0 Views

“แฮกๆ”

เสียงหายใจติดขัดดังขึ้น

“แฮกๆๆๆ”

หัวใจเขาเต้นเร็วมากราวกับวิ่งมาทั้งวัน

‘นี่…..นี่ชั้นตายแล้วจริงๆเหรอ?’

เขารู้สึกประหลาด.

เขารู้สึกงุนงงเหมือนกับเพิ่งตื่นมาจากความฝัน

และหัวของเขาเจ็บปวดราวกับมันจะระเบิดออก.

และในตอนนั้น เขารู้สึกถูกอะไรกระแทกที่ท้ายทอยอย่างแรง.

ผั๊วะ!!

“ไอ้หน้าใหม่นี่ นี่แกกล้าหลับระหว่างที่เรากำลังเตรียมจะรบกันงั้นเหรอ?”

โรอันมองกลับไปข้างหลังด้วยดวงตาพร่ามัว ในขณะที่เขาลูบท้ายทอยไปด้วย.

“เห้ย!! แกจ้องข้างั้นเหรอ?”

เขาเป็นชายรูปร่างน่าเกรงขาม และคางเป็นเหลี่ยม.

เขามองไม่ค่อยชัดนักเพราะความกว้างของสายตามันถูกรบกวนอยู่

แต่โรอันก็รู้ดีว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร.

“คุณพีท”

‘ใช่พีทจริงๆด้วย’

รุ่นพี่ในกองกำลังที่ 7 ที่เขาเคยอยู่เมื่อ 20 ปีก่อน.

‘เอ๋…..แต่ไม่ใช่ว่าเขาตายในการกำจัดมอนสเตอร์เมื่อ 20 ปีที่แล้วหรอกเหรอ?’

โรอันขมวดคิ้ว.

‘สุดท้าย ชั้นก็มาพบกับคนตายอีกครั้งสินะ’

ทันใดนั้น เขายืนขึ้นและยื่นมือออกมา รู้สึกดีใจที่ได้เจอเขาอีกครั้ง.

“ไม่ได้พบกันนาน ดีใจที่ได้เจออีกครั้งนะครับ”

เขาพูดทักทายพร้อมกับยิ้ม.

แต่ยังไงก็ตาม ดูเหมือนพีทจะอารมณ์ไม่ค่อยดี.

“ไอ้โง่!!”

หมัดลอยเข้ามาพร้อมกับคำด่า.

ปั้ก!!!!

“อั้ก!”

โรอันกระเด็นออกไป หลังจากที่โดนต่อย และรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง.

‘บ้าเอ้ย ถึงตายไปแล้วก็ยังรู้สึกเจ็บเหรอเนี่ย?’

เขาขยับคางของเขา.

ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นมือขวา และร่างกายของเขา ร่างกายที่แสนอ่อนแอ

แถมหลังมือของเขายังทั้งนุ่มและสะอาดสะอ้าน.

‘นี่มันอะไรกัน? เราจะดูเด็กลงเมื่อตายงั้นเหรอ?’

ทุกอย่างทำให้เขาเกิดความสงสัย.

ขณะนั้น มีบางคนวิ่งเข้ามาหยุดตรงหน้าเขา.

“โรอัน นี่นายบ้าไปแล้วหรอ? ทำไมอยู่ๆนายก็เป็นแบบนี้ล่ะ?”

เสียงเบาๆที่เหมือนกระซิบพูดกับเขา โรอันค่อยๆหันหัวไปและมองดูเจ้าของเสียงนั้น.

“เพียซ!!”

โรอันสับสน สีหน้าของโรอันดูประหลาดใจยิ่งกว่าที่เขาเห็นพีทซะอีก.

“ทำไมนายมาอยู่ที่นี่? ไม่สิ ที่แปลกกว่านั้นคือ นายดูเด็กลงนะ?”

เพียซนั้นไม่ได้ตาย ที่ยิ่งกว่านั้นคือเขาไม่มีทางตายได้.

เพราะว่า หลังจากที่เขาได้กลายเป็นขุนนางของอาณาจักรรินส์

เขาก็ไม่ได้เข้าไปในที่อันตรายอย่างสนามรบอีก.

ยังไงก็ตาม ที่โรอันไม่เข้าใจมากกว่าก็คือทำไมเขาถึงได้ดูเด็ก

มันทำให้โรอันนึกถึงตอนที่พวกเขาได้พบกันครั้งแรกเมื่อ 20 ปีก่อน.

“นี่นายบ้ารึเปล่า?”

เพียซตบเขา.

เพียะ!!

จากนั้น โรอันรู้สึกว่าสติของเขาแจ่มชัดขึ้นมาทันที

ราวกับว่าหมอกที่ปกคลุมความคิดเขาอยู่มันถูกเป่าออกไป.

และความรู้สึกเบลอๆของเขาก็กลับมาเฉียบคมเหมือนแต่ก่อน.

และมันทำให้เขามองเห็นภาพเบื้องหน้าอย่างชัดเจน.

‘นี่มันค่ายทหารของกองพลกุหลาบไม่ใช่เหรอ?’

เขามั่นใจ.

ที่นี่คือค่ายของกองกลกุหลาบเมื่อ 20 ปีก่อนแน่ๆ.

มันไม่ใช่ทั้งสวรรค์หรือว่านรก และยิ่งกว่านั้น

เหล่าคนที่นั่งเป็นแถวอยู่ข้างหน้าเป็นคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาทั้งนั้น

‘พวกพ้องของชั้นจากกองพลกุหลาบเมื่อ 20 ปีก่อน? เกิดอะไรขึ้น?

นี่ชั้นไม่ได้ตายหรอกเหรอ?”

เขาสับสน.

ยังไงก็ตาม เขาไม่ได้คิดนานนัก.

“ไอ้โง่เง่านี่!"

เพราะว่าพีทโผล่มาและเตะเขาเข้าเต็มเปา.

พลั่ก!!.

“อุ้ก!”

โรอันกลิ้งไปบนพื้นและขดตัวอย่างรวดเร็ว

เขาป้องกันจุดสำคัญโดยสัญชาตญาณ แต่โชคดี ที่พีทไม่เตะเขาต่อ

เป็นเพราะว่าประตูทางเข้าค่ายเปิดขึ้น

และมีชายวัยกลางคนพร้อมกับสายตาที่ดูน่าหวาดกลัวปรากฏตัวออกมา

“นี่เจ้ากำลังทำอะไรอยู่!”

เสียงอันเฉียบคมดังออกมา

โรอันรู้สึกว่าเจ้าของเสียงนั้นไม่แม้แต่จะมองมาทางเขาเลยด้วยซ้ำ

‘ผู้บัญชาการ เท็น!!’

เขาสะบัดหัวไปมา.

‘ฉันยังไม่ตาย’

เขาหยิกขาตัวเอง และรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด.

‘มันไม่ใช่ฝัน’

ถ้างั้นก็เหลือแค่อย่างเดียว.

‘นี่ชั้นกลับมาในอดีตงั้นเหรอ?’

มันยากที่จะเชื่อ แต่มันก็มีความเป็นไปได้สูง และถ้ามันไม่ใช่อย่างนั้นล่ะก็ บางที

ชีวิตเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาของเขาคงจะเป็นเพียงแค่ฝันเท่านั้น.

‘จะอะไรก็ช่างเถอะ ชั้นยังมีชีวิตอยู่’

สำหรับเขา แค่นั้นก็พอแล้ว.

โรอันค่อยๆยืนขึ้น และกลับไปนั่งที่ของเขา.

เท็นขมวดคิ้ว แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้เขาไม่มีเวลาว่างมาทำอะไรแบบนั้น.

“ทุกคนเตรียมความพร้อม พวกเราจะผ่านหมู่บ้านเอลไปและมุ่งเข้าสู่ที่ราบพีเดียน”

ทันใดนั้น สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป.

“โอ้!! ให้ตายสิ หมู่บ้านเอล”

“ถ้าเราไปปราสาทวอร์เรนล่ะก็ ฉันคิดไว้ว่าจะไปปลดปล่อยตัวเองที่นั่นล่ะ”

“บาร์เมื่อล่าสุดนั่นยังอยู่ดีใช่มั้ย?”

“ใช่ สาวเจ้าของร้านฆ่ามันเรียบร้อย”

พวกเขาพูดคุยกันและแสดงสีหน้าเสียใจออกมา.

เท็นปรบมือเสียงดัง.

แปะ! แปะ!

“ทุกๆคนหุบปาก และก็ขยับตัวซะ เร็วๆเข้า! โอลิเวอร์ มาดูแลพวกเด็กใหม่ซิ”

“รับทราบ!!”

โอลิเวอร์ที่มีร่างกายผอมสูงตอบรับเสียงดัง และเดินมาตรงหน้าโรอัน.

“ทุกคน ใส่ชุดเกราะและหมวกของนายซะ”

เมื่อเขาพูดจบ ทหารใหม่รวมถึงเพียซ ก็หยิบเกราะขึ้นมาใส่อย่างช้าๆ.

โอลิเวอร์มองไปที่โรอัน และพูดออกมาราวกับคำราม.

“แก ไอ้โง่ แกด้วย ใส่เร็วๆเข้า ชั้นกำลัง*/*-/- -*…..”

เขายังไม่ทันพูดจบประโยค.

โรอันใส่ชุดเกราะอย่างชำนาญและจัดสัมภาระเสร็จเรียบร้อย.

‘ทำไมเจ้าโง่นี่ ถึงได้ชำนาญแบบนี้?’

โอลิเวอร์พูดไม่ออกไปชั่วขณะ.

แค่ดูการจัดสัมภาระของโรอัน ก็พบว่าเหนือกว่าเขาซะอีก.

‘ชั้นทำแบบมาตลอด 20 ปีเลยนะ’

โรอันยิ้มเล็กน้อย.

โอลิเวอร์ต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาพูดไม่ออก

เขาจึงหันกลับไปด้วยสีหน้าผิดหวัง.

ขณะเดียวกัน เสียงของเพียซก็ดังเข้ามาในหูของโรอัน.

“โรอัน”

เสียงที่เบาเหมือนกระซิบ.

โรอันตรวจสอบชุดเกราะของเพียซกับกระเป๋าสัมภาระของเขา

และทำสีหน้าน่าเวทนาออกมา.

‘นายนี่ยังเหมือนเมื่อ 20 ปีก่อนชะมัด’

เขาเองก็ชอบที่มันกลับมาเป็นแบบนี้.

เพียซ ในตอนนั้นทั้งขี้อายและไม่มีความสามารถอะไร ยิ่งกว่านั้นคือเขาตัวเล็ก

เพราะงั้นเขาจึงมักจะขอความช่วยเหลือจากโรอัน.

โรอันเดินไปข้างหน้าเขาและส่ายหัว

หลังจากที่เขาจัดสัมภาระใส่กระเป๋าให้เพียซเสร็จเรียบร้อย.

‘สำหรับหมอนี่ที่กลายเป็นขุนนางของอาณาจักรรินส์

ที่เหนือยิ่งกว่าผู้บัญชาการกองพลแล้วนี่มัน…….’

เขาตอนนี้ มันเป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อเลยซักนิด.

‘หมอนี่มันโชคดี ชีวิตหมอนี่ดีขึ้นเพราะได้ไปเป็นลูกศิษย์ของพลหอกอัจฉริยะ เรล

เบเกอร์’

ทันใดนั้น โรอันก็เบิกตากว้าง นิ้วของเขาสั่นไปหมด.

“โรอัน เกิดอะไรขึ้น?”

เพียซแสดงความเป็นห่วงออกมา แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เขานึกไม่ถึง.

‘ถ้าที่ชั้นย้อนอดีตมาเป็นความจริงล่ะก็ ถ้าอย่างนั้น ชั้นก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้’

แม้ว่าเขาจะจำพวกเหตุการณ์ต่างๆไม่ได้มากนัก

แต่เขาจำข่าวที่ทำให้ทั้งโลกต้องสั่นสะเทือนได้.

โดยเฉพาะ สงครามและการต่อสู้ที่เขาเผชิญเมื่อ 20 ปีก่อน เขาจำมันได้อย่างชัดเจน

ถึงขนาดที่ว่าถ้าให้เขียนออกมาเขาก็คงจะเขียนมันลงไปได้ทั้งหมด.

ตึ้ก! ตึ้ก!.

หัวใจเขาเริ่มเต้นเร็วขึ้น.

‘ชั้นสามารถทำได้’

ไฟลุกโชนอยู่ในดวงตาทั้งสองข้างของเขา.

‘ครั้งนี้ ชั้นสามารถทำได้’

หน้าของโรอันเริ่มกลายเป็นสีแดง.

‘ครั้งนี้ ชั้นจะกลายเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ แม่ทัพที่สามารถสั่งการได้ทั้งอาณาจักร!’

รอยยิ้มของเขาอ่อนลง.

‘ไม่สิ ไม่’

ในความทรงจำ ประสบการณ์ และข้อมูลที่เขามี

มันไม่ได้อยู่ในระดับที่เขาจะเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น.

อึ้ก.

เขากำหมัดแน่น.

‘อย่างน้อย ชั้นต้องเป็นราชันย์’

เมื่อนานมาแล้ว พวกเขาพูดถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ในชีวิต

ที่แล้วเขาตั้งเป้าว่าจะเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่.

แต่เป็นได้แค่พลหอก.

เพราะฉะนั้นเป้าหมายครั้งนี้ในชีวิตนี้ของเขาคือการเป็นราชันย์.

‘ถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะก็ อย่างน้อยข้าก็จะกลายเป็นแม่ทัพสินะ?’

จุดเริ่มต้นของชีวิตนี้แตกต่างออกไป เพราะเขารู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น.

‘อย่างแรกเลย………’

จากความทรงจำเมื่อ 20 ปีก่อน.

สงครามครั้งแรก.

ความทรงจำอันบ้าคลั่ง.

ทันใดนั้น ใบหน้าของโรอันก็แข็งค้างไปทันที.

“บ้าเอ๊ย!!”

เขาจำมันได้แล้ว.

สงครามครั้งแรกอันโศกเศร้าและน่าสังเวช.


ติดตามข่าวสารได้รวดเร็วกว่าที่นี่เลยครับ https://web.facebook.com/maddoxtranstation/