0 Views

ท่าทาง และ สีหน้า ของสมาชิกกองร้อย 12  ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขามีทั้ง
ความกังวล ความวิตกกังวล ความโกรธ ฯลฯ
แต่ส่วนมาก คือความรู้สึกที่ทำให้หน้าอกของพวกเขาอบอุ่นขึ้น ก็คือความภักดีและมิตรภาพ
‘ที่เขาโกรธขนาดนี้เพราะสมาชิกกองร้อยได้ถูกซ้อมมา’
‘นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นใครโกรธขนาดนั้น’
‘เป็นเพราะพวกเรา นั้นเป็นเพราะพวกเรา’
พวกเขารู้สึกว่าน้ำตาจะระเบิดออกมาได้ตลอดเวลา
และตอนนั้นเอง กองร้อยที่11 ที่กำลังมองสถาณการณ์อยู่ได้เคลื่อนไหวทันที
“เฮ้ย! แยกพวกเขาออก!”
“ไปรายงานการใช้ความรุนแรงกับใครก็ได้ที่ต่ำแหน่งสูงๆ เร็ว!”
“ไร้ระเบียบวินัย”
พวกเขาต้องการจะมาหยุดโรอันเดี่ยวนี้
แต่ อัสตินได้กัดฟันพร้อมกับกันพวกเขาไว้
“ถอยออกไป!”
ต่อจากนั้น สมาชิกทีมที่เหลือก็เข้ามาช่วย
“พวกแกเป็นใคร? มาขวางทำไม? ”
รองผู้บัญชาการกองร้อย11 ว้อกเกอร์ ตะโกนออกมา
อัสตินไม่ได้ถอยออกไป และพูดกลับ
“ถอยออกไป!”
เขาตะโกนกลับไป
“ไอ้บ้าเอ๊ย!”
“บ้า อะไรนะ?”
อัสตินไม่ยอมแพ้
กองร้อย11และ12ต่างจ้องกันอยู่
และขณะเดียวกัน โรอันก็ยังต่อยไปอย่างต่อเนื่อง
ผัวะ! ผลั่ก! ผั่วะ!
ถ้าต้องการให้มันสิ้นหวัง เราต้องทำแบบนี้’
ที่จริงแล้วนี่เป็นสิ่งนึงที่เขาเรียนรู้จากอดีต20ปีก่อน
‘ถ้าเราจัดการแค่ฉาบฉวย มันก็จะมาหาเรื่องอีก’
เมื่อก่อน เขาเป็นคนใจอ่อน เขาจึงทำทุกอย่างครึ่งๆกลางๆเสมอ
‘เพราะแบบนั้น ไม่ใช่ครั้งเดียวหรือสองครั้งที่เขาถูกแทงข้างหลัง’
เขาไม่ต้องการให้เกิดเรื่องผิดผลาดเกิดขึ้นซ้ำอีกแล้ว
ผลั่ก! พลั่ว!
หมัดของเขายังต่อยไปที่หน้าของแจ็คอย่างต่อเนื่อง
“อ้าหหห์”
มันเป็นเวลานานแล้วที่มันยอมแพ้และไม่ต้อต้าน
มันเอามือกุมหัวทั้งสองข้างพร้อมกับสั่นไปด้วย
“ข..ข้า ข้าหอโทบ ยะ…ยกโทบหั้ยด้ว..”
เขาไม่ได้ยินชัดเจนเท่าไรเพราะว่ากระดาษสิทธิที่อยู่ในปากของเขา แต่เขากำลังอ้อนวอนอย่างแน่นอน
ตอนนั้นเองโรอันก็หยุดต่อยออกไป
“มึงไม่ต้องมาขอโทษกู แต่ไปขอโทษเกล็นซะ”
เสียงที่เยือกเย็น
แจ็คยืนขึ้นช้าๆด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือด
“แค่ก แค่ก”
ดูเหมือนว่าจะหายใจได้ลำบากเนื่องจากจมูกที่หักไปแล้ว
เขาคายแผ่นสิทธิต่อสู้ตัวต่อตัวออกมาจากปากและยืนอยู่ด้านหน้าเกล็น
“ข้า ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว”
เกล็นพยักหน้าช้าๆและมองไปที่ใบหน้าที่อนาถของแจ็ค
ผู้ช่วยแจ็คก้มหัวให้ทหารธรรมดา
กองร้อยที่11ที่กำลังมองสถาณการณ์อยู่นั้นพวกเขาต่างกัดกรามแน่น
“ทะ..ท่านผู้ช่วยแจ็ค!”
“ท่านผู้ช่วย!”
ตอนนั้นเอง เขาก็ทรุดลงไปกับพื้น
เหล่าสมาชิกกองร้อยที่11ต่างรีบมาช่วยเหลือแจ็ค คอยพะยุงแจ็คด้วยแขนของพวกเขา
หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงจะโกนออกมาจากด้านนอก
“มีเสียงอะไรกัน!”
“เกิดอะไรขึ้น!”
เจ้าของเสียงนั้นคือเกลและเคนนิส
พวกเขาเดินย่ำเข้ามาและขมวดคิ้วหลังจากที่มองดูแจ็ค ที่ตอนนี้ร่างของเขาเต็มไปด้วยเลือด
“พวก……”
พวกเขายังไม่ทันพูดจบประโยค
เคนนิสสั่งให้ทหารนำแจ็ตไปที่เต๊นก่อน
“เกิดอะไรขึ้น?”
ตอนนั้น เกลได้ถามไปที่โรอัน
“ผมจะบอกความจริงว่าเป็นอย่างไร”
โรอันพูดความจริงออกมาโดยไม่มีการโกหกแม้แต่นิดเดียว
“อืมม”
เคนนิสและเกลคิดภาพตาม
‘แจ็คเป็นคนเริ่มเรื่องก่อน’
‘ข้าคิดว่าแจ็คนั้นค่อนข้างไร้สาระ’
สายตาของทั้งสองคนจ้องไปที่โรอัน
“เฮ้อ”
เกลได้ถอนหายใจจากปากเขา
‘เขาได้ใช้สิทธิการสู้ตัวต่อตัวก็จริง แต่การกระทำของโรอันก็เกินไป’
ใบหน้าของแจ็คนั้นถูกขยี้เละเทะไปเรียบร้อย
โรอันอ่านความคิดของเกลออกและก้มศรีษะลง

“ผู้บัญชาการ ที่ผมได้ใช้สิทธิการต่อสู้ก็เพราะทหารจากกองร้อยของผม ผมรู้ว่าการกระทำของผมมันมากเกินไป ดังนั้นผมจะแสดงความรับผิดชอบโดยการออกจากต่ำแหน่งของผู้ช่วย”
หลังจากที่เขาพูด เหล่าสมาชิกกองร้อยที่12ต่างก็ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
“ทะ..ท่านผู้ช่วย”
“ท่าน ท่านผู้ช่วยโรอัน”
พวกเขาได้คุกเข่าต่อหน้าเกลและเคนนิสและก็ได้หมอบตัวลง
“เอารางวัลของพวกเราไปเลยครับ”
“ที่ท่านผู้ช่วยโรอันทำแบบนี้ก็เพราะพวกเรา”
“พวกเราไม่ต้องการรางวัลอะไร แต่ขออย่าลดต่ำแหน่งของผู้ช่วยโรอันเลยครับ”
ท่าทางและเสียงที่กำลังขอร้องต่อเขา
จากสายตาของเกลและเคนนิส ที่มองดูพวกเขา ล้วนแสดงความประหลาดใจ
‘แค่เพียงเดือนเดียว แต่หมอนั้นสามารถทำให้ทหารที่มาจากหลายๆกองร้อยรวมกันเป็นหนึ่งได้’
‘ได้ความเชื่อใจจากสมาชิกทหารในเวลาอันสั้น’
พวกเขาล้วนประหลาดใจกับทักษะการเป็นผู้นำของโรอัน
เกลและเคนนิสต่างมองหน้ากัน
‘สุดท้ายแล้ว คนที่ผิดก็คือแจ็ค’
‘นอกเหนือจากนั้น โรอันก็ได้ใช้สิทธิการสู้ตัวต่อตัว’
ถึงแม้ว่าเขาจะทำเกินกว่าเหตุ แต่มันก็ไม่มีผลเสียใหญ่ต่อข้อบังคับทหาร
ทั้งสองมองหน้ากันและพยักหน้า
“อ่า ทุกคนลุกขึ้น”
เกลสั่งให้ทหารกองร้อยที่12ที่คุกเข่าอยู่ลุกขึ้น
พวกเขาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าและลุกขึ้นยืน
“เพราะการกระทำของสมาชิกกองร้อยนั้นน่าชื่นชมจริงๆ เราจะไม่ติดใจเอาความเรื่องนี้”
“อ่า….”
อัสตินแหละเหล่าสมาชิกได้ส่งเสียงออกมาเบาๆ
พวกเขาวิ่งไปหาโรอันพร้อมกับตะโกนออกมา
“ท่านผู้ช่วยโรอัน!เป็นอย่างไรบ้าง!”
“มันจบลงด้วยดี!”
“ผ่อนคลายขึ้นเยอะ”
เป็นเสียงที่ดูมีความสุข
พวกเขาดีใจราวกลับว่าพวกเขาได้รับรางวัลผลงาน
โรอันยิ้มด้วยใบหน้าพึงพอใจและกอดพวกเขาทั้งหมด
“เป็นเพราะพวกเจ้า”
หลังจากที่เขาพูด เกล็นได้ก้มศรีษะ
“เพราะ..เพราะข้าเอง นายถึงเกือบโดนลงโทษ ข้าขอโทษจริงๆ”
โรอันยิ้มออกมาอย่างสดใสและตบไปที่ไหล่ของเกล็น
“ไม่ต้องขอโทษอะไรหรอก”
เขามองไปที่เหล่าสมาชิกกองร้อยรอบๆก่อนจะพูดว่า

“ข้าบอกแล้วว่า ข้าจะปกป้องทุกคนเอง”
หลังจากที่พูด หน้าอกของอัสตินพองโตออกมา
“แต่พวกเราบอกว่าจะปกป้องท่าน”
“ใช่พวกเราพูดคำนั้น!”
“ใช่ พวกเราบอกว่าจะปกป้องท่านผู้ช่วย”
เหล่าสมาชิกกองร้อยพูดออกมาด้วยสีหน้าที่มีความสุข
โรอันยิ้มออกอย่างพอใจพร้อมกับกอดพวกเขาอีกครั้ง
เกลและเคนนิสมองไปที่ภาพเบื้องหน้าด้วยความพึงพอใจ
“โรอันจะเป็นแม่ทัพที่ดี”
เกลพูด
เคนนิสพยักหน้า
“ถ้าเขาได้เรียนรู้และเติบโตขึ้น เขาจะเป็นแม่ทัพได้”
หลักจาที่พูด เกลก็พูดต่อ
“ใช่ บางทีอาจเป็นผู้บัญชาการสูงสุดที่ควบคุมไปทั่วโลก”
พวกเขาวาดฝันออกไป ไกล
…………………….
หลังจากเรื่องอื้อฉาวของแจ็คทถูกพูดออกไป สถานะของโรอันก็ดีขึ้นทันตา
โดยเฉพาะหลังจากที่แจ็คถูกรักษาพยาบาลแล้ว เมื่อเขาเห็นโรอัน พวกผู้ช่วยและเขาก็ไม่กล้าที่จะมาสู้หรือมาต่อต้านโรอันอีก
มีบางครั้งกองร้อย 11 เผชิญหน้ากับกองร้อย 12 แต่หลังจากที่พวกเขาประสบเจอกับโรอัน
กองร้อยที่ 11ต่างล้วนกลัวพวกเขา
จากหลายๆเหตุผล  ทำให้โรอันและกองร้อย 12 ได้มี หน้ามีตาในกองกำลังโรสสูงขึ้น
“ตอนนี้ เริ่มจัดการกับของๆเจ้า”
“ครับ รับทราบครับผม!”
โรอันตอบกลับเสียงดัง และออกจากเต๊น
กลิ่นของเหล็ก เลือด ม้า และกลิ่นเหงื่อได้ผสมกันไปทั่ว และโชยเข้ามาในจมูกของเขา
ซื้ดด
โรอันหายใจเข้าลึกๆและมองไปที่ท้องฟ้า
‘เหลือเพียง 10 วัน ก็ต้องลาที่ราบพีเดียนแล้วรึ?’
หลังจากที่ใช้กลยุทธน้ำท่วมที่แม่น้ำฟิเล่ กองพลที่ 7 แห่งอาณาจักรรินท์ก็ได้รับชัยชนะอย่างงดงาม
พวกมอนเตอร์ ที่ได้พ่ายแพ้ไปก็เริ่มหนีไปตามเทิอกเขาและอาณาเขตุภูเขาเกรน
ผู้คนจากอาณาจักรรินท์เลือกที่จะไม่ตามพวกมันไป
เพราะว่าการป้องกันที่ราบพีเดียนนั้นเป็นเป้าหมายเดียวของพวกเขา
‘ตอนนี้ เรามีสิ่งที่ต้องทำก่อนที่เราจะไป’
สิ่งที่เขาได้เลื่อนออกไปเพราะมีเรื่องวุ่นวายเข้ามา
โรอันเริ่มเดินออกไปช้าๆและเดินเลยแคมป์ของกองกำลังโรส
ก้าวออกไปด้านนอก
ตุบ ตุบ
โรอันเดินออกไปพร้อมกับสูดอากาศไปบ้าง เดินตรงไปที่แคมป์ที่อยู่ตรงตำแหน่งริมเนินเขา
“หยุด!”
ทหารที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้านหน้าได้กันโรอันไว้
‘อะไรเนี่ย?ไก่อ่อนหรอ?’
พวกเขาได้แสดงทางสีหน้าของพวกเขา
“ที่นี่คือค่ายทรอน บอกชื่อและระดับของเจ้ามา”
หลังจากที่นายทหารตัวใหญ่คนนั้นพูด โรอันชี้ไปที่ด้านซ้ายของเสื้อเกราะเขา
มีแถบเส้นแนวทะแยง 5 เส้นติดอยู่ตรงนั้น
“ข้าชื่อ ผู้ช่วยทหารโรอัน และข้าอยู่ที่กองกำลังโรสของกองพลที่ 7”
เขาตอบตามระเบียบวินัยทหาร
“ครับผม!”
‘เด็กน้อยที่ได้เป็นผู้ช่วยทหารระดับ 5’
“ถ้าเราเผลอผลาดพูดอะไรไม่เข้าท่า คงจะเป็นความผิดผลาดครั้งใหญ่ของเรา”
มันไม่เหมือนกับที่พวกเขาคาดเดา
โรอันยิ้มออกมาเล็กน้อยและมองไปที่ทหารด้านหน้า
“ข้ามาหาเฮลิสัน….”
ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค ทหารที่รูปร่างใหญ่ก็รีบบตอบกลับมาว่า
“ถ้าเข้าไปในค่าย แล้วไปที่กองร้อยที่ 15 แล้วจะเจอเขาอยู่ตรงนั้น”
“ขอบใจนะ”
โรอันพยักหน้าและเดินเข้าไป
หลังจากที่เขาเดินไปสักพัก เหล่าทหารก็ถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ น่าตะลึงจริงๆ ข้าไม่เคยพบใครที่ยังเป็นเด็กน้อยแต่ได้เป็นผู้ช่วยมาก่อน”
และทันใดนั้น ทหารที่ดูด้านหลังเขาก็ตบมือ
แปะ!
“อ้อ! ดูเหมือนว่าเขาคือคนนั้นแน่ๆ!”
“ใคร!?”
ทหารอีกคนเอียงศรีษะ
จากปฏิกิริยาที่เห็น ทหารร่างใหญ่นั้นก็ยิ้มและพูดออกมาสั้นๆว่า
“ปิศาจแห่งสนามรบ”
ทันใดนั้น ทหารที่ยังสงสัยอยู่ก็อุทานออกมา
“อ่า! ปิศาจแห่งสนามรบ”
และพวกเขาก็หันหัวไปทางด้านหลังและมองไปที่แผ่นหลังของโรอัน
“ข้าไม่เคยได้ยีนมาก่อน ว่าปิศาจแห่งสนามรบเป็นเด็กน้อยที่เพิ่งผ่านค่ายฝึกทหาร….”
“ข้าคิดว่าเขาจะเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ”
“เขาดูเด็กจริงๆ”
เสียงของพวกเขาเต็มไปด้วยความตะลึง
ถึงแม้พวกเขาจะอยู่กองกำลังอื่น ปิศาจแห่งสนามรบ โรอัน ก็ยังเป็นชื่อที่ใครๆต่างๆก็รู้จัก
โดยเฉพาะหลังจากที่เขาได้ใช้กลยุทธน้ำท่วมที่แม่น้ำฟิเล่ เขาก็กลายเป็นที่โจษจันมากขึ้น
“ข้าน่าจะจับมือเขาสักครั้ง”
ทหารคนนั้นได้แต่กัดฟันด้วยความเสียใจ
หลังจากที่พูดนายทหารคนใหญ่นั้นก็ส่ายหน้าไปมา
“จึ๊ก จึ๊ก จึ๊ก ”
เขาเดาะลิ้น เพราะเขาต้องการจะพูดบางอย่างกับโรอันแต่เขาอายเกินไป แต่ตอนนั้นเอง ทหารอีกคนก็มาตบบ่าเขาและพูดออกมาว่า
“เจ้าทำได้อยู่แล้ว รอเขาออกมาล่ะกัน”
“อ่า……”
ทหารคนนั้นอุทานออกมาเบาๆ
และหันไปมองในค่ายอีกครั้ง
………………..
ไม่จำเป็นต้องหาค่ายของกองร้อยที่ 15
เพราะว่ามีเครื่องหมายอยู่ด้านนอกอยู่แล้ว
โรอันเดินเข้าไปในค่ายอย่างระมัดระวัง
“ใคร….ครับ!”
ทหารนายหนึ่งที่กำลังทำความสะอาดอุปกรณ์อยู่ ได้มองไปที่โรอันและยศตรงหน้าอกก่อนจะทำความเคารพทันที
‘ระเบียบวินัยของค่ายทหารทรอนนี้ดีมากๆ’
กองกำลังโรสก็เป็นกองทัพที่สุดยอดเหมือนกัน แต่ก็ไม่ระเบียบเท่านี้
โรอันพยักหน้าลงเล็กน้อยและมองไปในแคมป์
“อ่า……”
เขาอุทานออกมาเบาๆ
ได้มีใบหน้าที่ดูคุ้นเคยอยู่ที่มุมนึงในแคมป์
‘แฮริสัน’
สหายในสนาบรบและเป็นเพื่อนสนิทของเขาที่ตายไปก่อนโรอัน 5ปี
หมอนั้นเสียชีวิตไปพร้อมกับความเสียใจ เหมือนกับเขา
<ข้าน่าจะเป็นนักธนูแทนที่จะเป็นพลหอก>
คำพูดที่มันพึมพำทุกวันดังเข้ามาในหัวเขา
โรอันเดินเข้าไปช้าๆก่อนยืนด้านหน้าแฮริสัน
“แฮริสัน”
เสียงเรียกที่ค่อนข้างเบา
“รู้ รู้จักเราด้วยหรอ?”
แฮริสันถามกลับด้วยสีหน้าประหลาดใจ
โรอันยิ้มกว้างก่อนจะพยักหน้า
“ข้าได้ยินข่าวลือ”
“ข่าวลือ?”
ใบหน้าของแฮริสันเต็มไปด้วยความสับสน
โรอันยื่นมือออกไป
“ขอจับมือได้ใหม?”
“ได้? ได้”
แฮริสันรีบจับมือของเขา
โรอันยิ้มกว้างก่อนพร้อมพยักหน้า
“เป็นมือที่ดีจริงๆ”
“หา? ครับ?”
ท่าทางของแฮริสันนั้นแสดงออกว่าไม่เข้าใจสิ่งที่โรอันพูด
โรอันพูดเบาๆราวกับกระซิบ
“มันเป็นมือที่ดีและเหมาะสมกับการยิงธนู”

ติดตามตอนที่ 30 ต่อได้ที่

https://www.facebook.com/monarch.novel/