0 Views

ฮั่นเสี่ยวที่ยืนอยู่ถึงกับอ้าปากค้างมองดูร่างที่นอนหมดสติของฉินเลี่ยด้วยความตกตะลึง จากนั้นเธอก็หันมามองยูหมิงด้วยความช็อคสุดขีด ในตอนนี้เธอรู้สึกช็อคเป็นอย่างมากที่ยูหมิงแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ แข็งแกร่งจนซัดฉินเลี่ยกระเด็นออกไปไกลถึงขนาดนั้นได้ !

“ เอาล่ะเราไปกันเถอะ ’’ ยูหมิงหันมาพูดกับฮั่นเสี่ยวแล้วเดินนําออกไปก่อน

“ ดะ…ได้ ! ’’ ฮั่นเสี่ยวรีบพยักหน้าแล้วเดินตามยูหมิงไป

ในระหว่างทางยูหมิงก็ได้รู้มาจากฮั่นเสี่ยวว่าชายที่ถูกเขาจัดไปนั้นคือฉินเลี่ย ฉินเลี่ยเป็นเพื่อนสมัยมัธยมปลายของฮั่นเสี่ยว เธอจึงออกมาหาเขาโดยไม่คิดอะไรเพราะทุกๆครั้งเขามักจะเรียกเธอออกมาเพื่อคุยอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเพื่อนสมัยมัธยมปลายด้วยกัน แต่ครั้งนี้เขากลับเรียกเธอออกมาเพื่อชวนเธอไปกินข้าว แต่เธอก็นึกไม่ถึงเลยว่าพอเธอปฏิเสธออกไปเธอจะเจออะไรแบบนี้ เธอจึงพูดขอบคุณยูหมิงอยู่หลายครั้งด้วยความรู้สึกจริงๆ เพราะถ้าหากไม่ได้เขาช่วยเอาไว้เธอคงจะถูกฉินเลี่ยทําลายความบริสุทธิ์ไปแล้ว

หลังจากที่ยูหมิงไปส่งฮั่นเสี่ยวที่ภัตตาคารบัวสวรรค์เรียบร้อยแล้ว เขาก็กลับออกไปข้างนอกต่อ เพราะเขายังรู้สึกเที่ยวเล่นไม่พอเลย อีกอย่างนี่มันก็ยังไม่เที่ยงคืนเลยด้วยซํ้า ดังนั้นเขาจึงอยากออกไปเดินเที่ยวให้คุ้มกับเวลาเสียหน่อย แน่นอนว่าเหตุผลจริงๆของเขานั้นก็คือการไปเปิดบัญชีธนาคาร

แต่ก่อนอื่นเขาต้องไปทําบัตรประจําตัวที่สํานักงานเขตก่อน ไม่งั้นแล้วเขาคงไม่สามารถไปเปิดบัญชีธนาคารได้แน่ๆ

สํานักงานเขตของเมืองเป่าติ้งนั้นอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ซักเท่าไหร่ ยูหมิงจึงไม่จําเป็นต้องใช้บริการรถเพื่อเดินทาง เขาจึงเดินไปที่นั่นด้วยตัวเอง ใช่เวลาซักพักเขาก็เดินมาถึงที่หน้าสํานักงานเขต

รอบๆทางเข้าสํานักเขตค่อนข้างเงียบกริบ มีคนสัญจรไปมาน้อยนิด ดังนั้นยูหมิงจึงก้าวเข้าไปในสํานักเขตทันที

เมื่อเข้ามาแล้วยูหมิงก็ตรงไปที่ซุ้มๆหนึ่ง ซุ้มที่เขาตรงไปมีชายวัยกลางคนอ้วนพุงพลุ้ยนั่งดูทีวีอย่างสบายใจเฉิ่มอยู่ เพราะที่เขาตรงมายังซุ้มนี้ก็เป็นเพราะว่าซุ้มอื่นๆไม่มีคนอยู่เลย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพนักงานส่วนใหญ่นั้นกลับไปหมดแล้ว

“ ทําบัตรประจําตัวหน่อยครับ ’’ หลังจากที่เดินมาหยุดอยู่หน้าซุ้ม ยูหมิงก็ส่งเสียงเรียกชายอ้วนอย่างสุภาพ

ชายอ้วนที่นั่งดูทีวีอยู่ถึงกับขมวดคิ้ว เขาไม่แม้จะหันมามองหน้ายูหมิงด้วยซํ้า เขาเพียงพูดออกมาอย่างราบเรียบ “ กลับไปซะ นี่มันเวลานอกทําการแล้ว พรุ่งนี้ค่อยกลับมาใหม่ ’’

“ ช่วยยกเว้นให้ผมซักคนไม่ได้เหรอ ? ’’ ยูหมิงยังคงยิ้มถาม เขาไม่ประหลาดใจเลยที่ชายอ้วนไล่เขากลับออกไป แต่ที่เขามาที่นี่เป็นเพราะเขาต้องการอย่างนี้อยู่แล้ว คนน้อยๆน่ะยิ่งดีเลยเขาจะได้ทําอะไรสะดวกหน่อย โดยเฉพาะการที่มีชายอ้วยอยู่คนเดียวเขาก็ยิ่งสามารถทําบัตรประจําตัวได้โดยง่ายอย่างแน่นอน

“ ไป ! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง อย่าให้ฉันต้องใช้กําลัง ! ’’ เตี่ยลิ่วขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจ เขาอุส่าห์พูดจาดีๆแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับดึงดันจะให้เขาทําให้ ? เขาจึงรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากเพราะในตอนนี้เขากําลังดูทีวีอย่างมีความสุขอยู่ การที่โดนใครมาขัดขวางความสุขแบบนี้เขาย่อมต้องโกรธเป็นอย่างมาก !

“ คุณไล่ผมอย่างนี้แสดงว่าคุณไม่อยากรู้ถึงวิธีแก้ปัญหาให้น้องชายของคุณกลับมาฮึกเหิมขึ้นอีกครั้งสินะ ? ’’ กลับกันทางด้านยูหมิงไม่ได้โมโหแม้แต่น้อย เขาเพียงถามออกไปแบบหยั่งเชิงด้วยนํ้าเสียงเจ้าเล่ห์

ชายอ้วนอย่างเตี่ยลิ่วที่ได้ยิงถึงกับชะงัก เขาค่อยๆหันหน้ามาทางชายหนุ่มผู้หล่อเหลา ทว่าในตอนนั้นเขาก็ต้องตกตะลึงเหมือนกับคนอื่นๆที่เคยเห็นความหล่อเหลาของยูหมิงมาก่อน หลังจากตกตะลึงอยู่นานเตี่ยลิ่วก็ถามออกไปด้วยนํ้าเสียงสั่นเครือ “ คะ…คุณ…คุณรู้…คุณรู้ได้อย่างไร ?! ’’

“ ผมรู้ได้อย่างไรนั้นไม่สําคัญ แต่ถ้าหากคุณอยากรู้วิธีแก้ไขให้น้องชายกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมก็ต้องช่วยผมทําบัตรประจําตัวเสียก่อน ไม่งั้นแล้วผมก็จะไม่ช่วยคุณ ’’ ยูหมิงส่ายหัวแล้วพูดด้วยนํ้าเสียงสบายๆ ก่อนจะพูดต่อว่า “ อ้อ ผมไม่มีพวกข้อมูลกับประวัติส่วนตัวนะ ดังนั้นคุณต้องช่วยทําบัตรประจําตัวให้ผมเป็นกรณีพิเศษ ! ’’ นี่แหละคือเหตุผลที่แท้จริงที่เขามาในเวลานี้ เพราะเขาไม่มีพวกแฟ้มประวัติอะไรเลย ถ้าหากมาในตอนที่คนอยู่เยอะๆ การจะทําแบบนี้มันคงต้องยุ่งยากกว่าเดิมเป็นแน่ ดังนั้นมาตอนนี้ที่มีปัญหานิดเดียวน่ะดีแล้ว

“ แล้วจะให้ผมเชื่อคุณได้อย่างไรว่าที่คุณพูดมามันเป็นความจริง ? เพราะคุณอาจจะเดาส่งเดชก็ได้ ! ’’ เตี่ยลิ่วถามออกไปอย่างรวดเร็วด้วยนํ้าเสียงจริงจัง น้องชายของเขาใช้งานไม่ได้จริงๆ มันไม่มีอารมณ์เลยด้วยซํ้าแม้จะถูกยั่วนานซักแค่ไหนก็ตาม กระทั่งพึ่งยาปลุกอารมณ์ก็ยังไม่สามารถทําให้มันฮึกเหิมได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่สิ้นหวังในเรื่องบนเตียง ทว่าในตอนนี้กลับมีคนรู้เรื่องนี้ของเขา จะไม่ทําให้เขาตกใจได้อย่างไร อีกอย่างชายคนนี้อาจจะเดาส่งเดชก็ได้เขาจึงต้องยืนยันว่าชายคนนี้รู้จริง เพราะไม่งั้นแล้วการที่เขาจะทําบัตรประจําตัวให้อีกฝ่ายโดยไม่มีข้อมูลอะไรเลยมันคงไม่คุ้มกันซักเท่าไหร่

หลังจากที่ถูกชายอ้วนถามยูหมิงก็ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะยิ้มจางๆ “ นอกจากอาการของน้องชายตัวน้อย คุณก็ยังมีโรคหอบหืดมาเป็นระยะอีกด้วยใช่ไหม ด้วยโรคหอบหืดนี้มันมักจะทําให้คุณเป็นลมล้มไปอย่างไม่รู้ตัวทุกครั้งที่ออกแรงโดยไม่จําเป็น…’’

โดยไม่ต้องรอให้ยูหมิงพูดจบ เตี่ยลิ่วที่ยืนฟังอยู่นานก็ถึงกับสั่นสะท้านแล้วถามออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ “ คุณพูดถูก ! คุณรู้ได้อย่างไร ? แล้วคุณมีวิธีรักษารึเปล่า ? ’’ ในเมื่ออีกฝ่ายเพียงแค่มองดูก็รู้อาการป่วยของเขา ดังนั้นอีกฝ่ายคงต้องมีวิธีรักษาอยู่แล้วอย่างแน่นอน

“ คุณทําบัตรประจําตัวให้ผมก่อน แล้วผมจะบอกวิธีรักษาเอง ’’ ยูหมิงยิ้มจางๆ

“ ดะ…ได้ ! ’’ เตี่ยลิ่วพยักหน้าอย่างตื่นเต้นที่เต็มไปด้วยความหวัง เขารีบพายูหมิงไปทําบัตรประจําตัวทันที

ใช้เวลาไม่นานยูหมิงก็ได้รับบัตรประจําตัวใหม่มา ภายในบัตรประจําตัวมีรูปของชายหนุ่มผู้หล่อเหลาอย่างยูหมิงยิ้มจางๆอยู่ ยูหมิงมองไปที่มันด้วยความพึงพอใจก่อนจะหันไปหาชายอ้วนอย่างเตี่ยลิ่ว “ ผมจะเขียนใบสั่งยาให้คุณ สิ่งที่คุณต้องทําก็แค่ไปหาสมุนไพรมาและนํามันมาต้มอย่างที่ผมบอก จากนั้นคุณก็กินมันเข้าไป ใช้เวลาไม่เกินหนึ่งเดือนคุณก็จะหายจากโรคหอบหืดและยังทําให้น้องชายกลับมาฮึกเหิมอีกด้วย ! ’’ พูดจบยูหมิงก็หยิบปากกาข้างๆเขียนลงไปบนกระดาษที่วางไว้บนโต๊ะโดยไม่สนใจว่ามันจะเป็นกระดาษอะไร เมื่อเขียนเสร็จเขาก็ยื่นมันให้กับชายอ้วนตรงหน้า

เตี่ยลิ่วรับมาอย่างไม่ลังเล จากนั้นเขาก็กวาดตามองดูรายชื่อสมุนไพรบนกระดาษด้วยความประหลาดใจก่อนจะถามออกมา “ คุณเป็นแพทย์แผนจีน ? ’’ รายชื่อสมุนไพรแต่ละอย่างที่เขาเห็นนั้นเป็นรายชื่อสมุนไพรจีนซะส่วนใหญ่ ดังนั้นเขาจึงเดาว่าชายหนุ่มตรงหน้าเขาอย่างน้อยจะต้องเป็นแพทย์แผนจีนอย่างแน่นอน

“ ใช่ ! ผมเป็นแพทย์แผนจีน ! เอาล่ะในเมื่อธุระของเราก็เสร็จแล้ว งั้นผมขอตัวล่ะ ! ’’ ยูหมิงพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนเดินออกจากสํานักงานเขตไปในทันที

เตี่ยลิ่วมองไปยังยูหมิงที่เดินออกไปอย่างตกตะลึง “ อายุยังน้อยแต่กลับเป็นถึงแพทย์แผนจีนอัจฉริยะที่สามารถระบุอาการป่วยได้เพียงแค่มองดู นี่เขาเป็นใครกันแน่ ?! ’’