0 Views

20 ปีผ่านไป แต่โรอันยังคงจำมันได้อย่างแม่นยำ.

‘นอกจากเพียชกับชั้นแล้ว พวกเด็กใหม่ทุกคนตายหมด’

มันไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น แม้แต่โอลิเวอร์กับผู้บัญชาการแทนก็ไม่รอด.

‘พวกเราถูกพวกก๊อบลินโจมตีแถวๆหมู่บ้านเอล’

มันเป็นหุบเขาที่คับแคบ เป็นที่ๆศัตรูดักซุ่มรออยู่.

กลุ่มโรสที่กำลังเคลื่อนพลอย่างชะล่าใจ โดนทำลายเกือบทั้งหมด.

‘นี่ชั้นจะทำอะไรได้บ้างนะ?’

‘เราจะบอกผู้บัญชาการว่ามีพวกก๊อบลินรอดักซุ่มโจมตีพวกเค้าอยู่งั้นเหรอ?’

‘ถ้าเค้าไม่ตัดคอชั้นซะก่อนน่ะนะ’

“ไม่มีทางพี่พวกเค้าจะฟังคำพูดของเด็กใหม่อย่างเราแน่ ๆ ถ้าไม่มีหลักฐาน”

ไม่ได้! เพราะในตอนนี้เรายังไม่เคยพบกันมาก่อน.

‘ควรจะบอกดีไหมเนี่ย ?’

แต่ว่า…ดูเหมือนมันจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่

ในความทรงจำของเขา เขาจำได้ว่าแทนมีนิสัยไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก.

‘แล้วชั้นจะต้องคอยดูพวกพ้องตัวเองถูกฆ่าอย่างงั้นเหรอ?’

เขาทำใจไม่ได้อย่างแน่นอน

เขาไม่ต้องการสูญเสียพวกพ้องอีกต่อไป

จากนั้น ความคิดของโรอันก็ผุดขึ้น!

‘ใช่แล้ว!! ที่นั่น.’

โรอันยิ้มอ่อนที่มุมปาก.

เขาจ้องไปที่แทนราวกับกำลังรออะไรอยู่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น.

“เห้ย!! จริงด้วย!!”

แทนที่กำลังบรรจุกระเป๋าของเขา ตะโกนออกมาราวกับว่าเขาจำอะไรได้. .

“มีใครเคยอยู่หรือคุ้นเคยกับแถวเขตเอลหรือป่าว?”

‘นี่ไง! จังหวะนี้แหละ’

โรอันรีบก้าวไปข้างหน้า และยกมือขวาขึ้นอย่างรวดเร็ว.

“ผม ผมรู้ ผมรู้จักดีเลยครับ”

“นาย?”

แทนขมวดคิ้ว.

‘ไอ้คนที่โดนพีทต่อยหนิ’

พีทไม่ใช่เป็นคนประเภทใช้ความรุนแรงโดยไม่มีเหตุผล.

‘แสดงว่าไอ้คนตรงหน้าเรานี่มันเป็นตัวปัญหา’

‘เชี่ยละ!’

คนนำทางเป็นหน้าที่ที่สำคัญยิ่ง

ถ้าเกิดมันทำพลาดจะทำให้คนทั้งทีมตกอยู่ในอันตราย.

“นายคุ้นเคยกับเขตเอลอย่างงั้นรึ ?”

“ใช่!! ต่อให้ผมหลับตาเดิน

ผมก็สามารถเดินจากที่นี่(ป้อมปราการเอลลิน)ไปยังหมู่บ้านเอลได้สบายๆ”

“เอิม……..”

แทนขมวดคิ้วและมองไปที่โรอัน.

‘งั้นก็ดี, ชั้นตกลงเชื่อใจนาย’

ผู้บัญชาการแทนแทบไม่เสียเวลาครุ่นคิดเลยสักนิด

แต่ปกติแทนก็เป็นคนเช่นนี้อยู่แล้ว .

“ไง นายชื่ออะไร?”

“โรอันครับ”

“แพคของซะ! แล้วตามชั้นมาเดี๋ยวนี้!”

แทนกำลังเดินไป ขณะนั้นก็จ้องไปที่นายพลแลนเดอร์.

“แลนเดอร์ หากนายเตรียมการเสร็จแล้ว ให้รีบตามไปสนามฝึกกับพวกเราด้วย”

“เข้าใจแล้ว!!”

แลนเดอร์ยิ้ม พร้อมพยักหน้าออกมา

แทนตบที่หน้าอกของเขาและเดินออกไปข้างนอก.

ส่วนโรอันก็รีบเดินตามผู้บัญชาการแทนไปติดๆ.

ในขณะที่โรอันเดินออกไปนอกค่ายนั้น

โรอันได้กลิ่นอะไรบางอย่างที่รู้สึกคุ้นเคยอย่างมากผ่านมาทางปลายจมูก.

‘นี่มัน…กลิ่นของสงคราม ไม่ ไม่สิ…นี่มัน………………กลิ่นของความตาย”

กลิ่นเหล็ก กลิ่นสนิม กองไฟ ม้า เหงื่อ กลิ่นคาว กลิ่นเลือด.

กลิ่นหลายอย่างผสมปนเปกันตลบอบอวล.

เป็นกลิ่นที่เขาเคยสัมผัสมาตลอด 20 ปี จนเขาแทบบ้าเพราะมัน.

มันเป็นกลิ่นที่น่ารังเกียจ

แต่ในลึกๆอีกมุมหนึ่งในหัวใจของโรอันก็กลายเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นหัวใจ.

‘ยิ่งคุณชอบกลิ่นนี้มากเท่าไหร่ แสดงว่าความตายนั้นอยู่ใกล้คุณแล้ว’

โรอันยิ้มอย่างขมขื่นและส่ายหน้า.

ในขณะนั้น แทนเดินก้าวมาต่อหน้าเขาและถามขึ้นอย่างห้วนๆว่า…..

“นายมาจากไหน”

“ผมมาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเทือกเขาเกรน แถบชายแทน”

“เทือกเขาเกรน…..ช่างเป็นสถานที่ที่หยาบกร้าน”

‘……….พวกที่มาจากแถวเทือกเขาเกรนรู้เกี่ยวกับอาณาเขตเอลด้วยเหรอ?’

เขารู้สึกว่าเหมือนกำลังโดนหลอก.

แทนยิ้มและมองไปที่หน้าของโรอัน

มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังนั่งจดจ่ออยู่กับกองเอกสารกองใหญ่.

“ผู้ช่วยโดเซ็น!”

แทนตรงเข้าไปหาเค้าแล้วก้มลง.

โดเซ็น เป็น 1 ใน 5 ของผู้ช่วยในกลุ่มโรส ดูแลรับผิดชอบในเรื่องการนำทาง.

ซึ่งแทนเลือกมาค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ๆ ที่มีมากกว่า 10 คน.

“อ๊าว!! แทน”

โดเซ็นยิ้มอย่างสดใสและพยักหน้าทักทาย.

แทนขยับไปด้านข้าง และชี้ไปที่โรอัน.

“มีคนในกลุ่มเรารู้จักอาณาเขตเอล”

“จริงเหรอ!!?”

โดเซ็นย้ายสายตาของเขาจดจ้องไปที่โรอัน.

“ชั้นพึ่งเคยเห็นเขา. เค้าเป็นเด็กใหม่เหรอ?”

“ใช่. เค้าพึ่งมาเมื่อวานนี้เอง”

“เค้าดูดีหนิ”

โดเซ็นหวาดสานตามองโรอันแล้วยิ้มให้.

“นายคุ้นเคยกับเขตเอลใช่มั้ย?”

“ครับ!”

“โรอันรีบตอบโดยไม่มีความลังเล”

’แค่เฉพาะการปะทะในเขตเอล เขาผ่านการปะทะมาแล้วกว่า 20หน’

‘ด้วยเหตุนี้ เขาจึงสามารถเห็นทั่วทั้งบริเวณเอลได้อย่างทะลุปรุโปร่ง.

โดเซ็นพยักหน้า

“งั้นชั้นจะลองถามคำถามง่ายๆดูนะ? ผลผลิตหลักของเอลคืออะไร?”

มันไม่ใช่คำถามที่ยากเลย.

“มันคือข้าวข้าวบาร์เลย์”

“แล้ว หมู่บ้านไหนที่ใหญ่ที่สุดในเขตเอล?

“ก็ต้องเป็นหมู่บ้านเอล แน่นอนอยู่แล้ว ต่อด้วยหมู่บ้านริเว็น หมู่บ้านมอส

และหมู่บ้านเฟอร์บัส.”

เขาพูดโดยไม่ติดขัดแม้แต่น้อย และแววตาที่มีแต่ความกระตือรือร้น.

‘ทุก ๆ สถานที่ พวกเราเคยผ่านการต่อสู้ด้วยกันมาแล้วทั้งนั้น’

โรอันยิ้ม.

โดเซ็นพยักหน้าด้วยความรู้สึกประหลาดใจ.

“โอ้…ไม่นึกเลยว่านายจะรู้จักแม้กระทั่งหมู่บ้านเฟอร์บัส.

ดูเหมือนว่านายจะอาศัยอยู่ในแถบนี้มานานแล้ว.

นายต้องเป็นผู้นำทางที่ยอดเยี่ยมแน่ๆ.”

โรอัน…ไม่ได้พูดความจริงว่าเขามาจากไหน.

เพราะมันไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเขา.

‘ชั้นจะเจอพวกก๊อบลินที่แอบซ่อนอยู่ก่อนพวกเขาเสมอ’

เขามองไปที่ผู้นำทางที่อยู่ข้างเขา.

‘เพราะคนพวกนี้ทำงานอย่างลวกๆ, ทำให้หลายคนต้องตาย’

แน่นอน, เขารู้จุดบกพร่องว่าทำไมคนพวกนั้นถึงชะล่าใจ.

ที่นี่เป็นเขตปลอดภัยที่ไม่มีมอนสเตอร์เลย.

ดังนั้น พวกเขาจึงคิดว่าไม่มีทางที่พวกก๊อบลินจะปรากฎตัวออกมา.

‘คราวนี้, ชั้นจะต้องคอยกีดกันพวกมัน’

โรอันกัดริมฝีปาก

“รับไป อย่าทำมันหายล่ะ !!”

แทน ยื่นหอกให้เขา.

โรอันพยักหน้าและจับมันอย่างมั่นคง.

มันเป็นความรู้สึกที่แข็งแกร่ง หนักแน่น

‘เจ็บ’

มือของเขานุ่มและเรียบเนียนมาก.

แผลและผิวที่หยาบกร้านในช่วง 20 ปีที่ได้รับมา ได้หายไปจนหมดสิ้น

‘มันกำลังจะเกิดขึ้น…………..อีกครั้งแล้วสินะ’

เขาพูดกับตัวเองพร้อมรอยยิ้มที่ขมขื่น.

“งั้นข้าไปก่อนล่ะ”

แทนมอบให้โดเซ็นดูแลต่อ และเขาก็เดินจากไปยังสนามฝึก.

โรอัน หายใจเข้าลึกๆขณะที่มองย้อนกลับไปที่หลังของแทน.

“อย่ากลัวไปเลย”

ทหารคนหนึ่งมองไปที่เขาและกระเทกไหล่ของโรอัน.

เขาดูเหมือนจะเข้าใจผิดและเชื่อว่าเขากลัวมาโดยตลอด.

“แค่นี้เอง ไม่มีอะไรมาก. เมื่อปีที่แล้ว……………”

เขาพูดถึงเรื่องราวที่ยาวนานเกี่ยวกับความกล้าหาญของเขา.

‘ชั้นยังมีเรื่องราว 20 ปีที่มีมูลค่า’

ถ้าเค้าได้เริ่มพูดล่ะก็, เรื่องนี้ไม่มีวันจบแน่.

ในเวลานั้น โดเซ็น ดันกองเอกสารไปไว้อีกด้านหนึ่ง.

“ชั้นคิดว่าผู้นำทางทั้งหมดนี้มากพอแล้ว มาสัน นายที่มีประสบการณ์เยอะที่สุด ข้าให้นายเป็นหัวหน้ากลุ่มของผู้นำทาง”

จากคำพูดของโดเซ็น, ทำให้เหล่าทหารพากันพูดกันไม่หยุด

และยิ้มอย่างยินดี

“เข้าใจแล้ว!! ไว้ใจผมได้เลยครับ !!!”

เขาตอบรับแบบโอ้อวด.

มาสัน มีลักษณะที่…ดูแล้ว คุณไม่คิดว่าจะสามารถไว้วางใจเขาได้ทุกอย่างหรอกนะ….

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงถูกซุ่มโจมตีโดยพวกก๊อบลิน’

โรอัน ขมวดคิ้ว.

‘มันเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง หากกองทหารโรสตกอยู่ในอันตราย’

ในชีวิตที่ผ่านมาของเขา กองทหารโรสถูกทำลายเพราะการซุ่มโจมตีของพวกก๊อปลิน.

ด้วยเหตุนี้ ทหารทั้งหมดที่รอดตายกับโรอัน

จึงต้องแยกย้ายกระจัดกระจายไปตามทีมอื่นๆ.

‘แม้ว่าคุณจะใช้ความพยายามของคุณไปแค่ไหนก็ตาม,

มันก็จะถูกคนอื่นพรากเอาไปอยู่ดี’

ยังไงก็ตาม ทหารในกลุ่มนี้ไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด

แม้เขาจะพยายามจับมอนเตอร์ได้มากมายเพียงใด

แต่ความพยายามมันเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวของทหารทุกคนเป็นเรื่องปกติ.

ด้วยเหตุนี้ ถึงจะจับมอนเตอร์ได้มาก

เขาก็ยังถูกตำหนิในเรื่องการออกนอกเส้นทางไปคนเดียว.

‘ชั้นไม่อยากมีชีวิตแบบนี้ ชั้นทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว’

โรอันจับหอกแน่น

“ดีล่ะ!!”

เสียงของมาสันดังขึ้น.

เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและเริ่มเดิน.

โรอันเดินตามหลังเขา และสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด.

‘นี่ คือ การ เริ่ม ต้น’

ในขณะที่ชีวิตของโรอันเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง.

หัวใจของเขาเต้นรัวมากกว่าที่เคยเป็น.

ชู่ววววววววววววว…..เสียงลมพัดแรงผ่านตัวของเขา.

กลิ่นของสนามรบ และสายลมพัดพาเข้าปะทะร่างกายของโรอันอย่างต่อเนื่อง

…………………………..

ติดตามข่าวสารได้จากที่นี่เลยครับ https://web.facebook.com/maddoxtranstation/