0 Views

โรอันเดินกลับมาด้วยท่าทางมึนงง
“ยินดีด้วย!”
“นายกองโรอัน ไม่สิ ท่านผู้ช่วย ยินดีด้วยจริงๆ!”
ทุกคนต่างมาแสดงความยินดีแก่เขา
“ผู้ช่วยโรอัน ยินดีด้วยครับ”
“ยินดีด้วยจริงๆครับ”
เสียงที่คุ้นเคย
เมื่อมองกลับไปเขาเห็นผู้นำกองร้อยที่ 13 เทน และรองผู้นำกองร้อยเลนเดอร์ยืนยิ้มอยู่
“นายกอง ทำไมต้องเก็บอาการด้วย?”
โรอันหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วนพร้มอกับส่ายมือของเขา แต่เทนกลับส่ายหัว
“เมื่อตอนที่นายได้เป็นนายกอง ข้าไม่ได้ว่าอะไรเพราะนายอายุน้อยกว่าแต่ตอนนี้นายเป็นผู้ช่วยแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังเด็กแต่ระดับก็คือระดับ นายต้องเป็นแบบอย่างเพราะนายจะเป็นจุดสนใจของคนอื่น ดังนั้นพวกเราต้องรักษาวินัยทางทหารไว้ไห้ดี”
เลนเดอร์พูดเสริมต่อ
“แน่นอนว่าพวกเราไม่ใช่กองทัพก็อบลินเพราะฉะนั้นพวกเราไม่สามารถปล่อยตัวตามสบายได้ ถ้าเจ้ายังปฏิบัติไม่ถูกต้อง พวกทหารจากกองกำลังอื่นจะมองเจ้าแย่ได้”
จากคำพูดพวกนั้น ทำให้โรอันนิ่งเงียบ
ที่จริงสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นไม่ผิดเลย
และยิ่งไปกว่านั้น
‘โรอันอายุ 38 ปีแล้ว’
ไม่จำเป็นที่ต้องขุ่นเคืองกับคำพูดเหล่านี้
โรอันพยักหน้าพร้อมกับมองไปที่บุคคลทั้งสอง
“ผมหวังว่าจะได้ร่วมงานกับพวกคุณผู้บัญชาการกองร้อยเทน รองผู้บัญชาการเลนเดอร์ ”
“พวกเราจะตั้งตารอ”
เทนและเลนเดอร์ ก้มศรีษะให้เล็กน้อย
อัสตินมองมาจากด้านข้างและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยังปกติดี”
โรอันเบิกตาด้วยความสงสัยว่ามันหมายความว่าอย่างไร
จากคำพูดของเขา อัสตินพูดเสียงเบาๆราวกับกระซิบว่า
“พวกนั้นมาจากกองร้อย 13 ที่จริงข้าไม่ค่อยชอบหมอนั้นที่มาต่อว่าหัวหน้า”
“ข้าด้วย”
“ข้าด้วย ข้าด้วย”
เพียร์สและเกล็นได้เข้ามาเสริม
โรอันยิ้มและพยักหน้า
“ต่อจากนี้ เราจะระวังเรื่องนี้ให้มากขึ้น”
ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงเย็นๆดังออกมาทำลายบรรยากาศที่กำลังอบอุ่น
“เหมือนพวกกระหรี่ที่คอยนินทากันทั้งวัน”
เมื่อเขาหันไปมองก็เห็นแจ็ตและผู้ช่วยหนุ่มอีกสามคนกำลังจ้องมาที่พวกเขา
‘มันเริ่มแล้ว?’
โรอันฝืนยิ้มออกมา
ความจริงแล้วการเลื่อนลำดับขั้นของโรอันนั้นถือว่าเร็วกว่าปกติมาก
เขามาเป็นนายกองหลังจากที่ได้ออกมาจากค่ายฝึกเพียงแค่อาทิตย์เดียวและหลังจากนั้นไม่กี่เดือนเขาก็มาเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยแล้ว
‘ในชาติที่แล้วเราเป็นได้แค่นายกอง’

แน่นอนว่าเขามีโอกาสมากมายที่จะไต่เต้าเป็นผู้ช่วยของกองกำลังทหารที่ 7
แต่อย่างไรก็ตามโรอันเลือกที่จะไปที่กองกำลังที่ 6 กองกำลังที่ 5 และที่ 4
เพียงเพราะว่าเขาต้องการไปที่กองกำลังที่ 1 ที่นั่นจะทำให้เขาได้อยู่ในสายตาของเหล่าขุนนางหรือแม่ทัพ
‘แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็เลือกทางผิด’
เพราะแบบนั้น เขาจึงไม่สามารถที่จะเป็นผู้ช่วยได้และยังคงตะเวนเข้าสู่สนามรบในฐานะผู้บัญชาการของเหล่าพลหอกเท่านั้นจนสุดท้ายเขาก็เสียชีวิตไป
‘ที่เราไต่เต้าขึ้นเป็นผู้ช่วยในเวลาเพียง 2 เดือน’
การเลื่อนตำแหน่งที่รวดเร็วนี้จะทำให้พวกแจ็คและเหล่าพวกผู้ช่วยรู้สึกอิจฉาเป็นอย่างมาก
“ทำไมถึงมองข้าแบบนั้น?”
แจ็คยักคิ้วพร้อมเดินเข้ามาหา
ท่าทางของเจ็คชวนให้รู้สึกราวกับว่าเขาจะกระชากคอเราได้ทุกเมื่อ
“โรอัน”
แจ็คหยุดอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมคำรามออกมาว่า
“บอกข้าที สำหรับคนอ่อนหัดอย่างเจ้าที่เพิ่งออกจากค่ายฝึกและได้มาเป็นผู้ช่วย เจ้าคิดว่าเหมาะสมไหม? ”
“ข้าก็สงสัยอยู่เหมือนกัน”
โรอันตอบพลางยักไหล่
เขาพยามตอบให้เป็นกลางที่สุดเพื่อที่จะลดความตึงเครียดของสถานการณ์ตรงหน้า
แต่มันเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง ดวงตาของแจ็คลุกโชนด้วยโทสะ
“ความคิดเห็นอะไรของเจ้า? เจ้าอย่าลืมว่าถึงแม้พวกเราจะเป็นผู้ช่วยเหมือนกัน แต่ข้าอยู่ระดับสูงกว่าเจ้า”
แจ็คดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยในระดับขั้น 4
โรอันยังคงเงียบในขณะที่แจ็คยังคงพูดต่อ
“ฟังให้ชัดๆนะ ปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 10 ปี ที่ข้าได้ตะเวนไปทั่วสนามรบ ข้าเดินไปตามเส้นทางนรกที่แม้แต่เด็กน้อยเช่นเจ้าที่อยู่ในสนามรบมาแค่ 2 เดือนจะจินตนาการออกได้”
โรอันฝืนยิ้มออกมา
‘ข้าได้เดินทางมาตลอด 20 ปี และสุดท้าย แม้แต่กระเพาะของเราก็ถูกเจาะเป็นรู’
เขาพยายามกลืนคำพูดที่อยู่ตรงลำคอลงไป
แจ็คกดไปที่หน้าผากของโรอันด้วยปลายนิ้วชี้
“เจ้าต้องแสดงความเคารพข้า”
โรอันมองไปที่แจ็คด้วยสายตาเยือกเย็น
‘อะไรของมัน ไอ้บ้านี่ สายตาของมัน…’
ใบหน้าของแจ็คเหยเกด้วยความโกรธ
เขาเห็นแววตาสงสารในดวงตาของโรอัน
มันเหมือนกับเขามองดูเด็กน้อยที่กำลังทำอะไรไม่ประสีประสา
“อะ ไอ้บ้าเอ้ย!”
ในที่สุดแจ็คก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเหวี่ยงหมัดไปที่ใบหน้าของโรอัน
แม้ว่าหมัดของแจ็คเข้ามาใกล้เกือบถึงใบหน้าของโรอัน
ท่าทางของโรอันยังดูสงบนิ่ง
‘คิดแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้’
แต่แจ็คก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ตุ๊บ
โรอันป้องกันหมัดของแจ็คด้วยแขนซ้ายของเขา
“ไอ้บ้านี่”

แจ็คพยายามต่อยเขาอีกครั้ง
และตอนนั้นเองก็มีเสียงตะโกนดังมาจากด้านหลังเขา
“พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน!”
เจ้าของเสียงนี้คือเคนนิส
เขาเดินตรงมาที่โรอันและแจ็คก่อนจับทั้งสองแยกออก
‘ไอ้พวกงี่เง่า’
สายตาเยือกเย็นได้จับจ้องไปที่แจ็คและผู้ช่วยด้านหลัง
“หึม”
แจ็คถอยหลังกลับมา
“เจ้าไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ”
“ผมขอโทษครับ”
โรอันกล่าวขอโทษพร้อมศีรษะลงก่อน
เคนนิสมองไปที่แจ็ค
“…..ข้าขอโทษ”
เขาพูดออกมาอย่างเสียไม่ได้
เคนนิสเดาะลิ้นของเขา
‘แจ็คยังควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ ยากที่จะประสพความสำเร็จ’
ดูเหมือนว่าเขาอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เคนนิสได้ยกมือให้สัญญาณให้หยุดพร้อมส่ายหัว
“ทุกคนกลับไปที่เต้นท์ของพวกเจ้าได้แล้ว”
สิ้นเสียง แจ็คและเหล่าผู้ช่วยได้กลับไปอย่างรวดเร็ว
แต่ขณะที่พวกเขาเดินจากไป พวกเขาไม่ลืมที่จะหันกลับมามองที่โรอัน
“โรอัน”
เคนนิสเรียกโรอันที่กำลังเดินจากไปให้เขาหยุด
“ครับ”
โรอันตอบกลับพร้อมกับเดินไปหา
เคนนิสถอนหายใจออกมาพร้อมกับจับไปที่ไหล่ของโรอัน
“ผู้ช่วยหนุ่มนั้นหาเรื่องเจ้า แต่เจ้ากับอดทนกับมันได้”
“ครับ”
เป็นคำตอบสั้นๆ
เคนนิสยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจก่อนจะพยักหน้า
“ถ้าเจาทนไม่ไหวแล้วให้ใช้สิทธิการสู้ตัวต่อตัวซะ”
หลังจากพูด โรอันยิ้มรับ
“แต่ถึงอย่างไร อดทนไว้แล้วข้าจะช่วยหาทางออกให้”
“ครับ รับทราบครับผม”
และการสนทนาก็จบลง
โรอันมองไปที่เคนนิสที่กำลังเดินออกไป ก่อนที่จะถอนหายใจออกมา
‘เราสามารถสู้ได้ตามที่พวกมันต้องการ’
สำหรับเขาที่มีประสบการณ์มา 20 ปี อย่างมากระดับนี้ก็แค่เด็กเล่นกัน
แต่อย่างไรท่าทีและการแสดงออกของแจ็คนั้นค่อนข้างแปลก
ดูเหมือนว่ามันยอมกลับไปอย่างง่ายดาย
‘ในชาติที่แล้ว มีแต่เราที่เจ็บปวด…….’
เขาไม่ต้องการที่จะเป็นแบบนั้นในชีวิตนี้

และตอนนั้นเองเสียงของเหล่าสมาชิกกองร้อยก็ดังขึ้นมา
“ท่านผู้ช่วยอย่ากังวลไป  ถ้าผู้ช่วยแจ็คและพวกมันมารบกวนท่านอีกพวกเราจะปกป้องท่านเอง”
“พวกเราจะปกป้องผู้ช่วยโรอัน”
“เชื่อมั่นในพวกเรากอง 42 ไม่สิ กองร้อย12”
เป็นเสียงที่ไว้ใจได้
“ดี แต่กลับกันเราจะปกป้องพวกเจ้าเอง”
นั้นเป็นเรื่องจริง
‘ถ้าเราได้เป็นราชันย์พวกเจ้าก็จะได้เป็นแม่ทัพ’
ดวงตาของโรอันและเหล่าสมาชิกเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
……………………….
“ไม่ได้ เจ้าต้องทำแบบนี้ ”
เป็นเสียงที่แข็งทื่อ
คนที่แกว่งหอกราวกับว่าเขาไม่เข้าใจอะไรเลยคือเพียร์ส
เขาทำตามคำสั่งของโรอันและได้สอนทักษะหอกให้แก่กองร้อยที่ 12
แต่อย่างไรก็ตามการสอนเป็นไปอย่างไม่ค่อยดีนัก
“แล้วสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งที่เจ้ากำลังทำกับสิ่งที่ข้าทำคืออะไร?”
“มันก็คือการแทงเหมือนกัน”
มันเป็นเสียงที่ดูเหมือนอดกลั้นอะไรบางอย่าง
สมาชิกของกองร้อย 12 กำลังตำหนิต่อหน้าเพียร์ส
พวกเขาไม่เห็นความแตกต่างระหว่างฝีมือหอกของเพียร์สกับของตนเองเลย
“เหมือนเดิมเลยนี่? นี่?”
เพียร์สได้แกว่งหอกของเขาอีกครั้ง
“ดูให้ดี ข้าบิดข้อมือของข้าแบบนี้และเขย่าหอกขึ้นและลง แต่จังหวะที่พวกเจ้าบิดข้อมือให้ใช้เวลาช้าลงครึ่งนึงและพวกเจ้าต้องเขย่าหอกอย่างพอดี….”
เพียร์สอธิบายเรื่องนี้อย่างจริงจังก่อนที่จะหยุดพูด
เพราะว่าท่าทางของสมาชิกในกองร้อย 12 นั้นดูมึนงงกันไปหมด
“เฮ้อ พวกเจ้าไม่เข้าใจใช่ไหม?”
ทันทีที่เขาพูดจบ ทุกคนต่างพยักหน้า
เพียร์สถอนหายใจออกมา ราวกลับว่าเขาไม่สามารถทำมันอีกได้แล้ว
“ท่านผู้ช่วยโรอัน ผมยอมจำนน ผมไม่สามารถสอนพวกเขาได้อีกต่อไป ”
โรอันที่กำลังดูแลหอกที่เก็บไว้ฝั่งตรงข้ามของสมาชิกกองร้อย ยิ้มเจื่อนให้โรอัน
‘มันเป็นไปไม่ได้จริงหรอๆ?’
โรอันฝึกซ้อมทีละคนพร้อมกับการฝึกรวม
และในขั้นตอนนี้เขาต้องการความช่วยเหลือจากเพียร์ส
แต่อย่างไร มันก็ยังไม่ได้ผลตามที่คาดไว้
‘ในชาติก่อน คนที่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของเพียร์สมีประมาณ 10 คน’
และน่าเสียดายที่แม้แต่เขาก็ไม่ใช้ 10 คนนั้น
ความสามารถของโรอันเป็นปัญหาอันหนึ่งแต่เพียร์สก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง
“เขาไม่ค่อยเป็นประโยชน์เท่าไรเมื่อพูดถึงการสอน”
และปัญหาก็คือเขาเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นไม่สามารถทำสิ่งที่เขาทำได้
‘หมอนี่สามารถใช้ทักษะหอกของเพียร์สในชาติที่แล้วขณะที่นั่งอยู่ได้ทันที’
ทักษะหอกเพียร์สได้รับเลือกเป็นท่าที่ดีที่สุดที่เหล่าทหารธรรมดาได้คัดเลือก
เพียร์สรู้สึกอับอายในทักษะหอกของเขา
<ทักษะหอกของเขายังดูเหมือนเด็กเล่น>
ให้เขาสอนบางอย่างที่ดูปกติก็เหมือนกับเป็นสิ่งที่ยากลำบากสำหรับเขา
‘ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งอายุมากขึ้นบุคลิกของเขาก็ยิ่งแปลกมากขึ้น’
ตอนนี้เพียร์สเป็นหนุ่มขี้อายและขี้ขลาด
แต่ในขณะที่เขาอยู่ในสนามรบบุคลิกของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างน่าพิศวง
เขากลายเป็นคนที่ดูลึกลับ
เขาไม่เคยให้และไม่เคยรับจากใคร
แต่เขาจะให้กลับคืนมาในสิ่งที่เขาได้รับ
‘เพราะแบบนั้น เมื่อเขาได้เป็นดยุค เราเลยไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือเท่าไร’
และแน่นอนว่ามันเป็นเวลาที่เขารู้สึกผิดหวัง
แต่เขารู้สึกขอบคุณเหมือนกันที่เขายังปฏิบัติต่อเราในฐานะเพื่อนจากค่ายฝึกเดียวกันและเป็นเพื่อนทหารมากกว่าการโอ้อวดเกี่ยวกับตำแหน่งดยุคของเขา
‘ไอ้งี่เง่านั้น จะร้องให้ไหมเวลาข้าตายไป?’
เขารู้สึกสงสัย
“เพียร์ส ถ้าบางทีข้าตายขึ้นมา เจ้าจะ……….”
ขณะที่เขากำลังจะโยนคำถามเขาออกไป ก็เห็นเกล็นกำลังเดินกลับมา
“หือ?”
คิ้วของเขากระตุก
เกล็นถูกซ้อมมา
โรอันวางหอกลงก่อนเดินไปหาเขา
“เกล็นเกิดอะไรขึ้น”.
“ข ข้า”
เสียงได้อ่อยลงตามสายตาของเค้า
เกล็นจับแก้มตนเองและคางด้วยมือทั้งสองข้าง
โรอันยื่นมือออกไปปัดมือของเกล็นออก
ทันใดนั้น เขาเห็นแก้มและคางของเขากลายเป็นสีม่วง
และนอกเหนือจากนั้น มุมปากของเขามีเลือดซึมออกมา
“ใครทำ?”
โรอันพูดเสียงต่ำ
เกล็นลังเลและไม่กล้าตอบออกไป
“ใครทำ? ใครที่ทำให้เจ้าเป็นแบบนี้?”
เขาถามซ้ำ เกล็นลดศรีษะลง
“ผู้ช่วยแจ็คบอกว่าข้าเดินตัดหน้าเขา…..”
และประโยคก็สิ้นสุดลง
โรอันลูบหัวของเกล็น
“ไม่ต้องก้มหัว เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด”
ใบหน้าของเขาเยือกเย็นมาก
โรอันเดินออกไปและมุ่งไปที่เต็นของแจ็ค
“เขาจะไปไหน?”
“บางทีเขากำลังไปหาผู้ช่วยแจ็ค”
“มันจะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่หรอ?”
สมาชิกในทีมพูดคุยกันด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
“ตามไป”
“พวกเราต้องไปหยุดเขา”
สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ตามโรอันไป
ขณะเดียวกันโรอันก็ออกจากค่ายทหารโรสและมาอยู่หน้ากองกำลังที่ 11 ซึ่งมีแจ๊คอยู่
“หือ? โรอันอยู่ตรงนั้น”
แจ็คเจอโรอันคนแรกและได้เพ่งเล็งอย่างขุ่นเคือง
‘มันคงจะเป็นเพราะหมอนั้น เกล็นหรือชื่ออะไรสักอย่าง ? ถึงอย่างนั้น มันจะมาทำอะไร?’
เขานั่งบนเก้าอี้ไม้และทำท่าราวกลับว่ากำลังผ่อนคลายอยู่
“โอ้! ผู้ช่วยโรอัน เจ้ามาทำอะไรที่น……”
คำพูดของเขายังไม่ทันจบ
โรอัน ได้เดินตรงมาด้านหน้าของเขา ก่อนที่จะเตะไปที่หน้าของแจ็ค
ปั้ก!
เป็นเสียงที่ดูหนักแน่น
แจ็คกลิ้งไปตามพื้นพร้อมกับเก้าอี้ของเขา
“อั๊ค น นี่ ไอ้งี่เง่า เขามันบ บ้….”
เขาพ่นด่าออกมา
แต่ก่อนที่จะพูดอะไรออกมาอีก
โรอันตามไปต่อยเขาต่อ
ตุบ! ปั้ก!
ใบหน้าของแจ็คหันไปตามแรงหมัดของโรอัน
ปั๊ก!
หมัดของเขาฟาดไปที่จมูกของแจ็ค
“อั๊ค!”
แจ็คจับจมูกด้วยมือทั้งสองข้าง
และตอนนั้น โรอันได้หยิบแผ่นกระดาษออกมาจากอกของเขา
สิทธิการสู้ตัวต่อตัว
เขายัดแผ่นกระดาษสิทธิการสู้ตัวต่อตัวเข้าไปในปากของแจ็ค
“อั๊คค! โอ๊ก!”
แจ็คพยายามจะคายแผ่นกระดาษมันออกมา แต่เขาทำไม่ได้
เพราะว่ามือซ้ายของโรอันบีบปากเขาอยู่
เสียงที่ดูเยือกเย็นดังออกมา
“ไอ้ลูกกระหรี่ ใครบอกให้มึงไปแตะต้องลูกน้องของกู!? ”

ติดตามตอนที่ 29 ต่อได้ที่
https://www.facebook.com/monarch.novel/