0 Views

ศึกตวัดลิ้นรอบที่สามก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนหรือเก่งกาจเพียงใดก็ไม่สามารถที่จะหลบหนีออกไปจากศึกนี้ได้ !

 

เพราะนี่คือศึกชี้ชะตาที่มีข้าวผัดไข่เป็นเดิมพัน !

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานรวมถึงฮั่นเสี่ยวต่างตกตะลึงในสิ่งที่ได้เห็น นี่พวกเขาได้เห็นเห็นอะไรอยู่ ?

 

ข้าวผัดไข่ของยูหมิงมันทําได้ขนาดนี้เลยเหรอ ?

 

แล้วไอ้การเสิร์ฟสุดพิสดารและหวาดเสียวนั่นมันอะไรกัน มีเทคนิคแบบนี้ทําไมไม่ไปเล่นมายากลซะเลยล่ะ ?

 

ไม่เพียงทําอาหารอร่อยแต่นี่ยังมีเทคนิคเสิร์ฟที่แม่นยําสุดร้ายกาจ นี่คุณยังเป็นแค่เชฟแน่เหรอ ?

 

ใครก็ได้บอกพวกเขาทีว่าชายคนนี้ยังมีอะไรที่ยังไม่ได้โชว์อีกบ้าง !

 

ยูหมิงมองดูเหตุการณ์ตวัดลิ้นเบื้องล่างด้วยรอยยิ้ม “ คนพวกนี้เรียกร้องความสนใจจริงๆด้วย ”

 

ไหนตอนแรกบ่นอย่างโน้นอย่างนี้บ้างล่ะ ทีตอนนี้ล่ะตั้งหน้าตั้งตากินเชียวนะ

 

เฮ้อ…คนพวกนี้ปากไม่ตรงกับใจจริงๆ 

 

‘ เอาล่ะตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่จะจบการโชว์ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเขาแล้วกัน ’ ยูหมิงมองไปยังเบื้องล่างจุดที่พวกหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวยืนอยู่ ขืนเขาจัดการด้วยตัวเองต่อมีหวังคนพวกนั้นคงต้องเรียกร้องความสนใจอีกแน่ 

 

ดังนั้นเขาจึงตั้งใจปล่อยหน้าที่ๆเหลือให้พวกหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวจัดการแทนตัวเขา 

 

“ ทุกๆท่านเชฟยูคนนี้ขอให้สนุกกับอาหารมื้อต่อไปที่ภัตตาคารบัวสวรรค์นะครับ วันนี้ผมต้องขอตัวลาล่ะ ” ยูหมิงตะโกนเสียงดังฟังชัด จากนั้นเขาก็ผายมือไปยังกลุ่มของหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิว “ ที่เหลือจะเป็นพวกเขาเองครับที่จะรับหน้าที่แทน ” พูดเสร็จยูหมิงก็กลับเข้าไปในภัตตาคารบัวสวรรค์ทันที

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานรวมถึงฮั่นเสี่ยวต่างช็อคกับการกระทําของยูหมิง 

 

พี่คุณสร้างเรื่องขนาดนี้แล้วจะให้พวกเรารับหน้าแทนนี่นะ ?

 

พวกเขามาตั้งนานและได้เห็นความโกรธของฝูงชนดี ในเมื่อยูหมิงชิ่งหนีไปก่อนดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครจะเป็นคนรับอารมณ์ของฝูงชนพวกนี้

 

ก็พวกเขานี่แหละ !

 

เหล่านักรบตวัดลิ้นทั้งหนึ่งร้อยคนต่างบ้าคลั่ง ในตอนนี้พวกเขาต่างพุ่งไปยังทิศทางที่หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวยืนอยู่

 

หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิว เชฟเจิ้งฝาน ฮั่นเสี่ยว ทั้งสามทําได้เพียงถอนหายใจเบาๆและรับมือกับปัญหาตรงหน้าด้วยความจําใจ

 

พวกเขาได้ให้คําอธิบายที่คิดสดจัดสดออกไป เหล่านักรบตวัดลิ้นทั้งหลายจึงยอมรับคําอธิบายและกลับไปแต่โดยดี

 

โดยก่อนที่พวกเขาจะกลับไปนั้นพวกเขาได้สอบถามถึงวันเวลาทําการและราคาอาหารทั้งสองอย่างด้วย

 

ซึ่งนั่นก็คือข้าวผัดไข่และเสี่ยวหลงเปาที่ยูหมิงเป็นคนทํา

 

ด้วยความชาญฉลาดของฮั่นเสี่ยว เธอจึงได้ให้การไปว่าราคาอาหารทั้งสองอย่างนั้นคือสามร้อยหยวน 

 

เรื่องนี้หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานก็เห็นด้วยกับราคานี้เช่นกัน ทั้งนี้พวกเขายังคิดว่ามันถูกไปด้วยซํ้า

 

ทําไมน่ะเหรอ ?

 

ก็อาหารที่กําเนิดนักรบตวัดลิ้นทั้งหนึ่งร้อยคนน่ะ มันจะเป็นอาหารธรรมดาไปได้ยังไง การจะทําได้คงมีเพียงอาหารระดับสุดยอดเท่านั้นแหละ !

 

ดังนั้นสามร้อยหยวนจึงไม่ใช่ราคาที่แพงเลย ถึงแม้จํานวนมันจะน้อยไปหน่อยแต่ถ้าเน้นความอร่อยก็คุ้มเกินราคา !

 

ส่วนเสี่ยวหลงเปานั้นจะเป็นเข่งละห้าลูก แม้มันจะไม่พอยาไส้แต่ถ้าอเร็ดอร่อยมันก็คุ้ม !

 

หลังจากที่จัดการเคลียร์ปัญหาทั้งหมดเรียบร้อย ทั้งสามคนก็กลับเข้ามาในร้านด้วยความอัศจรรย์ใจ

 

พวกเขารู้สึกทึ่งเป็นอย่างมากที่ยูหมิงชายหนุ่มสุดหลงตัวเองคนนั้นจะสามารถคิดค้นแผนร้ายกาจแบบนี้ได้

 

แน่นอนพวกเขาไม่ใช่คนโง่ ดังนั้นพวกเขาจึงมองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าสิ่งที่ยูหมิงกําลังทํานี่คืออะไร แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นความสําเร็จของมัน พวกเขาก็แทบไม่อยากเชื่อจนจะคลั่งเลยล่ะ

 

อย่างไรก็ตามพวกเขาก็รู้ดีเช่นกันว่าแผนของยูหมิงนั้นยากแค่ไหน แน่นอนว่ามันยากมาก ยากตรงการเสิร์ฟอาหารด้วยตัวคนเดียวให้กับหนึ่งร้อยคนนี่แหละ

 

แถมยังเป็นการเสิร์ฟที่สุดอัศจรรย์และแม่นยําจนพวกเขายังต้องตะลึง หากไม่มีความสามารถในด้านนี้แผนนี้คงไม่สําเร็จแน่

 

ในตอนนี้ที่เบื้องหน้าของพวกเขามีชายหนุ่มสวมสูทสีดําเดินส่งยิ้มจางๆมาให้ “ เรียบร้อยดีไหมครับ ? ”

 

ยูหมิงกําลังรอคนพวกนี้อยู่พอดีเลย ในที่สุดพวกเขาก็มาซะที เป็นไงล่ะแผนของเขา ตอนนี้คงจะอึ้งทึ่งกันอยู่ละสิท่า ?

 

“ เยี่ยม ! แผนของคุณมันเยี่ยมยอดมากเชฟยู ! ” เชฟเจิ้งฝานยิ้มและยกนิ้วให้

 

“ น้องชายยูหรือว่าเมื่อคืนที่เธอไม่อยู่ก็เพราะไปเตรียมการงั้นเหรอ ? ” ฮั่นเสี่ยวถามด้วยความสงสัย เพราะการจะทําแผนนี้อย่างน้อยก็คงต้องเตรียมการบ้างล่ะ

 

“ เมื่อคืน ? ผมก็แค่ไปเดินเล่นน่ะ ” ยูหมิงสับสนไปครู่หนึ่ง เขาไม่เข้าใจว่าเธอจะถามถึงเมื่อคืนทําไม แต่เขาก็ยังคงยิ้มจางๆตอบกลับไป

 

“ อ้อ งั้นเองเหรอ ” ฮั่นเสี่ยวพยักหน้าเข้าใจ ถึงเธอจะรู้สึกทะแม่งๆก็เถอะ

 

ไปเดินเล่นตอนกลางคืนนี่นะ ?

 

จะอารมณ์ดีไปไหน !

 

“ คุณเสิร์ฟแบบนั้นได้ยังไงเชฟยู ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่ง หากเป็นไปได้เขาก็อยากรู้เคล็ดลับแบบนั้นบ้าง เพราะถ้ามีก็คงดีไม่ใช่น้อย

 

“ เสิร์ฟแบบนั้นได้ยังไง ? ผมก็แค่เสิร์ฟธรรมดาทั่วไปนี่แหละ หรือคุณเห็นว่าผมร่ายเวทมนต์ ? ” ยูหมิงสับสน ทําไมคนอื่นๆชอบถามอะไรแปลกๆด้วยนะ ทั้งๆที่เห็นอยู่แล้วอะ ?

 

“ เอิ่ม… ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวถึงกับชะงักเลยทีเดียว นี่ชายหนุ่มคนนี้ผิดปกติหรือเปล่านะ เขาถามเพราะไม่รู้ต่างหาก ไหงตอบง่ายๆแบบนั้นล่ะ 

 

“ อ๋อ คุณอยากรู้ว่าผมทําอย่างนั้นได้ยังไงใช่ไหม ? ” ยูหมิงเห็นท่าทางชะงักของอีกฝ่ายก็รู้สึกตัวทันทีว่านี่คงไม่ใช่คําตอบที่อีกฝ่ายต้องการแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงถามเผื่อใช่

 

“ ใช่ ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวพยักหน้า เชฟเจิ้งฝานและฮั่นเสี่ยวก็มองไปที่ยูหมิงด้วยความสนใจ ในตอนนี้พวกเขาอยากรู้ว่าการเสิร์ฟแบบนั้นเขาทําได้ยังไง 

 

ทําไมถึงได้สามารถซัดจานไปส่งถึงมือผู้คนได้ง่ายๆแบบนั้น ?

 

“ ง่ายมาก ! คุณก็แค่ต้องออกกําลังกายและฝึกฝนบ่อยๆ เดี๋ยวก็ทําได้เองนั่นแหละ ส่วนเทคนิคอะไรนั่นมันไม่มีหรอก เพราะถ้าคุณมีร่างกายที่แข็งแรงและสามารถควบคุมอะไรต่างๆได้ เดี๋ยวมันก็ทําได้เองแหละ ! ” ยูหมิงพูดอธิบายด้วยท่าทางสบายๆชิวๆ

 

เทคนิค ?

 

ตลกแล้ว !

 

ที่เขาทํามันก็แค่ซัดจานส่งให้ถึงมือ มันจะไปยากอะไร ใช้แค่การควบคุมกับร่างกายที่แข็งแรงก็ทําได้แล้ว

 

เรื่องแค่นี้ทําไมยังต้องถาม ?

 

“ แค่นั้น ? ” ทั้งสามคนถามออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

แค่ออกกําลังกาย ?

 

คุณตลกรึไง !

 

พวกเราไม่ได้โง่นะ ใครที่ไหนล่ะจะแค่ออกกําลังกายแล้วก็ได้ความสามารถแบบนั้น 

 

ร่างกายที่แข็งแรง ? การควบคุมที่เฉียบขาด ? อย่างน้อยการจะได้สิ่งพวกนั้นมันก็ต้องมีเคล็ดลับบ้างไม่ใช่รึไง ?

 

คุณจะบอกว่าแค่ออกกําลังกายและฝึกอีกนิดๆหน่อยๆก็เก่งได้แล้วว่างั้น ?

 

ถ้าทําได้พวกเราคงทําไปแล้ว !

 

“ ก็ใช่น่ะสิ ! หรือว่าคุณไม่เคยลอง ? ถ้าคุณอยากรู้ว่าได้ไม่ได้ก็ต้องลอง ! ” ยูหมิงรู้สึกแปลกๆ ถามผม ผมก็ตอบให้แล้ว ที่เหลือคุณก็แค่ต้องลอง แม้คุณจะไม่เคยลองก็ตาม !

 

ดังนั้นคุณยังจะถามอะไรอีก ?

 

“ เอิ่ม… ” ทั้งสามคนยิ้มแห้งๆออกมาด้วยความรู้สึกพิลึกพิลั่น พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะเป็นเอาได้ขนาดนี้ รู้งี้ไม่ถามซะตั้งแต่แรกคงจะดีกว่า