0 Views

การถอนหายใจนั่นมันอะไร ?

 

นี่คงไม่ได้คิดจริงๆใช่ไหมว่าเรื่องที่คุณแต่งจะหลอกพวกเราได้ ?

 

โครตหลงตัวเองชะมัด !

 

“ เอ่อ…อย่ามองผมอย่างนั้นเลย มันรู้สึกเขินๆเหมือนกันนะ ” ยูหมิงเกาหัวแค่กๆด้วยรอยยิ้ม พร้อมถาม “ ว่าแต่ผมได้เข้าทํางานที่นี่หรือยังครับ ? ”

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิว เชฟเจิ้งฝาน ฮั่นเสี่ยว ทั้งสามคนถึงกับชะงักและมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาแปลกๆ 

 

นี่เขาหลุดมาจากโรงพยาบาลบ้าหรือเปล่าเนี่ย ?

 

ทําไมถึงมีนิสัยไม่เหมือนใครเขาแบบนี้ ?

 

เฮ้อ…ช่างเถอะ !

 

“ เธอชื่อยูหมิงใช่ไหม ? งั้นต่อจากนี้ฉันจะเรียกเธอว่าเชฟยูแล้วกัน ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวยิ้มเป็นเชิงว่าเขารับอีกฝ่ายเข้ามาทํางานแล้วนั่นเอง

 

อีกอย่างถ้าหากเขาเรียกน้องชายยูหรือยูน้อยมันก็ออกจะดูแปลกประหลาดเกินไปหน่อย เพราะถึงยังไงอีกฝ่ายก็มีฝีมือเก่งกาจเหนือกว่าเขาเยอะ…

 

ก็แค่ข้าวผัดไข่กับเสี่ยวหลงเปาอะนะ อย่างอื่นจะเป็นยังไงเขาก็ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่เขาคิดว่าอย่างน้อยมันก็ต้องอร่อยบ้างแหละ

 

“ ฝากตัวด้วยนะเชฟยู ! ” เชฟเจิ้งฝานทักทายยูหมิงแบบเป็นกันเอง ความรู้สึกของเขาต่ออีกฝ่ายก็เหมือนๆกันกับเพื่อนของเขา ถ้าจะให้เขาเรียกแบบอื่นมันก็ออกจะแปลกๆเกินไปหน่อย

 

“ ฝากตัวด้วยนะเชฟยู ” ฮั่นเสี่ยวหัวเราะเบาๆและหยอกล้อยูหมิง

 

“ อ้อ ได้ครับ ” ยูหมิงยิ้มจางๆและพยักหน้า ก่อนจะถาม “ ว่าแต่ผมขอพักที่นี่ก่อนได้รึเปล่าครับ ? พอดีผมเพิ่งจะมายังเมืองนี้น่ะครับ ” เขายังไม่มีที่พักเลย แถมเงินซักหยวนก็ยังไม่มี แล้วจะให้เขาไปพักที่ไหนล่ะ ? 

 

จะให้เขาไปนอนตามต้นไม้ป่าเขาอะไรแบบเก่าเหรอ ?

 

ไม่อะ ! เขาไม่เอาหรอก !

 

เพราะตอนนี้เขาตั้งใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตในแบบที่คนธรรมดาเขาทํากัน หากไม่จําเป็นจริงๆเขาจะไม่เผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาเด็ดขาด !

 

“ ได้สิ เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวพยักหน้ารับ เพราะที่ภัตตาคารบัวสวรรค์แห่งนี้หลังจากที่พนักงานบริการและเชฟฝึกหัดทั้งหลายลาออกไปเข้ากับฝั่งโน้น ห้องพักของพนักงานบริการและเชฟฝึกหัดทั้งหมดจึงว่างเปล่า ดังนั้นจึงมีห้องพักให้ยูหมิงพักอย่างแน่นอน

 

แต่เขาแค่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ยูหมิงไม่ใช่คนของเมืองนี้ก็เท่านั้นเอง 

 

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะถึงยังไงอีกฝ่ายก็เข้ามาทํางานกับเขาแล้ว

 

“ น้องชายยูเธออยู่ในระดับสุดยอดเชฟอย่างนั้นเหรอ ? ” ฮั่นเสี่ยวถามขึ้นในสิ่งที่อยากรู้

 

“ ใช่ ! พวกฉันเองก็อยากรู้ ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานพยักหน้าเห็นด้วยกับฮั่นเสี่ยวและรอฟังคําตอบของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ

 

พวกเขาอยากรู้มานานแล้ว เพราะตั้งแต่ที่ได้ลิ้มลองสุดยอดข้าวผัดไข่ของชายหนุ่มคนนี้ มันอร่อยเกินระดับสุดยอดเชฟทั่วไปเสียอีก

 

ในขณะที่ทุกคนรอคําตอบจากยูหมิง ยูหมิงก็ถึงกับชะงักอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาชะงักด้วยความสงสัย

 

ระดับสุดยอดเชฟ ? 

 

มันอะไรกันล่ะนั่น ?

 

เขาไม่รู้จักหรอก แต่ที่แน่ๆฝีมือของเขาอะบรรลุจนแตกฉานเกินกว่าที่ระดับสุดยอดเชฟอะไรนั่นจะเทียบได้แล้ว 

 

“ ไม่อะครับ ถ้ายังไงก็ช่วยบอกผมทีสิว่าระดับสุดยอดเชฟอะไรนั่นมันคืออะไร ? ” เขาไม่รู้จริงๆถึงได้อยากรู้และสงสัยด้วยว่ามันคืออะไร 

 

จากการคาดเดาของเขา มันคงจะเป็นอะไรที่คล้ายๆกันกับการจัดระดับฝีมือจองเชฟในอีกภพหนึ่งแน่ๆ

 

“ เธอไม่รู้ ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและอีกสองคนที่รอคําตอบถึงกับหน้าเหยเกเลยทีเดียว นี่อีกฝ่ายหลุดออกมาจากป่ารึเปล่าเนี่ย ? ทําไมถึงได้ไม่รู้จักระดับสุดยอดเชฟทั้งๆที่มีฝีมือสูงลํ้าเช่นนี้ !

 

“ ใช่ครับ ” ยูหมิงพยักหน้า เขาไม่รู้นี่แปลกมากเลยเหรอ ? 

 

ดูท่าคนในโลกนี่จะรู้จักกันดีมากเลยนะ แบบนี้เห็นทีท่าเขาไม่รู้ก็คงไม่ได้แล้วล่ะ !

 

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่รู้จริงๆ หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวจึงอธิบายให้อีกฝ่ายด้วยความจําใจ 

 

หลังจากที่ยูหมิงได้ฟังคําอธิบายจากหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวเขาก็ถึงบางอ้อทันที

 

‘ อ๋อ ที่แท้วงการเชฟของโลกใบนี้ก็มีระดับฝีมือด้วย คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ’ เขาส่ายหัวในใจด้วยความทึ่ง สมัยเด็กๆที่พ่อแม่ของเขาพาไปร้านอาหารอย่างมากเขาก็รู้จักเพียงแค่เชฟระดับห้าดาว แต่ในตอนนี้พอเขาได้รู้จักระดับฝีมือที่เหนือกว่าห้าดาวมันก็นับเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจไม่ใช่น้อยสําหรับเขา

 

“ แล้วจะให้ผมเริ่มทํางานตอนไหนดีครับ ? ” ยูหมิงถาม

 

“ ตอนนี้คงยังไม่ต้องหรอก ” เชฟเจิ้งฝานพูดด้วยท่าทางห่อเหี่ยวใจ

 

“ ทําไมล่ะครับ ? ” ยูหมิงสงสัย

 

“ มันเป็นเพราะในตอนนี้ทางร้านเราไม่มีพนักงานบริการเลยน่ะสิ แม้แต่เชฟฝึกหัดหรือเชฟทั่วไปก็ไม่มีเช่นกัน ดังนั้นถึงเธอจะทําอาหารได้อร่อยแต่จะนําไปเสิร์ฟให้ลูกค้าจํานวนมากได้อย่างไรล่ะ ? จริงไหม ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวอธิบายอย่างใจเย็น แต่ในใจกลับแฝงไปด้วยความห่อเหี่ยวเช่นเดียวกันกับเชฟเจิ้งฝาน

 

ถึงตอนนี้เขาจะได้ยูหมิงที่มีฝีมือในการทําข้าวผัดไข่และเสี่ยวหลงเปามาแล้วก็เถอะ แต่ปัญหาใหญ่มันก็ยังคงมีอยู่ 

 

จะทําไงล่ะหากมีลูกค้าจํานวนมาก ?

 

เสิร์ฟให้พวกเขาทีละคนอย่างนั้นเหรอ ?

 

ขืนทําแบบนั้นทางร้านคงโดนวิจารณ์ยับเยินแน่ !

 

“ ใช่จ้ะน้องชายยู ตอนนี้หากร้านเรามีลูกค้าเข้ามาเป็นจํานวนมากพร้อมกันล่ะก็ พวกเราคงไม่สามารถรับมือได้ทันแน่ ” ฮั่นเสี่ยวพยักหน้าเห็นด้วย ในใจแอบนึกด่าพวกที่ทอดทิ้งร้านไปเข้ากับฝ่ายตรงข้าม

 

“ อ๋อที่แท้ก็เรื่องแค่นั้นเอง ไม่เป็นไรหรอกครับ ระดับผมเรื่องแค่นี้ถือว่าจัดการได้สบายมาก ” ยูหมิงพอเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆของภัตตาคารบัวสวรรค์มาบ้าง ซึ่งในตอนที่เขายืนอยู่หน้าร้านเขาก็ได้ยินข้อมูลปกติที่ว่าร้านนี้กําลังแย่ เมื่อรวมถึงคําอธิบายที่ได้รับมาเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าร้านนี้กําลังขาดอะไรอยู่

 

พนักงานบริการ ?  เชฟฝึกหัด ? เชฟทั่วไป ?

 

เรื่องจิ๊บจ๊อยแค่นี้เขาสามารถจัดการได้สบายๆ !

 

“ น้องชายยู เธอจะไม่หลงตัวเองมากไปหน่อยเหรอ ? ” ฮั่นเสี่ยวบ่นออกมาตามความรู้สึกที่เธอรู้สึก

 

ส่วนหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานทั้งสองทําได้เพียงถอนหายใจเบาๆ สําหรับพวกเขานั้นยูหมิงมีฝีมือก็จริง แต่เขาก็หลงตัวเองมากเกินไปหน่อย หากไม่มีนิสัยหลงตัวเองนี้เขาคงเป็นเชฟที่สุดยอดคนหนึ่งเลยล่ะ

 

“ เฮ้อ ! ” ยูหมิงถอนหายใจด้วยความช่วยไม่ได้ ทําไมถึงไม่มีคนเชื่อใจเขาเลยนะ ? ทั้งๆที่เขาเก่งกาจถึงเพียงนี้ ! 

 

หรือจะต้องให้เขาเอาจริงเสียก่อนทุกคนถึงจะยอมเชื่อ ?

 

แต่เขาก็ต้องปัดความคิดนี้ทิ้งออกไปจากหัวเพราะเขาเชื่อว่าแค่เขาเผยความแข็งแกร่งด้านเชฟออกมาอีกนิดหนึ่งโดยไม่ต้องเอาจริง เขาก็สามารถทําได้แล้ว !

 

หลังจากนั้นทุกคนก็คุยกันเกี่ยวกับสถานการณ์ทางร้านว่าจะทํายังไงต่อ เมื่อคุยกันเสร็จหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็ได้มอบหมายให้ฮั่นเสี่ยวพายูหมิงไปยังห้องพัก

 

แน่นอนว่าไม่มีใครสนใจข้อเสนอของยูหมิงที่โครตจะหลงตัวเองหรอก ยูหมิงจึงได้แต่เศร้าใจและตามฮั่นเสี่ยวกลับไปยังห้องพัก

 

 

ณ ชั้นสอง ห้องพักของยูหมิง 

 

ฮั่นเสี่ยวมองการแต่งตัวของยูหมิงด้วยสายตาแปลกประหลาด เขาหล่อถึงขนาดนี้แต่ทําไมถึงได้แต่งตัวเชยนักนะ 

 

หรือว่าเขาจะหลุดออกมาจากป่าจริงๆ ?

 

“ มองผมแบบนั้นมีอะไรหรือเปล่าครับพี่สาว ? ” แน่นอนว่ายูหมิงไม่ได้รู้เลยว่าการแต่งตัวของเขานั้นไม่เข้ากันกับหน้าตาสุดๆ

 

“ ก็พี่ว่าชุดของเธอมันเชยเกินไปน่ะสิ นี่เธอคงไม่ได้มาจากบ้านนอกใช่ไหม ? หล่อก็จริงแต่แต่งตัวไม่เป็นนี่น่าอายนะ ! ” ฮั่นเสี่ยวรู้สึกแปลกๆเกี่ยวกับชุดของยูหมิงตั้งแต่ตอนที่เขาก้าวเข้ามาในร้านแล้ว

 

หน้าตาหล่อเหลา ร่างกายแบบดารา แต่เสื้อยืดกับกางเกงยีนธรรมดามันออกจะเชยเกินไปนะ อย่างน้อยก็ยังดีที่อีกฝ่ายใส่รองเท้าผ้าใบแทนรองเท้าแตะ

 

ยูหมิงที่ได้ยินก็พลันเหลือบมองตัวเองและกระจกเพื่อดูว่ามันจริงไหม และสุดท้ายเขาก็ต้องตะหนักว่าความหล่อของเขานี่มันช่างไม่เข้ากับชุดเอาเสียเลย แต่เขาก็แกล้งทําเป็นว่าไม่รู้หน้านิ่งและยิ้มจางๆอย่างทุกที พูดออกไปว่า “ คนหล่อเหลาอย่างผมน่ะไม่ว่าจะใส่ชุดไหนก็หล่อหมดนั่นแหละ ความเข้ากันได้น่ะเหรอ ? นั่นไม่มีความหมายกับคนหล่อเหลาอย่างผมหรอก เพราะผมคือคนที่สุดจะหล่อเหลายังไงล่ะ ไม่ว่าจะเป็นชุดที่เชยขนาดไหนเมื่อถูกผมสวมใส่พวกมันก็ต้องเฉิดฉายไปถึงสวรรค์ ! ” แม้ปากเขาจะพูดออกไปเช่นนั้นแต่ความจริงแล้วเขาก็รู้สึกอายอยู่ไม่ใช่น้อยที่แต่งตัวแบบนี้เข้ามาในเมือง