0 Views

        “นายท่าน……” ไอร้อนที่ลอยเอื่อยออกมาจากชามเล็กบดบังดวงตาของกั่วกัว ร่างเล็กๆของเธอวนไปเวียนมาอยู่รอบๆชามนั้น ในที่สุดเธอก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายเหมือนคริสตัลจ้องมองมายังเย่เทียนเซี่ยอย่างน่าสงสารแล้วเริ่มเปิดฉากจู่โจมดวงตาแข็งกร้าวที่ไม่เคยแพ้ใครมาก่อนของเขา

        เย่เทียนเซี่ยทำได้เพียงถือช้อนพลาสติกเอาไว้แล้วตักโจ๊กขึ้นมาจนเต็ม เขาอาศัยช่วงที่ซูเฟยเฟยเผลอค่อยๆวางมันลงบนตัก กั่วกัวรีบบินตามลงไปทันที เธอยืนอยู่บนขาของเย่เทียนเซี่ยแล้วถือช้อนพลาสติกที่เต็มไปด้วยโจ๊กขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย

        “อู้หู………โอโห…… ว๊าวๆๆ  อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ อร่อยมากจริงๆ…… อร๊อยอร่อย…….” กั่วกัวพยายามกินไปด้วยพร้อมกับแก้มป่องๆและยังพยายามส่งเสียงอู้อี้ออกมา

        “แล้วก็ๆ ตอนที่ฉันทำความสะอาดเมื่อบ่ายน่ะ ฉันเจอกล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วก็ผลไม้อัดกระป๋องเยอะแยะเลย เฮ้อ ผู้ชายขี้เกียจอย่างนายกินของแบบนี้เข้าไปทุกวันได้ยังไง…… ฉันตัดสินใจแล้วล่ะ เพื่อร่างกายของนาย…… และเพื่อความปลอดภัยของฉัน ถ้านายแข็งแรงขึ้นอีกหน่อยนายก็จะปกป้องฉันได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น…..ตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป อาหารที่นายจะกินฉันจะเป็นคนตัดสินใจเอง! ฉันจะทำอาหารสุขภาพที่อร่อยและเหมาะสมกับร่างกายของนายที่สุดให้นายกิน!”

        “อาหารสุขภาพ?” มุมปากของเย่เทียนเซี่ยกระตุกน้อยๆ เขาคิดว่าบนโลกใบนี้คงจะหาอาหารที่จะทำให้ร่างกายของเขาแข็งแรงยิ่งกว่าตอนนี้ไม่ได้อีกแล้ว

        “อื้ม…… บอกนายไว้ก่อนก็ดี ตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป อาหารเช้าของวันจันทร์คือโจ๊กหนึ่งชาม นมหนึ่งแก้ว ขนมปังโฮลวีทสามแผ่น ส้มหนึ่งลูก อาหารเที่ยงเป็นเนื้อวัวอบ สลัดผัก ซุปฟักเขียว มะเขือเทศสดหนึ่งลูก อาหารเย็นเป็นโจ๊กชามเล็กหนึ่งชาม ผัดหน่อไม้ฝรั่ง แตงกวาสดหนึ่งลูก  อาหารเช้าของวันอังคารจะต้องเป็นมันฝรั่งอบหนึ่งลูก แอปเปิ้ลหนึ่งลูก น้ำเต้าหู้แก้วใหญ่หนึ่งแก้ว ขนมปังสองแผ่น มื้อเที่ยงเป็นไข่ต้มสามฟอง ปลาเผาหนึ่งตัวกับผัดเห็ดรวมมิตร มื้อเย็นเป็นโจ๊กมันหวานหนึ่งชาม สลัดผักโขม แล้วก็ผัดเต้าหู้ ส่วนอาหารเช้าของวันพุธก็เป็นโจ๊กข้าวโอ๊ตหนึ่งชาม นมวัวหนึ่งแก้ว องุ่น 20 ลูก มื้อเที่ยงเป็นกุ้งสามตัว ซุปแครอบหนึ่งถ้วย…………………………………………………………………”

        หลังจากนั้นหนึ่งนาทีสีหน้าของเย่เทียนเซี่ยก็ซีดขาว สามนาทีต่อมาบางอย่างเหมือนฟองสีขาวๆก็เริ่มจะพุ่งออกมาจากกระเพาะของเขา เย่เทียนเซี่ยกดหัวลง พยายามกลืนโจ๊กเนื้อในชามเล็กๆนั่นลงไปจะกระทั่งคำสุดท้าย

        “นายท่าน เอาอีก…..เอาอีก” กั่วกัวที่กินโจ๊กจากช้อนเล็กๆจนหมดแล้วเขย่งปลายเท้าขึ้น มือน้อยๆของเธอยกช้อนที่ถูกเลียจนสะอาดเอี่ยมอ่องขึ้นสูง ดวงตาที่จ้องมองมาของเธอเหมือนกับดวงดาวดวงน้อยๆ

        เย่เทียนเซี่ยถือชามที่ถูกเขาซดจนเกลี้ยงเอาไว้ก่อนจะมองไปยังดวงตาน่าสงสารของกั่วกัว แล้วในที่สุดเย่เทียนเซี่ยก็กลืนโจ๊กคำสุดท้ายลงคอไปจนหมดอย่างไร้ยางอาย

        “ไม่มีแล้ว…… ไม่มีแล้ว…… ฮือๆๆๆๆๆ ทำไมไม่มีแล้วล่ะเจ้าคะ……. โอ้โห!! เพราะนายท่านกินหมดแล้วนี่เอง นายท่านเห็นแก่ตัวที่สุด กินคนเดียวจนหมดเลย นายท่านไม่ชอบกั่วกัวเลยซักนิด ไม่รักกั่วกัวเลย นายท่านแย่ที่สุด….. ฮือๆ……”

        กั่วกัวนั่งลงบนขาของเย่เทียนเซี่ยแล้วกอดช้อนพลาสติดไว้แนบอกพร้อมกับร้องไห้ออกมา เย่เทียนเซี่ยปวดหัวขึ้นมาทันที  หลังจากจัดการกับความยุ่งเหยิงในใจได้เขาก็หยิบช้อนในมือกั่วกัวขึ้นมา ก่อนจะ “คาย” โจ๊กที่ยังไม่ได้กลืนลงไปอีกนิดหน่อยใส่ช้อนคันเล็ก

        กั่วกัวเงียบเสียงลงทันทีก่อนจะกอดช้อนคันเล็กแน่นแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าเล็กๆแสดงออกถึงความพึ่งพอใจที่ได้รับ ไม่ได้คิดเลยสักนิดว่าสิ่งที่เธอกินเข้าไปทั้งหมดนั้นมันถูกเย่เทียนเซี่ยกินเข้าไปแล้ว

        เย่เทียนเซี่ยคือคนที่ถูกกั่วกัวเรียกว่านายท่าน ทว่าตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้เขาคิดว่า…….ตัวเองต่างหากที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กของยัยเด็กตัวจิ๋วนี่ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเด็กผู้หญิงแบบนี้เขาอยากจะด่าอยากจะตีก็ทำไม่ได้ แต่ต่อให้ด่าได้ตีได้เขาก็หักใจทำไม่ลงอยู่ดี เพราะเธอไร้เดียงสาขนาดนี้ น่าสงสารขนาดนี้ สายตาของเธอก็บริสุทธิ์ได้ขนาดนี้ ทั้งหมดนั้นสามารถทำลายหัวใจที่แข็งเหมือนหินทั้งหมดบนโลกใบนี้ได้

        มันคือเสน่ห์เฉพาะตัวของกั่วกัว……หรือจะพูดว่ามันคือความสามารถของเธอก็ว่าได้

        วันแรกที่ซูเฟยเฟยมาถึงที่นี่ ก็นำพาความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่มาสู้ชีวิตของเย่เทียนเซี่ยซะแล้ว เมื่อกินอาหารเย็นชามแรกที่ซูเฟยเฟยทำมาจนหมด ความประทับในของเขาที่มีต่อซูเฟยเฟยก็เกิดความเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย

        แต่สำหรับซูเฟยเฟย วันนี้ก็เป็นวันที่ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปครั้งใหญ่เช่นกัน เธอทั้งดื้อรั้นและทุ่มเทให้การตัดสินใจที่คนอื่นๆยากจะเข้าใจ แต่มีแค่เธอเท่านั้นที่รู้ว่าเธอปรารถนาความรู้สึกปลอดภัยเช่นนี้มากขนาดไหน เมื่อคนแบบนี้ปรากฏตัวขึ้นมา จะว่าบ้าก็ได้หรือจะว่าประมาทก็ดี หรือต่อให้ผลของมันจะเป็นเหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ เธอก็ยังยืนยันที่ละเลือกเส้นทางนี้ ทุกวันที่ผ่านไปด้วยความหวาดกลัว ทุกวันได้แต่จมลงไปในเงาแห่งความมืดมิด ทุกวันที่ต้องตื่นจากฝันร้าย…… ชีวิตแบบนั้นเธอไม่ต้องการมันอีกแล้ว

        ดังนั้นเธอจึงต้องการจะอยู่ข้างกายของเย่เทียนเซี่ย อยู่เคียงข้างชายที่ช่วยชีวิตเธอไว้และยังเป็นชายที่แข็งแกร่งจนเธอแทบไม่อยากเชื่อ เขาสามารถใช้ร่างกายหยุดกระสุนได้และยังปลิดชีพคนอีกสี่คนด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกในชั่วพริบตา เมื่อมีคนแบบนี้คอยปกป้อง เธอยังต้องกลัวหรือกังวลอะไรอีก

        ซูเฟยเฟยนั่งอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง เธอมองไปยังภาพบนจอทีวี แต่หูของเธอกลับได้ยินเสียงน้ำดังขึ้นมาจนทำให้หัวใจของเธอปั่นป่วนไปหมด สมองของเธอก็ดันวาดภาพเย่เทียนเซี่ยกำลังอาบน้ำขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่……. ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่เธออาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับผู้ชายสองต่อสอง และยังเป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินเสียงผู้ชายอาบน้ำด้วย ดังนั้นหัวใจของเธอจึงเริ่มเต้นโครมครามไม่หยุด

        เธอพยายามบังคับตัวองให้มีสมาธิอยู่กับภาพบนหน้าจอทีวีตรงหน้า แล้วความคิดของเธอก็ถูกละครในทีวีดึงดูไปในที่สุด…… มันคือภาพของแม่ลูกที่ต้องแยกจากกันด้วยความตาย

        ดวงตาของซูเฟยเฟยเหม่อลอย เธอจ้องมองไปยังภาพเบื้องหน้าที่มีแม่ลูกกำลังร้องไห้ปานจะขาดใจ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกทุบหนักๆ ความเจ็บปวดและความโศกเศร้าพุ่งขึ้นมาในใจของเธอ จนทำให้เธอคิดย้อนไปถึงเรื่องเมื่อสิบปีก่อน…… ในคืนที่วุ่นวายนั้น แม่ของเธอได้ใช้ร่างกายและชีวิตปกป้องเธอที่ยังเป็นเด็กจากกระสุนปืน……

        น้ำตาเอ่อล้นบดบังดวงตาของเธอโดยไม่ตั้งใจ เธอก้มหน้าต่ำแล้วฉีกกระดาษทิชชู่ซับลงไปบนดวงตา เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้และร้องไห้ออกมาโดยไร้เสียง

        ประตูห้องอาบน้ำถูกเปิดออก เย่เทียนเซี่ยที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินออกมาจากในนั้น นอกจากเส้นผมที่ยังคงมีร่องรอยความชื้นอยู่แล้ว ร่างกายของเขาก็แทบจะไม่มีร่องรอยของการอาบน้ำเลย เมื่อมองเห็นไหล่ที่สั่นสะท้านไม่หยุดของซูเฟยเฟยสายตาของเย่เทียนเซี่ยก็นิ่งค้าง เขาเดินเข้าไปก่อนจะก้มหน้าพูดออกมา “………เป็นอะไรเหรอ? ใครทำเธอร้องไห้อีกล่ะ?”

        “ฉัน…..ฉันไม่ได้ร้องซักหน่อย” การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเย่เทียนเซี่ยทำให้ซูเฟยเฟยไม่ทันตั้งตัว  เธอหันหน้ากลับมาอย่างดื้อดึง ทำให้เขามองเห็นตาแดงๆของเธอ “….ก็ ก็เรื่องในทีวีมันทำให้ฉันคิดไปถึงเรื่องเมื่อก่อนน่ะ…..”

        เรื่องในทีวี? เย่เทียนเซี่ยมองไปทางทีวีด้วยความสงสัย…….

        “…….คุณทุกข์ทรมานกับการมีบุตรยากใช่ไหม? เพราะคุณผ่านการทำแท้งมาจึงไม่สามารถมีบุตรได้ใช่ไหม? คุณยังคงกังวลเกี่ยวกับปัญหาการไม่สามารถมีบุตรได้ใช่หรือไม่? ตอนนี้คุณจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว พวกเราโรงพยาบาลXX เมืองXX ได้นำเข้าอุปกรณ์อันทันสมัยมากจากต่างประเทศ พวกเรายังมีบุคลากรและการบริการชั้นหนึ่งสำหรับคุณ พิเศษสำหรับผู้ที่มีบุตรยากทั้งโดยกำเนิดและเนื่องมาจากสาเหตุอื่นๆ โรงพยาบาลของเรามีการรับประกันเป็นพิเศษ รักษาก่อนจ่ายเงินทีหลัง ผู้ที่รักษาไม่สำเร็จจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนและค่าชดเชยอีก XXXX หยวน เพราะเราเป็นหนึ่งและเชี่ยวชาญ! ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน: XXXX-XXXXXXX หรือเว็บไซด์ : XXXXXXXXXX.com ที่อยู่: ฟหกดเสวง………..”

        “!@#¥%……” เย่เทียนเซี่ย

        ——————————————————————————————————-

        (มีนักเรียนมาบอกว่าระดับประกายฟ้าในการตั้งค่าระดับดูไม่ค่อยโอเคเท่าไร……. จริงๆแล้วผมก็รู้สึกไม่ค่อยโอเคนะ ทุกครั้งที่เขียนสองตัวนี้ลงไปก็จะคิดไปถึงบางอย่างในบางประเทศ ดังนั้นก็เลยไปปรึกษากับนักเรียนสองสามคนแล้วก็ตัดสินใจว่าเปลี่ยนเป็นระดับสวรรค์เถอะ ยังไงก็เป็นระดับของสวรรค์ ต่อจากนี้จะมีหลายคำที่มันจะดูแฟนตาซียิ่งขึ้น……

        อีกอย่างนึง…… ต่อไปนี้ตัวละครจะเข้าสู่กระบวนการการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ อาชีพน่ะมีแน่นอน พลังแห่งโชคชะตาก็มี ทักษะก็มี สัตว์เลี้ยงก็มี อาวุธสวรรค์ก็ต้องมี……. อะไรมันก็มีหมดนั่นแหละ!)

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม