0 Views

เพราะว่าโรอันได้ย้อนอดีตกลับมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะจำได้ถึงที่ตั้งของเหล่ามอนเตอร์ทั้งหมด
‘แต่เราจำถึงสิ่งที่โหดร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้’
นอกเหนือจากนั้นมันก็เบลอไปหมด ดังนั้นในขณะที่เขากำลังต่อสู้ก็ได้รวมความทรงจำที่พร่ามัวทั้งหมดให้กลับคืนมา
ยิ่งไปกว่านั้นเขาสามารถคาดการณ์สิ่งต่างๆได้อย่างแม่นยำจนใครๆก็เรียกเขาว่า ปืศาจแห่งสนามรบ
ซึ่งทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนรางวัลของเขา
“ผู้กอง เราเสร็จการฝึกแล้ว”
เจ้าของเสียงที่ห้าวหาญนี้ คืออัสติน
‘ทัศนคติของเขาเปลี่ยนไป’
ในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในการทำให้ทหารกองร้อยที่42ได้เปลี่ยนทัศนคติของเขาไปจากที่ เต็มไปด้วย ความโกรธ ผิดหวัง เสียใจ ไม่ชอบใจ
เหล่าพลทหารในกองร้อยทั้งหมดได้รู้ถึงความสามารถของโรอันภายในเวลา 10 วัน
‘และแน่นอนว่ามีบางคนที่ยังไม่ชอบเขาอยู่’
โรอันฝืนยิ้มออกมา
อัสตินมองไปที่โรอันก่อนที่จะถอนหายใจออกมา
‘ทักษะทางด้านหอกของเขา ก็ดี ความเชี่ยวชาญในกลศึกต่างๆรวมถึงการบัญชาการเหล่าไพร่พลทหารนั้นดูยอดเยี่ยมมากเขาเหมือนทหารที่ผ่านการสู้รบมานับ 10 ปี’
เพราะแบบนั้นเขาจึงรู้สึกอึดอัด
‘เราก็อยากกลับไปที่กองร้อยเดิมของเรา…’
ถ้าเขากลับไปที่กองร้อยของเขาและได้สร้างผลงานอีกนิดหน่อย เขาก็สามารถไต่เต้าเป็นนายกองได้
‘แต่ เราก็อยากอยู่กับเขาด้วยเหมือนกัน’
โรอันอายุเพียง 18
เขายังหนุ่มมาก
เขาสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่น และจะเติบโตได้มากกว่านี้
‘บางทีเขาอาจจะได้เป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วอาณาจักร ไม่สิ ทั้งทวีป!’
สุดยอดแม่ทัพที่ได้ครอบครองไปทั้งผืนดินและสวรรค์
‘การได้เป็นพวกพ้องกับแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ได้ร่วมกันปกครองอาณาจักรก็ไม่ใช่อนาคตที่เลวร้ายนัก’
อัสตินยิ้มออกมา
ไม่นานนัก โรอันได้เอ่ยออกมาว่า
“วันนี้เป็นวันที่ 10 แล้ว มีใครบ้างที่อยากกลับไปที่กองร้อยของตนเอง?”
“มี 4 นาย”
“มีไม่มากเท่าที่เราคิด รองผู้บัญชาการ อัสตินเจ้าล่ะว่าอย่างไร?”
เป็นคำถามที่ถูกถามขึ้นลอยๆ ซึ่งผู้ถามไม่ได้ใส่ใจในคำตอบมากนัก

อัสตินมองไปที่โรอันด้วยสายตาแน่วแน่
“ข้าต้องการรับใช้เจ้า”
รอยยิ้มอันสดใสปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของโรอัน
“ต่อจากนี้ไป ข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้า”
“ข้าก็เหมือนกัน ข้าจะดูแลเจ้าด้วย”
อัสตินก้มศีรษะลง
วันนี้ มีสมาชิก 4 คนที่ยังคิดว่าโรอันยังอ่อนด้อยอยู่ ได้กลับไปยังกองร้อยของตน
“พวกแกมันบ้า”
“พวกแกวางแผนจะอยู่กับคนที่ไม่ได้เรื่องกว่าหรอ?”
“อย่าเสียใจภายหลังล่ะกัน”
“พวกเจ้าต้องเลือกหัวหน้าให้ดี”
การเยาะเย้ยและเย้ยหยัน
แต่พวกจะไม่รู้เลยว่า
คนที่จะเสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ไปตลอดชีวิตก็คือพวกเขา
“โอเค! มาเริ่มฝึกของเรา”
โรอันเริ่มฝึกฝนกับสมาชิกกองร้อยที่เหลือ
การฝึกซ้อมที่พวกเขาไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียวเป็นเวลา 10 วันนับตั้งแต่ที่เขากลายเป็นนายกอง
ตอนแรก สมาชิกในทีมรวมทั้งอัสตินฝึกฝนด้วยท่าทีที่ไม่พร้อมแต่ตอนนี้พวกเขาแทนที่ด้วยเสียงกระตือรือร้นในการฝึกอบรม
‘เป็นวิธีการฝึกจาก 20 ปีต่อจากนี้’
โรอันได้ฝึกฝนกองร้อยที่ 42 ด้วยวิธีฝึกฝนที่ได้ปรับและแก้ไขข้อผิดผลาดมาเป็นเวลา 20 ปี
‘ตอนนี้ พุ่งไปด้วยขบวนที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า’
มันเป็นกระบวนท่าที่ค่อนข้างธรรมดา
อย่างไรก็ตามกระบวนท่าต่างๆในการรบแต่ละครั้งจะเปลี่ยนไป
หลากหลายรูปแบบ ยุทธวิธีและกลยุทธ์กลายเป็นสิ่งสำคัญ
แม้แต่ในกลุ่มมีเพียง 20 คน พวกเขาก็ต้องมียุทธวิธี กลยุทธ์และการเคลื่อนไหวที่ดี
‘เราฝึกฝนเป็นระยะเวลา 20 ปี ต่อจากนี้เราจะสามารถสร้างทีมที่แข็งแกร่งได้’
โรอันมองกลับไป
สมาชิก 16 คนวิ่งที่ราบและขยายจากขวาไปซ้าย
“จำไว้! เพียงแค่ถือหอกและพุ่งไปด้านหน้า มันไม่ไช่การสู้! เราจำเป็นต้องคำนึงถึงตำแหน่งปัจจุบันของทีมเราและมุ่งสู่เป้าหมาย! “”
เสียงโรอันลอยไปตามลม
“เราต้องรู้ว่าสถานการณ์ของพวกพ้องของเราเป็นอย่างไร เพื่อให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้และให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขาได้”
เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยพละกำลัง

“เราต้องสามารถตัดสินใจได้ว่าการกระทำใดที่เหมาะสมที่สุด และก็คำนึงของข้อมูลที่ได้รับมาด้วย”
จากนั้นเขาก็ยกนิ้วโป้งและนิ้วชี้ขึ้นและก็ส่ายมือ
มีสัญลักษณ์มากมายที่เขาได้สอนออกไปในเวลา 10 วันนี้
สมาชิกที่อยู่ด้านขวาถอยออกมาและขยับไปทางซ้าย
มันเป็นการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างรวดเร็ว แต่โรอันยังไม่ค่อยพอใจเท่าไร
“ในการฝึกฝนเราไม่เพียง แต่ฝึกทางด้านพละกำลัง เรายังต้องศึกษาสัญญาณต่างๆ การเคลื่อนไหว รูปแบบกลยุทธ์และยุทธวิธีแม้ในเวลาปกติ เราก็ต้องทำความคุ้นเคยกับส่วนสำคัญของร่างกาย และเคลื่อนที่โดยไม่ต้องใช้หัวคิด”
“ครับผม! รับทราบครับ!”
เป็นเสียงตอบกลับที่ทรงพลัง
โรอันพยักหน้าลงเล็กน้อย
มันเป็นเวลาเพียง 10 วัน
‘มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะสุดยอดทุกสิ่งในเวลาแค่ 10วัน’
นั้นเป็นเหตุผลที่ว่าพวกเขาต้องฝึกฝนซ้ำๆและก็เรียนรู้กับมัน
จากนั้นโรอันก็ตีไปที่ไหล่ขวาด้วยมือซ้ายแล้วก็กำกำปั้นแน่น
ตุบ
สมาชิกทีมที่วิ่งอย่างรวดเร็วได้ลดความเร็วลงและหยุดอย่างสมบูรณ์
ที่ราบด้านหน้าปรากฏขึ้นในสายตาของเขา
โรอันได้สูดหายใจเข้าก่อนที่จะมองไปที่กองกำลังของเขา
รอยยิ้มได้ปรากฏที่มุมปากของเขา
“ตอนนี้พวกเราจะมาเป็นกองร้อยปิศาจอีกครั้ง”
เขาประกาศออกไปแบบนี้
สมาชิกกองร้อยได้กลืนน้ำลายก่อนที่จะผงกหัว
………………………………
กองกำลังที่ 7 ได้ชัยชนะติดต่อกัน
และกระทั้งในเวลาที่ กองกำลังโรสได้ทำกิจกรรม ก็ได้รับความสนใจ
“เป็นเพราะปิศาจแห่งสนามรบ”
“พวกเขาสามารถหาจุดที่มอนเตอร์หนาแน่นได้อีกแล้ว”
“พวกเขาพูดว่า นายกองสามารถค้นหาจุดที่มอนเตอร์อยู่อย่างหนาแน่นได้อย่างง่ายดาย”
“ไม่ใช่แค่นั้น ปัจจุบันทักษะของกลุ่มปิศาจนั้นดีมาก โดยสามารถมองได้ด้วยตาอย่างชัดเจน”
“พวกเขาบอกว่า พวกเขาได้ฝึกฝนแม้แต่ในเวลาพัก”
“เยี่ยม พวกเขาเป็นกองร้อยใหม่ พวกเขาต้องฝึกฝนเพื่อที่จะประสานงานกันได้อย่างลงตัว”
“มันไม่ใช่จุดนั้น  จากที่ฟังคนอื่นเล่า พวกเขามีการฝึกฝนที่พวกเราไม่ เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ”
กองร้อยที่42 ที่ได้ตั้งขึ้นมาใหม่ เป็นกองร้อยที่ใครๆค่างเรียกว่ากองร้อยปิศาจ และกองร้อยนี้ก็มีชื่อเสียงมากในกลุ่มทหารกองกำลังที่ 7 ด้วย
นั่นหมายความว่าพวกเขาได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
ตรงกลางของค่ายกองกำลังโรส ได้มีเสียงดังจากกลองดังออกมา
“สงครามเริ่มแล้ว! เจอก๊อบลินแถวฝั่งตะวันตกของที่ราบพีเดียน!”
ทันใดนั้น เหล่าทหารก็ออกมาจากเต้นท์
โรอันอยู่ท่ามกลางเหล่าทหารจากกองร้อย 42
เกลและพู้ช่วยได้ปรากฏออกมาพร้อมกับอยู่บนหลังม้า
“กองกำลังแรมเซย์ กองกำลังพิเศษ และกองกำลังกียุม กำลังต่อสู้กับกองทัพก๊อบลิน!”
เสียงดังออกมา
“จำนวนของก็อบลินมีอยู่ประมาณ 2000 ตัว!”
เป็นจำนวนที่ไม่น้อยและก็ไม่มาก
“ตอนนี้ พวกเราจะไปช่วยเหลือกองกำลังทั้งสาม!”
เกลได้ยกดาบของเขาขึ้นก่อนชี้ไปที่ทิศตะวันตก
“กองกำลังโรส เคลื่อนทัพ!”
ต่อจากนั้น เสียงตะโกนของผู้ช่วยและนายกองก็ดังออกมา
“เคลื่อนทัพ!”
ตึง ตึง ตึง
เสียงทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน
กองร้อยพิเศษและทหารม้าได้นำไปด้านหน้าและกองกำลังโรสได้ออกจากแคมป์และมุ่งไปที่ทิศตะวันตกของที่ราบ
‘จะมีการสู้รบแบบไหนนะ?’
โรอันขมวดคิ้วกับการสู้รบที่เกิดตอนนี้
เขาจำไม่ได้
‘ เราจำไม่ได้ถึงการต่อสู้ที่เกิดขึ้น’
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถลบความรู้สึกไม่ดีออกไป
จากนั้น เสียงโลหะและเสียงตะโกนก็ดังออกมาในระยะไกล
“ตาย!”
“ไอ้พวกงี่เง่า ข้าจะฆ่าให้หมด!”
สถานการณ์ตอนนี้  พวกเขาไม่จำเป็นต้องช่วยเหลืออะไร
กองกำลังแรมเซย์ กองกำลังพิเศษ และกองกำลังกียุม ได้ทำการดันพวกก็อบลินออกไปและเกือบที่จะชนะ
“ชีว์!”
“ชีว์!”
เหล่าก็อบลินได้ทิ้งอาวุธลงก่อนที่จะวิ่งหนีออกไป
“ตามพวกมันไป!”

“อย่าปล่อยพวกมัน!”
“ตาม!”
กองกำลังทั้ง 3 ได้ไล่ล่าก็อบลินที่หลบหนี
“พวกเราต้องเร่งความเร็วขึ้น!”
เกลตีไปที่ม้า
“วู้วววววว!”
ทหารของกองกำลังโรสได้ตะโกนออกมาพร้อมกับเร่งความเร็วขึ้น
กองทหารราบได้วิ่งด้วยกำลังทั้งหมดของพวกเขาเพื่อจะได้ไล่ทันทหารม้าที่วิ่งไกลออกไป
เขตุป่าที่ติดกับทุ่งราบ
พุ่มไม้ได้สั่นไหวไปตามลมตะวันตก
กองกำลังโรสได้พุ่งเข้าไปในส่วนลึกของป่าทันที
พวกเขาได้ถูกความมืดปกคลุมเนื่องจากความหนาแน่นของต้นไม้
ความหนาวเย็นวิ่งลงกระดูกสันหลังของโรอัน
‘ที่นี่คือ……?’
โรอัน ขมวดคิ้วออกมา
เพราะว่าเขาไม่มีความทรงจำที่ดีกับป่าแห่งนี้ด้วย
ตอนนั้น ก็มีเสียงตะโกนมาจากด้านหน้าที่กำลังไล่ตามก็อบลิน
“อ๊าคค!”
“พวกมันซ่อนอยู่!”
“มันเป็นกับดัก!”
ทันใดนั้น ดวงตาของโรอันก็เบิกกว้าง
‘บา…บางที!?’
มีความทรงจำที่ไม่ดีกับป่านี้
ได้โผล่ขึ้นมาในสมองของเขา
‘แต่การต่อสู้นั้น น่าจะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งปี?’
สายตาของโรอันจ้องไปที่ป่าทึบ

ติดตามต่อได้ที่
https://www.facebook.com/monarch.novel/