0 Views

หนึ่งชั่วโมงต่อมา กลุ่มของซีเผิงได้กลับออกไปด้วยท่าทางตกตะลึงถึงขีดสุด ทว่าก่อนที่พวกเขาจะกลับออกไปพวกเขาก็ได้สั่งอาหารมาเพิ่มและทําการจ่ายเงิน เพราะพวกเขาไม่เคยได้กินอะไรที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยพวกเขาจึงต้องการกินให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ แม้จะต้องตวัดลิ้นก็ตาม !

ซึ่งรสชาติของอาหารทั้งสองนั้นซีเผิงสามารถบอกได้เลยว่ามันจะต้องเป็นอาหารที่อยู่ในระดับของสุดยอดเชฟหรือเหนือกว่านั้นอย่างแน่นอน

เขาจึงทําอะไรไม่ได้นอกจากกลับออกมาอย่างผู้แพ้ เพราะเขาไม่กล้าไปเผชิญหน้ากับคนที่มีฝีมือในระดับสุดยอดเชฟหรอก

ไห่ป้าน เปียวหยี่ เปียวหยู ทั้งสามคนในตอนนี้รู้สึกสิ้นหวังเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขารู้ดีว่าหลังจากนี้ซีเผิงคงจะปิดร้านไปจริงๆ

ดังนั้นพวกเขาคงจะต้องตกงานอย่างแน่นอน

หลังจากที่กลุ่มซีเผิงกลับออกไป ยูหมิงและหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวกับเชฟเจิ้งฝานจึงได้ทํางานต่ออย่างมีความสุข

เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนกระทั่งตกเย็น เวลานี้เป็นเวลาปิดร้านแล้ว พวกเขาจึงทําการปิดร้านและกลับมาอยู่ที่ห้องโถง

“ เชฟยูคุณมีเรื่องอะไรจะบอกพวกเรางั้นเหรอ ? ” เชฟเจิ้งฝานมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเป็นกังวล เขากังวลว่ายูหมิงอาจจะขอลางานเอาในเวลาแบบนี้

“ คุณไม่ต้องกังวลอะไรหรอก สิ่งที่ผมจะพูดกับพวกคุณในวันนี้ก็คือเรื่องการฝึกของพวกคุณ ” ยูหมิงฟังนํ้าเสียงของอีกฝ่ายออกจึงส่ายหัวก่อนพูดต่อ “ ผมมีแผนจะไปเมืองหลวงในเร็วๆนี้ ดังนั้นพรุ่งนี้ก็ปิดร้านไปก่อนและทําการฝึกอย่างที่ผมบอกให้ครบ หลังจากที่พวกคุณฝึกเสร็จผมจะเป็นคนสอนวิธีทําข้าวผัดไข่ให้เอง มีใครมีข้อคัดค้านอะไรไหม ? ” เขาวางแผนจะไปเมืองหลวงในเร็วๆนี้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาจะไม่สามารถมาทําอาหารให้กับภัตตาคารบัวสวรรค์ได้อีก ดังนั้นเขาจึงต้องฝึกให้ทั้งสองคนนี้ทําข้าวผัดไข่เป็นก่อน ไม่อย่างนั้นถ้าเขาไป ร้านนี้คงแย่เอาได้

“ คุณจะไปเมืองหลวง ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานโพล่งออกมา พวกเขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมากที่อีกฝ่ายจะไปเมืองหลวงในเร็วๆนี้

“ ใช่ ก็อย่างที่ผมบอกไปนั่นแหละ ” ยูหมิงพยักหน้าเบาๆ

“ อย่างนั้นก็ดีเหมือนกันเพราะในตอนนี้ทางร้านก็ยังไม่มีพนักงานบริการและพนักงานล้างจาน ซึ่งในระหว่างที่พวกเราฝึกพวกเราก็จะเปิดรับสมัคไปด้วยเลย ” หลังจากที่ครุ่นคิด หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็พูดออกมาอย่างเห็นด้วย

เพราะในตอนนี้ทางร้านไม่มีพนักงานอยู่เลย ขืนถ้ายังเปิดร้านแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ พวกเขาคงจะได้เหนื่อยตายเอาเสียก่อน

ดังนั้นในระหว่างที่พวกเขาฝึกพวกเขาก็จะเปิดรับสมัคพนักงานไปพร้อมๆกัน พอถึงวันเปิดร้านก็จะได้เพียบพร้อม

ส่วนเรื่องการฝึกทําข้าวผัดไข่พวกเขาไม่ค่อยกังวลอะไรมาก เพราะพวกเขาเชื่อว่าคนอย่างยูหมิงที่มีความสามารถด้านการสกัดจุดอย่างน้อยคงไม่พูดลอยๆออกมาเป็นแน่…

อีกอย่างที่ต้องปิดร้านก็คือเรื่องวัตถุดิบ ใช่ หลังจากที่มีลูกค้ามากมายในตลอดสองวัน วัตถุดิบส่วนมากที่ใช้ในการทําข้าวผัดไข่และเสี่ยวหลงเปาก็ลดลงมาก อย่างน้อยในระหว่างช่วงฝึกพวกเขาคงต้องจัดการเรื่องนี้ไปด้วย

ซึ่งนี่ก็คือเหตุผลทั้งหมดที่ควรปิดร้านไปก่อน !

เชฟเจิ้งฝานก็พยักหน้าเห็นด้วย ในเมื่อเพื่อนของเขาเยี่ยหลิวเห็นด้วยแล้ว เขาจะไปมีอะไรคัดค้านอีก ? สู้รีบฝึกและรีบเรียนรู้วิธีในการทําข้าวผัดไข่อันแสนสุดยอดของเชฟยูไม่ดีกว่าเหรอ ?

หลังจากที่ปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันไปทําหน้าที่ของตัวเอง โดยที่ก่อนจะแยกย้ายไปนั้นหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็ได้ทําการโอนเงินรายได้ของวันนี้จํานวนหนึ่งมาให้ยูหมิง ซึ่งนั่นก็คือเงินทั้งหมดสามแสนหยวน

ยูหมิงเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรไป เพราะเงินนั่นเขาก็สมควรที่จะได้รับมันอยู่แล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะให้เขามากน้อยแค่ไหนเขาก็รับหมดนั่นแหละ แน่นอนว่าเขาไม่ตั้งใจจะรับเอากําไรทั้งหมดที่ทําได้หรอก เพราะเงินแค่สามแสนหยวนกับเงินเมื่อวานที่ได้มามันก็เยอะพอที่จะใช้ไปได้อีกนานๆแล้ว ซึ่งจุดๆนี้หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็รู้ดีเพราะถ้าขืนอีกฝ่ายจะเอามากกว่านั้นอีกฝ่ายคงจะเอาไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เขาจึงได้โอนให้ยูหมิงแค่สามแสนหยวนเท่านั้น

ที่เขตชนบทแห่งหนึ่งในเมือง ในตอนนี้มีกลุ่มคนสามคนกําลังยืนประจันหน้ากันอย่างดุเดือดอยู่ ฝ่ายหนึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยเสือขาว ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็คือหัวหน้าหน่วยเสือดํา

หัวหน้าหน่วยเสือดํานั้นก็คือชายหนุ่มที่กํายําหน้าตาหล่อ เขาคนนี้ก็คือเหลียงเย่ !

ในตอนนี้เหลียงเย่กําลังจ้องมองหัวหน้าหน่วยเสือขาวที่อยู่ตรงหน้าด้วยความโมโหและสับสนในเวลาเดียวกัน “ ฉินเลี่ยเมื่อคืนนายไปยั่วยุคนที่แข็งแกร่งเข้าสินะถึงได้มีสภาพเป็นอย่างนี้ ’’ เขารู้สึกดีใจไม่ใช่น้อยที่ได้เห็นสภาพน่าอนาถของอีกฝ่ายในตอนนี้

เบื้องหน้าของเหลียงเย่มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีใบหน้าซีดเผือด แขนข้างหนึ่งของเขาพันเฝือกเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างของเขานั้นได้ใช้ไม้ค้ำยัน ยันพื้นเอาไว้เพื่อกันไม่ให้ตัวเองล้ม ซึ่งรอบๆหน้าท้องของเขาก็ได้พันผ้าพันแผลไว้เป็นจํานวนมาก

“ เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องของแก ! ’’ หลังจากที่ถูกทักถึงเรื่องนี้ ฉินเลี่ยถึงกับหน้าเสียเลยทีเดียว เขาในตอนนี้ช่างอนาถนัก กระดูกซี่โครงหลายซี่และกระดูกแขนได้ถูกทําลายในคืนเดียว นี่ถือได้ว่าเป็นความอัปยศตั้งแต่ที่เคยมีมาเลย

หากไม่ใช่ว่าวันนี้หัวหน้าแก๊งค์เสือป่าจะเดินทางมา เขาคงต้องนอนพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลโดยไม่ยอมออกไปไหนมาไหนอีกหลายวัน

ในตอนนี้เขาจึงรู้สึกแค้นคนที่ทําให้เขามีสภาพนี้เป็นอย่างมาก เขาได้แต่จดจําใบหน้าของคนๆนั้นเอาไว้ เมื่อหายดีเมื่อไหร่มันจะต้องถูกเขาเอาคืนอย่างสาสมแน่ !

“ นั่นไม่ใช่เรื่องของฉันก็จริง แต่ฉันโคตรรู้สึกดีเลยว่ะที่ได้เห็นแกมีสภาพเป็นแบบนี้ หากได้เจอคนที่ทําร้ายแกได้ขนาดนี้ฉันคงต้องขอเป็นเพื่อนกับเขาแล้วล่ะ !  ’’ เหลียงเย่ยิ้มเยาะด้วยความสะใจ เพราะอีกฝ่ายคือศัตรูของเขา การที่ได้เห็นอีกฝ่ายเจ็บตัวแบบนี้เขาย่อมดีใจและมีความสุขอยู่มากทีเดียว

“ แก… ’’ ฉินเลี่ยได้แต่กัดฟัน หากไม่ใช่ว่าเขาเคลื่อนไหวไม่ได้ เขาคงจะกระโดดไปซัดเจ้าเหลียงเย่นี่ไปแล้ว

เหลียงเย่ไม่สนใจฉินเลี่ยอีกต่อไป ในตอนนี้สายตาของเขามองไปยังชายหนุ่มคนข้างๆฉินเลี่ยด้วยความโกรธ “ ซ่งหมิน ! ’’ หากไม่ใช่ไอ้หมอนี่ที่ทรยศเขา หัวหน้าแก๊งค์เสือป่าคงจะไม่ออกเดินทางมาพบเขาในวันนี้แน่ !

“ พี่ใหญ่เหลียงคุณจ้องมองผมแบบนั้นมันหมายความว่าอย่างไร ? ’’ ชายหนุ่มที่ชื่อซ่งหมินเพียงยิ้มเย้ยส่งให้เหลียงเย่

“ ทําไมแกถึงทรยศฉัน ? ’’ เหลียงเย่ถามออกไปด้วยนํ้าเสียงเย็นชาที่เต็มไปด้วยความโกรธ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทําไมคนที่เขาเชื่อใจมากที่สุดในหน่วยถึงได้ทรยศเขา

“ ฮ่าๆๆๆ ไอ้โง่เอ๊ย ซ่งหมินน่ะมันเป็นคนของฉันตั้งนานแล้ว ที่มันทําไปก็เพราะคําสั่งของฉัน แน่นอนนั่นก็เป็นเพราะแกมันโลกสวยเกินไป จะเป็นนักเลงโดยไม่ค้ายา ? นี่น่ะโลกสวยเกินไปแล้ว ! หากไม่ใช่เพราะเรื่องนี้และความไม่ชอบหน้าแก ฉันคงจะให้มันเป็นคนของแกต่อไป ! ’’ ฉินเลี่ยที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาแทน เขามองไปยังเหลียงเย่ราวกับมองตัวโง่งม

“ จริงเรอะซ่งหมิน ? ’’ เหลียงเย่ไม่สนใจฉินเลี่ย เขาเพียงถามซ่งหมินด้วยนํ้าเสียงเย็นชา ในตอนนี้เขาพอเข้าใจแล้วว่าทําไมซ่งหมินถึงได้ทําอะไรอย่างนั้น ที่แท้เหตุผลมันก็มาจากฉินเลี่ยนี่เอง

“ ใช่แล้ว ! คุณน่ะมันคนโง่ที่โลกสวยเกินไป ลูกพี่ใหญ่เลยทนเห็นไม่ได้จึงให้ผมทําการใส่ร้ายคุณเพื่อที่จะให้หัวหน้าแก๊งค์กําจัดคุณให้หายๆไปซะ แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็จะได้หาหัวหน้าหน่วยเสือดําคนใหม่มาแทนที่คุณ ! ’’ ซ่งหมินพยักหน้าแล้วมองเหลียงเย่อย่างดูถูก

“ อืม ! เข้าใจล่ะ ! ’’ เหลียงเย่ที่ถูกดูถูกไม่ได้ทําอะไรทั้งนั้น เขาเพียงยืนนิ่งพยักหน้าเบาๆ

ฉินเลี่ยและซ่งหมินถึงกับผงะไปตามๆกัน ไอ้การนิ่งเฉยนี่มันอะไรกัน ? ไม่ใช่ว่าต้องโกรธจนเลือดขึ้นหน้าแล้วพุ่งมาซัดพวกเขาแล้วหรอกเหรอ ?

“ พวกนายกําลังทําอะไรกัน ? ’’ เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาจากทางเข้าเขตชนบทก่อนจะตามมาด้วยการปรากฏตัวของชายหนุ่มที่แลดูสูงใหญ่ลํ่าสัน ใบหน้าของชายคนนี้มีแผลเป็นเต็มไปหมด ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือแววตาของเขามันคมกริบราวกับเหยี่ยวที่จ้องมองเหยื่อ !