0 Views

        ท้องฟ้าของ World of Fate เป็นสีฟ้าสดใส ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ที่ลอยสูงอยู่บนนั้นให้ทั้งแสงสว่างและความอบอุ่น ซึ่งความอบอุ่นนั้นได้ห่อหุ้มทุกชีวิตบนพื้นดินอันกว้างใหญ่แห่งนี้ บนท้องฟ้ากว้างใหญ่ไม่สิ้นสุดไร้เงาเมฆหมอก ในบางครั้งก็มีเสียงสั่นสะท้านหรือเสียงกรีดร้องแหวกผ่านความว่างเปล่าของที่ราบแห่งนี้ดังขึ้นมา

        ทางด้านเหนือของเมืองเทียนเฉิน ณ ที่ราบแห่งหนึ่งที่มีบรรยากาศอันรื่นรมย์และมีมอนสเตอร์ที่ค่อนข้างเชื่อง

        เทียนจือจื่อสวมเกราะงดงามยืนอยู่บนที่ราบสีเขียวสดด้วยท่าทางสง่างาม เขาจ้องมองไปยังความว่างเปล่าด้านหน้าเงียบๆ ท่ามกลางดวงตาคู่เรียวสวยแฝงไปด้วยแววตาลึกลับยากจะเข้าใจ “สถานที่สวยงามในโลกใบนี้รวมๆแล้วยังดูสวยงามกว่าโลกสกปรกข้างนอกนั่นอีกนะ ถ้าสามารถเป็นราชาของโลกใบนี้ได้คงจะเป็นเรื่องน่าพอใจไม่น้อยเลยล่ะ”

        สายลมพัดหวีดหวิวผ่านข้างหูของเขาไป ทำให้เสียงของเทียนจือจื่อพัดลอยไปในสายลม

        “ราชา? คำเรียกนี้มันสำหรับคนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นแหละ อย่างคนที่ชื่อเซี่ยเทียนนั่นน่ะ ฉันพูดถูกไหมล่ะ? พี่ชายสุดที่รักของฉัน”

        หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดจอมเวทย์สีฟ้าเดินเข้ามาด้านหลังของเขาเงียบๆ ชุดจอมเวทย์แนบไปกับร่างกายของเธอเผยให้เห็นรูปร่างเย้ายวนเกินห้ามใจ ท่วงท่าของเธอราวกับจิตวิญญาณชั้นสูงที่ดึงดูดความรู้สึกนึกคิดของผู้คน รอยยิ้มภายใต้แสงอาทิตย์ของเธอนั่นงดงาม ผิวขาวๆของเธออมชมพูระเรือเหมือนมีสีแดงมาเคลือบทับไว้อีกชั้น ดวงตาทั้งสองข้างของเธอเปล่งประกายสดใส

        เส้นผมของเธอยาวสลวยเหมือนเส้นไหม โครงหน้าเด่นชัดทรงเสน่ห์ ลำคอระหงสวยงาม ดวงตาของเธอเป็นประกายเหมือนดวงดาว ริมฝีปากสีแดงสด และเธอยังมีผิวขาวราวหิมะ แต่เมื่อคนทั่วไปมองไปยังใบหน้าที่งดงามราวกับปีศาจของเธอนั้นพวกเขาจะต้องสนใจดวงตาของเธอก่อนเป็นอย่างแรกแน่นอน

        ดวงตาคู่นั้นนอกจากจะเป็นประกายสดใสแล้ว เมื่อเทียบกับดวงตาของคนธรรมดา ดวงตาของเธอก็งดงามไม่มีอะไรแตกต่าง แต่มันราวกับมีพลังดึงดูดลึกลับบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ เมื่อผู้คนมองเข้าไปในดวงตาของเธอมักจะตกลงไปในห้วงนัยน์ตาของเธอเป็นอย่างแรก ถ้าคุณอ่านสายตานั้นออกคุณก็จะรับรู้ได้ถึงความน่าตกใจบางอย่าง มันช่างเป็นดวงตาที่ลึกล้ำเหมือนทะเลไร้ก้น เหมือนดวงดาวที่ลอยอยู่บนฟ้ากว้างไร้ขอบเขต มันลึกจนเมื่อมีคนมองสบตาเธอก็จะรู้สึกเหมือนยิ่งจมลงไปและตกอยู่ในห้วงความปรารถนาที่น่ากลัว ความรู้สึกนี้ทำให้คนหลงใหล และทำให้หัวใจของพวกเขารู้สึกได้ถึงความกลัวที่ปรากฏขึ้นมา

        มุมปากของเธอยกยิ้มบางเบาเหมือนที่เคยมีมาตลอด เธอเดินเข้ามาอยู่ตรงหน้า ทว่าบนใบหน้าและร่างกายของเธอกลับเหมือนหมอกควันอันเลือกราง ทำให้เงาร่างของเธอที่อยู่ในกรอบสายตาของเขาวูบไหวเหมือนสายหมอก…… ราวกับเธอปรากฏตัวขึ้นในความฝัน

        สิ่งนี้ทำให้หากมีคนมองเธอเพียงแวบเดียวก็สามารถจดจำผู้หญิงคนนี้ได้ตลอดชีวิต

        “เซี่ยเทียน?” เมื่อคิดถึงชื่อที่โดดเด่นสะดุดตาที่อยู่ในรายการจัดอันดับเลเวล ดวงตาเรียวของเทียนจือจื่อก็หรี่ลงเล็กน้อย มันเป็นสายตาเย็นชาที่ไม่มีใครรู้ความหมายราวกับคมมีดที่ตัดผ่าลงมาอย่างฉับพลัน “ เซี่นเทียนงั้นเหรอ เหอะ เขาก็คงจะแค่โชคดีได้รับภารกิจลับแค่นั้นแหละ บางทีเขาอาจจะใช้วิธีอะไรบางอย่างในการผ่านการทดสอบระดับนรกก็ได้ ทั้งหมดนั่นมันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้นแหละ คนอย่างเขาจะมีคุณสมบัติอะไรที่จะกลายเป็นราชา”

        เสียงถอนหายใจเบาๆออกมาจากปากของหญิงสาว เธอเบนสายตามองไปยังพื้นที่เบื้อหน้าอย่างเงียบงัน  น้ำเสียงที่เธอพูดออกมานั่นแผ่วเบาเหมือนสายลม “ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลสำหรับความแข็งแกร่งของคนอื่น นายนี่ยังไม่โตเลยจริงๆ”

        ปีนี้เธออายุ 17 แล้ว

        เทียนจือจื่อเป็นพี่ชายของเธอ และปีนี้เขาก็มีอายุ 24 ปี

        น้องสาวที่เด็กกว่าถึงเจ็ดปีแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาก่อนจะถอนหายใจยาวกับความไม่รู้จักโตของพี่ชาย….. นี่อาจจะเป็นภาพที่ชวนหัวเราะ แต่……ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดัง ดังนั้นเทียนจือจื่อจึงไม่เคยยิ้มออกมา เขาไม่ได้แสดงสีหน้าดูถูกหรือไม่พอใจใดๆ ไม่มีแม้กระทั่งคำพูดแก้ตัว มีเพียงแค่มุมปากที่กระตุกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

        เขาไม่มีทางลืมน้องสาวที่ทำให้เขามีวันนี้ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะกลายเป็นขอทานอยู่ริมถนน หรืออาจจะตายไปแล้วก็เป็นได้ เขาอาจจะอกตัญญู ด่าทอหรือหัวเราะเยาะเย้ยพ่อแม่ของตัวเองได้ แต่เขาจะไม่พูดอะไรที่เป็นการไม่ให้เกียรติน้องสาวของเขาเด็ดขาด

        เรื่องนี้มีเพียงแค่คนในครอบครัวของเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากชื่อแล้ว ทั้งหมดก็ถูกปกปิดไว้ไม่ให้คนภายนอกได้รับรู้ เพื่อไม่ให้พวกเขารับรู้เกี่ยวกับน้องสาวของเขาที่เป็นคนที่น่ากลัวที่สุดในตระกูลด้วย ความน่ากลัวของเธอนั้นน่ากลัวจนบางทีเขาก็คิดว่าร่างกายของเขาเองยังหยุดสั่นไม่ได้

        ในจิตใต้สำนึกของเขา เขากลัวเธอ จนอาจพูดได้ว่าเธอคือคนเดียวที่เขาหวาดกลัว เป็นคนเดียวที่ตำหนิเขาได้ และยังเป็นคนที่ควบคุมเขาด้วย

        “อย่ามองข้ามศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเอง และยิ่งอย่ามองข้ามใครทั้งนั้น แม้ว่าเขาจะเป็นขอทานข้างถนน นี่เป็นเรื่องที่ฉันเคยบอกนายเมื่อนานมาแล้วนี่” หญิงสาวพูดออกมาเสียงเบา สีหน้าของเธอราวกับดอกไม้ท่ามกลางเมฆหมอก แม้เธอจะรู้ดีว่าเขากำลังฟังอยู่ในตอนนี้ แต่ใช้เวลาไม่นานเขาก็จะลืมมันไปจนหมดสิ้น คนเราน่ะเปลี่ยนยาก และนิสัยของเขาเองก็เช่นกัน

        “ฉันสนใจคนที่ชื่อเซี่ยเทียนนี่ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะกลัวเขา” เทียนจือจื่อพูด แบคอัพที่ยิ่งใหญ่มากพอที่จะมองข้ามโลกนี้ไปได้ กลายเป็นความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจของเขาไปแล้ว เขาชอบและเคยชินกับความรู้สึกที่ทุกอย่างอยู่ในกำมือของเขา

        “แล้ว ตอนแรกทำไมนายถึงไม่กล้าไปต่อกรกับเทียนโม่เซี่ยล่ะ” ดวงตาของหญิงสาววูบไหวเล็กน้อย เธอเบนสายตาไปมองเขาวูบหนึ่ง สิ่งที่เธอพูดออกมาพุ่งเขาสู่จุดอ่อนของเทียนจือจื่อโดยตรง

        “เพราะ……. เหอะ เขาไม่ได้มายุ่งกับผลประโยชน์ของเราก็แค่นั้นแหละ ไม่อย่างนั้นแสงทั้งหมดที่เขาเคยมีก็คงจะดับสลายไปภายใต้น้ำมือของฉันนานแล้วล่ะ……. คนๆเดียวอาจจะชนะคนสิบคน ชนะคนร้อยคน….. หรืออาจจะชนะคนพันคนได้….. แต่ต่อหน้าคนเป็นล้านภายใต้กิลล์ปีกแห่งท้องฟ้าเข้าก็เป็นแค่มดตัวหนึ่งเท่านั้นแหละ” เทียนจือจื่อยิ้มออกมาอย่างดูถูกเหยียดหยามและเป็นรอยยิ้มที่ดูบิดเบี้ยวเล็กน้อย

        “ก็จริงที่เทียนโม่เซี่ยไม่สามารถเอาชนะคนเป็นหมื่นคนได้ แต่เขาสามารถเอาชีวิตนายได้ภายใต้การปกป้องของคนเป็นแสน นายเชื่อไหมล่ะ?” หญิงสาวพูดอย่างสงบ น้ำเสียงที่เธอพูดออกมาก็แฝงแววอ่อนโยน แต่สิ่งที่หูของเทียนจือจื่อได้ยินกลับเป็นเหมือนกับสายลมเย็นเยียบ

        รอยยิ้มบนใบหน้าของเทียนจือจื่อแข็งค้าง……. เทียนโม่เซี่ย คนๆนี้ดึงดูดความสนใจของเขาไปได้ และยังเป็นชื่อที่เขาไม่อาจดูถูกได้อีกด้วย แม้ว่าเขาจะไม่เคยพบกับเทียนโม่เซี่ยมาก่อน แต่ข่าวที่เขาได้ยินมาและยังมีวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับคนๆนี้ก็ทำให้เขาเข้าใจทุกอย่างได้ละเอียดมากขึ้น หลังจากได้ดูภาพเล็กๆน้อยๆที่เกี่ยวกับเทียนโม่เซี่ยไปแล้วในใจของเขาก็ไม่อาจลบเงาของเทียนโม่เซี่ยออกไปได้…… และเงานั้นก็คือเงาดำแห่งความชั่วร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย

        ได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับหนึ่งท่ามกลางคนเป็นล้าน……. ชายที่เป็นเหมือนกับปีศาจ เขา…..จะทำได้จริงๆเหรอ?

        “ไหนๆตอนนี้ก็เลือกที่จะทำเรื่องผิดๆไปแล้ว งั้นนายก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจทั้งหมดของตัวเอง ฉันไม่ได้หวังให้คำพูดของฉันสั่นคลอนหัวใจนายได้หรอกนะ” หญิงสาวพูดออกมาอย่างช้าๆ ดวงตาที่ลึกล้ำเหมือนดวงดาวท่ามกลางท้องฟ้าคู่นั้นเจาะทะลุเข้ามาในใจของเทียนจือจื่อ

        “เธอคิดมากเกินไปแล้ว…… ฉันก็อยากจะเห็นจริงๆว่าภายใต้การยั่วยุจากกิลล์ปีกแห่งท้องฟ้าของฉัน เขาจะกล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉันหรือเปล่า!” ท่าทางของเทียนจือจื่อผ่อนคลายลง แล้วรอยยิ้มสบายๆก็ปรากฏขึ้นมา “แล้วก็ผู้ชายที่ฉันหมายหัวไว้คนนั้น เขาต่างหากที่เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของฉัน”

        สายตาของหญิงสาวมองไปที่เขา ใบหน้าสงบนิ่งนั้นในที่สุดก็เผยอารมณ์ออกมาชัดเจน “สวรรค์ได้มอบดวงตาคู่ใหม่ให้ฉันแล้ว ฉันน่าจะไปดูสักหน่อยว่าผู้หญิงที่ทำให้พวกนายเป็นบ้าได้ขนาดนี้จะสวยขนาดไหน”

        เทียนจือจื่อหันหลับมาจ้องมองหญิงสาวแล้วพูดขึ้น “จะว่าไปแล้ว ที่ฉันสนใจยิ่งกว่าก็คือผู้ชายที่ทำให้เธอสนใจได้จะเป็นแบบไหนมากกว่า”

        “คนๆนั้นยังไม่ปรากฏตัวออกมาหรอก บางทีเขาอาจจะไม่ปรากฏตัวออกมาเลยตลอดไปก็ได้” เธอยิ้มบาง น้ำเสียงของเธอไม่มีแววเศร้าหรือเสียใจ แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยความโลงใจ

        “……..จริงๆแล้วฉันก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าบนโลกใบนี้จะมีใครที่คู่ควรกับเธอ…….. แม้แต่เจ้าคนที่ถูกเรียกว่า “เสินจือจื่อ” นั่นที่เป็นคนเดียวที่สามารถต่อกรกับฉันได้ ฉันก็คิดว่าเขายังไม่คู่ควรกับเธอเลยสักนิด แล้วยังมีกองทัพที่จิงหัวที่แม้แต่เขาก็ยังไม่กล้าต่อกรด้วยอีก  หมอนั่นก็ไม่คู่ควรกับเธอเหมือนกัน ถ้าเธอกับฉันไม่ได้เป็นพี่น้องกันล่ะก็ ฉันก็คงจะได้แต่ละอายใจเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอแน่ๆ คงไม่กล้ามีใจคิดอะไรๆกับเธอหรอก เธอน่ะ ไม่น่าอยู่บนโลกใบนี้เลย น้องสาวของฉัน”  เทียนจือจื่อจ้องมองเธอก่อนจะแสดงสีหน้าหงอยเหงาและเย้ยหยันตัวเองออกมา

        “ผู้ชายในชีวิตของฉันคือ ‘ราชา’ ที่แท้จริงเท่านั้น”

        เธอกระซิบเสียงต่ำ ไม่รู้ว่าพูดให้ตัวเองได้ยินหรือว่าพูดให้เขาได้ยินกันแน่ เธอหมุนตัวกลับไปอย่างสง่างามแล้วค่อยๆจากไป แต่แล้วเสียงกระซิบอันเลือนรางของเธอก็แว่วเข้าหูของเทียนจือจื่อเบาๆ “ศัตรูที่แท้จริงของนายไม่ใช่จ้างเสิน แต่เป็นเซี่ยเทียน และก็คือเทียนโม่เซี่ยตัวจริง ถ้านายเยียบเขาให้จมดินได้ นายก็จะสามารถเหยียบจ้างเสินให้จมดินได้ง่ายๆเหมือนกัน แล้วนายก็จะได้ในสิ่งที่นายต้องการ……. หลิ่วชีเยว่คนนั้นไงล่ะ”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม