0 Views

คนฉลาด ?

 

ฮั่นเสี่ยวที่ได้ยินแทบกระอักเลือด เธอไม่เข้าใจเลยว่าทําไมยูหมิงถึงได้หน้าด้านหน้าทนขนาดนี้ เธอมองไปที่แขนของเธอที่ถูกจับอยู่และจ้องยูหมิงราวกับจ้องมองคนร้าย “ ปล่อย ! ”

 

“ ก็ได้ ” ยูหมิงปล่อยแขนของฮั่นเสี่ยว แต่ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นขาของเธอที่กําลังพุ่งตรงมายังหว่างขาของเขา

 

เฮ้ย !

 

พี่สาวนี่คุณกะเล่นผมถึงขนาดนี้เลยรึ !

 

“ พี่สาวคุณนี่นิสัยไม่ดีเลยนะ หาว่าผมฉวยโอกาสทั้งๆที่คุณเป็นคนฉวยโอกาสเองแท้ๆ แถมคุณยังจะทําลายสิ่งที่ใช้สืบสกุลของผมอีกด้วย ถ้าเกิดมันใช้งานไม่ได้ขึ้นมาแล้วจะทํายังไง แบบนี้สงสัยผมจะต้องลงโทษหน่อยแล้ว ! ” ยูหมิงรู้สึกโมโห เธอกะจะเล่นน้องชายของเขา หากมันใช้การไม่ได้ขึ้นมาจะทํายังไง เขายังไม่ได้ปิ๊ดปี้เลยนะเฟ้ย ! 

 

นี่มันมากเกินไป เขายอมไม่ได้ แบบนี้ต้องลงโทษเธอหน่อยแล้ว !

 

ฮั่นเสี่ยวที่ถูกหาว่าเป็นคนฉวยโอกาสเสียเองถึงกับแทบล้มทั้งยืน เธอฉวยโอกาสแล้วยังไง ก็ยูหมิงอยากมาแต๊ะอั๋งเธอก่อนเองนี่ ถ้าน้องชายของเขาใช้การไม่ได้ก็ถือว่าซวยไป !

 

ยูหมิงไม่คิดที่จะยืนมองดูลูกเตะสุดอันตรายอยู่เฉยๆแน่ เขายื่นมือออกไปผลักลูกเตะนั่นและหมุนตัวสวนทางฮั่นเสี่ยวไปปรากฏด้านหลังของเธอและคว้าจับตัวเธอที่กําลังเสียหลักด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิง

 

เพี๊ยะ !

 

ยูหมิงซัดฝ่ามือตบไปที่ก้นเด้งๆของเธอโดยไม่สนใจว่าเธอจะคิดยังไง เรื่องอื่นเขายังพอยอมได้ แต่เรื่องนี้มันร้ายแรงนัก หากเขาเป็นคนธรรมดาเขาคงจะโดนไปแล้ว เขาเชื่อเลยว่าไม่ว่าใครถ้าโดนแบบนี้ก็ต้องโมโหบ้างแหละ ถ้าไม่โมโหคนๆนั้นคงไม่ใช่ผู้ชายแล้วล่ะ

 

“ น้องชายยูนี่เธอ… ” ฮั่นเสี่ยวรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แสบร้อนตรงก้น แต่ในขณะที่เธอกําลังจะพูดจนจบเธอก็รู้สึกได้ถึงฝ่ามือของอีกฝ่ายอีกครั้ง

 

เพี๊ยะ !

 

“ นาย ! ” ฮั่นเสี่ยวครางออกมาเบาๆ ใบหน้าของเธอแดงกรํ่า เธอจะไม่เรียกน้องชายยูอีกแล้ว เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ให้เกียรติเธอเลย 

 

“ นาย ? ก็ดี ผมจะตบก้นเด้งๆของคุณให้แดงแจ๋เหมือนตูดลิงเลย ” ยูหมิงเองก็เริ่มคึกแล้วเช่นกัน ทุกๆครั้งที่เขาตบก้นเด้งๆของเธอ เขารู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มที่อุ่นๆ แน่นอนว่าเขาไม่ได้ลามกหรอก แต่เขาก็แค่รู้สึกดี…

 

“ หยุด ! ฉันขอโทษ ! ได้โปรดหยุดเถอะ ! ” ฮั่นเสี่ยวแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว ยิ่งเธอได้ยินว่ายูหมิงจะตบก้นเธอจนกว่าจะแดงเหมือนตูดลิงเธอก็แทบจะบ้าด้วยความโมโห

 

“ ไม่ได้ ! ” ยูหมิงหัวเราะ เขายกโทษให้ไม่ได้เด็ดขาด ! อย่างน้อยเขาต้องทําให้ก้นเธอแดงจนเหมือนตูดลิงให้ได้ !

 

พูดจบยูหมิงก็ไม่รอช้า เขาซัดฝ่ามือตบก้นเด้งๆของฮั่นเสี่ยวทันที

 

เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ …

 

เสียงดังสนั่นดังก้องสะท้อนอยู่ในหูของฮั่นเสี่ยวตลอด นั่นมันยิ่งทําให้เธอรู้สึกโมโหหนักมาก 

 

ยูหมิงหล่อแล้วยังไง ?

 

เธอก็สวยเหมือนกันนะ ยิ่งการที่เขาล่วงเกินเธอแบบนี้มันยิ่งทําให้เธอเริ่มรู้สึกเกลียดเขาขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจเลยล่ะ

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาทําได้เพียงยิ้มแห้งๆ

 

นี่มันเรื่องของหนุ่มสาวพวกเขาจะเข้าไปยุ่งได้ไง ?

 

ปล่อยให้ทั้งสองคนเคลียร์กันเองน่ะดีแล้ว 

 

“ อา…นาย ! ” ฮั่นเสี่ยวครางออกมาเบาๆ หน้าของเธอแดงกรํ่า เธอถลึงตาใส่ยูหมิงด้วยความโมโห หากเธอร้องได้เธอคงร้องไปแล้ว

 

“ เอาสิ ! มองมามองกลับไม่โกง ! ” ยูหมิงก็ไม่ยอมน้อยหน้า เขาถลึงตาใส่ฮั่นเสี่ยวเช่นกัน มือของเขายังคงหวดก้นเด้งๆของฮั่นเสี่ยวต่อไปเรื่อยๆโดยไม่คิดจะหยุด

 

ฮั่นเสี่ยวที่เห็นก็แทบจะบ้าตายจนจะเป็นลม เธอไม่เคยเจอใครที่สุดๆแบบนี้มาก่อน ในตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกเสียใจมาก ที่คิดจะเตะผ่าหมากชายคนนี้ หากเธอไม่คิดจะทําเธอคงไม่ต้องมาเจออะไรที่น่าอับอายแบบนี้

 

“ หยุด ! ป่านนี้ฉันก้นแดงหมดแล้ว ! ” ฮั่นเสี่ยวตะโกนด้วยความอับอาย ป่านนี้เธอคงก้นแดงเหมือนตูดลิงแล้วล่ะ ทําไมเขายังไม่หยุดมืออีก

 

“ แล้วผมจะรู้ได้ไงว่ามันแดงจนเหมือนตูดลิงแล้ว ? ทําไมคุณไม่ลองเปิดมันให้ผมดูล่ะ ถ้ามันแดงเหมือนตูดลิงแล้วผมก็จะหยุดมือเอง ! ” ยูหมิงแสยะยิ้ม ความโมโหของเขามันไม่ใช่น้อยๆนะเฟ้ย คิดจะหยุดก็หยุดได้งั้นเหรอ ? มันไม่ได้หรอกนะ !

 

“ นาย ! ” ฮั่นเสี่ยวเกือบจะกระอักเลือดออกมาจริงๆแล้ว เธอรู้สึกไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเลยด้วยซํ้า 

 

จะให้เธอเปิดก้นให้เขาดูนี่นะ ล้อกันเล่นแล้ว !

 

ขืนทําอย่างนั้นมีหวังเธออับอายไปตลอดชีวิตแน่ๆ !

 

“ หึๆ ” ยูหมิงหัวเราะด้วยความสะใจ อยากให้เขาจริงจังเขาก็ทําแล้ว แต่อย่าให้เขาโมโหก็แล้วกัน ไม่งั้นจะได้เจออย่างนี้ทุกวันแน่

 

เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ …

 

ตลอดทั่วทั้งห้องมีเพียงเสียงครางของฮั่นเสี่ยวและเสียงสะท้อนของการตบ

 

ส่วนหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานนั้นจากไปนานแล้ว พวกเขาไม่อยากอยู่ดูคู่หนุ่มสาวทะเลาะกัน เพราะพวกเขาเลยวัยนั้นไปนานแล้ว

 

“ พอแค่นี้ละกัน ” ยูหมิงหยุดมือและวางฮั่นเสี่ยวลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง

 

ทันทีที่ฮั่นเสี่ยวถูกเจ้าวายร้ายปล่อย เธอก็รีบผละตัวออกห่างจากเขาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทั่วทั้งก้นของเธอมันทั้งแสบและร้อนผ่าว เธออยากจะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้

 

ฮั่นเสี่ยวรีบวิ่งออกไปด้วยใบหน้าแดงจัดที่โมโห แต่ก่อนไปเธอได้หันมาถลึงตาใส่ยูหมิงด้วยความโมโหสุดขีด

 

ความอับอายในวันนี้เธอจะไม่มีวันลืมมันแน่ !

 

“ มองอะไร ? หรือว่าคุณอยากโดนอีก ? ” ยูหมิงจ้องเขม็งกลับไป ความโมโหของเขามันไม่ใช่อะไรที่ใครจะแบกรับเอาไว้ได้หรอกนะ ยังดีที่ครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายผิดแถมอีกฝ่ายยังเป็นสาวสวย ไม่งั้นแล้วล่ะก็…

 

ฮั่นเสี่ยวถึงกับสะดุ้ง ร่างของเธอสั่นเทิ้ม เธอรีบหันควับไปและออกจากห้องๆนั้นทันที

 

“ หึๆ ” ยูหมิงหัวเราะสะใจ 

 

 

สองชั่วโมงต่อมา ที่หน้าทางเข้าภัตตาคารบัวสวรรค์ในตอนนี้ต่างเต็มไปด้วยผู้คน หากสังเกตดีๆจะพบว่าคนส่วนใหญ่นั้นคือนักรบผู้กล้าที่ได้ร่วมรบศึกตวัดลิ้นไปในเมื่อเช้านี้

 

ไม่ว่าจะเป็นคุณลุงปรมาจารย์นักตวัดลิ้น เถ้าแก่ร้านซักรีด คนอื่นๆที่ได้ร่วมรบไปเมื่อเช้าล้วนมาที่นี่กันหมด

 

จุดมุ่งหมายของพวกเขาก็คือการมากินข้าวผัดไข่อย่างคนปกติ และพวกเขาก็อยากลิ้มลองเสี่ยวหลงเปาสุดบางเฉียบนั่นอีกครั้ง 

 

บางคนที่ติดงานถึงกับลางานออกมาเลยด้วยซํ้า พวกเขาไม่สามารถที่จะลืมเลือนข้าวผัดไข่จานนั้นได้เลย

 

ต่อให้โดนหักเงินเดือนพวกเขาก็จะมา เพราะข้าวผัดไข่จานนั้นมันอร่อยลํ้าสุดๆไปเลยยังไงล่ะ

 

“ เถ้าแก่เมื่อเช้าคุณแอบเอาเทคนิคผมไปใช้สินะ ?! ” คุณลุงนักตวัดลิ้นหัวเราะเบาๆ ด้านหน้าของเขาคือเถ้าแก่ร้านซักรีด

 

“ คุณเห็นด้วย ?! ” ใบหน้าของเถ้าแก่ร้านซักรีดดูท่าจะตกตะลึงมาก เขาไม่คิดเลยว่าชายชราคนนี้จะสังเกตเห็นเขา ทั้งๆที่เขาแนบเนียนไปกับฝูงชนแล้วแท้ๆ

 

“ แน่นอน ! ว่าแต่ทําไมคุณไม่เข้าไปหยิบช้อนมาซะล่ะ ? เพราะคุณแค่ก้าวไปไม่กี่ก้าวคุณก็น่าจะได้แล้วนี่ ” คุณลุงนักตวัดลิ้นพยักหน้า ในความคิดของเขาเถ้าแก่ร้านซักรีดคนนี้เป็นคนที่ได้เปรียบในสนามรบมากที่สุดแล้ว แค่อีกฝ่ายก้าวเข้าไปในร้านของตัวเองแป๊บเดียวก็น่าจะได้ช้อนมาเพื่อไม่ต้องกลายเป็นนักรบตวัดลิ้นแล้ว ทว่าอีกฝ่ายกับไม่ทําแต่ดันหันมาพึ่งพาเทคนิคตวัดลิ้นของเขาแทนนี่นะ ยิ่งคิดถึงเขาก็รู้สึกพิลึกพิลั่น

 

เถ้าแก่ร้านซักรีดที่ได้ยินถึงกับสั่นสะท้าน เขาจดจําได้ดีเลยถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ เขาพยายามแล้วที่จะเข้าไปเอาช้อน แต่ขาของเขานี่สิ มันไม่ยอมก้าวไปไหนเลย แม้จะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม ราวกับว่าตอนนั้นเขาถูกร่างกายบังคับให้หยุดนิ่งเพื่อรอรับปรินิพพานจากสวรรค์ !

 

แต่แท้จริงแล้วปรินิพพานจากสวรรค์ที่ว่าก็คือข้าวผัดไข่ !

 

โอ๊ยยิ่งคิดถึงก็อยากจะบ้าตาย !

 

“ มันเป็นปรินิพพานจากสวรรค์น่ะ ” เถ้าแก่ร้านซักรีดยิ้มให้แทนคําตอบ ไม่ลองเป็นเขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไง

 

“ ปรินิพพานจากสวรรค์ ? ” ใบหน้าของคุณลุงนักตวัดลิ้นปรากฏความสับสน 

 

ปรินิพพานจากสวรรค์บ้าอะไร !

 

ก็แค่คุณถูกตรึงโดยอํานาจของข้าวผัดไม่ใช่รึไง !