0 Views

ถึงจะผ่านไป 20 ปีแล้วแต่เขาก็จำได้อย่างสมบูรณ์

“ยกเว้น เพียร์ส และเรา ทั้งหมดที่เพิ่งมาใหม่ตายหมด”
มันไม่ใช่แค่พวกเขา โอริเวียร์ และ นายกองเทน ก็เสียชีวิตด้วย
พวกเราถูกโจมตีแถวหมู่บ้าน เอล โดยก็อบบิน

มันเป็นหุบเขาที่แคบ
มีพวกชั่วๆ แอบซ่อนตัวอยู่
กลุ่มกองกำลังโรสที่กำลังเดินเข้าไปล้วนถูกทำลายล้างเกือบทั้งหมด
“ข้าจะทำอย่างไรดี”
หรือบอกกับผู้บัญชาการตรงๆว่า มีก็อบลินแอบซ่อนตัวอยู่แถวนั้น?
‘ถ้าเขาไม่ตัดคอของเราก็ถือว่าเป็นโชคดีอย่างมาก’
ไม่มีทางที่พวกเขาจะฟังคำพูดของเด็กใหม่ โดยไม่มีหลักฐานใด ๆ
ไม่ ตอนนี้เรายังไม่เคยเจอกันมาก่อน
‘หรือควรบอกกับผู้กองเทน’
มันเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยดีเท่าไร
ในความทรงจำ เขามีนิสัยที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไร
‘หรือ เราจะต้องดูกองรบของเราถูกกวาดล้างหรือ’
เขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้
เขาไม่ต้องการทำลายชีวิตของพวกเขา
ดังนั้น ใบหน้าของโรอันก็แจ่มใสขึ้น

‘อ่า! ที่นั้น!’
มุมปากของเขาค่อย ๆ ขยับขึ้น
เขามองไปที่ เพียร์ส ที่กำลังรอบางอย่างอยู่ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
“อ่า! จริงด้วย”
เทนที่กำลังบรรจุกระเป๋าเดินทางของเขา อยู่ดีๆก็ตะโกนออกมาราวกับว่าจำอะไรบางอย่างได้
“มีใครที่คุ้นเคยกับพื้นที่บริเวณ หมู่บ้านเอล?ใครที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นตั้งแต่แรกบ้างใหม? ”
‘นี่แหละ!’
“ข้ารู้จักดี”
“แก?”
เทน ขมวดคิ้ว
‘คนที่โดนพีทต่อย?’
พีทไม่ได้เป็นคนที่ทำอะไรรุนแรงโดยไม่มีเหตุผล
‘ตัวปัญหา?’
การมีคนบอกแนะแนวเป็นสิ่งจำเป็น
ถ้าเขาบอกผิด หรือทำผลาดจะทำให้กองร้อยตกอยู่ในอันตราย
“แกแน่ใจนะว่าคุ้นเคยกับพื้นที่แถวหมู่บ้านเอล”
“ครับผม ผมสามารถปิดตาแล้วเดินทางไปจากป้อมปราการอีริน ไปที่หมู่บ้านเอล ได้สบายครับ”
“หืมม”
เทนขมวดคิ้วแล้วมองไปที่โรอัน
‘เยี่ยม ข้าจะให้แกช่วยในการเดินทาง’
เขาไม่ได้คึดเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นเวลานานนัก
และไม่ได้ทำแบบนี้เป็นครั้งแรก
“ดี เจ้าชื่ออะไร”
“ผมชื่อโรอัน”
“แกรีบเก็บสัมภาระแล้วตามข้ามาเดี่ยวนี้”
เทน เดินไปและมองหาผู้บัญชากองร้อยแลนเดอร์
“แลนเดอร์ ถ้าเจ้าเตรียมตัวเสร็จแล้ว ไปที่สนามฝึกด้วยกัน”
“รับทราบครับผม”
แลนเดอร์ ยิ้มราวกับว่าไม่ต้องเป็นกังวลแล้วพยักหน้า เทนตบไปที่อกตัวเองจึงเดินออกไป
โรอัน รีบเดินตามหลังเทนไป
ตอนที่เขาเดินออกไปนอกค่ายทหาร ก็มีกลิ่นคุ้นเคยลอยมาแตะที่จมูกเขา
‘กลิ่นของสงคราม ไม่สิ กลิ่นของความตาย’
เครื่องเหล็ก, กองไฟ, ม้า, เหงื่อ,นักรบ และเลือด
มันเป็นกลิ่นที่ผสมรวมกันตลบอบอวลไปหมด
มันเป็นกลิ่นที่เขา สัมผัสมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา จนแทบคลั่งเพราะมัน
มันเป็นกลิ่นน่าสะอิดสะเอียน  แต่ในบางมุมในใจเขา กับกลายเป็นความสุขใจมากกว่า
‘คุณยิ่งชอบกลิ่นนี้มากเท่าไหร่ คุณยิ่งเข้าไกล้ความตายมากเท่านั้น’
โรอัน ยิ่มแบบขมขื่นและผงกหัวลง
เวลานี้ เทน ก้าวออกไปหนึ่งก้าวก่อนที่จะถามเขาอย่างโผงผางว่า
“แกมาจากไหน”
“ผมมาจากหมู่บ้านเล็กๆ ในภูเขาที่อยู่บนพรมแดนเกรน”
“แถบภูเขาแกรน… เป็นที่ๆค่อนข้างทุรกันดาร”
เทน พูดเหมือนว่ารู้จักแถวนั้น ก่อนจะพูดต่อไปว่า
‘คนที่อาศัยอยู่แถวเถือกเขาเกรน  จะรู้ถึงพื้นที่บริเวณหมู่บ้านเอลเป็นอย่างดีได้อย่างไร?’
เขารู้สึกว่าเขาถูกหลอก
‘ดี ข้าจะลองทดสอบเขา’
เทนยิ้มและมองไปด้านหน้า
ชายวัยกลางคนกำลังก้มอยู่ที่เอกสารด้านหน้า
“ผู้ช่วย โดเซ่น”
เทนเดินเข้าไปหาและก้มศรีษะลง
โดเซ่น เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ช่วยในกองกำลัง โรสและคอยช่วยรับผิดชอบในการเดินทางและเอกสารต่าง
เทนจ้องมองไปที่เขา
เขาเห็นผู้ช่วยจากกองอื่นๆ ภายในหมู่ทหาร
พวกเขามีมากกว่า 10 คน
“โอ้ เทน”
โดเซ่น ยิ้มอย่างสดใสและพยักหน้าทักทาย
เทนเดินไปที่ด้านข้างโรอัน
“นี่คือ คนที่จะนำทางของกองร้อยเราไปพื้นที่เอล”
“จริงหรือ?”
โดเซ่นเดินไปหาและมองไปที่โรอัน
“เป็นครั้งแรกที่เห็นเขา เขาเป็นเด็กใหม่ใช่ใหม?”
“ใช่ เขาพึ่งมาเมื่อวานนี้เอง”
โดเซ็นยิ้มตอบและมองไปที่โรอันตั้งแต่บนลงล่าง
“เจ้าคุ้นเคยกับพื้นที่บริเวณเอลหรือ?”
“ครับผม”
โรอันตอบโดยไม่มีการลังเล
‘เฉพาะจำนวนของการต่อสู้ในภูมิภาคของเอล มีจำนวนถึงยี่สิบ ครั้ง’
ด้วยเหตุนี้ พื้นที่บริเวณรอบ ๆ จึงเห็นอย่างทะลุปรุโปร่ง
โดเซ่นพยักหน้าตอบกลับ
“งั้นฉันถามคำถามง่ายๆ? ผลผลิตพิเศษของเอล คืออะไร? ”
มันเป็นคำถามที่ไม่ยาก
“มันคือข้าวบาเรย์”
“แล้วหมู่บ้านอะไรที่ใหญ่สุดในพื้นที่เอล?”
“แน่นอนว่า ใหญ่สุดคือหมู่บ้านเอล  รองลงมาคือ หมู่บ้าน รีเว่น หมู่บ้าน มอส และ หมู่บ้านเฟอบัส”
เขาตอบกลับโดยไม่ได้หยุดคิดเลย
‘สถานที่เหล่านี้คือที่ๆเขาออกรบ’
โรอัน ยิ้ม
โดเซ่น พยักหน้าพร้อมกับสีหน้าประหลาดใจ
“ข้าไม่รู้เลยว่าเจ้าจะรู้จักแม้กระทั้งหมู่บ้านเฟอบัส ดูเหมือนว่าเจ้าเคยอาศัยอยู่ในเขตแถวนั้น มาก่อน เจ้าสามารถเป็นคนนำทางที่ดีได้เลย ”
โรอันไม่ได้พูดเกี่ยวอะไรเกี่ยวกัยที่เขามา
เพราะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร
‘ข้าจะหาก็อบลินที่ซ่อนอยู่และเจอก่อนพวกเขา’
เขามองไปที่ผู้นำทางที่อยู่ข้างๆเขา
‘เพราะคนเหล่านี้ไม่ยอมทำงานให้ดี คนๆหลายคนจึงเสียชีวิต’
แน่นอนว่า เขารู้ว่าทำไมพวกเขาจึงไม่สามารถค้นพบพวกกอบลินได้
เพราะที่นี่เป็นเขตปลอดภัยที่ไม่มีมอนสเตอร์เลย
ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าไม่มีทางที่ก๊อบลินจะปรากฏตัวออกมา
‘คราวนี้ข้าจะคอยกันพวกมัน’
โรอันกัดรืมฝีปากล่าง
“เอานี่ไป แล้วอย่าทำหายล่ะ”
เทนให้หอกเขามา1ด้าม
โรอันพยักหน้าและจับหอกอย่างมั่นคง
เป็นหอกที่ดูแข็งแกร่งและหนัก
‘หนัก’
มือของเขาอ่อนนุ่มและเรียบเนียนมาก
การบาดเจ็บและผิวที่แข็งกระด้างที่เขาได้รับในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาหายไปหมด
‘เริ่มใหม่อีกครั้ง’
เขายิ้มอย่างขมขื่น
“ข้าไปก่อนล่ะ”
เทน เคราพ โดเซ่น และเดินไปที่สนามฝึกซ้อมต่อ
โรอันหายใจเข้าลึก ๆ ขณะมองย้อนกลับไปที่หลังของเทนที่เดินออกไป
“อย่าไปกลัว”
ทหารคนหนึ่งมองไปที่เขาแล้วตบไหล่
เขาดูเหมือนจะเข้าใจผิดและเชื่อว่าเขากลัว
“นี้มันไม่มีอะไรมาก ปีที่แล้ว………”
เขาเล่าถึงความกล้าหาญของเขาเป็นระยะเวลานาน
‘ฉันมีเรื่องเล่า 20 ปี’
ถ้าโรอันเริ่มพูด เรื่องคงไม่มีวันจบ
ในเวลานั้น โดเซ็น ดันกองเอกสารออกไป
“ข้าคึดว่าผู้นำทางเหล่านี้เพียงพอแล้ว มาสัน เจ้ามีประสบการณ์เยอะสุด เจ้าจงเป็นผู้นำของผู้นำทางคนอื่น ”
จากคำพูดของเขา ทหารที่พูดอยู่นั้นก็หยุดพูด แล้วยิ้มและพยักหน้า
“รับทราบ! ปล่อยให้ผมจัดการเอง!”
เขาตอบกลับอย่างโอ้อวด
เขามีลักษณะที่ไม่น่าไว้วางใจได้เลย
‘นี่คือเหตุผลที่ถูกซุ่มโจมตีโดยพวกกอบลิน’
โรอันขมวดคิ้ว
‘มันเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากถ้ากองร้อย โรสโดนทำลาย’
ในชีวิตที่ผ่านมาของเขาทีมโรสถูกทำลายเพราะการซุ่มโจมตีของพวกกอบลิน
ด้วยเหตุนี้ ทหารที่รอดตายพร้อมกับโรอัน จึงถูกแยกย้ายไปอยู่ในกลุ่มอื่น
‘ถึงแม้จะพยายามมากเท่าไร แต่ก็โดนคนอื่นแย่งไปอยู่ดี  ‘
ก้อนหินที่กลิ้งออกมาจะไม่มีความแข็งแกร่งเท่าหินก้อนใหญ่
และเดิมที ทหารเหล่านั้นไม่ได้สนใจเขาด้วย
การพยายามนั้นมีในทหารทุกคนอยู่แล้ว
เพราะอย่างนั้น ถึงเขากำจัดมอสเตอร์ได้มากมายเท่าไร ก็โดนตำหนิเรื่องการทำงานคนเดียว
‘เราจะไม่เป็นแบบนั้นแล้วในชาตินี้’
กึบ
เขากำหมัดตนเองแน่น
“ดี! พวกเราไปกันเถอะ”
มาสันตะโกนออกมา
เขาเดินนำหน้าหนึ่งก้าวและเดินนำไป
โรอันตามหลังและสูดหายใจเข้าลึกๆ
‘มันเริ่มแล้ว’
จังหวะชีวิตของเขาได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง
หัวใจของเขาเต้นถี่ขึ้น
หวิ้ว
เสียงลมได้หอบกลิ่นของสนามรบมาด้วย

ติดตามต่อได้ที่ https://www.facebook.com/monarch.novel/