0 Views
อีธาน โฟร์ออส ชายหนุ่ม อายุประมาณ 15 ปี อัจฉริยะของตระกูลทหารรับจ้างโฟร์ออส เป็นผู้ใช้ดาบอัคคี เขามีวงจรเวทอัคคีสลักที่ร่างตั้งแต่เกิดและสักเพิ่มขึ้นตอนอายุ 14 ขวบที่เขาเลื่อนขั้นมาอยู่ในระดับทองแดงอีกหนึ่งอัน มีระดับชีวิตอยู่ในระดับทองแดง 2 ดาว เป็นลูกชายคนเล็กของอเล็กซานเดอร์ โฟร์ออส หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างโฟร์ออส ซึ่งอีธานนั้นเป็นชายหนุ่มผมแดงเพลิง เครื่องหน้าคมเข้ม คิ้วดั่งดาบ ใบหน้าหล่อเหลาเอาการ รูปร่างกำยำแข็งแรง สวมเสื้อสีดำทับด้วยแจ็กเก็ตสีแดงมีลวดลายเปลวเพลิง ที่หลังมีดาบใหญ่เหน็บอยู่ ดูแล้วองอาจกล้าหาร
เมื่ออีธานเห็นเขา ก็ตรงดิ่งเข้ามาหาเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันจะไม่เป็นเหมือนเช่นที่ผ่านมา อิกนัสเปิดใช้งานการ์ดGray Eagle ทันทีที่เห็นอีธาน และเพื่อไม่ให้อีธานเห็นว่าเขากำลังทำอะไรเขาจึงเหน็บปืนกระบอกหนึ่งไว้ที่เอวด้านหลัง ส่วนอีกกระบอกหนึ่งเขาถือด้วยมือซ้ายแล้วซ่อนไว้ด้านหลัง ให้ปืนดูดซับพลังชีวิตของเขาไว้เตรียมที่จะต่อสู้
“ว่าไงเจ้าขยะ เห็นชั้นมาแล้วทำไมแกไม่หนีหางจุกตูดหายไปเหมือนทุกครั้งห๊ะ!” อีธานพูดพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก
ได้ยินดังนั้นอิกนัสก็พูดขึ้นมาว่า “ชั้นไม่มีเวลาจะมาไร้สาระกับนายหรอก หลีกทางไปชั้นกำลังรีบ”
อีธานที่ได้ยินอิกนัสพูดกับเขาก็ไม่พอใจอย่างมาก เขาจึงดึงดาบที่เหน็บอยู่ด้านหลังออกมาฟัน ดาบใหญ่ที่ติดไฟของอีธานฟันตรงเข้ามากลางศีรษะของอิกนัสทันที
อิกนัสที่เตรียมตัวอยู่แล้วก็ชักปืนสีเงินออกมายิงออกไปสองนัดเข้าที่ใบดาบของอีธาน เพื่อเบี่ยงวิถีดาบที่ฟันลงมา ทำให้ดาบที่ฟันเบี่ยงจากศีรษะของเขาไปฟาดกับพื้นด้านข้างห่างจากเขาไปไม่ถึง 1 ฟุต เกิดเป็นรอยแยกเปลวเพลิงยาว 1 เมตร
“ปัง ปัง”
ขณะที่อีธานยังไม่ทันตั้งตัวมือขวาที่ว่างอยู่ของอิกนัสชักปืนจากด้านหลังขึ้นมาขึ้นมายิงไปที่ลำตัวอีธาน
“ปัง”
กระสุนพลังชีวิตสีส้มกระทบเข้าที่ลำตัวอีธานอย่างแรง ทำให้เขากระเด็นออกไป แต่อีธานก็ปักดาบลงที่พื้นเพื่อลดแรงจากการปะทะ ทำให้กระเด็นออกไปไม่ไกล
หลังจากตั้งตัวได้อีธานเงยหน้าขึ้นแล้วเลิกตามองอิกนัสด้วยความแปลกใจ คนที่ไม่กล้าสู้กับใครอย่างอิกนัสทำให้เขาแต่ตั้งรับอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไร ด้วยความทะนงตัวของอีธานทำให้เขาเลือดขึ้นหน้า ใช้ทักษะเพลิงออกไป เขาตวัดดาบออกไปสองครั้งติดต่อกัน
“วูบ วูบ”
“กางเขนเพลิง” อีธานตะโกนออกมา
อิกนัสที่เห็นดังนั้นก็รีบกลิ้งตัวหลบ ทักษะของอีธานอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังไม่พ้น ไหล่ข้างซ้ายของเขาเกิดแผลไฟลวกขึ้นมา มีกลิ่นของเนื้อที่ไหม้โชยออกจากแขนของเขา
จากนั้นอิกนัสให้ปืนสีเงินของเขารับพลังชีวิตเข้าไปอีกครั้ง แล้วเตรียมที่จะยิงออกไป
“หยุดเดี๋ยวนี้! ที่นี่คือในเขตวิทยาลัยไม่อนุญาตให้ทำการต่อสู้ใดๆทั้งสิ้น”
แต่ก็มีเสียงอันทรงพลังดังขึ้นมากก่อนที่อิกนัสจะยิงออกไป
สิ้นเสียงนั้นอีธานและอิกนัสที่กำลังต่อสู้กันอยู่นั้นก็หยุดสู้กันทันที แล้วชายชราคนหนึ่งก็เดินออกมาจากตึกที่อยู่แถวนั้น
“ ศาสตราจารย์มิสทีค !!! ”
อีธานและอิกนัสอุทานชื่อของชายชราขึ้นพร้อมกัน ใช่แล้วเขาคือ ศาสตราจารย์มิสทีค รองอาจารย์ของวิทยาลัยซีเกลแห่งนี้ และยังเป็นอาจารย์ประจำชั้นเรียนของอิกนัสอีกด้วย แต่ถึงจะบอกว่าเป็นอาจารย์ประจำชั้นแต่ทั้งชั้นก็มีแค่อิกนัสคนเดียวเท่านั้น
“หยุดสู้กันแล้วสินะ คนหนุ่มนี่มันเลือดร้อนจริงๆ”
“ไหนอิกนัสเจ้าลองบอกอาจารย์มาสิว่านี่มันเรื่องอะไรกัน”
ศาสตราจารย์มิสทีคพูดขึ้นมาหลังจากที่เห็นทั้งสองคนเก็บอาวุธแล้ว
อิกนัสเล่าให้ศาสตราจารย์มิสทีคฟังตามความจริง แต่อีธานก็แจ้งขึ้นมาเพื่อโยนความผิดให้อิกนัส แต่ด้วยความที่ศาสตราจารย์มิสทีค เป็นอาจารย์ประจำชั้นของอิกนัสและรู้ดีว่านิสัยของลูกศิษย์ของเขาเป็นอย่างไร ทำให้เขาโบกมือให้อีธานเงียบลง แล้วฟังที่อิกนัสเล่าให้จบ จึงให้อีธานพูดบ้าง
“เอาหล่ะ ข้าจะไม่เอาผิดเรื่องที่พวกเจ้าต่อสู้กันในเขตวิทยาลัย แต่จะคาดโทษของพวกเจ้าเอาไว้ อย่าให้มีอีกในคราวหน้า”
“อีธาน เจ้าไปได้ อิกนัสเจ้าอยู่ก่อนข้ามีเรื่องจะคุยด้วย” ชายชรากล่าวกับทั้งสอง
ได้ยินที่ศาสตราจารย์มิสทีคพูดอีธาน ก็ผงกหัวรับคำแต่ไม่วายหันมาถลึงตาใส่อีกนัสด้วยความโกรธที่เขาถูกทำให้เสียหน้า แล้วจึงเดินจากไป
ส่วนอิกนัสที่เห็นอีธานทำแบบนั้นก็ส่ายหัวอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไร และมองอย่างลึกซึ้งไปที่ศาสตราจารย์มิสทีค อาจารย์ประจำชั้นของเขาที่คอยให้ความช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ
“เจ้าเลือนระดับชีวิตมาอยู่ในระดับเหล็กสองดาวขั้นสูงสุดแล้ว?” อาจารย์ชรากล่าว
“ครับ ผมเลื่อนระดับชีวิตมาถึงคอขวดระดับเหล็ก กำลังเตรียมที่จะไปหาเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตที่เมืองไวท์ชาโชว์” คนเด็กกว่าตอบคำถามอย่างไม่ปิดบัง
“งั้นเจ้าก็เลือกเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตแล้ว? เลือกเมล็ดพันธุ์ไหนไปรึ? ” อาจารย์ชราถามต่อ
อิกนัสก็เล่าเรื่องที่เขาเลือกเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตกับอาจารย์ของเขา พร้อมกับบอกเรื่องการเตรียมตัวขอจบการศึกษาภายในเดือนนี้แก่อาจารย์ประจำชั้นของเขาไปด้วย
“ได้เดี๋ยวข้าจะจัดการเรื่องจบการศึกษาของเจ้าให้”
“การเดินทางครั้งนี้เจ้าจงระวังให้ดีแล้วมีชีวิตรอดกับมาจบการศึกษาด้วย” อาจารย์ชราบอกแก่ศิษย์คนสุดท้ายในรุ่นที่เขารับผิดชอบ
“ครับ ผมจะวังตัวให้ดี ขอตัวก่อนครับอาจารย์”
อิกนัสพูดพร้อมกลับโค้งตัวแล้วเดินออกไป
ชายชราที่มองลูกศิทย์ของเขาเดินให้ไปก็ถอนให้ใจออกมา แล้วจากไปพร้อมกับพึมพำว่า “โชคชะตากำลังรอเจ้าอยู่ อิกนัส”
อิกนัสที่ออกจากวิทยาลัยซีเกล ก็รีบไปที่สถานนีรถไฟพลังเวทเพื่อซื้อตั๋วไปเมืองไวท์ชาโดว์ทันที
รถไฟที่จะไปเมืองไวท์ชาโดว์จะออกจากเมืองซิลเวอร์ไนท์จะออกจากชานชาลา เวลาเก้าโมงเช้าในวันพรุ่งนี้
อิกนัสที่ซื้อตั๋วไปในราคา 2000 เหรียญทองแดง ซึ่งเป็นเงินหนึ่งในห้าที่เขาเก็บสะสมมา เมื่อได้ตั๋วแล้วเขาจึงเดินไปที่ตลาดต่อเพื่อซื้อของใช้ที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์เวทมนต์สำหรับพกพาที่สามารถขยายขนาดภายในให้กว้างถึง 10 เมตรพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในราคา 4000 ทองแดงและยารักษาแผลต่างๆ รวมไปถึงยารักษาแผลไฟลวกที่อีธานสร้างขึ้นมาอีกด้วย
ก่อนที่จะกลับบ้าน อิกนัสได้แวะอีกสถานที่หนึ่งก่อน ซึ่งก็คือ ศูนย์วิจัยการแปรธาตุ เพื่อไปซื้อหัวเชื้อเวทมนตร์ธาตุโลหะระดับต่ำ และหัวเชื้อเวทมนตร์ธาตุไฟระดับต่ำ ตามทีมังกรสาวบอกกับเขา ซึ่งเธอก็ไม่ได้บอกว่าจะใช้ทำอะไรซึ่งทำให้เงินของเขาหมดลงเลยที่เดียว จากนั้นเขาจึงรีบกลับบ้านทันที