0 Views

โรอันยกหอกขึ้นสูงพร้อมกับมองไปที่สนามรบ
“ผู้..ผู้บัญชาการ!”
“ผู้บัญชาการซีเดร็ก!”
พวกอ็อคและก็อบลินที่กำลังเผชิญหน้ากับการอนและพวกทหารต่างตกใจกับการตายของซีเดร็ก
“ตอนนี้แหละ!โจมตี! ฆ่าพวกมัน!”
การอนไม่พลาดกับโอกาสครั้งนี้
ทหาร 200 นาย โจมตีพวกอ็อคและก็อบลินให้ถอยร่นไปอย่างดุเดือด
เคล้ง! เฉ้ง! แก๊ง! ฉึก! ฉั่ว!
เสียงโลหะปะทะกันดังไปทั่วสนามรบ
โรอันมองไปตามทิศทางการไหลของแม่น้ำฟิเล่
‘ดูเหมือนว่ากองกำลังทั้งสามได้ข้ามแม่น้ำมาอย่างปลอดภัยแล้ว’
ทั้งสามกองกำลังข้ามผ่านมาได้อย่างรวดเร็ว
พวกเขาไม่ได้ถูกตามล่าโดยซีเดร็กและพวกเขาได้ตีพวกอ็อคและก็อบลินที่ปิดกั้นเส้นทางออกไป
ซูมมม
เสียงของน้ำที่ไหลอย่างเชี่ยวกรากดังกระทบเข้ามาในหูเขา
‘ถึงอย่างนั้น ก็มียังมีมอนสเตอร์ที่รอดชีวิตมาได้’
หลังจากที่ถูกกวาดล้างไปด้วยมวลน้ำขนาดใหญ่จำนวนของพวกมอนสเตอร์ที่อยู่ในสนามรบก็ยังเหลืออยู่จำนวนไม่น้อย
“แม่ง! พวกมนุษย์น่ารังเกียจ!”
“ชีว์!ชีว์!”
“ฮูมมม!”
แต่พวกมันที่ไม่สามารถข้ามแม่น้ำมาได้เพราะกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก จึงได้แต่ร้องคำรามออกมา
ขณะเดียวกันกองกำลังทหารทั้ง 3 ได้จัดการกับมอนสเตอร์ที่หลุดรอดมาอีกฝั่ง
“นายกองโรอัน นี่เป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่จริงๆ”
การอนเดินเข้ามาพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
โรอันผูกหัวของซีเดร็กไว้กับอานม้าพร้อมกับพยักหน้า
“มันยอดเยี่ยมและเป็นไปตามแผนที่วางไว้”
ไม่ได้ถ่อมตนจนเกินไป
การอนจับไปที่บ่าของโรอัน
“นายกองโรอัน ถ้าไม่ใช่เจ้า ทั้งสามกองกำลังคงจะถูกกวาดล้างไปหมดแน่ๆ ผลงานที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้เทียบไม่ได้เลยกับการจัดการพ่อค้าทาส”
เสียงของเขาดังขึ้นอย่างช้าๆ
โรอันยิ้มแทนการตอบกลับและมองไปที่กองกำลังทั้งสามที่ได้เข้ามาหา
‘เรารู้ว่านี่คือผลงานที่ยิ่งใหญ่ เพราะแบบนั้นเราจึงมีความสุขและกังวลในเวลาเดียวกัน’
เขากลืนคำพูดที่จะพูดออกไป
แน่นอนว่าเขาจะถูกเลื่อนระดับด้วยผลงานชิ้นนี้
และก็จะมีพวกขี้อิจฉาและริษยาที่จะคอยกลั่นแกล้งเขาตามมา
‘ถ้าเป็นแบบนั้น เราได้ผ่านเรื่องแบบนี้มามากมายใน 20 ปีก่อน ’
เพราะว่าทางเลือกโง่ๆที่ได้เลือกในอดีตหลังจากที่เขาได้แสดงผลงานก็มีหลายเรื่องที่ทำให้เขาได้รับการลงโทษแทน
‘แต่ครั้งนี้ จะไม่มีทางเป็นเหมือนเมื่อก่อน’
โรอันจับหอกในมือแน่นพร้อมกับปิดปากสนิท
ความมุ่งมั่น ลุกโชนอยู่ในดวงตาของเขา
……………………..
“หา? ปีศาจแห่งสนามรบนั้นเอง”
“ครั้งนี้เขาช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”
“เพราะปีศาจแห่งสนามรบจึงทำให้ทั้งสามกองกำลังสามารถรอดพ้นจากการถูกทำลายล้างได้.”
“ไม่ใช่แค่นั้น เขาบดขยี้กองทัพมอนสเตอร์ที่มีนับหมื่นด้วยยุทธวิธีน้ำท่วม”
“และล่าสุด การกระทำของปีศาจแห่งสนามรบไม่ใช่เรื่องขบขันอีกแล้ว”
“พวกเขาต่อสู้กันราวกับปีศาจจริงๆ”
เสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนความชื่นชม
เหล่าทหารจากกองกำลังโรสต่างชื่นชมโรอัน และกองกำลังที่ 42 เดินมาด้านหน้าของเขา
แปะ! แปะ! แปะ!
“เพราะเจ้า พวกเราเลยยังรักษาชีวิตไว้ได้!”
“เพื่อนของข้าจากกองกำลังแรมเซย์ได้ฝากข้ามาบอกท่านว่าขอบใจมาก!”
“นายกองโรอัน! ขอบคุณมากครับ!”
โรอันก้มหัวลงเล็กน้อยและไม่ได้แสดงปฎิกิริยาอะไรมากมาย
แต่ว่าอัสตินและสมาชิกคนอื่นๆ ของกองกำลังที่ 42 นั้นรู้สึกภาคภูมิใจมากยิ่งขึ้น
‘หึ หึ ! ข้าตัดสินใจถูกแล้วที่อยู่กองร้อย 42’
‘พวกที่กลับไปที่กองร้อยเดิมคงจะเสียใจมาก?’
‘ฮ่า รู้สึกดีจริงๆ’
รอยยิ้มของพวกเขาปรากฏออกมา
ที่จริงแล้วโรอันเก็บอารมณ์ของตนเองไว้ แต่มุมนึงในหัวใจเขารู้สึกภูมิใจมาก
‘ชีวิตครั้งนี้ของเรา ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี’
เขารู้สึกกังวลเล็กน้อยเมื่อการสู้รบไม่เหมือนที่เขาจำได้
แต่การตัดสินใจของเขาจากประสบการณ์ 20 ปี ทำให้ผลลัพธ์ออกมาในแง่ดี
‘ถึงแม้ว่าในอนาคตจะแตกต่างไปจากความทรงจำ เราก็ไม่จำเป็นต้องไปกลัว ’
รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าของเขา
และตอนนั้น ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังออกมา
“โอ้! โรอัน!”
คนที่ยืดแขนออกไปทั้งสองข้างและยิ้มให้อย่างสดใสก็คือเกลนั้นเอง
โรอันเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆพร้อมกับทำความเคราพ
“เรามาตามเสียงเรียกชื่อเจ้า”
เบื้องหลังโรอัน มีสมาชิกกองร้อยที่ 42 ยืนเรียงรายกันอย่างหนาแน่น
เกลเดินไปด้านหน้าเขาและจับไปที่บ่าของโรอัน
“โรอัน เจ้าได้สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่และเพราะเจ้าทำให้ทั้งสามกองกำลังสามารถหลบหนีจากการโจมตีออกมาได้”
“ผมแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำครับ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ไม่ต้องถ่อมตน!”
เกลหัวเราะออกมาอย่างดังและมองไปที่เคนนิส
“เคนนิส รายงานผลงานที่โรอันได้ปฏิบัติด้วย”
“ครับผม รับทราบแล้ว”
เคนนิสที่ยืนเรียงรายอยู่ในกลุ่มผู้ช่วยด้านข้างเกลเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับคลี่ม้วนกระดาษผืนใหญ่ออก
และเขาเริ่มอ่านสิ่งที่โรอันได้ปฏิบัติ เช่นการสำรวจหุบเขาเอล  การจับพ่อค้าทาสและสิ่งที่เกิดขึ้นบนที่ราบพีเดี้ยน
“และสุดท้าย เขาได้ทำการตัดหัวของซีเดร็กหลังจากใช้กลยุทธ์น้ำท่วม นี่คือทั้งหมด”
“โอ้โห ดูเหมือนว่าจะถูกจัดเก็บไว้ทั้งหมด สุดยอดจริงๆ”
เกลตบมือด้วยความประหลาดใจ
เขากลับไปยืนที่เดิมของเขาและมองไปที่โรอันด้วยสีหน้าพึงพอใจ

“ตอนนี้ ผลงานของเจ้านั้นโดดเด่นเป็นอย่างมาก เราจะให้รางวัลตามเห็นสมควร แต่ก่อนหน้านั้น….”
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้
“เจ้าบอกว่าจะใช้กลยุทธ์ในการล่อลวงซีเดร็ก…โรอันเจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”
โรอันยกหัวของเขาขึ้นช้าๆและมองไปที่ดวงตาของเกล
‘เป็นคำถามที่ข้าคิดไว้แล้ว’
เขาไม่สามารถพูดได้ว่า มันเป็นเรื่องที่เขาค้นพบหลังจากหลายปีต่อมาในภารกิจไต่สวนซีเดร็ก
โรอันเตรียมคำตอบไว้อยู่แล้ว
“ผมมาจากหมู่บ้านเล็กๆทางเทือกเขาเกรน เพราะแบบนั้นผมจึงได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับผู้บัญชาการของพวกมอนสเตอร์อย่างมากมาย”
“อ่าห์!”
เกลตบไปที่เข่าของเขาเองพร้อมกับครางออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ดังนั้นเจ้าจึงได้ยินมาว่า ซีเดร็กนั้นไม่มีเอ่อ…อัณฑะ มาจากบ้านเกิดของเจ้า?”
“ใช่ ถูกต้องแล้วครับ!”
โรอันยิ้มอย่างสดใสพร้อมกับพยักหน้า
เกลพยักหน้ากับคำตอบที่ได้รับ ก่อนที่จะตบมือออกไป
แปะ แปะ
“ดี ดังนั้นพวกเราควรเริ่มประกาศอย่างเป็นทางการเลยละกัน?”
เขามองและให้สัญญาณกับเคนนิส
เคนนิสได้พยักหน้าลงเล็กน้อย และสั่งให้เหล่าทหารนำถุงหนังขนาดเล็กมาด้วย
“อันดับแรก เราจะให้รางวัลแก่สมาชิกกองร้อยที่ 42 ที่สร้างผลงานอันโดดเด่น ”
จากคำพูดนั้น อัสตินและเหล่าสมาชิกคนอื่นต่างหันไปมองหน้ากันด้วยสีหน้างุนงง
“พวกเรา? ของเรา?”
การแสดงออกพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เคนนิสไอเบาๆออกมา
“อะแฮ่ม รองผู้บัญชาการกองร้อยอัสติน มารับรางวัลคนแรก”
“อ่าห์? ครับผม”
หลังจากนั้น อัสตินออกมาด้วยท่าทางครุ่นคิดและเดินไปด้านหน้าเกล
“เจ้าทำได้ดีเลยทีเดียว”
เกลมอบถุงหนังหนึ่งใบพร้อมกับตบไปที่บ่าของเขา
“ขอบคุณครับ”
อัสตินกัมศรีษะลงและรับถุงนั้นด้วยสองมือ
‘ไม่ใช่แค่นายกอง แต่พวกเราทั้งหมดก็ได้รับรางวัล’
เป็นรางวัลที่คาดไม่ถึงจริงๆ
‘ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนายกองโรอัน’
ความรู้สึกขอบคุณและชื่นชมยินดีผุดในหัวใจของเขา
หลังจากนั้น เหล่าทหารรวมไปทั้งเพียร์สและเกล็นต่างก็ได้รับรางวัลของเขา
ความรู้สึกขอบคุณและความยินดีได้ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของพวกเขา
“เอาล่ะ! ต่อไปเป็นตาของโรอัน”
จากคำพูดนั้น ใบหน้าของเหล่าผู้ช่วยเริ่มแข็งค้าง
เคนนิสมองไปที่พวกเขาก่อนที่จะฝืนหัวเราะออกมา
เพราะเขารู้ว่าทำไมเหล่าผู้ช่วยจึงทำหน้าอย่างนั้น
“โรอัน อย่างแรกเลยข้าจะให้รางวัลแก่เจ้า”
“ขอบคุณครับ”

โรอันรับถุงหนังมาพร้อมกับก้มศรีษะแสดงความเคารพ
มันเป็นถุงที่ใหญ่กว่าของที่สมาชิกกองร้อยได้รับเล็กน้อย
แต่อย่างไร รางวัลที่ของเขายังไม่หมดแค่นั้น
“และเราจะจัดลำดับกองร้อย 42 ให้เป็นกองร้อยที่ 12 แทนและแต่งตั้งโรอันเป็นผู้ช่วยระดับ 5”
มันเป็นเรื่องที่เหมาะสมสำหรับกองร้อยที่ 42 อยู่แล้วแต่ถึงอย่างนั้นโรอันก็ยังประหลาดใจกับการแต่งตั้งของเขา
‘ผู้ช่วยระดับ 5?’
โรอันมองไปที่เกลและเคนนิสราวกับสงสัยว่าที่ฟังเขาฟังไม่ผิด
เคนนิสยิ้มด้วยสีหน้าพึงพอใจและพยักหน้าเล็กน้อย
‘เราเป็นผู้ช่วย?’
เขาเพียงอายุ 18 ปีและยังเป็นพลหอกที่ยังอ่อนหัดอยู่
เขาได้สะสมผลงานมาหลายอย่าง แต่เขาไม่ได้คิดว่าเขาจะสามารถที่จะไต่เต้าเป็นผู้ช่วยได้เร็วขนาดนี้
เมื่อเทียบกับตำแหน่งของเคนนิสที่เป็นผู้ช่วยลำดับ 2 การเลื่อนตำแหน่งของเขาถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก
“ระดับของโรอันนั้นอยู่ที่ผู้ช่วยระดับ 5 และจะทำงานภายใต้ผู้ช่วยแจ็คที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพลหอกปัจจุบัน”
เสียงของเคนนิสเต็มไปด้วยความเมตตา
เกลมองไปที่โรอันที่กำลังทำท่าทางใจลอยและกระซิบถามไปว่า
“เป็นอย่างไรบ้าง? เจ้าคิดว่ามันเหมาะสมกับสิ่งที่เจ้าได้ทำมาถึงตอนนี้หรือไม่?”
ทันใดนั้นโรอันก็พยายามควบคุมสติก่อนจะพยักหน้า
“มันเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าข้าจะรับได้”
เกลส่ายหัวทันทีหลังจากได้ฟัง
“เรารู้สึกว่ามันยังไม่เพียงพอนะ”
และมันเป็นเรื่องจริง
โรอันดูเหมือนจะตอบกลับ แต่สุดท้ายก็ลงเอยเพียงก้มหัวลงรับคำ
เพราะว่าเขาเห็นท่าทางของเหล่าผู้ช่วยที่อยู่ด้านข้างเกลนั้นดูน่ากลัวมาก
‘และเหตุผลที่ว่าทำไมท่าทางของเหล่าผู้ช่วยดูไม่ดีก็มาจากเขาเอง’
โดยเฉพาะสีหน้าของแจ็ค ที่ดูค่อนข้างบูดเบี้ยว
ตอนนั้นเอง เสียงของเกลก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“เจ้าจะพูดอะไรหรือไม่?”
โรอันเงยหน้าขึ้นก่อนมองไปทีเกล
“ถ้าเจ้าต้องการจะถามอะไรเรา บอกเรามาเลย ถ้ามันเป็นอะไรที่ไม่เหนือไปกว่าที่ข้าจัดการได้ เราจะทำให้เจ้า ”
มันเป็นโอกาสที่ไม่คาดฝัน
‘ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราคงจะบอกว่าไม่มีและถอยกลับไป’
แต่ตอนนี้ เขาจะไม่ทำแบบนั้น
หลังจากที่เขามองไปที่สายตาของแจ็ค เขาก็มั่นใจมากขึ้น
โรอันก้มหัวลงแล้วกล่าวออกมาว่า
“ผมขอสิทธิต่อสู้ตัวต่อตัวหนึ่งใบ”
“อ่า! สิทธิการสู้ตัวต่อตัว!”
เกลยิ้มออกมาอย่างสดใสและตีไปที่หัวเข่าตนเอง
สิทธิการสู้ตัวต่อตัวคือแผ่นกระดาษที่สามารถใช้ต่อสู้กับใครก็ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงระดับขั้น
แต่ก็มีข้อจำกัดด้วยเช่นกัน
สิทธิการสู้ตัวต่อตัวที่ให้โดยผู้บังคับบัญชาการเกลจะสามารถใช้ได้แค่ภายในกองกำลังโรส
และแน่นอนว่า ยกเว้นเกลด้วย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เจ้ากำลังวางแผนจะต่อสู้กับเคนนิสใช่ใหม?”

ถึงจะชนะการต่อสู้ก็ไม่ได้เลื่อนต่ำแหน่งหรือได้รางวัลอะไร
ผู้ชนะจะได้รับการยอมรับจากสมาชิกในทีมและในเวลาเดียวกันก็จะได้มีชื่อเสียงค่อนข้างมาก
โรอันเก็บคำพูดไว้
เกลพยักหน้าด้วยท่าทางสนุกและส่ายมือส่งสัญญาณไป
ตอนนั้นเอง ได้มีนายทหารคนนึงได้นำแผ่นกระดาษขนาดประมาณฝ่ามือมาให้
ด้านใต้กระดาษมีลายเซ็นถูกเขียนกำกับไว้
“นี่คือสิทธิการสู้ตัวต่อตัว ใช้มันเมื่อจำเป็นละกัน”
“ขอบคุณครับ”
โรอันรับสิทธิการสู้ตัวต่อตัวและเก็บมันไว้ที่อกของเขาแล้วก็ก้มหัวลงอีกครั้ง
เกลตบมือด้วยท่าทางภาคภูมิใจ
แปะ แปะ
“และรางวัลที่เราจะมอบให้ก็หมดแล้ว แต่….”
เขาหยุดไปชั่วขณะก่อนที่จะพูดออกมาต่อ
“ดูเหมือนว่าผู้บัญชาการกองพลทหารที่ 7 แอรอน เทตจะมีรางวัลสำหรับผลงานของเจ้า”
ทันใดนั้น โรอันมองไปที่เกลด้วยสายตาตกตะลึง
เป็นการแสดงออกที่แสดงถึงความประหลาดใจ
เกลยิ้มออกมาพร้อมกับพยักหน้าลง
“ใช่ ดูเหมือนว่าท่านแม่ทัพจะให้รางวัลแก่เจ้าโดยตรง”
มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงอีกแล้ว
เคนนิสได้พูดเสริมต่อ
“เจ้าจะได้รางวัลจากท่านแม่ทัพหลังจากที่เจ้ากลับไปที่กองบัญชาการแล้ว จำไว้”
“ครับ รับทราบครับผม”
โรอันตอบกับด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะไม่ตื่นเต้น
แต่อย่างไรก็ตามเขารู้สึกมีความสุขมาก อันที่จริงเขาแทบอยากกระโดด
‘ถ้ากองบัญชาการของกองพลที่ 7 นั้นอยู่ที่ประสาทไอเพ็น มันอยู่ที่….’
ดวงตาของเขาเปล่งประกายออกมา
เขานึกถึงรูปร่างปราสาทจากในความทรงจำของเขา
เมืองทหารไอเพ็นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอาณาจักรรินท์
‘ห้องสมุดเบรนท์ตั้งอยู่ในปราสาทของไอเพ็น’
โรอันเคาะนิ้วเล่นโดยไม่รู้ตัว
หนึ่งในความทรงจำผุดขึ้นมาในหัวเขา
มีคดีนึงที่จะทำให้อาณาจักรรินท์ทางตะวันออกเป็นที่รู้จักขึ้นมา
‘เราต้องเข้าไปในนั้น แต่ปัญหาก็คือมีแค่ขุนนางเท่านั้นที่เข้าไปในนั้นได้’
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีวิธีใดเลย
เขายังต้องไปรับรางวัลจากผลงานที่เขาทำไว้กับท่านแม่ทัพ
‘เราจะขออนุญาตเข้าไปด้านในห้องสมุดเบรนท์เป็นรางวัลจากผลงานครั้งนี้’
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา

ติดตามตอนที่ 28 ต่อได้ที่
https://www.facebook.com/monarch.novel/