0 Views

บทที่ 157: ตบหน้าตัวเองซะ!

 

 

“ฉันขอโทษไปแล้ว นายยังต้องการให้ฉันทำอะไรอีก?”

 

เหมยฉวนใบหน้าเศร้าหมองราวกับคนจะร้องไห้

 

“อย่ากังวลไป ฉันจะไม่ทำให้นายต้องทรมานมากเกินไป”

 

“ฉันต้องการให้นายตบหน้าตัวเองสิบครั้ง แล้วนายต้องพูดว่า เหมยฉวนเน่ยคูชอบกินอึเป็นชีวิตจิตใจ อีกสิบครั้ง สแล้วฉันจะยกโทษให้นายหลังจากที่นายทำตามที่ฉันสั่ง”

 

“แก … อย่าให้มันมากเกินไปนัก … ”

 

หน้าของเหมยฉวนเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ เขาเป็นตัวแทนจากมหาวิทยาลัยประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ เขายังเป็นนายน้อยของเหมยฉวนกรุ๊ปในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย สถานะทางสังคมของเขาอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศ นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมเขาถึงต้องคิดหนักกับสิ่งที่เฉินบอกให้เขาทำ

 

ตบหน้าตัวเอง และพูดว่า เขาชอบกินอึเป็นชีวิตจิตใจ แม้จะฟังดูเหมือนไม่ร้ายแรง แต่ นี่จะกลายเป็นจุดด่างพร้อยของเขาในอนาคต

 

“ฉันชอบที่จะข้ามหัวคนอื่น ทำเกินไปหรือ? แล้วนายจะทำไม? นายสามารถจากไปได้เลย ถ้านายไม่ชอบ ฉันสัญญาเลยว่า ฉันจะแสดงบันทึกนี้ต่อหน้าสาธารณะชน! โลกจะรู้จัก “มารยาท” ของคนญี่ปุ่นอย่างแน่นอน ”

 

เฉินยักไหล่ เขาต้องการให้เหมยฉวนรู้ว่า เขามีอำนาจพอที่จะข่มขู่

 

“ไม่ แกไม่สามารถเอามันไปแสดงต่อหน้าสาธารณะชนได้ … ฉัน … ฉันจะทำสิ่งที่แกขอ … ”

 

ไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับเหมยฉวน เพื่อป้องกันสถานการณ์อันไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น 

 

จากนั้น เขาก็ยกมือขึ้น ตบไปที่หน้าของตัวเอง และพูดว่า “ฉัน เหมยฉวยเน่ยคู ชอบกินอึเป็นชีวิตจิตใจ … ฉัน เหมยฉวยเน่ยคู ชอบกินอึเป็นชีวิตจิตใจ … ”

 

หว่องเจียนเหรินตกใจมาก เมื่อได้เห็นว่าเฉินทำอะไรกับเหมยฉวน ในเวลาเดียวกัน เขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

 

หลินยิ้ม และกด like ให้เฉินสามสิบสองครั้ง

 

ตำนานกล่าวไว้ว่า “ไม่ใช่คนญี่ปุ่นทุกคนที่เป็นคนเลว แต่ ถ้าคุณเจอคนญี่ปุ่นที่เลว ก็มีคำพูดสี่คำที่คุณต้องทำ สั่งสอนมันซะ!”

 

“ฉันตบตัวเองแล้ว … ฉันเอาเครื่องบันทึกเสียงกลับได้หรือยัง … ?”

 

เหมยฉวนถามในขณะที่ร้องไห้ทั้งน้ำตา

 

“ก่อนหน้านี้ ฉันได้พูดไปแล้วว่า ฉันจะให้อภัยกับสิ่งที่นายทำ แต่ฉันไม่ได้บอกว่าจะส่งบันทึกกลับให้นาย!”

 

เฉินยักไหล่ และหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

 

“อ๊ากกกกกกก …”

 

เหมยเฉินเกือบจะอาเจียนเลือดเมื่อได้ยินคำตอบของเฉิน

 

“นี่เป็นความผิดพลาด … ความเชื่อใจเพื่อนมนุษย์มันมีที่ไหน … ?”

 

จากนั้น เฉินก็ยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันจะเก็บปากกาไว้เป็นของที่ระลึก ฉันจะไม่แสดงให้เห็นทั้งนั้น เท่าที่จะทำได้หละนะ”

 

“นี้…”

 

น้ำตาเกือบจะไหลลงมาจากใบหน้าของเหมยฉวน เขารู้ว่าเครื่องบันทึกชิ้นนั้น ไม่ได้เป็นของที่ระลึกของเฉินหรอก หากแต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ กล่าวอีกนัยหนึ่งเฉินสามารถใช้ประโยชน์จากมันเพื่อสั่งการเขาได้ในอนาคต!

 

“โอเค สำหรับคนไร้สัจจะแบบแก จะดีมาก ถ้าแกจะระวังตัวเอาไว้ตอนแกเดินอยู่บนถนน!”

 

เหมยฉวนกัดฟัน และจ้องเขม็งไปที่เฉิน

 

“นาย? นายจะไปตามฉันตามถนน? ฉันซื้อนาฬิกาเมื่อปีที่แล้ว (มุกเดิมที่แปลว่า FUCK YOU)” จากนั้นเฉินกลอกดวงตาของเขาไปที่เหมยฉวน

 

“เอ่อ … นั่นหมายความว่าอะไร?”

 

เหมยฉวนมีใบหน้างงงวย

 

“ฉันคิดว่า มีคนบางคนที่บอกว่าเรียนภาษาจีนจนถึงระดับที่แปด แล้วนายไม่เข้าใจประโยคนี้ได้อย่างไร? ออกไปจากที่นี่ซะ แล้วไปหาดิกภาษาจีนมาเปิดอ่านเอาเองแล้วกัน”

 

เฉินหัวเราะเยาะเย้ย

 

“เขาเพิ่งพูดอะไร?”

 

เหมยฉวนถามล่ามของเขา

 

ล่ามส่ายศีรษะ และพูดว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ดูเหมือนว่า เขาต้องการจะบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับนาฬิกาที่เขาซื้อเมื่อปีที่แล้ว”

 

*ฮ่าฮ่าฮ่า*

 

หลินและหว่องหัวเราออกมาเสียงดัง เมื่อพวกเขาได้ยินการตีความของล่าม เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่เป็นแฟนคลับของเฉิน ดังนั้น พวกเขาจะต้องรู้ความหมายที่แท้จริงของวลีนี้อย่างแน่นอน

 

“ไปกันเถอะ…”

 

เหมยฉวนรู้สึกแปลกๆ แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะคิดถึงมันอีกต่อไป เขาเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

 

ล่ามของเขาตามเขากลับไปอย่างใกล้ชิดราวกับสุนัขผู้ภักดี จากนั้น เขาก็กล่าวด้วยความห่วงใยว่า “นายน้อย … ใบหน้าของคุณบวม … ”

 

“มารดามันเถอะ แกยังกล้าพูดต่อหน้าฉัน? ไอ้ลูกกะหรี่นั่นจะไม่มีอะไรมาต่อต้านฉันได้ หากแกไม่ได้เอาเครื่องบันทึกเสียงโง่ๆ นั่นมากับแกด้วย!”

 

จากนั้นเหมยฉวนก็ยกมือขึ้น และตบไปที่หน้าของล่ามฉากใหญ่

 

“คุณเป็นคนที่บอกผมว่า คุณต้องการที่จะแสดงบันทึกให้กับเพื่อนร่วมห้องของคุณ … ” ล่ามประท้วง

 

“หยุดปกป้องตัวเองซะ แกไม่มีสิ่งอื่นที่ใช้บันทึกการสนทนาได้อีกแล้วเหรอ? แกมันไอ้หมูโง่!” จากนั้น เหมยฉวนก็ตบไปที่หน้าของล่ามอีกข้าง

 

“อุ๊ย …”

 

ล่ามคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า…”

 

ทันใดนั้นเสียงหัวเราะของเฉินก็ดังผ่านหูของพวกเขา จากนั้น ทั้งสองคนก็รีบวิ่งออกไปด้วยความเร็วราวฟ้าผ่า

 

“เจ้านายของฉัน บอสเฉิน มีทั้งอำนาจและ กำลัง ฉันรับมือทั้งสองคนนั่นไม่ได้จริงๆ แต่ทั้งสองคนกลับพ่ายแพ้ให้กับคุณอย่างสิ้นเชิง!”

 

หว่องพูดไม่หยุด หน้าของเขาราวกับต้องการจะเลียรองเท้าของเฉินไปในเวลาเดียวกัน

 

“พอแล้ว ถ้านายมีเวลาว่างมากนัก ก็ไปเรียนภาษาใหม่ซะ อย่าปล่อยให้คนอื่นมาดูถูกนายด้วยสิ่งที่นายไม่เข้าใจ เมื่อกี้ นายแทบจะลงไปเลียรองเท้าของเขาแล้ว ทั้งๆ ที่เขาเยาะเย้ยนาย! นี่มันน่าอายมากรู้ไหม! ”

 

เฉินกลอกดวงตาของเขาไปที่หว่อง

 

“ถูกแล้ว … ถูกแล้ว … ! บอสพูดพูดต้อง ฉันจะใส่ใจในเรื่องนี้ให้มากๆ รับรองว่าจะไม่มีครั้งต่อไป … ”

 

หว่องเห็นด้วยกับเฉิน

 

เฉินไม่สนใจหว่องอีก จากนั้น เขาพาหลินไปทานอาหารกลางวัน

 

“เสี่ยวเป่ย … วันนี้ ฉันอยากคุยกับนายเรื่องการไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น” หลินบอกกับเฉินในขณะที่พวกเขาทานอาหารกลางวันกัน

 

“ทำไมต้องเป็นฉัน?”

 

เฉินถามด้วยความงุนงง

 

“แน่นอน เพราะนายเป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องไป”

 

หลินกล่าวทั้งพยักหน้าไปด้วย “การไปเยือนที่ศูนย์กลางของมหาวิทยาลัยกีฬาของประเทศญี่ปุ่น ก็ย่อมต้องมีการแข่งขันเพื่อกระชับมิตร ทั้งฟุตบอล ฟันดาบ และคาราเต้ แล้วนายก็เล่นกีฬาได้ดี ดังนั้น นายก็ควรจะเป็นหนึ่งในคนที่ได้ไปถูกไหม? ”

 

“ฮี่ฮี่ … ถ้าฉันตกลง ฉันจะได้รางวัลอะไรหละ?” เฉินยิ้ม

 

“แน่นอน นายจะได้รับโอกาสทองในการไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น และถ้านายชนะในการแข่งขันกระชับมิตรครั้งนี้ มหาลัยออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กับนายเอง!” หลินกล่าวอย่างจริงจัง

 

“ว้าว ค่าใช้จ่ายทั้งหมดมหาลัยจะจ่ายให้ ไม่เลวๆ แต่ฉันสามารถพาครอบครัวของฉันไปด้วยได้ไหม?” เฉินหัวเราะอย่างชั่วร้าย

 

“พาครอบครัวไปด้วย? ฉันคิดว่าไม่น่าจะได้นะ … นายวางแผนที่จะพาพ่อและแม่ไปกับนายด้วยหรือ?” หลินถาม

 

“พ่อกับแม่ของฉันเกลียดประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นพวกเขาคงไม่เต็มใจที่จะไปกับฉัน ฉันวางแผนที่จะพาเธอไปด้วยต่างหาก!

 

เฉินจ้องไปที่ร่างกายของหลินอย่างชั่วร้าย และพูดเสียงเบาว่า “ไม่มีอะไรที่จะสามารถยับยั้งความรักของเราได้ เมื่อเราเดินทางไปที่ต่างประเทศ!”

 

“อะไร! ในหัวของนายมีแต่ เซ็ก เซ็ก แล้วก็เซ็ก หรือไง … ”

 

ใบหน้าของหลินกลายเป็นสีแดงในทันที

 

“ฉันจะเข้าร่วมการแข่งขันกระชับมิตรทั้งสามรายการ ถ้าฉันสามารถพาสมาชิกในครอบครัวไปกับฉันได้ และฉันจะไม่มีทางเข้าร่วมการแข่งขันใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าฉันไม่สามารถพาสมาชิกในครอบครัวไปกับฉันได้!” เฉินได้ตะโกนเสียงดัง พร้อมทำท่าทางโกรธ

 

“นาย…”

 

หลินอายเล็กน้อย, เธอทั้งโกรธและดีใจในเวลาเดียวกัน จากนั้น เธอก็เลียริมฝีปากของเธอ และพูดว่า “ฉันจะพยายามถามดู ฉันจะไปกับนายเฉพาะในกรณีที่พวกเขาเห็นด้วย แต่นายต้องชนะในการแข่งขันกระชับมิตรทั้งสามรายการ!”

 

“ไม่มีปัญหา เธอก็รู้ว่าความสามารถที่แท้จริงของฉันเหนือกว่าคนอื่นมากมายนัก ฉันจะชนะพวกญี่ปุ่นทุกคนเอง! ”

 

เฉินยิ้มด้วยความมั่นใจ

 

หลังจากนั้น หลินก็กลับไปที่ห้องทำงานหลังทานอาหารกลางวัน 

 

ในทางตรงกันข้าม เฉินกลับบ้าน ไปพาพ่อและแม่ของเขาไปที่ศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมือง 

 

เขาต้องการซื้อชุดใหม่ๆ สำหรับวันเปิดตัวร้านเครื่องประดับเป่ยเฉินในวันพรุ่งนี้ 

 

จากนั้น พวกเขาก็ได้ขึ้นไปทานอาหารเย็นในร้านที่ดีที่สุดของห้าง หลังจากช็อปปิ้งเสร็จ

 

ไม่มีอะไรพิเศษเกิดขึ้นในคืนนี้ 

 

อย่างไรก็ตาม เฉินไม่ทราบเลยว่ามีใครบางคนไม่ได้หลับเลย ตลอดทั้งคืน แสงสว่างของพื้นที่ส่วนกลางในคฤหาสน์ของครอบครัวชือ ได้เปิดไว้ตลอดทั้งคืน จนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น

 

 

==========================

 

ชอบก็ฝากกด like เพจด้วยนะครับ https://www.facebook.com/xiaozhushuohua/

กลุ่มลับปิดรับแล้ว สนใจโดเนตอ่านก่อนใคร https://www.storynovelclub.com

ตอนโดเนตถึงตอนที่ 365 แล้ว