0 Views

“ครับผม?”
แฮริสันตอบกลับแบบงุนงง
‘เขามาบอกอะไรเราตอนนี้? ไม่ ก่อนอื่นเลย เขาเป็นใคร?’
คนที่อยู่ตรงหน้าน่าจะอายุประมาณเขา แต่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ถ้าไม่ใช่เพราะว่ากากบาทที่ติดตรงชุดเกราะของเขา อาจจะคิดว่าเขาเป็นทหารที่พึ่งผ่านค่ายฝึกมา
‘เขายังคงสับสนอยู่’
โรอันเดาความรู้สึกของเฮริสันแล้วเขย่ามือที่จับอยู่
“ข้าคือผู้ช่วยทหารระดับ 5 จากกองกำลังโรส”
“ครับ ผมคือพลหอกแฮริสันจากกองร้อยที่ 15 ของกองกำลังทรอน แต่….”
แฮริสันไม่ได้พูดต่อแต่กลับมองอย่างสงสัยไปที่โรอัน
“ท่านได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับผม…..?”
โรอันพยักหน้า
“ใช่ พวกเขาบอกว่ามีทหารที่รูปร่างบอบบางแต่มีสายตาแจ่มใส อยู่ในพลหอกของกองกำลังทรอน”
“ท่าน ท่านหมายถึงผม?”
แฮริสันถามกลับราวกับว่าไม่เชื่อสิ่งที่โรอันพูดเพราะว่าเขาไม่เคยได้ยินข่าวลือนี้มาก่อน
โรอันก้าวถอยหลังและตอบกลับมา
“เจ้าสะดวกไหมที่จะออกไปด้านนอกกับข้าชั่วครู่?”
“ครับ ได้ครับผม”
แฮริสันตามโรอันออกไปด้วยสีแปลกใจ
และตอนนั้นเอง เขานึกถึงข่าวลือที่เคยได้ยินมา
‘โรอันแห่งกองกำลังโรส เขาคือปิศาจแห่งสนามรบ!’
มันทำให้เขารู้สึกตื่นตกใจ
‘พวกเขาบอกว่าเป็นพลหอกที่พึ่งผ่านการฝึกอบรมมา ข่าวลือนี้น่าจะเป็นจริง’
เขาจ้องไปด้านหลังของโรอัน ที่กำลังเดินอยู่ด้านหน้า
‘ดูเหมือนว่าเขามีอายุเท่ากับเรา… แต่เขาได้เป็นผู้ช่วยแล้ว’
เขารู้สึกว่าโรอันที่อยู่ด้านหน้าเขานั้น เป็นอะไรที่มหัศจรรย์จริงๆ
โรอันที่ไม่รู้เลยว่าแฮริสันคิดอะไรอยู่ได้ก้าวขาออกจากแคมป์และไปหยุดที่หน้าเต๊นของกองร้อยเหล่านึง
‘ที่นี่คือ?’
แฮริสัน ได้เดินตามพร้อมกับขมวดคิ้วไปด้วย
‘นี่น่าจะเป็นเต็นของพลธนู’
เขานึกถึงคำพูดที่โรอันพูดกับเขา
<เขามีมือที่ดีและเหมาะกับการยิงธนู>
‘บางที? เขาพูดเรื่องจริง?’
ระหว่างที่เขาคิดอยู่นั้น โรอันได้ขอยืมธนูและลูกธนูมา
แฮริสันรีบส่ายหน้าทันที
‘เอ่อ อืม ท่านผู้ช่วยโรอัน ข้าไม่เคยยิงธนูมาก่อน’
ท่าทางและเสียงของเขาแสดงถึงความตกใจ
โรอันมองไปดูท่าทางของโรอัน
‘เขาดูเหมือนตอนนั้น’
แฮริสันนั้นยังคงเป็นเหมือนอดีต
หลังจากที่ได้คำสั่งจากผู้ช่วยให้ลองยิงธนู เขาก็ทำหน้าตกใจพร้อมกับส่ายหน้า
‘แต่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้จับธนู’
โรอันยิ้มอย่างสดใสพร้อมกับตีไปที่บ่าของแฮริสันและเดินนำหน้าไป
“อ่า จริงๆ ข้าไม่เคยยิงธนูมาก่อน….”
แฮริสันขมวดคิ้วและตามหลังโรอันไป
พวกเขาเดินมาถึงรั้วที่ปักกำหนดอาณาเขตที่ตั้งแคมป์

‘มีต้นไม้อยู่พอดีเลย’
โรอันยิ้มและมองไปที่ต้นไม้อีกด้านนึงของรั้ว
ธนูและลูกธนูในมือของโรอันถูกยื่นให้แฮริสัน
แฮริสันหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วนและส่ายหัวอีกครั้ง
“ท่านผู้ช่วยทหารโรอัน ดูเหมือนว่าท่านเข้าใจข้าผิดนะ ข้าเป็นพลหอก พลหอกที่ไม่เคยยิงธนูเลย”
“ข้ารู้”
โรอันยังดื้อดึงที่จะส่งธนูและลูกธนูให้
เขาจับไปที่มือของแฮริสันอีกครั้ง
“จากสายตาของเรา นายมีพรสวรรค์ทางด้านธนูมากกว่าทักษะทางด้านหอก เราว่าเรามองเจ้าไม่ผิด”
“ถ ถ้ามันเป็นจริง แล้วท่านรู้ได้ยังไง….”
แฮริสันยังไม่เชื่อ
โรอันยิ้มพร้อมกับยักไหล่
“แฮริสัน ดวงตาของเจ้านั้นคม คางของเจ้าเล็ก ลำคอค่อนข้างยาว เจ้ามาจากพื้นที่โอเวลใช่ใหม?”
“ท่านรู้ได้อย่างไร…?”
แฮริสันจับไปที่คางและคอตัวเองด้วยท่าทางตกใจ
โรอันยังพูดต่อ
“มองไปที่ผิวหนังตรงฝ่ามือและกล้ามเนื้อตรงแขน เจ้าฝึกเพียงแค่หอก และโดยใช้เวลาเพียง 5 เดือนก็ได้เป็นพลหอก”
“โฮ่!”
แฮริสันเปิดตากว้างและกลืนน้ำลายเข้าไป
แต่อย่างไรก็ตามเขาส่ายหัวไปมา
‘เหมือนว่าเขาได้ดูประวัติของเรามาก่อน’
ถ้าไม่ใช่แบบนั้น เขาจะรู้ได้ไงว่าเรามาจากไหนและเราฝึกอะไร
แน่นอนว่าโรอันอ่านความคิดของแฮริสันออก
“และ…”
สายตาที่แหลมคมได้จ้องไปที่มือด้านซ้ายของแฮริสัน
“นายได้รับบาดเจ็บหนักที่มือซ้าย ทำให้นิ้วก้อยของเจ้างอด้วยใช่ไหม?”
“เฮือก!”
แฮริสันรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
“น นายรู้ได้อย่างไร……?”
เขาได้รับบาดเจ็บที่มือซ้ายหลังจากที่เขาได้ฝึกที่ค่ายฝึก
มันเป็นผลมาจากการแกว่งดาบของเพื่อนเขาขณะที่ซ้อมกันอยู่ และกระดูกตรงนั้นก็หักด้วย
อย่างไรก็ตามเขาได้ซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดจากเพื่อนทหารและผู้บังคับบัญชาหรือผู้ช่วยเพราะเขากลัวที่จะถูกไล่ออก และด้วยเหตุนี้จึงไม่มีในรายงานบันทึก
‘มันคือเรื่องจริง สายตาของหมอนั้นเป็นของจริง’
ไม่มีใครรู้ถึงบาดแผลที่มือซ้ายของเขา
แต่โรอันรู้ถึงเรื่องนี้หลังจากที่เจอเขาเพียงครั้งแรก
“เพราะอาการบาดเจ็บที่มือซ้ายของเจ้าทำให้เจ้าใช้งานหอกได้ยากขึ้นใช่ไหม?”
“ใช่? ใช่ครับ”
แฮริสันพยักหน้าลงเล็กน้อย
‘หมอนี่มันเป็นปิศาจ ปิศาจจริงๆ’
ท่าทางของเขากำลังชื่นชมโรอันอยู่
โรอันมองไปที่แฮริสันก่อนที่จะฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย
‘จริงๆ เขาเป็นคนบอกเราทั้งหมดนี่’
เรื่องภูมิหลังของเขานั้นสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้วแต่เรื่องอาการบาดเจ็บที่เขาได้ซ่อนอยู่นั้นไม่มีใครรู้
ทั้งหมดนี่ได้ถูกบอกโดยแฮริสันเมื่อชาติที่แล้ว
โรอันยิ้มและตบไปที่บ่าของแฮริสัน
“เอายังไง? นายจะเชื่อข้ารึเปล่า?”
“ครับ ผมเชื่อแต่…..”
แฮริสันมองไปที่ธนูและลูกธนูและพูดไม่จบประโยค
โรอันชี้ไปที่ต้นไม้ที่อยู่ไกลๆด้วยสีหน้าจริงจัง
“ใช้แค่สามดอก ถ้าเจ้าไม่สามารถยิงไปที่ต้นไม้ภายในสามดอก ข้าจะไม่มารบกวนเจ้าอีก”
“สาม สามดอก?”
แฮริสันแสดงสีหน้าตกใจก่อนจะถามกลับ
ใบหน้าของโรอันนั้นจริงจัง ราวกลับเชื่อมั่นในเขา
โรอันพยักหน้า
“ข้ารู้ มันแค่ครั้งแรก แต่ด้วยทักษะพรสวรรค์ของเจ้า เจ้าจะสามารถยิงโดนต้นไม้ได้”
เสียงและท่าทางของเขาเต็มไปด้วยมั่นใจ
‘ในชาติที่แล้วดูเหมือนเขาจะยิงไปโดนต้นไม้ตอนดอกที่สามและต้นไม้ก็ไกลกว่านี้ด้วย’
แน่นอนว่าเวลาและสถานที่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม
แต่อย่างไรก็ตามโรอันยังเชื่อมั่นในตัวเขา
‘ถ้าพรสวรรค์นั่นสามารทำให้ทุกคนประหลาดใจได้  เจ้าก็สามารถทำมันได้แน่นอน’
เขาจ้องตาแฮริสันด้วยสีหน้ามั่นใจ
แววตาของเขาไม่มีการสั่นไหว
‘เฮ้อ ข้าไม่สามารถทำมันได้’
แฮริสันไม่ได้พูดอะไรออกไปและหยิบธนูขึ้นมา
‘น่าจะจับแบบนี้?’
เขาเลียนแบบจากนักธนูที่ได้ถือมัน
ท่าทางงุ่มงามจริงๆ
แฮริสันง้างธนูและมองไปที่โรอัน
“ข้าไม่รู้ว่าท่านจะผิดหวังหรือเปล่า”
โรอันแค่ยิ้มแทนการตอบกลับ
‘อ่า ช่างเหอะ’
แฮริสันเล็งไปที่ต้นไม้และง้างธนูออก
เอี๊ยดด
ธนูโค้งงอตามแรงดึง
“กรอด”

แฮริสันกัดฟันแน่นและปล่อยสายธนูจากนิ้วมือของเขา
กึง!
ธนูลูกแรงได้พุ่งออกไปด้วยเสียงที่หนักแน่น
ชวู่!
เสียงค่อนข้างคม
ฟิ้ว
ลูกธนูไกลออกไปจากเป้าค่อนข้างมาก
ถึงอย่างนั้น แฮริสันก็หวังไว้เล็กน้อย เขากัดปากตนเองก่อนมองไปที่โรอัน
“ท่านเห็นใช่ใหม? ข้าไม่เคยยิ…..”
“มันยังเหลืออยู่อีก 2 ดอก”
โรอันยกนิ้วมาสองนิ้ว
“เห้อ เข้าใจล่ะ”
แฮริสันถอนหายใจออกมาและเล็งธนูอีกครั้ง
“แม่ง ถึงแม้ว่ามันจะไม่โดน แต่เราก็หวังให้มันใกล้เคียง”
ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ช่วยทหาร แต่เขาไม่ต้องการที่จะแสดงความน่าอายต่อหน้าโรอันเพราะว่าเขาอายุเท่ากับเรา
สายตาของแฮริสันนั้นเปล่งประกาย
‘ทำอย่างไรลูกธนูถึงจะพุ่งออกไป….’
เขาเริ่มที่จะเปลี่ยนท่าทางการถือธนูและท่าทางการดึงสายธนูทีละเล็กทีละน้อย
ไม่ใช่เพราะมีคนสอนเขา แต่เขารู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของโรอัน
‘ใช่ นั้นคือการปรากฏตัวของนักธนูสุดอัจฉริยะ แฮริสัน’
และตอนนั้นเอง ก็มีเสียงออกมา
ชวู่!
ลูกธนูที่สองได้ยิงออกไป
ฉั่ว!
ลูกธนูได้เฉี่ยวไปที่ต้นไม้และก็ผ่านไป
“หา?!”
แฮริสันมองไปที่โรอันด้วยสีหน้าตกใจ
โรอันยิ้มอย่างสดใสเช่นเคย
“ยังเหลือลูกธนูดอกสุดท้าย”
หลังจากที่เขาพูด แฮริสันพยักหน้าช้าๆและเล็งลูกธนูดอกสุดท้าย
“ฮึบ”
เขาหายใจเข้าและชี้ธนูไปที่ต้นไม้
‘ต้องเล็งไปทางด้านล่างขวาเล็กน้อย’
ตึง
ฉึกกกก!
เสียงลูกธนูถูกยิงออกไป
อึก
แฮริสันกลืนน้ำลายและมองตามลูกธนูไป
‘โด..น..เถ..อะ…’
ร่ายกายของเขารู้สึกปั่นป่วน
ฉึก!
ลูกธนูพุ่งเข้าไปตรงกลางต้นไม้
“เยี่ยม!”
แฮริสันกำหมัดอย่างไม่รู้ตัวและตะโกนออกมา
หน้าอกของเขาเต้นแรงและใบหน้าของเขาก็สดใสขึ้น
เขารู้สึกสั่นไปทั่วร่างกาย ซึ่งเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่เป็นพลหอก
‘เป็นอย่างไร? รู้สึกดีใช่ไหม?’
โรอันยิ้มกว้างและเข้าไปหาเขา
ตอนนั้นเองแฮริสันก็ปล่อยมือออกมาช้าๆและก้าวออกมา
“แค่ก แค่ก”
ใบหน้าของเขาเป็นสีแดง
โรอันจับไปที่ไหล่ของแฮริสัน
“แฮริสัน”
เสียงเขาเบาแต่เต็มไปด้วยพลัง สายตาที่กระตือรือร้นและใสซื่อราวกลับว่าเขาไม่ได้โกหกอะไร
“เดินทางไปด้วยกันกับข้านะ”
ทันใดนั้น แฮริสันรู้สึกราวกับถูกหินยักษ์ชนเข้าไปที่หัวและหัวใจ
ลมหายใจของเขาติดขัด
พวกเขาเพิ่งพบเจอกันวันแรก
แต่อย่างไร โรอันที่อยู่ตรงหน้าเขาได้แสดงโลกใบใหม่ให้เขาเห็น
ที่จริง แฮริสันกลัวการเผชิญหน้าในสนามรบในฐานะพลหอกอันเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บที่มือ ทักษะหอกของเขาแย่ลงเมื่อเทียบกับเพื่อนคนอื่น
เขารู้สึกว่าเขาเป็นภาระของเพื่อนพลหอกด้วยกัน

จนถึงขณะนี้เขาทนทุกข์ทรมานกับความรู้สึกกดดันนั้น
มันต่างกับความรู้สึกตอนที่ได้ยิงลูกธนูออกไป
‘เราอาจจะรู้สึกสนุกกับการต่อสู้อีกครั้งก็ได้’
มือของแฮริสันเลื่อนไปที่หน้าอกของเขา
เสียงของดังออกมาราวกลับตะโกน
“ครับผม! ทราบแล้วครับ!”
………………
ตอนนี้โรอันได้กลับไปที่ค่ายกองกำลังโรสคนเดียว
‘เราต้องการให้เขามาทันที….’
เขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่สามารถพาแฮริสันไปได้ทันทีเนื่องจากพวกเขาอยู่ในกองกำลังที่ต่างกัน
‘นอกเหนือจากนั้น มันยังไม่ถึงเวลา’
โรอันมองบนท้องฟ้าทางใต้
‘เราต้องไปแถบพ็อตเตอร์ก่อน’
เมื่อ 20 ปีที่แล้วมีเรื่องอื้อฉาวที่เป็นหนึ่งในเรื่องอื้อฉาวที่สุดและเป็นที่กล่าวขานมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
โรอันรอคอยเรื่องอื้อฉาวนี้จนถึงตอนนี้
‘เหลืออีกสองเดือนจึงจะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินถล่มขึ้น’
ก่อนหน้านั้น เขาต้องไปที่ภูเขามาเอลซึ่งเป็นที่ของไวเคานท์พ็อตเตอร์
‘อย่างแรก เราจะต้องขอวันหยุดพักผ่อนหลังจากได้รับมอบรางวัลแล้ว’
แผนนี้อาจจะใช้เวลาหนึ่งเดือนหรืออาจจะสามเดือน
‘ถ้าเราเสร็จสิ้นตามแผนการของเรา เราจะกลับไปที่กองร้อย’
ชิวิตของเขาจะเริ่มใหม่ต่อจากนี้
‘จนกระทั่งถึงเวลานั้น สำหรับแฮร์ริสันมันเป็นเรื่องชัดเจนแล้ว แต่เราจะเสริมทักษะของเพียร์ส เกล็นและสมาชิกคนอื่นๆของกองร้อย 12 ด้วย’
เขารู้สึกตื่นเต้น
‘เราจะสร้างกองร้อยของเรา กองกำลังทหารที่มีพวกเขาเป็นศูนย์กลาง’
และในขณะที่เขาก้าวเดินไปทีละขั้น สักวันหนึ่งเราจะได้เป็นแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่และก็เป็นราชัน
ความภาคภูมิและอารมณ์ที่กล้าหาญอัดแน่นอยู่ในหัวใจของโรอัน
………………
วันต่อมาทหารที่เข้าร่วมการปราบปรามมอนสเตอร์ในที่ราบของพีเดียน เริ่มถอนตัวออกไป
โดยมีกองกำลังที่ 7 เป็นกลุ่มสุดท้าย
หลังจากเสร็จสิ้นการเตรียมตัวเป็นเวลา 10 วัน การถอนกำลังก็ได้เริ่มต้นขึ้น
‘หลายสิ่งได้เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น’
โรอันรู้สึกแปลกใหม่
มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ได้กลับเป็นเด็กหน้าใหม่ตอนอายุ 18 แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือการได้เป็นผู้ช่วยระดับ 5 ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น
‘จนถึงตอนนี้จะถือว่าประสพความสำเร็จได้ใหม?’
เขายังได้รับผู้ความเชื่อถือจากผู้ใต้บังคับบัญชาอีกด้วย
‘ต่อจากนี้ จะมีอะไรเกิดขึ้นอีก?’
เขาจำได้ถึงเรื่องอื้อฉาวอันยิ่งใหญ่ แต่เขาไม่มั่นใจว่าสิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นเหมือนในความทรงจำเขา
‘แต่อย่างไร เขาก็มีประสบการณ์ 20 ปี อยู่กับตัว’
ถ้าเขาใจเย็นและมีสติพอ แม้ว่าจะมีสถานการณ์เร่งด่วนเข้ามาเขาก็จะสามารถผ่านมันไปได้
อกของเขาสั่นไหวด้วยอาการตื่นเต้น
‘เป็นชีวิตที่สนุกอะไรแบบนี้?’
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนหน้าของโรอัน
แม้ว่าการเดินทางจะเหน็ดเหนื่อย แต่หน้าของเขาก็แต่รอยยิ้มออกมา
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนดูสวยงาม

ติดตามตอนที่ 31 ต่อได้ที่

https://www.facebook.com/monarch.novel/