0 Views

        เมื่อเด็กสาวมองเห็นเย่เทียนเซี่ย นัยตาสีดำคู่นั้นก็เบิกกว้าง ดวงตาสุกใสเหมือนดวงดาวกระพริบปริบๆ

        “อิยะฮ่าฮา ท่านคือเจ้านายของข้าอย่างนั้นเหรอ อุวะฮ่าๆ ไม่ค่อยเหมือนกับที่ข้าคิดไว้เลยนะ ข้าคิดว่าเจ้านายของข้าจะเป็นตาลุงหนวดเฟิ้มซะอีก”

        “ทำไมล่ะ” เย่เทียนเซี่ยหน้าแข็งค้าง คำสามคำที่หลุดออกมาจากปากของเขานั้นแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องถามประโยคนี้ออกไป

        “เพราะว่าเด็กสาวที่น่ารักอย่างข้าถ้าหากมีเจ้านายเป็นตาลุงหนวดเฟิ้มล่ะก็ เขาจะต้องรักข้าหลงข้า หาของอร่อยๆอย่างไอ้นั้นมาให้ข้ากิน เอ่อ? อ่า…….” เด็กสาวเปิดปากเล็กๆของเธอพูดเจื้อยแจ้ว เธอกัดนิ้วพยายามคิดอยู่สักพักก่อนจะลืมตากลมโตขึ้น “อ๊า! ใช่แล้ว สิ่งที่เรียกว่าอมยิ้มไงล่ะ”

        เย่เทียนเซี่ยหน้ากระตุก ในปอดของเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก

        “อุวะฮ่าๆ เจ้านาย เรียกข้าว่ากั่วกัว เด็กสาวที่น่ารักและเชื่อฟังที่สุดในโลกใบนี้ นายท่านมีชื่อว่าอะไรนะ อ๊ะๆๆ นายท่านไม่ต้องบอกข้าหรอก สาวน้อยกั่วกัวแสนฉลาดคนนี้มองเห็นแล้ว นายท่านชื่อเซี่ยเทียน ฮ่าๆๆๆ เป็นชื่อที่แปลกดีนะ” ร่างเล็กกะทัดรัดของเด็กสาวหมุนตัวไปมากลางอากาศอย่างสง่างามราวกับกำลังอวดรูปร่างน่ารักของตัวเองให้เย่เทียนเซี่ยได้เห็น ร่างกายของเธอเล็กมาก หากมองดีๆแล้วใบหน้าเล็กๆนั่นงดงามไร้ที่ติ ภายใต้ความน่ารักนั้นยังคงเผยให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบที่งดงามเกินมนุษย์ ร่างเพรียวบางอยู่ในชุดกระโปรง สองเท้าเล็กๆทิ้งลงด้านล่างอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวของเธอตั้งแต่ขาจนถึงเท้าเล็กๆขาวเนียนเหมือนหิมะ เท้าเล็กจิ๋วถูกห่อหุ้มไว้ด้วยกระกายไข่มุกแวววาว

        กั่วกัว ชื่อของเธอต่างหากล่ะที่แปลก! เย่เทียนเซี่ยพูดขึ้นใจใน หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นฝ่ายถามกลับบ้าง “เธอเป็นใคร?”

        ยัยเด็กนี่โผล่มาจากที่ไหนกัน? มอนสเตอร์ลับอย่างนั้นเหรอ? ไม่ใช่สิ เมื่อเขาใช้ทักษะตรวจสอบดูแล้วก็ไม่มีข้อมูลอะไรขึ้นมา หรือจะเป็นNPCลับ? มันมีNPCที่ทำให้ผู้เล่นตะลึงได้ขนาดนี้ด้วยเหรอ? อีกอย่างจากแสงเมื่อกี้ ดูเหมือนเธอจะลอยออกมาจากในเครื่องประดับแปลกๆอันนั้น

        “ฮ่าๆๆ ข้าก็บอกแล้วไง ข้าชื่อกั่วกัว เด็กสาวที่น่ารักและเชื่อฟังที่สุดในโลกใบนี้” ร่างเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าขยับไปมา ค่อยๆลอยเข้ามาใกล้เย่เทียนเซี่ยทีละน้อย หลังจากนั้นก็กระพริบตาปริบๆถามกลับ “นายท่าน เอาอมยิ้มให้ข้ากินหน่อยได้ไหม”

        “เธอรู้เหรอว่าอมยิ้มคืออะไร?”

        “หึหึ ไม่รู้อ่ะ”

        “……แล้วก็ยังจะเอาเนี่ยนะ!” อีกนิดเย่เทียนเซี่ยก็จะปรี๊ดแตกแล้ว ในWorld of Fate แห่งนี้เดิมทีแล้วไม่น่าจะมีไอ้สิ่งที่เรียกว่าอมยิ้มหรอก และทั้งตัวเด็กผู้หญิงคนนี้ก็มีบางอย่างแปลกๆที่อธิบายไม่ได้

        “เอ๋? แต่ผู้หญิงคนนั้นบอกข้าว่าอมยิ้มคือสิ่งที่เด็กสาวชอบกินที่สุดนี่นา แล้วข้าก็คือเด็กสาวที่น่ารักที่สุดโลกใบนี้ ดังนั้นข้าอยากกินจริงๆนะ……นายท่าน ท่านเป็นเจ้านายของข้านะ! ได้ครอบครองเด็กสาวน่ารักขนาดนี้ ท่านที่เป็นเจ้านายต้องรักข้าหลงข้าให้มากๆสิ”

        “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?” เย่เทียนเซี่ยถาม

        “อิยะฮ่าๆ ไม่บอกท่านหรอก!” เด็กสาวตอบกลับรวดเร็วชัดเจน

        “……..”

        “เอาเถอะ” เย่เทียนเซี่ยเดินออกจากดินแดนหมาป่าพลางพูดกับเด็กสาวไปด้วย “ถ้าเธอตอบคำถามฉันซักสองสามคำถาม ฉันจะให้เธอกินอมยิ้ม”

        “ห๊ะ! จริงเหรอ? งั้นนายท่านอยากถามอะไรอย่างนั้นเหรอ?” เด็กสาวลอยไปมาอยู่ข้างหลังของเขา กระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความตื่นเต้น

        “ทำไมเธอถึงเรียกฉันว่านายท่านล่ะ?” เย่เทียนเซี่ยถาม

        “ก็เพราะท่านคือเจ้านายของข้าไง” กั่วกัวขยิบตาตอบกลับ

        บนหัวของแย่เทียนเซี่ยแทบจะมีไอสีดำพวยพุ่งออกมา เขาสูดหายใจลึกๆสงบใจถามกลับ “แล้วทำไมฉันต้องเป็นเจ้านายเธอด้วยล่ะ?”

        “เพราะท่านคือคนที่กั่วกัวเจอเป็นคนแรกไงล่ะ คนที่กั่วกัวเห็นเป็นคนแรกก็คือเจ้านายของกั่วกัว!”

        คนที่เห็นเป็นคนแรก? ในหัวของเย่เทียนเซี่ยกำลังคิดย้อนกลับไปเป็นฉากๆถึงตอนที่เด็กคนนี้ปรากฏตัวออกมา หรือว่ายัยเด็กนี่จะออกมาจากของที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ให้เขาจริงๆ?  แล้วทำไมถึงเพิ่งมาปรากฏตัวที่นี่……..จริงๆแล้วมีเหตุผลลึกลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่

        “เธอออกมาจากสิ่งนี้งั้นเหรอ” เย่เทียนเซี่ยหยุดฝีเท้า หยิบเครื่องประดับสีดำที่ห้อยอยู่ที่คอออกมาถาม มองจากด้านข้างพื้นผิวสีดำทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยแสงสลัวทั้งเจ็ดสี

        “ฮ่าๆๆๆ ใช่แล้ว นายท่านเห็นแล้วสินะ” เด็กสาวตอบกลับ

        “แล้วเธอไปอยู่ในนี้ได้ยังไง จริงๆแล้วสิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่” เย่เทียนเซี่ยชูเครื่องประดับนั้นขึ้นไปตรงหน้าของกั่วกัว ลักษณะพิเศษและสีที่แปลกประหลาดของมันทำให้เขาเคยพยายามที่จะค้นหาความลับของมัน แต่เพราะนี่คือสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ให้ตั้งแต่แรก ดังนั้นเขาจึงไม่อาจปล่อยให้มันห่างกายได้แม้เพียงเสี้ยววินาที

        “เอ่อ… ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วนายท่านรู้หรือเปล่าล่ะ?” เด็กสาวถามออกมาอย่างใสซื่อ

        ถ้ารู้แล้วจะถามเธอไหมล่ะ………เย่เทียนเซี่ยพูดเบาๆในใจ เขาอดคิดไม่ได้ว่ายังดีที่คนที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นเขา ถ้าเป็นคนอื่นเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ล่ะก็ไม่รู้ว่าจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร

        “แล้วเธอรู้อะไรบ้าง” เย่เทียนเซี่ยพูดออกมาอย่างอับจนหนทาง สายตาหยุดอยู่ที่เครื่องประดับสีดำในมือ เขาเคยหวังว่าจะสามารถค้นพบข้อความอะไรบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ในของสิ่งนี้ที่ทำให้เขาสามารถหาเหตุผลที่เธอคนนั้นจากไปได้ หรือแม้แต่เบาะแสอะไรซักอย่างก็ยังดี

        บนโลกใบนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ และก็ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ยากจะเข้าใจ เช่นการพบกันของเขากับเธอ หรือการที่เธอจากไป หรือจะเป็นการปรากฏตัวของเด็กผู้หญิงประหลาดคนนี้ ความแปลกใจของเขากินเวลาเพียงช่วงสั้นๆ เขาพยายามคิดหาเหตุผลเหล่านั้น หรือบางทีเรื่องเหลือเชื่อทั้งหมดกับคำตอบที่เค้าปรารถนาจะรับรู้มาตลอดจะมีความเกี่ยวข้องกัน

        แต่เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวที่เรียกเขาว่านายท่านอย่างไม่ติดใจอะไรคนนี้ดูแล้วน่าจะว่าง่าย อีกทั้งใบหน้าก็ยังไม่มีแววหลอกลวง แต่ไม่ว่าเธอจะดูใสซื้อบริสุทธิ์อย่างไร ดวงตาที่ขยับกลอกไปมาของเธอก็ทำให้เธอดูเฉลียวฉลาดมีไหวพริบ…….. หรือจริงๆควรจะเรียกว่าเจ้าเล่ห์แสนกลมากกว่า

        “ข้ารู้อะไรบ้างน่ะเหรอ………เอ่อ” กั่วกัวเอามือจิ้มหัวเอียงหน้าเล็กน้อยครุ่นคิด ก่อนจะพูดออกมาไม่เต็มเสียงนัก “ข้ารู้ว่าถ้าเจ้านายพูดว่า ‘ห้วงเวลาแห่งโชคชะตา’ อีกรอบ จะต้องมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นแน่เจ้าค่ะ”

        เย่เทียนเซี่ยเลิกคิ้ว ‘ห้วงเวลาแห่งโชคชะตา’ คำคำนี้เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน เขาหลับตาครุ่นคิด และแล้วเสียงหนึ่งในใจก็ดังขึ้นมาเบาๆ ‘ห้วงเวลาแห่งโชคชะตา!’

        เครื่องประดับแปลกประหลาดในมือเขาส่องแสงขึ้นมากระทบม่านตาของเย่เทียนเซี่ย ดวงตาของเขาเบิกกว้างทันที และมันก็กว้างมากขึ้น…..

        เมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหนักอึ้งจากฝ่ามือ ดวงตาของเย่เทียนเซี่ยก็เต็มไปด้วยความมึนงง จ้องมองไปยังสิ่งของขนาดใหญ่บนฝ่ามืออย่างตกตะลึง มันยังคงมีรูปร่างเรียวยาวแปลกประหลาดเหมือนเดิม มีรูที่มีลักษณะต่างกันทั้งหมดเจ็ดรูกระจายอยู่โดยรอบเหมือนเดิม มีแสงสลัวเจ็ดสีส่องประกายออกมาเหมือนเดิม แต่ขนาดของมันกลับแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ความกว้างเกือบสามสิบเซนติเมตรของมันเกือบจะมากกว่าอาวุธทุกประเภท ความยาวของมันก็ยาวเกือบจะพอๆกับความสูงของเย่เทียนเซี่ย เชือกเส้นเล็กที่เคยเชื่อมต่ออยู่กับเครื่องประดับประหลาดก็หายไปจากคอของเขาและกลายเป็นว่าเขากำลังจับปลายด้านหนึ่งของมันอยู่ในมือ ตอนนี้ราวกับว่าเย่เทียนเซี่ยกำลังถือด้ามของอาวุธประหลาดชิ้นหนึ่งอยู่

        นี่มัน……….

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม