0 Views

“ น้องชายยูเธอช่วยจริงจังซักนิดสิ ! อย่างน้อยถ้าเธอไม่หลงตัวเองมากเกินไปหรือแกล้งบื้อเธอคงจะเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดเลยล่ะ ! ” ฮั่นเสี่ยวอดพูดออกมาไม่ได้ เธอจ้องชายหนุ่มตรงหน้าเขม็ง

 

เขาจะช่วยจริงจังซักหน่อยไม่ได้เลยรึไง บื้อก็บื้อไม่รู้แกล้งทําหรือบื้อจริง แต่นิสัยหลงตัวเองนี่ของจริงเลยล่ะ แต่ถ้าเขาจริงจังขึ้นมาบ้างมันก็คงดีขึ้นไม่น้อย

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานที่ได้ยินก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

 

ถ้าชายหนุ่มคนนี้จริงจังนั่นจะไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนเก่งเกินที่ไร้จุดบกพร่องใดๆเลยหรอกเหรอ ?

 

เพราะปกติแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้วนะ ถ้าเกิดเขาจริงจังขึ้นมา นั่นอาจจะทําให้เขาเหินห่างจากพวกเราก็ได้

 

เฮ้อ…ไม่ว่ายังไงมันก็มีทั้งดีทั้งเสีย เพราะงั้นปล่อยไปตามอย่างที่มันควรจะเป็นเถอะ !

 

ยูหมิงที่ถูกฮั่นเสี่ยวจ้องเขม็งถึงกับผงะ 

 

จริงจัง ?

 

นี่มันก็แค่โลกธรรมดาแล้วเขาจะจริงจังไปทําไม ? ขืนเขาเกิดจริงจังขึ้นมาแม้แต่เขายังกลัวตัวเองเลย เพราะอะไรน่ะเหรอ ?

 

ก็เพราะเขาคือยูหมิงไงล่ะ !

 

เอาเถอะเขาจะจริงจังขึ้นมาซักนิดแล้วกัน 

 

หลังจากที่กลับมาโลกนี้ยูหมิงก็ตั้งเป้าจะใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาทั่วไป เวลาเขาไปไหนมาไหนเขาก็จะไม่คิดอะไรมาก เพราะสําหรับยูหมิงนั้นแค่ใช้ชีวิตธรรมดาอย่างสบายๆและชิวๆก็พอแล้ว 

 

เหตุผลที่สําคัญเลยก็คือโลกนี้มันไม่เหมือนที่ๆยูหมิงจากมา !

 

ที่นั่นน่ะหากไม่เก่งจริงหรืออ่อนไหวง่าย มีหวังตายตั้งแต่วันแรกที่ไปด้วยซํ้า แต่ที่นี่มันไม่ใช่ !

 

งั้นยูหมิงก็แค่จริงจังขึ้นมาอีกนิดก็พอแล้ว…

 

“ โอเค ! ” ยูหมิงพูดและเริ่มมีท่าทางที่เปลี่ยนไป

 

เฮ้ย !

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานต่างตกใจ นี่มันจะไม่เร็วเกินไปหน่อยเหรอ ? นึกอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ ? 

 

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน !

 

ฮั่นเสี่ยวเองก็รู้สึกตกใจเช่นเดียวกัน เธอแค่พูดไปงั้นๆโดยไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว แต่นี่เขากลับทําตามอย่างที่เธอพูด แถมยังดูเป็นธรรมชาติอีกด้วย หรือว่าที่ผ่านมาทั้งหมดนั่นคือการแสดง ?

 

ก่อนที่ฮั่นเสี่ยวจะได้พูดอะไรออกไป ยูหมิงที่ดูเหมือนคนใหม่ก็ได้พูดขึ้น “ การเสิร์ฟที่ผมทํานั้นจําเป็นที่จะต้องมีแรงและการควบคุมที่เฉียบขาด คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถทําได้อย่างแน่นอน จะมีก็เพียงแค่คนที่ออกกําลังกายและหมั่นฝึกฝนเท่านั้นที่จะทําได้ ส่วนเคล็ดลับถ้าพวกคุณอยากได้ผมก็จะจดบันทึกให้แล้วกัน ” พูดจบยูหมิงก็หยิบปากกาและสมุดโน๊ตด้านข้างมาเขียนเคล็ดลับลงไปทันที

 

เคล็ดลับอะไรนั่นเขาไม่มีหรอก แต่ถ้าพวกเขาอยากได้เคล็ดลับ เขาก็แค่เขียนเคล็ดลับที่นําไปใช้แล้วได้ผลให้ก็พอแล้ว

 

ขณะที่คนอื่นๆกําลังตกตะลึงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของยูหมิง ยูหมิงก็ได้เขียนเคล็ดลับลงไปเสร็จแล้ว เขายื่นมันให้กับหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิว “ หากคุณฝึกตามนี้คุณจะสามารถทําอย่างผมได้ภายในหนึ่งอาทิตย์ ”

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวรับสมุดโน๊ตมามองดูอย่างงงๆ 

 

มีเคล็ดลับจริงๆด้วย ?

 

แต่เมื่อเขาได้มองดูสิ่งที่ถูกเขียนอยู่ในสมุดโน๊ตเขาก็ต้องเผยใบหน้าที่ไม่อยากเชื่อออกมา

 

นี่มันบ้าอะไรกันฟะเนี่ย ?

 

ถ้าเขาฝึกตามนี้เขาจะไม่ตายก่อนหรือไง บ้าไปแล้วคุณคิดได้ไงเนี่ย คุณเคยฝึกตามนี้จริงๆรึเปล่า ?

 

ซึ่งเคล็ดลับที่ยูหมิงเขียนให้นั้นไม่ใช่อะไรที่ยากขนาดนั้นเลย มันก็แค่หนักหนาสาหัสเท่านั้นเอง…

 

เชฟเจิ้งฝานที่เห็นการแสดงออกของหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป “ เป็นไงบ้างเพื่อนเยี่ย ? ”

 

“ ลองดูเอาเองแล้วกัน ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวยื่นสมุดโน๊ตให้เชฟเจิ้งฝาน 

 

หลังจากที่เชฟเจิ้งฝานรับมาเขาก็กวาดตาดูก่อนจะเผยใบหน้าที่ไม่อยากเชื่อออกมา เขาเงยหน้าขึ้นและมองไปที่ยูหมิง “ เชฟยูนี่คุณแกล้งพวกผมเล่นป่ะเนี่ย ? ใครจะไปฝึกอะไรแบบนี้ได้ ”

 

“ ไม่เลย นี่คือเคล็ดลับที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อพวกคุณโดยเฉพาะ หากฝึกไม่ได้ผมจะเขียนให้ไปทําไม ? ” ยูหมิงส่ายหัวก่อนจะอธิบาย “ การฝึกทั้งหมดนี้จะสามารถทําให้ร่างกายของพวกคุณแข็งแกร่งขึ้นได้ มันอาจจะหนักหนาสาหัสก็จริง แต่ถ้าพวกคุณไม่ฝึกแบบนี้ก็ไม่มีวันสามารถทําแบบผมได้หรอก อีกอย่างถ้าพวกคุณฝึกตามนี้เสร็จเมื่อไหร่ผมบอกได้เลยว่าพวกคุณจะสุขภาพดีขึ้นเยอะ แม้กระทั่งข้าวผัดไข่แบบผมก็สามารถที่จะทําได้ ! ” 

 

“ ไหนๆ มันยากขนาดนั้นเลยเหรอคะ ? ” ฮั่นเสี่ยวแย่งสมุดโน๊ตมาจากมือของเชฟเจิ้งฝาน เธอมองดูรายละเอียดข้างในอย่างรวดเร็ว

 

ทันทีที่เห็นเธอถึงกับเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ

 

ซิทอัพสามร้อยครั้ง วิดพื้นสามร้อยครั้ง ลุกนั่งสามร้อยครั้ง วิ่งสิบกิโลเมตร และทําช่วงทั้งหมดสามช่วงเวลา ช่วงเช้า ช่วงกลางวัน ช่วงเย็น ทําทั้งหมดนี่ทุกๆวันจนครบเจ็ดวัน สุดท้ายนี้ต้องโคจรลมปราณทุกๆวันอีกด้วย

 

โคจรลมปราณ !

 

บ้าไปแล้ว !

 

ถ้าหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานเป็นนักกีฬาก็ว่าไปอย่าง แต่นี่พวกเขาเป็นแค่เชฟและคนธรรมดานะ จะให้ไปฝึกอะไรแบบนั้นได้ยังไง ?!

 

นอกจากนี้ยังมีไอ้โคจรลมปราณอะไรนี่อีก พวกเขาจะไปรู้จักวิธีแบบนั้นได้ยังไงเล่า 

 

ฮั่นเสี่ยวพอรู้จักการโคจรลมปราณรักษาสุขภาพอยู่บ้าง ส่วนใหญ่คนแก่บางคนที่รักสุขภาพจะโคจรกันเป็น แน่นอนว่าวิธีการโคจรนั้นเป็นอะไรที่ลํ้าลึกมาก คนธรรมดาในยุคนี้คงไม่สามารถทําเป็นหรอก

 

ดังนั้นหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานคงไม่สามารถทํามันได้อย่างแน่นอน

 

แม้กระทั่งยูหมิงเป็นคนสอนให้ก็ทําไม่ได้ !

 

เพราะการโคจรลมปราณเท่าที่เธอรู้มา คนๆนั้นจําเป็นต้องจับความรู้สึกและฝึกเข้าใจด้วยตัวเอง ถึงแม้จะมีคนมาสอนหากจับความรู้สึกไม่ได้มันก็เท่านั้น 

 

ดังนั้นเธอจึงฟันธงว่าพวกเขาไม่สามารถทําได้อย่างแน่นอน แม้ยูหมิงจะโคจรเป็นและเป็นผู้สอนให้ก็ตาม

 

ในเวลานี้ยกเว้นเพียงฮั่นเสี่ยว หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานที่ได้ยินคําพูดของยูหมิงถึงกับตื่นเต้นจนสั่นสะท้าน

 

ข้าวผัดไข่ ! ข้าวผัดไข่แบบยูหมิง ! พวกเขาสามารถที่จะทํามันได้ !

 

ตอนนี้พวกเขาตื่นเต้นจนลืมแม้กระทั่งเรื่องโคจรลมปราณด้วยซํ้า

 

ในสายตาของพวกเขาข้าวผัดไข่ของยูหมิงมันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก หากพวกเขาสามารถทําได้ รับรองเลยว่าพวกเขาสามารถทดสอบกลายเป็นสุดยอดเชฟได้อย่างแน่นอน นี่แหละคือความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเชฟอย่างพวกเขา !

 

“ จริงเหรอเชฟยู ? ” ชายวัยกลางคนอย่างเชฟเจิ้งฝานในตอนนี้แทบไม่ต่างไปจากเด็กน้อยที่เจอของเล่นใหม่ แววตาที่เขาจ้องมองไปยังยูหมิงมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็มีท่าทีเช่นเดียวกัน “ ช่วยบอกหน่อยว่าเราจะสามารถทํามันได้อร่อยเหมือนคุณหรือเปล่า ? ” เขาคิดว่าถ้าทําข้าวผัดไข่แบบยูหมิงได้แต่หากรสชาติไม่เหมือนกันมันคงไม่ได้ช่วยอะไรซักเท่าไหร่

 

“ แน่นอน ! ” ยูหมิงยิ้มจางๆ ถ้าหากฝึกฝนตามที่เขาจดให้จนครบทุกวัน มันก็สามารถที่จะทําข้าวผัดไข่ได้เหมือนเขาอย่างแน่นอน 

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานที่ได้ยินการยืนยันจากยูหมิงถึงกับสั่นสะท้านอีกครั้ง ในตอนนี้พวกเขารู้สึกฮึกเหิมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะฝึกหนักขนาดไหนหากสามารถกลายเป็นสุดยอดเชฟได้มันก็คุ้มค่าที่จะทํา !

 

พวกเขาจะทํามันเพื่อที่จะได้กลายเป็นสุดยอดเชฟ !

 

“ ทั้งสองคนคะ ! พวกคุณลืมไปแล้วเหรอคะว่ามันต้องโคจรลมปราณ ! ” ฮั่นเสี่ยวที่ได้เห็นคนทั้งสองดีใจก็พอเข้าใจความรู้สึกของพวกเขา แต่เธอกลัวว่าพวกเขาจะดีใจมากเกินไปจนลืมกระทั่งเรื่องที่ต้องโคจรลมปราณทั้งๆที่ทําไม่เป็น เธอจึงเตือนสติทั้งสองคนด้วยความหวังดี ไม่งั้นถ้าพวกเขารู้ตัวอีกทีว่าต้องโคจรลมปราณด้วยนั้นมันคงยากที่จะยอมรับเป็นอย่างมาก

 

“ โคจรลมปราณ ?! ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานที่กําลังตื่นเต้นดีใจสุดขีดถึงกับชะงัก ใบหน้าของพวกเขาในตอนนี้แข็งค้างด้วยความรู้สึกเสียใจที่ท้อแท้

 

พวกเขาไม่รู้จักวิธีโคจรลมปราณซักหน่อย แล้วพวกเขาจะไปโคจรมันได้ยังไง ของพวกนี้มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกนะ ไม่งั้นต่อให้มีคนสอนเก่งแค่ไหนพวกเขาก็ไม่สามารถทํามันได้หรอก 

 

เฮ้อ…จบสิ้นแล้วความฝันที่จะกลายเป็นสุดยอดเชฟของพวกเขา แถมมันยังจบโดยยังไม่ทันเริ่มเลยด้วยซํ้า !

 

ยูหมิงสังเกตเห็นถึงความเสียใจที่ท้อแท้ของทั้งสองคนตรงหน้าจึงทําเพียงแค่ยิ้มจางๆแล้วพูด “ ในเมื่อผมเป็นคนมอบเคล็ดลับให้ ผมก็ต้องมีวิธีทําให้พวกคุณฝึกมันได้อยู่แล้ว มา ! เข้ามาใกล้ๆ ! ผมจะสกัดจุดเปิดลมปราณให้ ! ” เขาที่เป็นคนมอบเคล็ดลับให้ มีหรือจะไม่มีวิธีที่ทําให้ทั้งสองคนฝึกมันได้ !