0 Views

เสวียนเหยินมองดูคนทั้งสามตรงหน้าอย่างไม่แยแส

เหลียงเย่ที่ถูกจ้องมองโดยสายตาคู่นั้นถึงกับตื่นตะหนก ‘ คนๆนี้เป็นของจริง ! ’ เขารับรู้ได้ถึงความจริงที่ว่าชายตรงหน้าหากจะฆ่าเขาก็สามารถฆ่าได้ง่ายๆโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

“ บอส ! ’’ ฉินเลี่ยและซ่งหมินทําความทักทายอย่างพร้อมเพรียง

“ แกไปโดนอะไรมาฉินเลี่ย ? ’’ เสวียนเหยินขมวดคิ้ว ในตอนแรกที่เขาเห็นฉินเลี่ยเขาก็นึกว่าแค่คนหน้าเหมือน แต่พอได้ยินเสียงของอีกฝ่ายเท่านั้นแหละ เขาถึงกับรู้ทันทีเลยว่าอีกฝ่ายคือใคร

อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขารู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากที่มีคนสามารถทําร้ายฉินเลี่ยได้ถึงขนาดนี้ เพราะเท่าที่เขารู้มาฉินเลี่ยเป็นหนึ่งในคนที่ต่อสู้ได้เก่งที่สุดในหมู่นักเลงแล้ว หากจะมีคนที่สามารถเอาชนะฉินเลี่ยได้ก็คงมีเพียงเขาเท่านั้นแหละ !

ดังนั้นคนที่สามารถทําให้ฉินเลี่ยมีสภาพเป็นอย่างนี้ได้ ไม่ต้องบอกเขาก็รู้เลยว่าคนๆนั้นคงต้องมีฝีมือในการต่อสู้อยู่ในระดับเดียวกันกับเขา !

“ ก็แค่คนๆหนึ่งน่ะครับบอส ’’ ฉินเลี่ยรีบพูดออกมาโดยไม่ปิดบัง เพราะเขารู้ดีว่าการปิดบังเสวียนเหยินนั้นเป็นการทรยศอย่างหนึ่ง ซึ่งนั่นอาจนํามาซึ่งความเลวร้ายได้

“ อืม ! นายคงเป็นเหลียงเย่สินะ ? ’’ เสวียนเหยินพยักหน้าเข้าใจก่อนจะปรายตามองเหลียงเย่ จากข่าวที่ได้รับมาเขาได้รู้มาว่าคนๆนี้ก็คือคนที่ยักยอกยาเสพติดของแก๊งค์ไป แน่นอนว่าเขาก็ได้รับรู้ความจริงมาอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงยังไม่ได้สั่งฆ่าคนๆนี้

“ ใช่แล้วบอส ! มันคือเหลียงเย่ ! ’’ ก่อนที่เหลียงเย่จะได้ทันพูดอะไร ฉินเลี่ยก็พูดขึ้นมาก่อน เขาในตอนนี้มองไปยังเหลียงเย่ราวกับคนที่ตายไปแล้ว

ซ่งหมินเองก็ยิ้มเย้ยหยันมองดูเหลียงเย่ตรงหน้าด้วยสายตาดูถูก เพราะเขารู้ดีว่าบอสจะต้องทําการฆ่าคนที่ทรยศแก๊งค์แน่นอน !

อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาพวกเขาทั้งสองก็ต้องสะดุ้งและตกใจ

“ หุบปาก ! ฉันสั่งให้พวกแกสองตัวพูดแล้วรึไง ! ’’ เสวียนเหยินตวาดออกไป เขาจ้องมองคนทั้งสองด้วยสายตาเย็นชา

ฉินเลี่ยและซ่งหมินที่ถูกตวาดถึงกับช็อคและหุบหากเงียบกริบยืนตัวสั่นทันที

พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าทําไมอยู่ดีๆบอสถึงได้สั่งให้พวกเขาหุบปากและมองมายังพวกเขาด้วยสายตาแบบนั้น ?

เหลียงเย่ก็รู้สึกประหลาดใจไม่ใช่น้อยที่อีกฝ่ายตวาดพวกฉินเลี่ย ในตอนนี้เขาหรี่ตาลงมองดูชายตรงหน้าอย่างระมัดระวังและรอบคอบ เพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน “ ใช่ ! ฉันคือเหลียงเย่ ! ’’ เขาพูดชื่อของตัวเองออกไปด้วยนํ้าเสียงนิ่งสงบ แน่นอนว่าในตอนนี้เขาไม่ได้มองอีกฝ่ายเป็นบอสอีกต่อไปแล้ว เพราะอีกฝ่ายอาจจะสามารถฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ เขาจึงต้องวางตัวให้อยู่ในจุดยืนที่ดี

“ โอ้ ! ’’ เสวียนเหยินที่ได้ยินถึงกับรู้สึกประหลาดใจ เขาประหลาดใจเป็นอย่างมากที่อีกฝ่ายไม่ได้หวาดกลัวเขาเหมือนกับไอ้สองตัวนั่นที่ยืนตัวสั่นอยู่

“ พวกนายตามฉันมา ฉันมีเรื่องจะให้พวกนายไปจัดการ จัดการเรื่องนี้เสร็จเมื่อไหร่เรื่องที่เหลือค่อยคุยกันต่อ ! ’’ เสวียนเหยินเลิกสนใจเหลียงเย่และหันหลังเดินออกไปจากเขตชนบทและขึ้นไปยังรถคันหนึ่ง

“ … ’’ ฉินเลี่ยและซ่งหมินต่างรู้สึกประหลาดใจและไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่พวกเขาก็ต้องเดินตามบอสใหญ่ของตัวเองไป เหลียงเย่เองก็เช่นกัน ทว่าเขาก็ยังคงเดินตามเสวียนเหยินไปด้วย เพราะตราบใดที่อีกฝ่ายยังให้โอกาสเขาอยู่เขาก็จะยังไม่ทําอะไรวู่วาม

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ที่ร้านนํ้าชาแห่งหนึ่ง  ภายในร้านมีคนๆหนึ่งกําลังนั่งจิบนํ้าชาด้วยท่าทางสบายๆอยู่ “ ไม่เลว ! ’’ เขามองดูผู้คนที่เดินไปมาอยู่ข้างนอกร้านพร้อมกับชื่นชมรสชาติของนํ้าชา

ที่ตรงกันข้ามของเขามีหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูมีเสน่ห์ยั่วยวนบุรุษเพศ เธอคนนี้ก็คือยูฮุ้ยหลิง !

ยูฮุ้ยหลิงมองไปยังยูหมิงที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามด้วยความประหลาดใจ เดิมทีเธอแค่ตั้งใจจะออกมาหาอะไรกินฆ่าเวลา แต่เธอไม่นึกเลยว่าเธอจะมาเจอชายหนุ่มคนนี้โดยบังเอิญขนาดนี้ แถมเขายังนั่งจิบชาแบบชิวๆอยู่อีก จนเธอรู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้จะชิวเกินไปไหม ?

“ คุณจะมัวมองดูผมทําไม ? มีเรื่องอะไรก็พูดมา ! ’’ ยูหมิงเอ่ยขึ้นด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยซํ้า เพราะความงามของเธอมันใช้กับเขาไม่ได้ผลหรอก

ส่วนที่เขาถามออกไปนั้นก็เป็นเพราะว่าอยู่ดีๆเธอก็มาที่นี่และเข้ามานั่งตรงกันข้ามกับเขาแล้วบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แต่ไหงกับถึงได้มานั่งนิ่งเงียบแบบนี้เล่า ?

หรือเธอตั้งใจจะมานั่งมองคนหล่ออย่างเขากัน ?

“ ได้ ! ’’ หลังจากที่ได้ยินเสียงของยูหมิง ยูฮุ้ยหลิงก็ปรับท่าทางไปเป็นเหมือนเดิมและยิ้ม “ ครั้งก่อนต้องขอบคุณมากที่นายช่วยฉันเอาไว้ ! ว่าแต่นายไม่คิดจะบอกชื่อของตัวเองให้ฉันรู้หน่อยเหรอ ? ’’ เธอรู้สึกตะหงิดๆมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว เธอสวยขนาดนี้แล้วทําไมอีกฝ่ายถึงยังไม่รีบแนะนําตัวให้เธอรู้จักอีก ?

นี่อีกฝ่ายยังเป็นผู้ชายอยู่ใช่ไหม ?

“ ชื่อของผม ? มันสําคัญอะไรกับสิ่งที่คุณจะพูดกับผมด้วยงั้นเหรอ ? ’’ ยูหมิงรู้สึกสับสน มีเรื่องอะไรจะคุยก็แค่บอกมา ทําไมต้องมาถามชื่อของเขาด้วย หรือว่าเธอตั้งใจจะนําเขาไปสอบสวนเกี่ยวกับคดีในครั้งที่แล้ว ?

“ … ’’ ยูฮุ้ยหลิงที่กําลังจิบนํ้าชาอยู่ก็แทบสําลักพรวดออกมา เธอไม่เข้าใจเลยว่าทําไมชายหนุ่มคนนี้ถึงได้ดูปัญญาอ่อนนัก กะอีแค่บอกชื่อของตัวเองมันจะไปยากอะไร หรือว่าเขาจะไม่เชื่อใจเธอและกลัวว่าเธอจะนําชื่อของเขาไปรายงานกับทางเบื้องบนกัน ?

ใช่ ! มันต้องใช่แน่ๆ !

“ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันไม่นําชื่อของนายไปรายงานกับทางเบื้องบนหรอก ! ’’ ยูฮุ้ยหลิงพูดด้วยนํ้าเสียงจริงจังด้วยท่าทางที่บ่งบอกว่าเชื่อถือได้เลย

“ ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ผมจะไม่บอกชื่อของผมกับคุณเด็ดขาด ! มีเรื่องอะไรจะคุยก็รีบพูดมา ! ไม่งั้นผมจะกลับแล้ว ! ’’ ยูหมิงพูดด้วยนํ้าเสียงจริงจังสวนกลับไป

ล้อกันเล่นรึเปล่าที่จะให้เขาบอกชื่อกับเธอที่เป็นตํารวจ ? ถ้าเขาบอกชื่อตัวเองออกไปชีวิตที่เขาอยากจะใช่ในแบบธรรมดามันคงต้องถูกเธอดึงเข้าไปพัวพันอะไรหลายๆอย่างแน่ !

“ เอ่อ… ’’ ยูฮุ้ยหลิงถึงกับพูดไม่ออก นี่เธอเชื่อถือไม่ได้เลยงั้นเหรอ ? หรือว่าอีกฝ่ายจะแค่ระวังตัวมากเกินไป ?

“ ก็ได้ ! ฉันจะพูดเรื่องที่ฉันจะคุยแล้วกันแม้ฉันจะไม่รู้จักชื่อของนายก็ตาม ! ’’ ยูฮุ้ยหลิงพยักหน้าอย่างจําใจและเริ่มพูดต่อทันที “ ฉันเห็นว่านายมีฝีมือในการต่อสู้ไม่เลว ดังนั้นฉันจึงอยากจะขอให้นายช่วยไปแฝงตัวในแก๊งค์เสือป่าเพื่อหาหลักฐานมัดตัวเรื่องยาเสพติด ! ’’ เมื่อคืนขณะที่เธอกําลังครุ่นคิดว่าจะเอายังไงกับแก๊งค์เสือป่าและตระกูลฉีดี เธอก็คิดจะแฝงตัวเข้าไปในแก๊งค์เพื่อหาหลักฐานมัดตัวแทน ทว่าในตอนนี้เมื่อเธอได้มาเจอยูหมิงอีกครั้งเธอก็เลือกที่จะขอให้เขาช่วยแทนเพราะเธอจําได้ดีว่าฝีมือการต่อสู้ของชายคนนี้นั้นเก่งขนาดไหน ดังนั้นการที่จะขอให้อีกฝ่ายช่วยแฝงตัวเข้าไปในแก๊งค์เสือป่ามันเป็นอะไรที่ไม่ยากเกินมือเลยด้วยซํ้า !

เพราะถึงยังไงถ้าเกิดอะไรขึ้นอีกฝ่ายก็คงสามารถใช้ฝีมือในการต่อสู้หลบหนีออกมาได้อยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงปลอดภัยกว่าถ้าเธอจะให้อีกฝ่ายเข้าไปแฝงตัวแทนเธอ

“ แก๊งค์เสือป่า ? แฝงตัว ? หาหลักฐานมัดตัว ? พอเลย ! นี่คุณลืมไปแล้วเหรอไงว่าผมอุส่าห์ช่วยคุณไว้จากพวกกลุ่มโจรเมื่อคืนนี้ ? แล้วนี่อะไร ! คุณอยากจะขอให้ผมช่วยอีกครั้งนี่นะ ? ผมขอปฏิเสธ ! ’’ ทางด้านยูหมิงที่กําลังนั่งจิบนํ้าชาอยู่ก็วางแก้วในมือลงและยิงคําถามออกไปก่อนจะปฏิเสธอย่างไม่แยแสทันที !

ล้อกันเล่นรึเปล่าที่จะให้เขาไปแฝงตัว ?

ตลกแล้ว !

เขาไม่ได้เป็นเบ๊ซักหน่อยนะที่จะต้องคอยทําตามที่คนอื่นสั่ง !