0 Views

        “เพราะคิดถึงญาญ่าก็เลยมาอีกไง” เย่เทียนเซี่ยดึงซูเฟยเฟยให้เดินเข้าไปหาญาญ่าก่อนจะพูดแล้วหัวเราะออกมา

        “เชอะ! คำพูดของพี่ชายมันดูหลอกลวงมากเลย ฟังแล้วเหมือนคนโกหกชะมัด เชอะ! พี่สาวสวยๆที่พี่ลากมาข้างๆคือคู่หูของพี่งั้นเหรอ?” เห็นได้ชัดว่าญาญ่าไม่เชื่อที่เขาพูด การที่เธอเมินคำพูดของเย่เทียนเซี่ยอย่างไม่เกรงใจนั้นทำให้เย่เทียนเซี่ยรู้สึกเจ็บปวดหน่อยๆ

        “เทียนเซี่ย เด็กผู้หญิงคนนี้คือ?” ซูเฟยเฟยถามออกไปอย่างสงสัย

        “เธอคือ NPC ที่ดูแลที่นี่………” พูดจบเขาก็พูดกับซูเฟยเฟยด้วยเสียงที่เบาและต่ำมากๆเพื่อให้ได้ยินกันแต่สองคน “นี่ อย่าพูดอะไรออกมานะ ดูฉันจัดการเจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้ก็พอ”

        “นี่! ญาญ่าเป็นเด็กดีนะ ไม่ใช่จิ้งจอกซะหน่อย” ญาญ่าพองลมจนแก้มป่องก่อนจะพูดออกมาอย่างโกรธๆ

        เย่เทียนเซี่ยอ้าปากพะงาบๆแต่ในที่สุดก็ไม่มีคำไหนหลุดออกมาจากปากของเขาเลย………. หูของญาญ่าตัวน้อยดูเหมือนจะดีเกินไปแล้ว

        “เอ่อ ญาญ่าฟังผิดแล้วล่ะ ญาญ่าเป็นเด็กดีอยู่แล้ว………. เด็กดี พวกเราอยากเข้าไปในถ้ำหมาป่าน้ำแข็ง……..”

        “ภายในสามวันไม่สามารถเข้าไปสองครั้งได้ นี่คือสิ่งที่พี่สาวเทพธิดาผู้สร้างโลกพูดไว้ ใครก็ไม่อาจฝ่าฝืน!” ญาญ่าส่ายหน้าอย่างแรง ปากน้อยๆของเธอก็เอ่ยปฏิเสธความต้องการของเย่เทียนเซี่ย อีกทั้งยังไม่มีท่าทีจะเจรจาต่อรองอีกด้วย

        ปิ๊งป่อง……….อมยิ้มแท่งหนึ่งปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของญาญ่า…….. แน่นอนว่าเย่เทียนเซี่ยฉลาดมาดพอที่จะแกะเปลือกห่ออมยิ้มออกไปก่อน ไม่อย่างนั้นถ้าซูเฟยเฟยเห็นเข้าคงจะเป็นเรื่องแน่

        อมยิ้มที่ไม่น่าจะมีอยู่ในโลกนี้ได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง คำพูดต่อมาที่ญาญ่าต้องการจะพูดถูกเธอกลืนลงท้องไปในทันที ดวงตาทั้งสองข้างของเธอจ้องไปที่มัน…….. ตามมาด้วยน้ำลายหยดเล็กๆที่ไหลออกมาจากปากของเธอแล้วหยดลงบนเสื้อผ้าบริเวณหน้าอก…….. หลังจากที่ได้ลิ้มรสมันไปเมื่อวานเธอก็คิดถึงรสชาติของอมยิ้มอยู่ทั้งวันทั้งคืน

        ญาญ่าที่รู้สึกเหมือน “สูญเสียการควบคุม” ตัวเองรีบสูดน้ำลายกลับไปอย่างแรง แต่ปากที่อ้ากว้างจนหุบไปลงของเธอก็ยังคงมีน้ำลายไหลออกมาเรื่อยๆ จนมากพอที่จะทำให้เย่เทียนเซี่ยและซูเฟยเฟยเบิกตาโตเท่าไข่ห่านได้

        ญาญ่ายื่นมือออกไปคว้าอมยิ้มแท่งนั้นแต่เย่เทียนเซี่ยก็ชักมือกลับทำให้ญาญ่าคว้าได้เพียงความว่างเปล่า “เด็กดี ส่งพวกเราเข้าไปในถ้ำหมาป่าน้ำแข็งสิ แล้วเดี๋ยวฉันจะให้เธอกิน” เย่เทียนเซี่ยโบกอมยิ้มในมือไปมาแล้วยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ท่าทางแบบนั้น การกระทำแบบนั้น……..ทำให้ซูเฟยเฟยรู้ชัดเลยว่าพวกโจรที่ชอบล่อลวงเด็กผู้หญิงแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร…………

        “ข้า…………ข้า………..ข้าตกลงจะให้พวกท่านเข้าไปแล้ว  พี่ชาย……ให้ข้ากินเถอะนะ………” ญาญ่าสูดน้ำลายกลับไปพร้อมกับจ้องมองอมยิ้มในมือเย่เทียนเซี่ยด้วยดวงตาน่าสงสาร คำพูดที่เธอพูดออกมาก็อึกๆอักๆเช่นกัน

        “ญาญ่าเด็กดี” เย่เทียนเซี่ยที่ได้รับชัยชนะมาอีกครั้งวางอมยิ้มไว้ในมือของญาญ่าด้วยความพอใจ จากนั้นเขาก็หันมาชูสองนิ้วเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จให้ซูเฟยเฟย ส่วนซูเฟยเฟยที่มีประกายแปลกๆในดวงตาก็พูดกับเย่เทียนเซี่ยเสียงเบา “เทียนเซี่ย ปกตินายคงไม่หลอกเด็กบ่อยๆแบบนี้หรอกใช่ไหม……… แล้วยัง อมยิ้มอันนั้นนายไปเอามาจากไหนน่ะ? ทำไมฉันไม่เคยเห็นมันมีขายที่ร้านค้าในเมืองเลย?”

        “ความลับ”

        “…………” ซูเฟยเฟยหมดคำจะพูด ความลับอีกแล้ว!

        “ญาญ่าอย่ากินเฉยๆสิ ส่งพวกเราเข้าไปในถ้ำหมาป่าน้ำแข็งได้แล้ว” เมื่อมองญาญ่าที่เริ่มยัดอมยิ้มเข้าไปในปากอย่างทนไม่ไหวอีกต่อไปเย่เทียนเซี่ยจึงต้องกระตุ้นเธอขึ้นมา

        “เฮ้อ………ญาญ่าตกลงว่าจะให้พวกท่านเข้าไปได้วันนี้ แต่ญาญ่าไม่ได้ตกลงว่าจะส่งพวกท่านเข้าไปทันทีเลยนี่นา” ญาญ่าดูดกลืนอมยิ้มจนเกิดเป็นเสียงดูดอมยิ้มและเสียงน้ำลายของเธอดังออกมา

        เย่เทียนเซี่ยมีสีหน้ามืดมน

        ญาญ่าดึงอมยิ้มออกจากปากเสียงดัง “ป๊อก” ก่อนเธอจะโบกอมยิ้มไปมาแล้วพูดออกมาอย่างร่าเริง “พี่ชาย แล้วก็พี่สาวคนสวย เพื่อความปลอดภัยของพวกท่านในถ้ำหมาป่าน้ำแข็ง ก่อนที่จะเข้าไปจะต้องซื้อรองเท้าลุยหิมะแสนสวยที่ญาญ่าตั้งใจทำให้พวกท่านก่อนนะ ถ้าไม่ซื้อล่ะก็ เพื่อเป็นการคำนึงถึงความปลอดภัยของพวกท่าน ญาญ่าคงส่งท่านเข้าไปด้านในไม่ได้ อ้อ รองเท้า ลุยหิมะของญาญ่าสวยจริงๆนะ……… พวกท่านดูสิ แล้วยังถูกมากๆด้วย แค่คู่ละพันเหรียญทองเท่านั้นเอง”

        เมื่อมองญาญ่าพยายามนำเสนอรองเท้าลุยหิมะอย่างกระตือรือร้นซูเฟยเฟยก็แทบจะเป็นลม……….รองเท้าที่มีรูปแบบและทำจากวัตถุดิบที่ไม่ต่างจากขยะเช่นนี้……… ขายตั้งหนึ่งพันเหรียญทองแหนะ!

        “โอเค รู้แล้วว่าเธอคงไม่ลืมบังคับคนอื่นซื้อรองเท้าของเธอ” เย่เทียนเซี่ยพูดออกไปนิ่งแล้วส่งเงินไปให้เธออย่างว่องไว เขาซื้อรองเท้าลุยหิมะมาสองคู่ สีดำหนึ่งคู่ให้ตัวเองและสีขาวอีกคู่ให้ซูเฟยเฟย

        “เทียนเซี่ย จะต้องใส่รองเท้าแบบนี้จริงๆเหรอ? มันน่าเกลียดมากเลยนะ” ซูเฟยเฟยพูดออกมาเสียงอ่อนก่อนจะหยิบรองเท้าสีขาวที่ดูน่าเกลียดคู่นั้นขึ้นมา

        “………….มันก็น่าเกลียดจริงๆนั่นแหละ แต่มันใช้ดีมากเลยนะ เดี๋ยวผ่านไปสักพักเธอก็จะรู้เอง” เย่เทียนเซี่ยตอบเธอกลับไป จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับญาญ่า “ญาญ่า ครั้งนี้คงส่งพวกเราเข้าไปได้แล้วสินะ”

        “ติ๊งๆๆๆ ตอนนี้เข้าสู่โหมดการทดสอบความรู้ของญาญ่า ถ้าอยากเข้าไปในถ้ำหมาป่าน้ำแข็งจะต้องผ่านการทดสอบความรู้ของญาญ่าไปให้ได้ซะก่อนนะ มีเพียงคนที่ฉลาดที่สุดเท่านั้นถึงจะเข้าไปในถ้ำหมาป่าน้ำแข็งเพื่อช่วยเหลือแม่หมาป่าผู้น่าสงสารได้……..” ญาญ่ายื่นมือสองข้างออกมาสูงๆ “ตอนนี้เริ่มได้!!”

        เย่เทียนเซี่ยชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย ในหัวของเขามีภาพที่ตัวเองหัวหมุนกับคำถามหกข้อติดต่อกันของยัยตัวจิ๋วผุดขึ้นมา จากนั้นเย่เทียนเซี่ยก็พูดไปด้วยความโกรธ “ญาญ่า เธอโกงนี่”

        “ย๊า! ญาญ่าไม่ได้โกงนะ วันนี้จริงๆแล้วพี่ชายเข้าไปในถ้ำหมาป่าน้ำแข็งไม่ได้ซะหน่อย แต่พี่ชายเป็นคนดี ให้ญาญ่ากินอมยิ้ม ญาญ่าถึงตกลงจะให้โอกาสพี่ชาย………..พี่ชายจะต้องคว้ามันไว้ให้ดีๆแล้วผ่านไปให้ได้ล่ะ” ญาญ่าพูดออกมาพร้อมหัวเราะคิกคัก เย่เทียนเซี่ยอยู่ในระดับไหนเมื่อวานเธอเห็นมาหมดแล้วล่ะ ดังนั้นหากวันนี้เขาคิดจะผ่านตรงนี้ไปให้ได้ล่ะก็…….. ไม่มีทางซะหรอก!

        ดังนั้นตัวเธอก็ไม่ถือว่านี่เป็นการละเมิดคำสั่งของพี่สาวเทพธิดาผู้สร้างโลกอีกครั้ง

        “ญาญ่า เธอ…………”

        “ติ๊งๆๆๆๆ! คำถามข้อแรก…….ฟังให้ดีๆล่ะ! มีสุนัขสองตัววิ่งแข่งกัน สุนัขตัวสีดำวิ่งได้เร็วมาก สุนัขตัวสีขาววิ่งได้ช้ามากๆ หลังจากที่พวกมันวิ่งไปถึงเส้นชัยร่างของสุนัขตัวไหนจะมีเหงื่อออกมากที่สุด? ต่อไปคือโหมดตอบคำถามอันรวดเร็วที่แสนจะน่าตื่นเต้น ทุกคำถามมีเวลาตอบคำถามเพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้นนะ……….. เริ่มจับเวลานับจากนี้ 5……4………..3……..”

        ญาญ่าไม่ให้เวลาเย่เทียนเซี่ยได้พูดอีกครั้ง เสียงแหลมๆนั่นดังขึ้นมาหลังจากที่ตะโกนถามคำถามแรกออกมาทันทีโดยไม่หยุดพัก จากนั้นเธอก็รีบนับถอยหลังอย่างรวดเร็วทันที…………… ซูเฟยเฟยเงียบกริบ เธอคิดถึงก่อนหน้านี้ที่เย่เทียนเซี่ยบอกเธอว่าไม่ให้เธอพูดอะไรออกมาเนื่องจากเขาจะเป็นคนจัดการเอง ดังนั้นเธอจึงปิดปากสนิทอย่างเชื่อฟังและรอดูว่าเย่เทียนเซี่ยจะมีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไร

        “…………..ตัวที่มีเหงื่อออกมากกว่าก็คือตัวที่วิ่งได้เร็ว” เมื่อญาญ่านับเลขมาถึงเลข “1” เย่เทียนเซี่ยก็ต้องรีบตอบออกไป

        “คำตอบผิด! สุนัขไม่มีทางเหงื่อออกอยู่แล้ว!”

        “………….” เย่เทียนเซี่ย

        “………….” ซูเฟยเฟย

        “ข้อที่สอง” ญาญ่าตะโกนออกมาติดๆ “อัจฉริยะด้านการต่อสู้คนหนึ่งและอัจฉริยะทางด้านเวทมนต์คนหนึ่งแต่งงานกัน หลังจากลูกที่พวกเขาให้กำเนิดเกิดขึ้นมาจะกลายเป็นคนอย่างไร? เริ่มจับเวลา………5………4………3………”

        “เขาจะกลายเป็นอัจฉริยะทั้งทางด้านการต่อสู้และเวทมนต์” เย่เทียนเซี่ยพูดออกไปอย่างแข็งกระด้าง

        “คำตอบผิด!! หลังจากลูกของพวกเขาเติบโตขึ้นมาเขาจะกลายเป็น………ผู้ใหญ่!” ญาญ่าตะโกนออกมาเสียงดังจากนั้นก็เลียอมยิ้มไปมา

        เย่เทียนเซี่ยอยากจะลากยัยตัวเล็กลงมาจากมนุษย์หิมะแล้วฝังกลบลงไปใต้หิมะจริงๆ

        คำถามที่ญาญ่าถามออกมาล้วนเป็นปัญหาเชาว์ทั้งนั้น การทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่การใช้ความคิดแบบปกติจริงๆ สำหรับเย่เทียนเซี่ยที่ไม่เคยลับสมองกับปัญหาเชาว์ก่อนจะมาที่นี่จึงไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับมันอย่างไร แต่ถ้าเป็นไปตามการคิดอย่างปกติล่ะก็…….มันคงจะผิดไปหมด 100% แน่นอน

        “ข้อที่สาม………. เวลาที่เสี่ยวหมิงเดินไปบนถนนสองเท้าของเขาไม่เคยแตะพื้นเลย นั่นเป็นเพราะอะไร?”

        “เพราะเสี่ยวหมิงคือนกตัวหนึ่ง มันบินได้ ดังนั้นเท้าของมันจึงไม่แตะพื้น” เมื่อวานเย่เทียนเซี่ยมีประสบการณ์กับ “เสี่ยวหมิงคือสุนัขตัวหนึ่ง” ไปแล้ว เขาจึงปิ๊งไอเดียแล้วตอบคำถามออกไปอย่างตื่นเต้น……….. ไม่ผิด! ไม่ผิด! คำตอบต้องเป็นอันนี้แน่! ครั้งนี้ไม่มีทางผิดอีกแน่

        “คำตอบผิด!” เสียงที่ไร้อารมณ์ดังออกมาจากปากของญาญ่าอีกครั้ง “พี่ชายนี่โง่เกินไปแล้วนะ นกมันอยู่บนฟ้าก็ต้องบินสิ มันไม่เดินอยู่แล้ว! เสี่ยวหมิงไม่ใช่นกนะ! เสี่ยวหมิงเป็นเด็กที่น่ารักมากๆ ตอนที่เขาเดินเท้าของเขาไม่มีทางแตะพื้นอยู่แล้วนั้นก็เพราะว่า……. เขาใส่รองเท้าอยู่ไงล่ะ ดังนั้นเท้าของเขาก็เลยไม่โดนพื้นไง!!”

        คำตอบนี้ทำให้เย่เทียนเซี่ยอยากจะเอาหัวโขกพื้นตายให้รู้แล้วรู้รอด!

        คำตอบแต่ละข้อไร้ที่ติแท้ๆ ไม่มีอะไรผิดพลาดไปแท้ๆ………หรือว่าจริงๆแล้วเขาจะโง่จริงๆ?

        “ข้อที่สี่!! ระยะการยิงลูกศรลูกหนึ่งคือ 100 เมตร มีกระต่ายตัวหนึ่งอยู่ห่างออกไป 200 เมตร แต่ลูกศรจากธนูอันนั้นกลับยิงโดนกระต่างเข้าเต็มๆ นั่นเป็นเพราะอะไร? เริ่มจับเวลา………5……….4………3………….”

        ทำไมถึงยิงถูก…………ฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า!!

        “………..2………….1……..0! หมดเวลา! คำตอบก็คือ……….คันธนูอันนั้นมีความยาว 100 เมตร!! บวกกับระยะการยิงอีก 100 เมตรรวมกันแล้วก็เป็น 200 เมตรพอดี!” ญาญ่าที่กัดอมยิ้มเอาไว้เฉลยคำตอบออกมา

        เย่เทียนเซี่ยเริ่มปวดหัวขึ้นมาแล้ว

        “พี่ชาย คำถามมี 10 ข้อ ตอบถูกห้าข้อถึงจะเข้าไปได้นะ พี่ตอบผิดมาแล้ว 4 ข้อ ต้องพยายามกันหน่อยแล้วล่ะ ข้อที่ 5 ง่ายมากๆ……….อืม คนที่ไม่เชื่อฟังที่สุดบนโลกใบนี้คือใคร?”

        “ก็คือญาญ่าที่เป็นเด็กแบบนี้ไงล่ะ”  เย่เทียนเซี่ยกัดฟันตอบออกไป

        “คำตอบผิด! คนที่ไม่เชื่อฟังที่สุดบนโลกก็คือคนหูหนวกไงล่ะ เพราะหูหนวกก็เลยไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น! ย๊า พี่ชาย พี่ตอบผิดห้าข้อแล้วนะ ถ้าตอบผิดอีกข้อล่ะก็ วันนี้คงเข้าไปไม่ได้หรอกนะ” ญาญ่าหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง เธอเลียอมยิ้มไปด้วยแล้วทำหน้าตาล้อเลียนเย่เทียนเซี่ยไปด้วย

        สิ่งที่เย่เทียนเซี่ยอยากจะทำที่สุดในตอนนี้ก็คือลากยัยเด็กญาญ่าลงมาแล้วจัดการตีก้นเธอให้หนักๆ เห็นได้ชัดว่ายัยเด็กญาญ่าแน่ใจมากว่าเขาไม่มีทางตอบคำถามถูกอย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อกี้เธอถึงตอบตกลงอย่างรวดเร็วเพื่ออมยิ้มหนึ่งแท่ง

        คำถามพวกนี้………..มันเป็นคำถามที่คนสามารถตอบได้หรือไง!!!!!!!

        เมื่อมองญาญ่าที่แสดงออกถึงความพึงพอใจและเย่เทียนเซี่ยที่กัดฟันแน่นในที่สุดซูเฟยเฟยก็ทนดูต่อไปไม่ได้ เธอกระตุกชายเสื้อเย่เทียนเซี่ยแล้วพูดออกมาเสียงเบา “เทียนเซี่ย คำถามของเด็กผู้หญิงคนนั้น……..ถ้าให้ฉันตอบล่ะ ได้หรือเปล่า?”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม