0 Views

        สายตาของเย่เทียนเซี่ยกวาดมองไปรอบๆ มอนสเตอร์ที่มาใหม่มีจำนวนทั้งหมด 12 ตัว พวกมันกำลังโบกโครงกระดูสีขาวที่ชวนให้คนสั่นกลัวไปมาแล้วตีวงล้อมเข้ามาใกล้เย่เทียนเซี่ยที่เป็นเป้าหมายทีละก้าวๆจากทิศทางที่แตกต่างกัน

        “ฮือ…..ฮือ…….ที่นี่คือที่ไหนเหรอเจ้าคะ…… งื้อ……. กลิ่นเหม็นมากเลยเจ้าค่ะ…… เอ๋? ของแปลกๆพวกนั้น….. อ๊าย!!!”

        กั่วกัวเบิกตากว้างทันทีที่มองไปยังโครงกระดูกรอบๆอย่างชัดเจน เสียงกรีดร้องอย่างกะทันหันทำให้เย่เทียนเซี่ยแทบทนไม่ไหวจนเกือบจะทิ้งห้วงเวลาแห่งโชคชะตาแล้วยกมือขึ้นปิดหูแทน…….

        “กรี๊ดๆ!!!  น่ากลัว…….น่ากลัวมากเลยเจ้าค่ะ….. นายท่าน…….นายท่านๆๆๆ นายท่านอยู่ไหมเจ้าคะ…. พวกมันน่ากลัวมากเลย……..ฮือๆๆ….” สองมือของกั่วกัวกอดคอเย่เทียนเซี่นแน่น แรงของเธอแทบจะทำให้เย่เทียนเซี่ยหายใจไม่ออก หัวน้อยๆของเธอซุกลงกับซอกคอของเขา ไม่กล้าปล่อยมือและยิ่งไม่กล้าลืมตาขึ้นมา

        เธอก็เหมือนกันเด็กสาวคนอื่นๆที่ชื่อชอบของสวยๆงามๆ ดังนั้นกั่วกัวจึงมีการปฏิเสธและมีความหวาดกลัวต่อมอนสเตอร์ที่สกปรกและน่าเกลียดน่ากลัวอย่างมากโดยสัญชาติญาณ เย่เทียนเซี่ยรู้สึกได้ถึงร่างอันสั่นเทาของเธอ…….. เขารับรู้ได้แม้กระทั่งน้ำตาที่ไหลออกมาจนชุ่มเพราะความตกใจกลัว

        ในที่สุด……..เย่เทียนเซี่ยก็หาสิ่งที่ทำให้กั่วกัวกลัวเจอสักที

        “อืม กั่วกัวไม่ต้องกลัว คอยดูนะเดี๋ยวนายท่านจะกำจัดพวกมันไปให้หมดเดี๋ยวนี้แหละ” เป็นครั้งแรกที่เขาถูกกั่วกัวใช้เป็นที่พึ่งอย่างนี้ เย่เทียนเซี่ยที่มักจะถูกกั่วกัว “จูงจมูก” อยู่ตลอดเวลาในที่สุดก็หาความรู้สึกนั้นที่เขาควรจะมีในฐานะเจ้านายเจอสักที (ไอ้ความรู้สึกนั้นนี่มันควรจะเรียกว่าอะไรดีล่ะ?) เขายกห้วงเวลาแห่งโชคชะตาขึ้นมาก่อนจะกำหนดทิศทางแล้วพุ่งตัวออกไปยังทหารโครงกระดูกที่อยู่ด้านหน้า

        มนุษย์ : เซี่ยเทียน

        ระดับ : เลเวล 14

        อาชีพ : ไม่มี

        ชื่อเสียง : 220

        เงิน : 1023 เหรียญทอง

        ระดับความหิว : 30/195

        คุณสมบัติพื้นฐาน : พละกำลัง 95, ความแข็งแกร่ง 22, ความคล่องตัว 19, จิตวิญญาณ 19

        คุณสมบัติถาวร : โชค 12, ความฉลาด 12, เสน่ห์ 22

        พลังชีวิต : 560

        มานา : 300

        พลังโจมตีทางกายภาพ : 252

        พลังโจมตีด้วยเวทมนต์ : 38

        พลังป้องกันทางกายภาพ : 26

        การสร้างความเสียหาย : 19

        การหลบหลีก : 19

        การตอบสนอง : 72

        การรับรู้ :53

        สมาธิ : 42

        ระดับความเร็วในการโจมตี : 100

        ระดับความเร็วในการเคลื่อนที่ : 100

        การฟื้นฟูพลังชีวิต : 5 (ฟื้นฟูพลังชีวิตโดยอัตโนมัติ 5 หน่วยทุกวินาที)

        การฟื้นฟูพลังเวทย์ : 0

        ความต้านทานธาตุไฟ : 3%

        ความต้านทานธาตุน้ำ : 3%

        ความต้านทานธาตุลม : 3%

        ความต้านทานธาตุสายฟ้า : 8%

        ความต้านทานธาตุดิน : 3%

        ความต้านทานธาตุแสง : 3%

        ความต้านทานธาตุความมืด : 3%

        นี่คือสถานะของเย่เทียนเซี่ยที่เลเวล 14 รางวัลคุณสมบัติจากการผ่านการทดสอบระดับนรกบวกกับคุณสมบัติเพิ่มพลังชีวิต 200 หน่วยของแหวนแห่งชีวิต ทำให้พลังชีวิตของเขาในตอนนี้อยู่ที่ 560 หน่วย ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับนักรบทั่วไปที่มีเลเวลเท่ากันเลยทีเดียว แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับผู้พิทักษ์ที่มีเลเวลเท่ากันอยู่ดี เพราะอาชีพ……. หากจะพูดถึงผู้พิทักษ์แล้ว ค่าคุณสมบัติที่ถูกเพิ่มขึ้นมาโดยการเปลี่ยนอาชีพจากผู้พิทักษ์ฝึกหัดมาเป็นผู้พิทักษ์ที่แท้จริงจะทำให้พลังชีวิตของพวกเขาเพิ่มขึ้นมา 300 หน่วย

        และเนื่องจากคุณสมบัติอันแข็งแกร่งของห้วงเวลาแห่งโชคชะตา ความสามารถในการโจมตีของเย่เทียนเซี่ยจึงยังคงนำหน้าอาชีพที่เน้นการโจมตีเป็นหลักในเลเวลเดียวกันอยู่ แต่หากดูจากภาพรวมแล้ว คุณสมบัติของเขาในเวลานี้ยังคงล้ำหน้าผู้เล่นธรรมดาที่มีเลเวลเท่ากันอยู่เล็กน้อยเท่านั้น ขณะเดียวกันเขาก็ไม่มีทักษะโจมตีเลยแม้แต่อย่างเดียว ทว่าผู้เล่นคนอื่นๆกลับมีทักษะโจมตีมากมาย ดังนั้นนี่จึงเป็นจุดอ่อนของเขา

        แต่คุณสมบัติพรสวรรค์ของเขาอันประกอบด้วย การตอบสนอง : 72, การรับรู้ :53, สมาธิ : 42 ก็เป็นคุณสมบัติที่ห่างไกลจากคุณสมบัติพรสวรรค์ของผู้เล่นธรรมดาอยู่มากจนทำให้ปรากฏผลอันน่ากลัวและชวนตื่นตะลึง

        ผู้แข็งแกร่ง แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยมีสาเหตุอยู่แล้ว

        ภายใต้แสงสลัวของความมืดห้วงเวลาแห่งโชคชะตาก็วาดออกไปเป็นเส้นสีดำในครั้งแรก ขณะที่มันพุ่งเข้าใส่ทหารโครงกระดูกสามตัว การโจมตีจากทหารโครงกระดูกอีกสามตัวก็มาถึงร่างของเขาพร้อมกัน

        -201-204-200

        -59-62-60

        พลังชีวิตของทหารโครงกระดูกเลเวล 17 ยังเทียบไม่ได้กับพลังชีวิตของแรคคูนน้อยเลเวล 15 ที่เย่เทียนเซี่ยเคยฆ่าไปก่อนหน้านี้ ทว่าความสามารถในการป้องกันของพวกมันกลับแข็งแกร่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าร่างกายของพวกมันจะเหลือแต่โครงกระดูกแต่ความสามารถในการป้องกันของพวกมันก็นับว่าแข็งแกร่งทีเดียว เมื่อทหารโครงกระดูกสามตัวโจมตีเข้ามาหนึ่งครั้ง พลังชีวิตของเย่เทียนเซี่ยก็ลดลงเกือบหนึ่งในสามของพลังชีวิตทั้งหมด การโจมตีสามครั้งจากทหารโครงกระดูกสามตัวก็สามารถทำให้เย่เทียนเซี่ยมาอยู่ในจุดนี้ได้แล้ว ถ้าทหารโครงกระดูกที่อยู่รอบๆสิบกว่าตัวโจมตีเข้ามาที่เขาเป็นจุดเดียวพร้อมกันพวกมันก็คงจะสามารถจัดการเขาได้ทันทีภายใต้การโจมตีเพียงครั้งเดียว

        สีหน้าของเย่เทียนเซี่ยไม่มีความเปลี่ยนแปลง ร่างกายของเขาไม่ขยับเขยื้อน เขาทักทายทหารโครงกระดูกที่โจมตีถูกร่างกายของเขาก่อนหน้านี้ด้วยการโจมตีออกไปเป็นวงเล็กๆในแนวนอนอย่างสวยงาม ทำให้พลังชีวิตของเจ้าโครงกระดูกทั้งสามตัวลดลงถึงครึ่งหนึ่ง

         -60-62-93

        การโจมตีทั้งสามครั้งของทหารโครงกระดูกสามตัวฟาดลงมาโดนตัวของเย่เทียนเซี่ยพร้อมกันอีกครั้ง และตัวเลขความเสียหายจากการโจมตีครั้งสุดท้ายที่สร้างความเสียหายได้ถึง 150% ก็ทำให้พลังชีวิตของเย่เทียนเซี่ยลดลงจนต่ำกว่า 100 หน่วย ในตอนนั้นเองการเคลื่อนไหวโดยรอบไม่ว่าจะเป็นการก้าวเท้าหรือการขยับมือกระดูกของบรรดาโครงกระดูทั้งหลายก็พุ่งเข้ามาใกล้เย่เทียนเซี่ยในทันที

        รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นบนมุมปากของเย่เทียนเซี่ยก่อนจะหายไปในชั่วพริบตา เท้าของเขาก้าวหลบไปหนึ่งก้าวก่อนจะหมุนตัวเก้าสิบองศาแล้วใช้พื้นที่การเคลื่อนไหวที่เล็กที่สุดหลบหลีกการโจมตีจากทหารโครงกระดูกทั้งหมดไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากนั้นเขาจึงปลดปล่อยเสียงคำรามต่ำออกมาจากปากของเขาเบาๆ

        “สงครามคลั่ง!!”

        แสงสลัวเปล่งประกายออกมาจากร่างของเย่เทียนเซี่ยก่อนจะหายวับไป ความรู้สึกบ้าคลั่งที่หาทางระบายออกไม่ได้อัดแน่นอยู่ในอกของเย่เทียนเซี่ย……. ระดับความสมจริงของ World of Fate นั้นน่าตกใจมาก ดังนั้นทักษะนี้จึงส่งผลสมบูรณ์แบบเกินจะบรรยายต่ออารมณ์ของผู้เล่น ทว่าเย่เทียนเซี่ยไม่เพียงไม่ปฏิเสธความรู้สึกเช่นนี้ แต่เขากลับชอบมันเสียด้วยซ้ำ และยังรู้สึกเหมือนโหยหาความรู้สึกเช่นนี้อยู่ในใจลึกๆ มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยจนกลายเป็นรอยยิ้มบิดเบี้ยวอันเย็นเยียบ เขากระโดดโจมตีออกไปเป็นแนวนอนพุ่งตรงไปยังเป้าหมายด้านหน้าด้วยลมหายใจอันบ้าคลั่ง

        -275-270-552-271

        ท่าทางของเขาเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม การโจมตีของเขาดุร้ายมากขึ้น และร่างกายของเขาก็คล่องตัวมากขึ้นด้วย มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้เขารู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก

        การเผชิญหน้ากับศัตรูภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เพียงคนเดียวเป็นเวลาที่เขาจะสามารถปลดปล่อยพลังทั้งหมดของเขาออกมาถึงขีดสุดได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทหารโครงกระดูกเลเวล 17 สำหรับผู้เล่นธรรมดาแล้วทักษะ ‘สงครามคลั่ง’ ถือเป็นทักษะที่รนหาที่ตายโดยแท้ ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าคงสถานะเช่นนี้ไว้ขณะต่อสู้กับมอนสเตอร์เพียงเพื่อที่จะเพิ่มพลังโจมตีและความเร็วแน่นอน แต่เย่เทียนเซี่ยคือคนที่คาดไม่ถึงอย่างน่ากลัว เมื่อเขาได้รับทักษะที่สามารถนำมาใช้ในการต่อสู้เพียงทักษะเดียวนี้มา มันไม่ได้ทำให้เขากังวลหรือระมัดระวังมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม……. เขากลับตื่นเต้น

        การโจมตีครั้งนี้ทำให้ทหารโครงกระดูกสามตัวถูกโจมตีจนหลอดเลือดว่างเปล่า พวกมันถูกซัดล้มลงบนพื้นราวกับเป็นของเล่นจนกลายเป็นเศษซากกระดูก…….. ทว่ากลับไม่มีเงินหรือไอเทมใดๆดรอปออกมาจากร่างของมันเลย เย่เทียนเซี่ยรีบกลับตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อคำนวณระยะห่างอย่างดีแล้วแขนทั้งสองข้างก็โบกสะบัดโจมตีออกไปเป็นรัศมีขนาดใหญ่หนึ่งครั้ง การโจมตีเพียงหนึ่งครั้งนั้นฟาดฟันลงบนร่างของทหารโครงกระดูกถึงห้าตัว เมื่อห้วงเวลาแห่งโชคชะตาสัมผัสถูกร่างของทหารโครงกระดูกก็ก่อให้เกิดเสียง “แกร๊งๆๆ” ตามมาราวกับกระดูกถูกฟันด้วยมีดอย่างไรอย่างนั้น

        แกร๊ง!

        แกร๊ง!

        แกร๊ง!

        เวลาเพียงชั่วพริบตาทหารโครงกระดูกห้าตัวก็ลมลงด้วยน้ำมือของเย่เทียนเซี่ย เมื่ออยู่ต่อหน้าเย่เทียนเซี่ยที่มีปฏิกิริยาตอบสนองและการรับรู้อันแข็งแกร่งจนเรียกได้ว่าผิดปกติ ทหารโครงกระดูกที่มีการเคลื่อนไหวชักช้า เดินหนึ่งก้าวสั่นไปสามก้าวอย่างเจ้าพวกนี้จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสัมผัสถูกเย่เทียนเซี่ย และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเย่เทียนเซี่ยที่มีความเร็วเพิ่มขึ้นถึง 30% จึงยิ่งทำให้ขอบเขตการโจมตีของทหารโครงกระดูกพวกนี้ไม่อาจสัมผัสถูกแม้แต่ชายเสื้อของเย่เทียนเซี่ย

        ภายใต้สภาพแวดล้อมอันมืดมิดที่มีไอความมืดหนาแน่นนี้ เงาร่างสั่นไหวของเย่เทียนเซี่ยขณะต่อสู้กับโครงกระดูกเหล่านั้นก็ยิ่งเหมือนกับภูติผีจริงๆ

        แกร๊ง!  แกร๊ง!  แกร๊ง!

        ทหารโครงกระดูกอีกสามตัวถูกเย่เทียนเซี่ยโจมตีอีกสามครั้งอย่างต่อเนื่องจนล้มลงบนพื้น เย่เทียนเซี่ยปรายตามองพวกมันเล็กน้อย และเมื่อมองไปยังทหารโครงกระดูกสามตัวสุดท้ายนัยน์ตาของเขาก็เปล่งประกาย ร่างกายที่สั่นไม่หยุดของทหารโครงกระดูกถูกชักนำมาภายใต้เงาร่างที่แทบจะมองไม่เห็น ภายใต้การชักนำของเย่เทียนเซี่ยทหารโครงกระดูกสามตัวก็มายืนรวมตัวกันในที่สุด พวกมันเข้ามาใกล้เขาจากเส้นทางหนึ่งด้วยท่าทางบิดเบี้ยว แล้วทันใดนั้นเย่เทียนเซี่ยก็หมุนตัวกลับมาและทำการโจมตีสุ่มๆไปที่พวกมันทั้งสามตัว

        เย่เทียนเซี่ยจัดการมอนสเตอร์จนเกลี้ยง ที่พื้นรอบๆเท้าของเขาเต็มไปด้วยเศษซากกระดูกกองกระจัดกระจายเต็มไปหมด ทหารโครงกระดูกตั้ง 12 ตัวแต่ไม่มีอะไรดรอปออกมาเลยแม้แต่อย่างเดียว แม้กระทั่งเหรียญทองแดงสักเหรียญก็ยังไม่มี……. นี่มันแย่ยิ่งกว่าชาวเมืองกู่ผิงซะอีก

        “ฮือๆ….. ฮือๆ……. น่ากลัวจังเลยเจ้าค่ะ น่ากลัวจังเลย…… นายท่าน พวกเราไปจากที่นี่ดีไหมเจ้าคะ กั่วกัวกลัวมากเลยเจ้าค่ะ……….”

        ร่างของกั่วกัวขดตัวจนเป็นก้อนกลมๆจนแทบจะจมลงไปในซอกคอของเย่เทียนเซี่ย ดวงตาของเย่เทียนเซี่ยกวาดมองไปรอบๆครั้งหนึ่ง หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีทหารโครงกระดูกตัวใหม่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกเขาก็จัดการยกเลิกทักษะ ‘สงครามคลั่ง’ ความบ้าคลั่งในใจของเขาก็กลับกลายเป็นความสงบ ขณะเดียวกันในใจของเขาก็เกิดความสงสัยอย่างห้ามไม่ได้……. ชั้นที่หนึ่งของถ้ำหัวกะโหลกกว้างขวางมาก แต่ทำไมมีมอนสเตอร์โผล่มาแค่สิบกว่าตัวเท่านั้น?

        “เอาล่ะกั่วกัว มอนสเตอร์น่ากลัวๆพวกนั้นถูกนายท่านจัดการไปหมดแล้วนะ” เย่เทียนเซี่ยยกมือตบก้นของกั่วกัวเบาๆ แล้วพูดออกมาอย่างใจเย็น

        กั่วกัวค่อยๆเงยหน้าขึ้นอย่างระวัง เธอขยับหันซ้ายหันขวา และหลังจากดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีมอนสเตอร์น่ากลัวๆอีกแล้วจริงๆร่างของเธอถึงผ่อนคลายลง ร่างกายเล็กๆนั่งอยู่บนไหล่ของเย่เทียนเซี่ยก่อนจะพูดออกมาทั้งที่ยังคงกลัวอยู่ “นายท่าน พวกเราไปจากที่นี่ดีไหมเจ้าคะ ที่นี่มืดมากเลย มันน่ากลัวมากจริงๆ……. มันจะต้องมีมอนสเตอร์ที่น่ากลัวๆเหมือนพวกเมื่อกี้โผล่มากอีกแน่ๆเลยเจ้าค่ะ…….”

        เย่เทียนเซี่ยกระตุกยิ้มมุมปาก จากนั้นจึงแสดงสีหน้าจริงจังสุดๆออกมาทันที “วางใจเถอะ มอนสเตอร์เมื่อกี้ถูกจัดการไปหมดแล้ว มันไม่ออกมาอีกแล้วล่ะ…… แต่ว่า……. ที่นี่ไม่ได้มีแค่มอนสเตอร์น่ากลัวๆเหมือนพวกเมื้อกี้อีกเยอะแยะเท่านั้นนะ แต่ยังมีมอนสเตอร์ที่น่ากลัวกว่าพวกนั้นอีกมากเลยล่ะ!”

        “อ๊า……” สองมือของกั่วกัวกุมหน้าอกไว้ ฟันน้อยๆของเธอสั่นกระทบกันอย่างรุนแรง

        น้ำเสียงของเย่เทียนเซี่ยเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบทำให้กั่วกัวที่ได้ยินถึงกับตัวสั่นไปทั้งตัว “โครงกระดูกเมื่อกี้เป็นโครงกระดูกที่สมบูรณ์ ก่อนที่ฉันจะมาที่นี่มีคนบอกฉันมาว่าที่นี่ยังมีโครงกระดูกที่ไม่สมประกอบอยู่อีกเยอะแยะเลยล่ะ พวกมันมีเลือดท่วมแล้วก็ไม่มีหัวด้วย แต่พวกมันจะยืดลิ้นออกมาจากคอเพื่อกินคนแทน พวกเขายังบอกอีกว่าโครงกระดูกที่น่ากลัวพวกนี้น่ะชอบกินเด็กผู้หญิงที่สุดเลย……”

        ทั่วร่างของกั่วกัวสั่นสะท้าน ใบหน้าเล็กๆที่ขาวราวหิมะเปลี่ยนเป็นขาวซีด แล้วจากนั้นเธอก็ส่งเสียง “ว๊าย” ออกมาครั้งหนึ่งแล้วกอดคอเย่เทียนเซี่ยแน่นจนแทบจะทำให้เขาขาดอากาศหายใจตาย ปากเล็กๆนั่นยังคงส่งเสียงร้องโวยวายด้วยความกลัวออกมาไม่หยุด

        ผลที่ได้สมบูรณ์แบบ ในที่สุดเย่เทียนเซี่ยก็เก็บงำสีหน้าต่อไปไม่ไหว เขายิ้มออกมาอย่างพอใจ และหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ดออกมา “ฮ่าๆๆๆๆ….. ที่แท้กั่วกัวก็กลัวอะไรแบบนี้นี่เอง ที่พูดไปทั้งหมดนั่นฉันหลอกกั่วกัวเล่นน่ะ จะไปมีไอ้ของแบบนั้นได้ยังไงกัน ฮ่าๆๆๆๆๆ……..”

        “แต่..ต….ต……..ต….. แต่ว่า……น…..นนนนน……นายท่าน……..มัน………มันอยู่ข้างหลังของนายท่านไงล่ะเจ้าคะ!!!!!”

        “!@#¥%……” เย่เทียนเซี่ย

        เย่เทียนเซี่ยรีบหันกลับมาทันที แล้วทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็ซีดเผือด

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม