0 Views

“ ยะ…ยูหมิง ! ’’ ฮั่นเสี่ยวที่เผลอหลับตาไปได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอมองไปยังใบหน้าที่คุ้นเคยด้วยความตกใจ เพราะตรงหน้าเธอก็คือชายหนุ่มในชุดสูทสีดําที่มีใบหน้าหล่อเหลาและยังมีผมยาวสีดําที่ปลิวไสวสวยงาม

“ แกเป็นใคร ? ’’ ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว เขามองไปยังชายหนุ่มที่ปราฏตัวมาคว้าฮั่นเสี่ยวเอาไว้ด้วยความสงสัย ชายหนุ่มตรงหน้าเขาดูๆไปแล้วค่อนข้างหล่อเหลาไร้ที่ติจนแม้แต่เขายังอิจฉา ซึ่งมืออีกข้างของอีกฝ่ายในตอนนี้นั้นกําลังถือโทรศัพท์หันกล้องมาทางเขาราวกับกําลังจะถ่ายรูป

แชะ !

ทันใดนั้นก็ปรากฏแสงสว่างฉายไปที่ใบหน้าของฉินเลี่ยจนฉินเลี่ยต้องเผลอหรี่ตาไปครู่หนึ่ง “ แกถ่ายรูปหาอะไร ! ’’ เขาพูดขึ้นด้วยความโกรธ เพราะเขาถูกอีกฝ่ายถ่ายรูปทั้งที่ยังอารมณ์ไม่ดีอยู่

“ โอ้ กล้องชัดไม่เลวเลยนี่ ! ’’ ยูหมิงไม่ได้ตอบคําถามของอีกฝ่าย เขาเพียงมองดูรูปที่ถูกถ่ายบนหน้าจอของเขาด้วยความพึงพอใจ ส่วนมืออีกข้างที่คว้าแขนของฮั่นเสี่ยวเอาไว้ก็ดึงฮั่นเสี่ยวเข้ามาในอ้อมกอด “ คุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ? แล้วชายคนนี้เขาเป็นใคร ’’ เขาถามทั้งๆที่ไม่ได้มองไปยังฉินเลี่ย

“ ฉัน…ฉันก็แค่ออกมาเจอเขา แต่ไม่คิดเลยว่าเขาตั้งใจจะทําอะไรที่ไร้ยางอายแบบนี้ ขอบคุณนะยูหมิงที่นายมาช่วยฉัน ’’ ฮั่นเสี่ยวพูดด้วยนํ้าเสียงสั่นเครือพร้อมกับใบหน้าแดงระเรื่อ เพราะในตอนนี้เธอได้อยู่ในอ้อมกอดของยูหมิงทั้งยังได้กลิ่นหอมๆและความอบอุ่นที่จางๆ ดังนั้นเธอจึงเกิดความรู้สึกเขินอายขึ้นมา

ทางด้านฉินเลี่ยที่ถูกเมินถึงกับโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ไอ้หน้าหล่อนี่มันเป็นใคร ? กล้ามาแตะต้องของๆเขาได้อย่างไร ? แถมยังกล้าที่จะเมินเขา นี่มันไม่กลัวตายเลยรึไง ? “ เฮ้ย ไอ้ลูกหมาแกเป็นใครรีบปล่อยเธอมาซะ ไม่อย่างนั้นแล้วแกได้เจอดีแน่ ! ’’ เขาส่งเสียงขู่ออกไปโดยหวังว่าอีกฝ่ายจะยอมทําตามที่สั่ง

“ ลูกหมา ? คุณตาบอดรึไง ? ผมเป็นคนคุณมองยังไงถึงเห็นผมเป็นลูกหมา ? พรุ่งนี้คุณน่าจะไปตัดแว่นมาใส่ซะนะจะได้ไม่ต้องมามองใครผิดๆแบบนี้อีก ’’ ยูหมิงพูดย้อนกลับไป เขาในตอนนี้จริงจังอยู่ดังนั้นเขาจะไม่ยอมให้ใครมาด่าเฉยๆโดยที่ไม่ทําอะไรแน่

“ แก ! ’’ ฉินเลี่ยที่โดนสวนถึงกับสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ในตอนนี้เขาโกรธและโมโหเป็นอย่างมาก จนสองมือของเขากําหมัดแน่นและปรากฏเส้นเลือดปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาอยากจะเข้าไปกระทืบไอ้หน้าหล่อตรงหน้าจริงๆ มันกล้าดียังไงที่มาย้อนเขาแบบนี้ ?

“ แก ? เมื่อกี้คุณยังมองผมเป็นลูกหมาอยู่เลยไม่ใช่เหรอ แล้วไหงตอนนี้ถึงได้เรียกผมยังกับเรียกคนเลยล่ะ หรือว่าคุณสติสตังไม่ดี ? ’’ ยูหมิงพูดโดยแกล้งทําเป็นสับสนแล้วปล่อยฮั่นเสี่ยวที่อยู่ในอ้อมกอดออกไปยืนข้างๆ

ฮั่นเสี่ยวที่ถูกปล่อยตัวออกมาก็โล่งอกขึ้นเยอะ แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงแดงระเรื่ออยู่ หากยูหมิงไม่โผล่เข้ามาช่วยเธอเอาไว้เมื่อกี้ เธอคงจะสะดุดล้มแล้วได้รับบาดเจ็บไปแล้วแน่ๆ ดังนั้นเธอในตอนนี้จึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้างและเริ่มรู้สึกว่าอย่างน้อยอีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไร แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงโมโหยูหมิงอยู่ดี เพราะเขาล่วงเกินเธอจนถึงขั้นนั้น !

“ กะ…แก ! ’’ ฉินเลี่ยแทบกระอักเลือด เขาไม่เคยเจอคนกวนโอ๊ยขนาดนี้มาก่อนเลย เมื่อเขาได้มาเจอกับตัวเองเขารู้ซึ้งเลยว่าเวลาโดนปั่นมันเป็นยังไง

“ เราไปกันเถอะ อย่าไปสนใจคนสติสตังไม่ดีเลย ’’ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดจะทําอะไร ยูหมิงก็ขี้เกียจจะรอต่อไปจึงได้หันไปทางฮั่นเสี่ยวและจูงมือเธอออกมา

“ ไม่ต้องมาจับมือฉัน ฉันเดินเองได้ ’’ ใบหน้าของฮั่นเสี่ยวแดงระเรื่อ เธอพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงเขินอาย

‘ ผู้หญิงคนนี้มันยังไงกันแน่นะ เมื่อเช้าโกรธจะเป็นจะตาย แต่ตอนนี้กลับหายโกรธแล้ว ช่างเป็นคนที่ง่ายๆจริงๆ ’ ยูหมิงปล่อยมือเธอและมองด้วยความประหลาดใจ

“ แก ! แกจะไปไหน ? กล้ามาหยามฉันถึงขนาดนี้แล้วอย่าหวังจะได้ไปโดยที่อยู่ครบถึงสามสิบสองส่วนเลย ! ’’ ฉินเลี่ยทนไม่ได้อีกต่อไป เขาตะโกนขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวและพุ่งตัวไปทางยูหมิงพร้อมกับซัดหมัดตรงออกไป

“ ระวัง ! ’’ ฮั่นเสี่ยวโพล่งเตือนด้วยความตกใจ เธอไม่คิดเลยว่าฉินเลี่ยจะกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดนี้

ทว่ายูหมิงกลับยืนถ่ายรูปอย่างไม่เกรงกลัว เขาจิ้มลงไปบนหน้าจออย่างรัวๆ ส่งผลให้แสงแฟลช ปรากฏขึ้นมาฉายไปที่หน้าของฉินเลี่ยหลายครั้ง “ หน้าอย่างคุณนี่น่าไปแสดงเป็นตัวร้ายเหมือนกันนะ ’’ เขาพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงล้อเลียน

“ แก ! ไปลงนรกซะ ! ’’ ฉินเลี่ยที่ถูกถ่ายรูปก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก เขาซัดลูกเตะไปทางลําตัวของยูหมิงทันที

“ หมัดและลูกเตะ ช่างอ่อนด้อยจริงๆ ’’ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายโกรธจนเลือดขึ้นหน้ายูหมิงก็ส่ายหัวแล้วเก็บโทรศัพท์มือถือไป

“ อ่อนด้อยหรือไม่เดี๋ยวแกก็รู้ ! ’’ ฉินเลี่ยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ในตอนนี้หมัดและลูกเตะของเขากําลังจะปะทะเข้ากับร่างกายของอีกฝ่ายแล้ว เขาก็แค่รอ รอที่จะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามหมัดและลูกเตะที่กําลังจะปะทะกายเนื้อของอีกฝ่ายก็ได้ปะทะเข้ากับอากาศแทน ส่งผลให้เขาเสียหลักไปครู่หนึ่ง แต่ด้วยความที่เคยต่อสู้มาอย่างโชกโชนเขาก็สามารถบิดตัวกลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง

“ นี่น่ะเหรอฝีมือของตัวร้ายอย่างคุณ ? ’’ ยูหมิงพูดขึ้นด้วยความผิดหวัง เขารู้สึกผิดหวังจริงๆที่ตัวร้ายคนนี้อ่อนแอกว่าชายฉกรรจ์ที่เขาเคยเจอมา ไม่อย่างนั้นแล้วเขาคงจะเรียนเทคนิคของอีกฝ่ายมาเพิ่มได้ แต่ก็นะถึงเขาจะเรียนไปมันก็…

ช่างเหอะ ! รีบๆจัดการแล้วไปดีกว่า !

“ แก ! ’’ ฉินเลี่ยมองไปยังชายหนุ่มที่หลบการโจมตีของเขาอย่างไม่อยากเชื่อ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทําไมชายหนุ่มคนนี้ถึงได้หลบมันได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น ทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้ออมแรงเลยซักนิดแท้ๆ

“ อะไร ? จะเอาโอกาสอีกรอบรึไง ? เอาเถอะรีบๆหน่อยแล้วกัน ! ’’ ยูหมิงกระดิกนิ้วเรียก

“ ได้ ! ในเมื่อแกวอนหาที่เอง ฉันก็จะจัดให้ ! ’’ ฉินเลี่ยไม่สนใจท่าทางกวนโอ๊ยของยูหมิงอีกต่อไป เขาพุ่งตัวไปทางยูหมิงอีกครั้งและเริ่มทําการโจมตีโดยการยกขาขึ้นมาและซัดลูกเตะผ่าหมากออกไป เพราะเขาเชื่อว่านี่คือจุดบอดที่ควรโจมตี !

ฮั่นเสี่ยวที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ เธอกลัวว่ายูหมิงจะไม่สามารถหลบมันได้และจบลงโดยที่เขาสูญเสียสิ่งๆนั้นไป

ยูหมิงที่ถูกจู่โจมด้วยท่าเตะผ่าหมากก็ถึงกับผงะและเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที

“ เล่นอะไรไม่เล่นแต่กลับมาเล่นของๆผม ! แบบนี้ผมยอมไม่ได้ ! ’’ เขายกฝ่ามือขึ้นและยื่นมันออกไปปัดลูกเตะที่พุ่งเข้ามาอย่างสุดแรง

ปัง

กร็อบ !

ขาข้างนั้นของฉินเลี่ยที่ปะทะเข้ากับฝ่ามือของยูหมิงถึงกับกระดูกแตกละเอียดยิบทันที

“ อ๊ากกกก ! ’’ ฉินเลี่ยที่รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดก็ได้ร้องโหยหวนขึ้นมาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว

ยูหมิงไม่แยแสเสียงโหยหวนตรงหน้า เขายังคงซัดหมัดตรงออกไปที่ท้องน้อยของอีกฝ่ายอย่างไม่ปรานี

ปัง

ด้วยพละกําลังมหาศาลของยูหมิง มันได้ส่งร่างของฉินเลี่ยกระเด็นออกไปไกลจนชนเข้ากับกําแพงและร่วงลงตกลงมานอนกองกับพื้นก่อนจะกระอักเลือดออกมาคําโตและหมดสติไป

“ หึ ! เล่นอะไรไม่เล่น ! ดันมาเล่นของๆผม ! สมควรแล้วล่ะที่จะโดนผมจัดการ ! ’’ เมื่อมองไปยังร่างที่นอนหมดสติของฉินเลี่ย ยูหมิงก็แค่หัวเราะอย่างเย็นชาออกมา ใครเขาใช้ให้อีกฝ่ายโจมตีตรงจุดๆนี้ของเขาล่ะ ? หากโจมตีตรงอื่นของเขายังพอว่า แต่นี่กลับเล่นโจมตีจุดยุทธศาสตร์ของเขา ดังนั้นก็สมควรแล้วที่จะถูกเขาจัดการ !