0 Views

สําหรับยูหมิงนั้นเชฟฝึกหัดมันเป็นอะไรที่อ่อนแอเกินไป แต่เขาก็เข้าใจว่าฮั่นเสี่ยวไม่ค่อยเชื่อในฝีมือของเขาเท่าไหร่ เขาคงมีแต่ต้องแสดงฝีมือระดับสุดยอดที่แม้แต่เทพเซียนยังต้องเข้าแถวออกมาเสียแล้ว

 

เพราะถ้าหากเขาทําให้ฮั่นเสี่ยวยอมรับไม่ได้นั่นมันคงจะตลกน่าดูเลยล่ะ

 

เชฟฝึกหัด ?

 

ล้อกันเล่นแล้ว !

 

ฝีมือการทําอาหารของเขานั้นเกินขอบเขตที่ใครจะสามารถบรรลุได้ไปนานแล้ว ถ้าหากอาหารของเขาทําได้เพียงแค่กลายเป็นเชฟฝึกหัด นั่นคงจะตลกน่าดูเลยล่ะ !

 

ฮั่นเสี่ยวอยากจะบ้าตายกับความหลงตัวเองและความขี้โม้ของยูหมิง เธอทํานํ้าเสียงไม่พอใจเล็กน้อย “ น้องชายยูจะโม้ก็ให้มันน้อยๆหน่อย เทพเซียนบ้านไหนเขาจะมาต่อแถวกินข้าวกันเล่า ? บ้าบอแล้ว เอาเถอะถ้าน้องจะให้พี่เลือกให้ ก็ได้พี่จะเลือกให้เอง เอาง่ายๆเลยแล้วกัน ทําข้าวผัดไข่ออกมาให้อร่อยที่สุด ! พี่จะรอชิมฝีมือของน้องชายเอง เข้าใจไหม ? ’’ 

 

เทพเซียนที่ไหนเขาจะมาต่อแถวรอกินข้าว ? 

 

บ้าบอไปกันใหญ่แล้ว !

 

โดยเฉพาะยูหมิงที่อยู่ตรงหน้าเธอเนี่ยโครตโม้ตัวพ่ออย่าบอกใครเลยล่ะ ! 

 

หากเขาไม่หล่อเหลาเธอคงคิดว่าเขาเป็นเพียงคนบ้าคนหนึ่งเท่านั้น…

 

“ ข้าวผัดไข่ ? ก็ได้ งั้นรอแป๊บนึงแล้วกันครับ ’’ ยูหมิงถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เขาก็เดินเข้าไปหยิบวัตถุดิบที่จําเป็นออกมาและเริ่มหยิบพวกเครื่องครัวทั้งหลายมาเตรียมการ

 

ข้าวผัดไข่ ?

 

มันเป็นอาหารที่ง่ายที่สุดแล้วสําหรับเขา แถมยังเป็นอาหารที่เขามั่นใจว่าจะทําได้อร่อยจนฮั่นเสี่ยวต้องยอมอ้อนวอนขออีกจาน !

 

ฮั่นเสี่ยวนั่งรอและมองดูยูหมิงด้วยความประหลาดใจ เธอประหลาดใจเป็นอย่างมากที่เขาเตรียมเครื่องครัวและอะไรหลายๆอย่างได้อย่างชํานาญ นอกจากนี้ยังหยิบวัตถุดิบโดยไม่แม้จะมองมันด้วยซํ้า แต่ที่น่าตกใจก็คือเขาหยิบถูกหมดทุกอัน !

 

นี่มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินไปสําหรับเธอ เดิมทีเธอคิดแค่ว่าเขาคงต้องการโม้เพื่อโชว์หล่อต่อหน้าสาวสวยอย่างเธอ ไม่ก็คงหลงตัวเองจนโงหัวไม่ขึ้น แต่ตอนนี้มันกลับไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแม้แต่เศษเสี้ยว เขาในตอนนี้ดูราวกับเชฟตัวจริงที่เชี่ยวชาญในการทําอาหารเป็นอย่างมาก

 

ยูหมิงหลังจากที่เตรียมการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาก็เริ่มลงมือทันที เขาใส่นํ้ามันลงไปในกระทะและจับมีดทําครัวหั่นต้นหอมให้เป็นระเบียบและโยนมันลงไป วัตถุดิบอื่นๆเองก็ได้ถูกเขาโยนลงไปเช่นกัน จากนั้นเขาก็โยนมีดทําครัวไปเก็บที่เดิมอย่างชํ่าชอง

 

ฟรึ่บ

 

มีดทําครัวลอยกลับไปในช่องเก็บมีดตรงเป๊ะๆ จนทําให้ฮั่นเสี่ยวต้องตะลึง นี่มันทักษะบ้าบออะไรกัน ไม่แม้แต่จะเหลือบมองด้วยซํ้า แต่กลับโยนมีดเข้าไปเก็บเข้าที่ได้ง่ายๆ !

 

แต่ต่อมาเธอก็ต้องตะลึงอีกครั้งเพราะเธอพบว่ายูหมิงนั้นได้สะบัดกระทะส่งวัตถุดิบจําพวกข้าวและอื่นๆขึ้นไปกลางอากาศและต่อมาก็สะบัดกระทะเข้าใส่วัตถุดิบที่อยู่กลางอากาศเหล่านั้นกระทบกันไปมาเพื่อส่งวัตถุดิบเหล่านั้นไปทางขวา และมือที่จับกระทะอยู่ก็ตามไปสะบัดวัตถุดิบเหล่านั้นกลับมาทางซ้าย จากนั้นก็ตีกันไปตีกันมาจนเกิดภาพเบลอ… 

 

 

หลังจากที่ทําทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าวผัดไข่ก็ได้นํามาเสิร์ฟที่โต๊ะของฮั่นเสี่ยว มันส่งกลิ่นหอมออกมาจนชวนน่ากิน ฮั่นเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะสูดไอกลิ่นหอมเข้าไปและแสดงรอยยิ้มออกมา “ กลิ่นหอมมาก ! ’’ แต่ต่อมาเธอก็ต้องตะลึงอีกครั้งเมื่อพบว่าข้าวทุกเม็ดนั้นได้ถูกห่อหุ้มด้วยไข่ ชั้นนอกด้วยไข่ขาว ชั้นในเป็นไข่แดง ชั้นสุดท้ายเป็นต้นหอม พวกมันในตอนนี้ราวกับเม็ดข้าวที่ถูกหุ้มด้วยเยลลี่ไม่มีผิด นอกเหนือจากข้าวที่ถูกห่อหุ้มด้วยไข่แล้วก็ไม่มีสิ่งใดอีก แม้กระทั่งไข่ที่ควรจะเหลือชิ้นใหญ่ๆเอาไว้ก็ไม่มี

 

นี่มันข้าวผัดไข่แน่เหรอ ? 

 

“ น้องชายยูนี่คือ ? ’’ ฮั่นเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ สําหรับเธอนี่มันน่าอัศจรรย์เกินไป ข้าวผัดไข่มันควรจะธรรมดากว่านี้ไม่ใช่เหรอ แต่นี่กลับเหนือชั้นอย่างสิ้นเชิง เธอจึงอดสงสัยไม่ได้ว่านี่มันเป็นข้าวผัดไข่หรือข้าวห่อไข่ฉบับใหม่กันแน่ ?

 

“ พี่สาวสั่งให้ผมทําข้าวผัดไข่ผมก็ทําอย่างที่พี่สั่งนั่นแหละ ’’ ยูหมิงพยักหน้า “ เป็นไงพี่สาวหอมมั้ย ? ลองชิมดูสิ ’’ 

 

“ จ้ะ หอมมาก ! ’’ ฮั่นเสี่ยวยกนิ้มชม มันหอมจริงๆ เธอแทบทนไม่ไหวที่จะลิ้มลองมันเพื่อลองดูว่ามันจะอร่อยเหมือนกลิ่นที่ยอดเยี่ยมของมันหรือเปล่า 

 

“ พี่สาวฮั่นไม่ทราบว่าห้องนํ้าอยู่ทางไหนเหรอครับ ผมอยากจะเข้าไปใช้เสียหน่อย ’’ ยูหมิงเห็นว่ารอบๆชั้นหนึ่งไม่มีห้องนํ้า บางทีมันอาจจะอยู่ชั้นสองก็ได้ 

 

“ ชั้นสองน่ะ เชิญตามสบายเลย ’’ ฮั่นเสี่ยวชี้ไปยังทางขึ้นชั้นสองและคว้าช้อนตักข้าวเตรียมจะกิน

 

ยูหมิงก็ไม่ได้รอช้าเมื่อรู้ว่าห้องนํ้าอยู่ไหนเขาก็ตรงไปที่นั่นทันที

 

หลังจากที่ยูหมิงไปแล้วฮั่นเสี่ยวก็เตีรยมที่จะนําข้าวห่อไข่สุดลํ้าเข้าไปในปากของเธอ ทว่าในตอนนั้นเองเสียงเปิดประตูของร้านก็ดังขึ้น เธอจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เนื่องจากเธอถูกขัดขวางการลิ้มลองอาหารที่สุดหอมยั่วยวนตรงหน้า เธอลุกขึ้นไปดูว่าใครมา บางทีอาจจะเป็นลูกค้ามาก็ได้ แต่เมื่อเธอเห็นว่าเป็นใครเธอก็ต้องแสดงท่าทีสุภาพ “ หัวหน้า เป็นยังไงบ้างคะ หาเชฟระดับสี่ดาวได้ไหมคะ ? ’’

 

ชายวัยกลางคนในชุดเชฟสีขาวก้าวเข้ามาในร้านโดยไม่ได้ตอบคําถามของฮั่นเสี่ยว เขามองไปรอบๆและสายตาไปบรรจบลงบนโต๊ะที่มีข้าวผัดไข่ของยูหมิง จมูกของเขากระดิกดมสูดอากาศครั้งหนึ่ง กลิ่นหอมที่มาจากข้าวผัดไข่ก็ได้ลอยเข้าไปในจมูกของเขาทันที ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็ต้องเผยให้เห็นความประหลาดใจ

 

ชายวัยกลางคนอีกคนที่อยู่ข้างๆก็ต้องขมวดคิ้วเช่นกันเมื่อได้กลิ่นที่สุดหอมของข้าวผัดไข่ “ ใครเป็นคนทําข้าวผัดไข่จานนั้น ? ’’ 

 

“ อ๋อค่ะ เป็นน้องชายคนหนึ่งค่ะเชฟเจิ้ง ’’ ฮั่นเสี่ยวพยักหน้าตอบ ชายวัยกลางคนที่ถามเธอเป็นถึงเชฟระดับสามดาว และยังเป็นเพื่อนสนิทของหัวหน้าเชฟอีกด้วย จึงไม่มีอะไรที่ทําให้เธอต้องปิดบัง นอกจากนี้มันก็แค่ข้าวผัดไข่ จําเป็นต้องปิดบังด้วยเหรอ

 

เชฟเจิ้งฝานพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันไปถามชายวัยกลางคนที่หน้าตาดีข้างๆ “ เยี่ยหลิวดูเหมือนว่าข้าวผัดไข่จานนั้นจะไม่ธรรมดานะ เราลองไปชิมมันดูกันเถอะ เพราะดูท่าทางเพิ่งทําเสร็จซะด้วย ’’

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะหันไปถามฮั่นเสี่ยว “ แล้วน้องชายคนนั้นที่เธอว่าอยู่ไหนล่ะฮั่นเสี่ยว ? ’’ บางทีอีกฝ่ายอาจจะมาสมัคเป็นเชฟก็ได้ แต่เขาค่อนข้างสงสัยตรงที่ฮั่นเสี่ยวเรียกอีกฝ่ายว่าน้องชาย หรือว่าเชฟที่ทําข้าวผัดไข่ได้หอมขนาดนี้จะมีอายุน้อยกว่าฮั่นเสี่ยว

 

ฮั่นเสี่ยวนั้นมีอายุเพียงยี่สิบสามปี ดังนั้นเขาจึงสงสัยว่าคนที่ถูกฮั่นเสี่ยวเรียกว่าน้องชายจะมีอายุซักเท่าไหร่กัน 

 

ฮั่นเสี่ยวจึงเดินตามทั้งสองคนไปติดๆ เมื่อทั้งสามคนมาถึงแล้ว หัวหน้าเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อได้เห็นข้าวผัดไข่ใกล้ๆ “ นี่มัน… ! ’’ พวกเขาแทบไม่เคยเห็นข้าวผัดไข่อะไรแบบนี้มาก่อนเลย นี่มันยิ่งกว่าสุดยอดผลงานศิลปะเสียอีก ใครกันที่เป็นคนทําสุดยอดข้าวผัดไข่จานนี้ ?

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานหยิบช้อนข้างๆออกมาและตักข้าวขึ้นมานําใส่เข้าปากของพวกเขาพร้อมๆกัน ฮั่นเสี่ยวก็ไม่ยอมน้อยหน้า เดิมทีเธอควรจะได้กินมันเป็นคนแรก แต่นี่เธอกลับถูกตัดหน้าเสียได้ เธอไม่รอช้าที่จะตักข้าวมาใส่ปากเช่นกัน เมื่อข้าวผัดไข่ถูกนําเข้าปากของทั้งสามคนและสัมผัสกับลิ้นของพวกเขา พวกเขาต่างรู้สึกได้ถึงความร้อนจางๆของมันและกลิ่นหอมกรุ่นที่โครตจะลึกลํ้า

 

พวกเขาไม่รอช้าที่จะขยับปากและเริ่มเคี้ยวจนเกิดเสียงเบาๆ ทันทีหลังจากที่ข้าวผัดไข่ถูกเคี้ยวความอร่อยที่แท้จริงก็ได้ระเบิดออกมาจนทั่วทั้งปาก กลิ่นหอมละมุน รสชาติละมุนลิ้นเกินจะหยั่งถึง นี่มันสุดยอดข้าวผัดไข่ชัดๆ ไม่สิ รสชาติแบบนี้มันไม่ควรจะมีอยู่ในโลกด้วยซํ้า 

 

ใบหน้าของทั้งสามคนในเวลานี้ล้วนเหม่อลอยในขณะที่มือขยับจับช้อนคว้าตักข้าวในจานมาเข้าปากพร้อมๆกันอย่างรวดเร็ว พวกเขานั้นเคี้ยวกรุบกริบด้วยความอร่อย พอรู้สึกตัวอีกทีพวกเขาก็พบว่าข้าวผัดไข่ในจานไม่เหลือแล้ว แม้ซักเม็ดก็ตาม 

 

“ สุดยอดข้าวผัดไข่ ! ’’ ทั้งสามคนอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตะลึง