0 Views

ท่ามกลางความมืดมิดรวมเข้ากับชุดสูทสีดํา ยูหมิงในตอนนี้แทบไม่ต่างไปจากเงา ยิ่งรวมผมยาวสีดําที่ปลิวไสวยิ่งทําให้ดูเหมือนเงาเข้าไปใหญ่

 

ไฟสลัวที่กระพริบอยู่ๆก็ดับลง ตรอกที่มืดครึ้มไร้แสงสว่างก็ยิ่งมืดเข้าไปอีก 

 

ส่งผลให้ในตอนนี้ต่างฝ่ายต่างไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของกันและกันได้

 

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าตอนนี้ยูหมิงจะพอเข้าใจแล้วว่าอะไรที่ทําให้คนพวกนี้พุ่งมาทางเขา ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ว่าเขาได้ยินเสียงของซินเสวี่ยหรอกเรอะ ?

 

นั่นไงซินเสวี่ย ! 

 

ดูเหมือนว่าเธอจะกําลังถูกมัดโดยเชือก ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง !

 

เขาเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที 

 

ซินเสวี่ยคงจะโดนกลุ่มคนพวกนี้จับตัวเอาไว้ ซึ่งเมื่อเธอจําเขาได้เธอจึงได้ส่งเสียงเรียกให้เขาเข้าไปช่วยเธอ

 

นั่นแหละคือสิ่งที่ทําให้เขาโดนหางเลขไปด้วย 

 

บ้าจริง !

 

เขาจะกลับไปนอนนะเฟ้ย ! ไหงอยู่ๆเธอถึงต้องพาเขาเข้าไปร่วมแจมด้วยล่ะฟะ !

 

อยู่ดีไม่ชอบดีดันหาเรื่องให้ตัวเอง แต่แค่นั้นยังไม่พอยังลากเขาเข้าไปด้วย เฮ้อ…

 

ชีวิตมันช่างตลกดีแท้ !

 

“ พวกคุณเป็นใคร ? ผมไปทําอะไรให้พวกคุณ ? แล้วนี่พวกคุณตั้งใจจะทําร้ายผมอย่างนั้นเหรอ ? ” ยูหมิงยิงคําถามออกไปทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว

 

‘ ไอ้หมอนี่สงสัยถ้าจะโง่ รีบจีดการมันไปให้จบๆดีกว่า ’ นังเลงทั้งสี่คนมองหน้ากันด้วยความคิดที่เหมือนกัน

 

ในสายตาของพวกเขาไอ้หมอนี่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาตั้งใจจะทําอะไร แต่ทําไมมันถึงต้องถามอะไรที่รู้อยู่แล้วแบบนั้นออกมาด้วยล่ะ นี่แสดงให้เห็นแล้วว่ามันเป็นคนโง่ !

 

ซินเสวี่ยที่ได้ยินเริ่มรู้สึกสิ้นหวังมากกว่าเดิม เธอไม่คิดเลยว่าหนุ่มหล่ออย่างยูหมิงจะโง่ได้ถึงขนาดนี้ 

 

แค่มองดูสถานการณ์แค่นี้ก็ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ?

 

จบสิ้นแล้วชีวิตของเธอ…

 

ลู่ซวนก็ผงะไปเช่นกัน เขาคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าคนรู้จักของนังหนูนั่นจะเป็นเพียงคนที่โง่คนหนึ่งเท่านั้น

 

“ ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา ทําไมพวกคุณถึงต้องการทําร้ายผมด้วยล่ะ ? ”

 

“ หรือว่าพวกคุณกําลังถูกความไร้เรียงสาเข้าครอบงําจนกลายเป็นเด็กน้อยไปแล้ว ? ”

 

“ อา…ผมเข้าใจดีเลยล่ะว่าความรู้สึกที่กลายเป็นเด็กน้อยมันเป็นยังไง ! ”

 

“ มา ! หากพวกคุณกําลังเห็นผมเป็นแม่นมก็เข้ามา บางทีพวกคุณอาจจะรู้สึกดีขึ้นบ้างก็ได้ ! ”

 

“ เหล่าเด็กน้อยที่หลงทางทั้งหลาย แม่นมอยู่ตรงหน้านี้แล้ว รีบเข้ามาเร็วๆสิจ๊ะ ”

 

ยูหมิงทั้งพูดทั้งถามออกไปในเวลาเดียวกัน ในเมื่ออีกฝ่ายโง่เง่าจนมองไม่เห็นว่าเขาเป็นเพียงผู้โชคร้ายที่ถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาก็จะเล่นกับพวกมันเอง !

 

“ แก…! ”

 

“ บัดซบ ! นี่มันกําลังหยามพวกเราอยู่ ! ”

 

“ ไอ้โง่นี่สมควรตาย ! ”

 

“ ไม่ต้องเอามันถึงตายหรอก แค่เอาให้พิการเป็นง่อยก็พอแล้ว  ”

 

นักเลงทั้งสี่รู้สึกโดนหยามอย่างหนัก เพราะตั้งแต่พวกเขาเกิดมาพวกเขายังไม่เคยโดนหยามหนักเท่านี้มาก่อนเลย

 

และที่สําคัญไปกว่านั้นคนที่กําลังหยามพวกเขาอยู่นั้นเป็นเพียงแค่ไอ้โง่ !

 

บัดซบที่สุด !

 

“ เหล่าเด็กน้อยทั้งหลายนี่ถูกครอบงําโดยความไร้เรียงสาที่ชั่วร้ายถึงขั้นนี้แล้วเหรอนี่ ? ” ยูหมิงทํานํ้าเสียงให้เหมือนคนกําลังเห็นใจ

 

“ เฮ้อ แม่นมคนนี้อาจจะไม่สามารถช่วยพวกคุณได้แล้วล่ะ สงสัยพวกคุณต้องกลับไปหานมผงดื่มเองแล้วแหละ ! ” เขาถอนหายใจออกมาด้วยความจงใจ

 

แม้ในตอนนี้นักเลงทั้งสี่คนจะวิ่งมาถึงตรงหน้าของยูหมิงแล้วก็ตาม แต่ยูหมิงยังคงหาได้หวาดหวั่น

 

กลับกันทางด้านนักเลงทั้งสี่ในตอนนี้ถึงกับโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า พวกเขาแทบทนไม่ไหวแล้วที่จะชกปากไอ้โง่นี่ !

 

“ แก ! ”

 

“ ไอ้โง่เอ๊ยวันนี้พี่จะอัดแกให้น่วมเลย ! ”

 

“ หากฉันไม่ได้ส่งแกเข้าไปนอนในห้องฉุกเฉินฉันจะไม่ขออยู่เป็นคนอีกต่อไป ! ”

 

ยูหมิงถึงกับผงะ

 

สงสัยคนพวกนี้จะไม่ใช่แค่พวกโง่ที่หลงผิดแล้วล่ะ แต่เป็นพวกปัญญาอ่อนสุดขั้ว !

 

ถ้าส่งเขาไปนอนห้องฉุกเฉินไม่ได้จะไม่ขออยู่เป็นคน ?

 

บ้าไปกันใหญ่แล้ว !

 

คุณจะอยู่เป็นคนหรือไม่ มันมาเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ ?

 

ที่สําคัญไปกว่านั้นเลยทําไมคุณต้องบอกให้ผมรู้ด้วย ?

 

ผมไม่ได้อยากรู้ซักหน่อย !

 

ในเวลานี้ยูหมิงรู้สึกว่านักเลงทั้งสี่ตรงหน้านี้ก็ไม่ค่อยต่างไปจากคนอื่นๆที่เขาเคยเจอมาซักเท่าไหร่พวกมันจะทําอะไรแล้วทําไมต้องบอกเขาด้วยล่ะ ?

 

เก็บไว้ในใจเฉยๆไม่เป็นรึไง !

 

‘ เฮ้อ โลกนี้มันเป็นอะไรไปหมดแล้วนะ เจอแต่พวกสติสตังแบบนี้ ’ ยูหมิงสับสน ทําไมรอบๆตัวเขาถึงได้มีคนแบบนี้เยอะนัก

 

นักเลงทั้งสี่ซัดหมัดใส่ยูหมิงพร้อมกัน 

 

ยูหมิงมองไปที่หมัดเชื่องช้าเหล่านั้นและหาช่องว่างเพื่อเดินสวนออกไป 

 

นักเลงทั้งสี่รู้สึกได้ถึงหมัดที่ชกเข้าใส่ลม พวกเขายิ่งโกรธจัดขึ้นไปอีก 

 

เพียงแค่คนโง่คนหนึ่งแต่กลับสามารถหลบหมัดของพวกเขาได้ ! 

 

นี่มันช่างน่าขายหน้าจริงๆ !

 

“ แกจะหลบทําไม ? ”

 

“ อยู่เฉยๆแล้วยอมให้พวกเราอัดแกซะ ”

 

“ ทําตามที่เพื่อนของฉันสั่งซะ พวกเราขี้เกียจจะเล่นกับแกแล้วไอ้โง่ ”

 

“ รีบๆหมดสติไปดีกว่านะไอ้โง่ ไม่งั้นแกจะรู้จักว่านรกมันเป็นยังไง ”

 

ยูหมิงที่สวนทางมาอยู่ด้านหลังถึงกับเหวอไปเลยทีเดียว ไอ้คนพวกนี้มันเต็มรึเปล่าเนี่ย ? จะให้เขายืนเฉยๆโดยไม่ต้องหลบนี่นะ ? ทั้งยังบังคับให้เขาหมดสติไปอีก…

 

นี่กะจะไม่ถามความเต็มใจที่จะทําให้ของเขาบ้างเลยรึไง !

 

แล้วถ้าเขาไม่ยอมทําตามจะสอนให้เขารู้จักว่านรกเป็นยังไง ? 

 

พูดซะยังกับว่าเคยไปที่นั่นมาอย่างนั้นแหละ !

 

“ คุณเคยไปนรกมาด้วยเหรอ ? ” ยูหมิงมองไปที่นักเลงคนนั้นที่เป็นคนจะสอนให้เขารู้จักนรก

 

นักเลงที่ถูกถามถึงกับชะงัก ใบหน้าของเขาเหยเกไปด้วยความไม่อยากเชื่อ “ แก…นี่แกกล้าย้อนฉันงั้นเรอะ ! ” เขาจะไปรู้จักนรกได้อย่างไร เพราะเขาก็แค่พูดเล่นๆไปเท่านั้นแหละ ทว่าเขานึกไม่ถึงเลยจริงๆว่าไอ้หมอนี่มันจะกล้าย้อนเขากลับมา

 

“ ย้อน ? คุณกําลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่น่ะ ก็คุณพูดเองไม่ใช่เหรอว่าจะสอนให้ผมรู้จักนรก ผมก็เลยคิดว่าคุณน่าจะเคยไปนรกมาก่อน ไม่งั้นผมคงไม่ถามหรอก สรุปว่าคุณเคยไปนรกมาหรือเปล่า ? ” ยูหมิงรู้สึกสับสน เขาย้อนตรงไหน ? ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายหรอกเหรอที่บอกจะสอนให้เขารู้จักนรก ? 

 

เขาก็แค่จงใจถามไปเท่านั้นเอง แต่ใครจะไปคิดกันล่ะว่าอีกฝ่ายจะมาหาว่าเขาย้อนทั้งๆที่เป็นคนพูดมันออกมาเอง 

 

“ กะ…แก… ” นักเลงคนนั้นถึงกับสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ หากสามารถมองเห็นหน้าของเขาได้ จะพบเลยว่าในตอนนี้หน้าของเขามันแดงกรํ่าสุดขีดด้วยความโกรธ

 

ซินเสวี่ยและลู่ซวนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับตะลึงในสิ่งที่ได้เห็น นี่ใช่สถานการณที่ปกติแน่เหรอ ? คนที่กําลังจะโดนอัดบ้านไหนเขาจะมาพูดคุยชิวๆแบบนี้ !

 

ชายคนนี้สงสัยถ้าจะไม่เต็ม แต่ที่พวกเขาตกตะลึงก็คือการที่ชายคนนี้สามารถสงบนิ่งในสถานการณ์แบบนี้ได้ ทั้งยังมีฝีปากที่เป็นเลิศจนแม้แต่นังเลงทั้งสี่ยังต้องถูกยั่วยุจนโกรธจัด !

 

นี่เขาใช่เชฟที่แค่ผ่านทางมาแน่เหรอ ?

 

ซินเสวี่ยและลู่ซวนนึกขึ้นถึงคําพูดที่ยูหมิงเคยพูดเอาไว้ด้วยใบหน้าพิลึกพิลั่น