้บ้านหลังเล็กๆไกล้กับศูนย์บัญชาการกองทัพโรส”
เป็นเงื่อนไขที่ยอดเยี่ยม
‘แม้กระนั้นเจ้าคุณจะยังคงยืนยันว่า ต้องการที่จะไปหอสมุดเบร็น?’
ขอบตาและปากของอารอน ค่อยๆยกขึ้น
‘เขากำลังทดสอบเรา?’
โรอันเงยหัวขึ้นเล็กน้อยและมองไปที่อารอน
เขานึกถึงคำพูดของเกล
‘ผู้บังคับบัญชากองทัพไม่ชอบคำพูดเยิ้ยเย้อ และเขาชอบพูดตรงๆ’
การเลือกพูดตรงๆดีที่สุด
โรอันก้มหัวลงอีกครั้งและตอบกลับว่า
“ผมได้รับรางวัลมากมายแล้ว  ผมได้รับรางวัลและก็กลายเป็นผู้ช่วยทหาร หอกและรางวัลที่ท่านบอกมานั้น โปรดให้กับทหารที่มีผลงานโดดเด่นที่ได้เสี่ยงอยู่ในแนวหน้า เพราะว่าพวกเขาการสู้รบที่หุบเขาเอล กลยุทธน้ำท่วม และการกวาดล้างที่ราบพีเดียน จึงสำเร็จได้ด้วยดี”
“โอ้”
อารอน เหล่าเสนาธิการและเกลต่างอุทานออกมา
‘เยี่ยม’
‘เขามีคุณสมบัติเป็นผู้บัญชาการที่ดี’
‘ยอดเยี่ยม’
ท่าทางพึงพอใจ
โรอันมองไปที่ใบหน้าของอารอนชั่วขณะก่อนจะก้มศรีษะลง
“ไม่มีอะไรที่นอกเหนือจากหอสมุดเบร็น ที่ผมต้องการ”
“อืมม”
เสียงครางดังออกมาจากปากของอารอน
“ดังนั้นเจ้าจะบอกว่าปฏิเสธการเลื่อนต่ำแหน่ง, บ้าน, หอกที่ซื้อมาจากอาณาจักรและถุงเหรียญเงินใช่มั้ย?”
“ครับ”
โรอันยังคงก้มศรีษะลงต่ำ
อารอนมองไปที่เขาก่อนจะส่ายศรีษะ
“หอสมุดเบร็นนั้นเป็นสถานที่ๆเข้าไปได้เฉพาะขุนนาง…”
เขาหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะตบมือของเขา
แปะ!
เสียงดังออกมาเบาๆ
“ดี ถ้าเจ้าปราถนาอย่างนั้น เราจะรับฟังเรื่องนี้ไว้”
ทันใดนั้นเองรอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าโรอัน
‘เรียบร้อย’
เขาซ่อนความรู้สึกของเขาและตอบกลับด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง
“ขอบคุณครับ”
เขาได้สิ่งที่เขาต้องการแล้ว
อย่างน้อยตอนนี้ทถกสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามที่เขาต้องการ

ติดตามตอนที่ 32 ต่อได้ที่

https://www.facebook.com/monarch.novel/