0 Views

เช้าตรู่วันต่อมา ณ ภัตตาคารบัวสวรรค์ บนดาดฟ้าริมฝั่งด้านหน้า มีเครื่องครัวต่างๆรวมถึงเตาและอุปกรณ์ที่จําเป็นในการทําอาหารวางเรียงรายดูน่าสวยงามสุดตระการตาอยู่

 

ท่ามกลางเครื่องครัวต่างๆ มีชายหนุ่มในชุดสูทสีดํายืนมองไปบนท้องฟ้ารอบๆ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับเทพเซียนในนิยาย

 

เขาก็คือ…ยูหมิง !

 

ยูหมิงเลิกมองท้องฟ้าอีกต่อไป เขาเดินไปที่ริมดาดฟ้าด้านหน้าแทน และกวาดตามองไปยังพื้นถนนเบื้องล่าง

 

ที่ข้างล่างมีคนเดินไปมาสัญจรกันน้อยนิด และจะสังเกตได้ว่าส่วนใหญ่นั้นป็นคนที่กําลังออกกําลังกายอยู่

 

พวกเขาต่างมีเหงื่อโชกที่เปียกอย่างเห็นได้ชัดบนร่างกาย

 

“ ได้เวลาเริ่มโชว์กันแล้ว ! ” ยูหมิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นเขาก็จุดไฟขึ้นมา

 

พรึ่บ

 

ไฟจากเตาลุกโชนขึ้นมา ส่งผลให้ท้องฟ้าที่มีแสงสว่างน้อยนิด ดึงดูดความสนใจจากคนเบื้องล่างได้ดี

 

“ ดูนั่น ! เขากําลังทําอะไรน่ะ ? ” ชายชุดแดงที่เหงื่อเปียกโชกอุทานขึ้นหลังจากที่สังเกตเห็นไฟจากเตาที่ยูหมิงจุดขึ้น

 

“ เฮ้ย ! ไอ้หนุ่มนั่นมันบ้ารึเปล่าเนี่ย ไปทําอาหารอะไรบนนั้น ? แถมยังทําตรงริมๆอีก นี่มันไม่กลัวพลาดตกลงมาเลยรึไง ?! ” ชายชราชุดดําที่กําลังวิ่งจ็อกกิ้งอยู่ หยุดวิ่งและอุทานออกมาด้วยความตกใจ

 

“ บ้าไปแล้ว ! ภัตตาคารบัวสวรร์ตกตํ่าถึงกับจ้างเชฟปัญญาอ่อนแบบนี้แล้วเหรอ ? ” หนึ่งในคนธรรมดาที่มาแถวนี้บ่อยๆพูดขึ้นด้วยความสงสัย

 

หลังจากนั้นไม่นานเสียงดังเซ็งแซ่ทั้งหลายก็ดังยิ่งขึ้นมากกว่าเดิม ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงที่วิพากษ์วิจารณ์การกระทําของยูหมิงด้วยความสงสัยและตกใจ และอีกส่วนเป็นเสียงที่ดูถูกเยาะเย้ย

 

จะไม่ให้พวกเขาตกใจได้ยังไง อยู่ดีๆก็มีคนมาทําอาหารสุดแสนหวาดเสียวที่ริมดาดฟ้า นี่มันโครตจะอันตรายเลยนะ !

 

หากพลาดทีได้ไปเยือนยมบาลแน่ !

 

“ จะตกใจอะไรกันนักกันหนา สงสัยไม่เคยเห็นคนหล่อเหลาขนาดนี้แน่เลย เฮ้อ… ” ยูหมิงถอนหายใจเงียบๆ เพราะเสียงดังเซ็งแซ่ทั้งหลายนี้มันทําให้เขารําคาญ

 

โดยไม่รอช้า ยูหมิงทําการนวดแป้งและจีบ ใช่แล้วยูหมิงกําลังทําเสี่ยวหลงเปา แต่ครั้งนี้เขาใช้ความเร็วสูงสุด

 

 

ในไม่ช้าเสี่ยวหลงเปากว่าหนึ่งร้อยลูกก็ถูกนึ่งเสร็จ มีเพียงยูหมิงเท่านั้นที่ได้กลิ่นหอมของมันอย่างชัดเจน

 

“ กลิ่นอะไรน่ะ ? หอมจังเลย ! ” หญิงสาวในชุดทํางานที่ตื่นเช้าตรู่ได้กลิ่นหอมจางๆที่ถูกส่งมาจากดาดฟ้า เธอรู้สึกได้ถึงความหอมของติ่มซําที่ราวกับของกินสุดอัศจรรย์

 

“ นี่มันกลิ่นของเสี่ยวหลงเปานี่ ! แต่ทําไมมันถึงได้หอมชวนชื่นนักล่ะ ?! ” เถ้าแก่ร้านซักรีดตกตะลึง ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความไม่อยากเชื่อ 

 

เขาเคยผ่านเสี่ยวหลงเปามามากมายนักต่อนักแล้ว ครั้งนี้เขาจึงรู้ได้ว่ามันคือกลิ่นของเสี่ยวหลงเปา แต่ทําไมมันถึงได้หอมเลิศเลอขนาดนี้นักล่ะ ?

 

ขนาดเสี่ยวหลงเปาอันที่อร่อยที่สุดที่เขาเคยกินมามันยังไม่หอมขนาดนี้เลยด้วยซํ้า !

 

ในตอนนี้เขาสงสัยเป็นอย่างมากว่าต้องเป็นเสี่ยวหลงเปาแบบไหนถึงได้หอมขนาดนี้ เขามองไปยังจุดดาดฟ้าของภัตตาคารบัวสวรรค์ทันที “ เขาคือคนทํามันสินะ ? ”

 

ยูหมิงเหมือนจะรู้สึกได้ถึงการจ้องมองของสายตาหลายคู่ เขาเพียงยิ้มจางๆตอบกลับไปแทน “ ทุกท่านวันนี้ผมเชฟยูจะทําการเสิร์ฟเสี่ยวหลงเปาจํานวนหนึ่งร้อยลูกให้ทานฟรี หากอยากทานอีกก็สามารถแวะมายังภัตตาคารบัวสวรรค์ของเราได้ตลอด ! ” 

 

ทันใดนั้นยูหมิงก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สองมือจับเข่งของเสี่ยวหลงเปาแล้วสะบัดมันออกไปทั่วทิศทาง

 

เสี่ยวหลงเปาในเข่งจํานวนหนึ่งร้อยลูกลอยกระเด็นไปยังฝูงชนเบื้องล่างทันที

 

พวกมันได้ลอยกระเด็นเข้าไปในปากของผู้คนที่อยู่ข้างล่าง จนพวกเขาสัมผัสได้ถึงความร้อนที่เกือบจะลวกปาก 

 

“ ไอ้เชี่ยตัวไหนมันโยนอะไรเข้าปากฉันวะเนี่ย ?! ”

 

“ บัดซบ ! ปากพี่ใหญ่คนนี้จะพองอยู่แล้ว เชี่ยตัวไหนกันที่ทําแบบนี้ ? ”

 

“ ไอ้เชี่ยเชฟนั่นนี่เอง ! ไม่ถงไม่ถามซักคําอยู่ดีๆก็โยนเข้าปากมาให้กิน เดี๋ยวแม่งเจอดีแน่ ! ”

 

ผู้คนทั้งหลายต่างโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ พวกเขาอยากจะจัดการไอ้คนที่มันทําเรื่องแบบนี้ บางคนที่มองเห็นว่าเป็นยูหมิง เขาถึงกับโกรธจัดจนจะตามไปจัดการ

 

ทว่าในตอนนั้นเอง เสี่ยวหลงเปาที่อยู่ในปากของผู้คนมันก็ได้ละลาย พร้อมๆกันความอเร็ดอร่อยสุดลํ้าก็ได้ระเบิดออกมา

 

ผู้คนจํานวนมากที่โวยวายในก่อนหน้านี้ก็พลันเปลี่ยนท่าที พวกเขาอดไม่ได้ที่จะขยับปากและเริ่มเคี้ยวอย่างไม่รู้ตัว

 

“ เชี่ย ? นี่มันรสชาติอะไรกัน ? อย่างกับอาหารของเทพในตํานานเลย ! ”

 

“ อร่อยขนาดนี้ถึงจะร้อนแต่พี่ก็จะทน ! ”

 

“ นี่มันเสี่ยวหลงเปาชั้นเลิศ ! ”

 

“ ถึงไอ้เชฟนั่นจะบ้า ! แต่เสี่ยวหลงเปาของมันก็อร่อยจริง ! ”

 

“ หล่อไม่พอยังทําอาหารอร่อยด้วย ฉันอยากได้คุณเป็นแฟนจังค่ะ จะได้กินเสี่ยวหลงเปาอร่อยๆแบบนี้ทุกวัน ”

 

“ เมื่อกี้ไอ้เชี่ยตัวไหนนะที่บอกจะไปจัดการมัน ? ”

 

“ ฉันเอง ! แกมีเรื่องอะไรงั้นเรอะ ? ”

 

“ มา ! ไปกับฉัน ! ไปขอเสี่ยวหลงเปาจากมันเพิ่มกัน ! ”

 

“ โอ้ ! คิดเหมือนกันเลยว่ะ มา ! ไปกัน ! ”

 

ทางด้านเถ้าแก่ร้านซักรีดที่ได้ลิ้มลองเสี่ยวหลงเปา เขาถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้น ใบหน้าตกตะลึงสุดขีดจนแทบคลั่ง “ พระ…เจ้า…พระเจ้า ! นี่มันเสี่ยวหลงเปาระดับพระเจ้าชัดๆ ! ” ที่ผ่านมาตัวเขาไม่เคยได้ลิ้มลองเสี่ยวหลงเปาที่อร่อยเลิศขนาดนี้มาก่อนเลย มันอร่อยมากจนซะเขาอยากแทบปิดร้านซักรีดไปขอสืบทอดวิธีทํา มาทํากินเองเลยล่ะ !

 

“ สุดยอด ! นี่มันเสี่ยวหลงเปาของสวรรค์ชัดๆ มันชําระล้างได้แม้กระทั่งความเหนื่อยล้า นี่มันจะสุดยอดเกินไปแล้ว ! ” ชายชุดแดงอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง เขาสัมผัสได้ว่าความเหนื่อยล้าจากการออกกําลังกายนั้นได้หายไปหลังจากที่กินเสี่ยวหลงเปา

 

“ ใช่แล้ว ! นี่มันเป็นความอร่อยสุดลํ้าที่ทําให้ลืมได้แม้กระทั่งความเหนื่อยล้าอย่างไม่รู้ตัว ! ” ชายชราชุดดําที่ยังอยู่และได้ลิ้มลองเสี่ยวหลงเปาของยูหมิง เขารู้สึกฮึกเหิมอยากวิ่งต่อขึ้นมาในทันที

 

“ สมแล้วที่กลิ่นหอมขนาดนั้น ! ” หญิงสาวในชุดทํางานพึมพําออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

ในตอนนี้ทุกๆคนต่างอดไม่ได้ที่จะมองไปยังชายหนุ่มชุดสูทสีดํา ที่กําลังยืนตระหง่านราวกับเย้ยหยันใต้หล้า เขาคนนี้คือคนที่ทําเสี่ยวเปาสุดลํ้าขึ้นมา !

 

พวกเขาอยากรู้ว่าทําไมอีกฝ่ายถึงทําเสี่ยวหลงเปาได้อร่อยขนาดนั้น 

 

อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาพวกเขาก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง

 

เพราะในตอนนี้พวกเขาล้วนพบว่าชายหนุ่มคนนั้นกําลังใช้กระทะอันใหญ่ผัดข้าวผัดด้วยวิธีแปลกประหลาด ทว่าสิ่งที่ทําให้พวกเขาตกตะลึงนั้นไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็น…การที่อีกฝ่ายผัดข้าวผัดในระหว่างเดินไปเดินมาบนริมดาดฟ้าต่างหาก !

 

อา…ช่างน่าหวาดเสียวเกินไปแล้ว !

 

ก่อนที่ผู้คนจะได้พูดอะไร ยูหมิงก็ทําข้าวผัดไข่เสร็จแล้ว เขานํามันใส่จานทีละจานอย่างรวดเร็วจนครบหนึ่งร้อยจาน

 

ซึ่งแต่ละจานนั้นได้แบ่งข้าวผัดไข่ไว้ในจํานวนเท่าๆกัน 

 

เมื่อทุกจานพร้อมแล้ว ยูหมิงก็ไม่รอช้าและหยิบจานใบหนึ่งขึ้นมา “ นี่คือข้าวผัดไข่ ! ขอให้ทุกท่านอร่อยนะครับ…อ้อ หาช้อนเอาเองด้วยนะ ผมไม่เสิร์ฟช้อน ! ” พูดจบยูหมิงก็ซัดจานๆนั้นตรงไปยังคนๆหนึ่งที่อยู่ข้างล่าง

 

ชายชราที่มองเห็นจานสีขาวที่กําลังพุ่งเข้ามาทางเขาด้วยความรวดเร็วอย่างกับจานบิน เขาถึงกับตกใจแทบหัวใจวายซะเดี๋ยวนั้น “ เฮ้ย ! ทําไมปาจานใส่ฉันล่ะเนี่ย ?! ” เขาพยายามเคลื่อนตัวหลบ แต่มันก็ช้าเกินไปที่จะหลบ

 

ฟรึ่บ

 

จานสีจาวที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงพุ่งไปหยุดบนมือของชายชราอย่างน่าอัศจรรย์ !

 

ทุกๆคนในเวลานี้ถึงกับตกตะลึง สายตาของพวกเขาต่างจ้องมองไปยังข้าวผัดไข่ที่อยู่ในจานของชายชรา 

 

มันแทบไม่มีเลยที่ข้าวผัดไข่ในจานจะเละเทะ แต่พวกมันกลับอยู่อย่างกับไม่เกิดอะไรขึ้น 

 

เขาทําได้อย่างไร ? 

 

เสิร์ฟแบบนั้นได้อย่างไร ?  

 

นี่มันจะสุดยอดเกินไปแล้ว !

 

ทุกๆคนต่างมองเห็นข้าวผัดไข่ที่ดูผิดแปลกตา บางคนถึงกับขยี้ตาด้วยความอัศจรรย์ เพราะพวกเขาพบว่ามันเป็นข้าวผัดไข่ที่อย่างกับเยลลี่ไม่มีผิด

 

ชายชราเองก็มองไปยังจานในมือด้วยความไม่อยากเชื่อ แต่ในเวลานี้เขาก็เหมือนจะตะหนักได้ถึงบางอย่าง ใบหน้าของเขาถึงกับเหยเก “ ช้อน ? ”

 

มันไม่มีช้อน !

 

แล้วเขาจะกินยังไง ? 

 

เขาต้องเลียแผล็บๆเหมือนหมาอย่างนั้นเรอะ ?!