0 Views

        เมื่อการโจมตีของเย่เทียนเซี่ยมาถึงครั้งที่สี่ หลอดเลือดของราชาวิญญาณที่ตกอยู่ภายใต้การกัดกร่อนของแสงสว่างก็ว่างเปล่าในที่สุด มันล้มลงบนพื้นแล้วแน่นิ่งไป กลุ่มควันสีเทาที่เคยห่อหุ้มร่างกายของมันเอาไว้ก็หยุดเคลื่อนไหวและค่อยๆจางหายไป ร่างที่ยังไม่มีรูปลักษณ์ที่แน่นอนของราชาวิญญาณปรากฏออกมาและยังมีแสงสว่างจากไอเทมมากมายส่องสว่างขึ้นมาด้วย

        “ติ๊ง! ท่านสังหารราชาวิญญาณ บอสขุนนางเลเวล 15 ได้สำเร็จ ชื่อเสียง +15”

        “ติ๊ง! ระดับของท่านเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 15 พลังชีวิต +10, พลังเวทย์ +10, ได้รับคะแนนคุณสมบัติอิสระ 5 คะแนน”

        “ติ๊ง! ท่านสังหารราชาวิญญาณวัยเด็กได้สำเร็จ และได้ทำภารกิจลับเพียงหนึ่งเดียว ‘หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าเมืองกู่ผิง’ สำเร็จแล้ว เชิญท่านไปรับรางวัลภารกิจได้ที่เจ้าเมืองกู่ผิงค่ะ”

        ค่าประสบการณ์ที่ได้จากบอสขุนนางจำนวนมากทำให้ค่าประสบการณ์ 80% ในเลเวล 14 ของเย่เทียนเซี่ยเต็มร้อยขึ้นมาทันทีจนระดับของเขาเลื่อนขึ้นไปถึงเลเวล 15 เขาเก็บดวงไฟธาตุแสงที่กลิ้งไปบนพื้นขึ้นมาช้าๆ เย่เทียนเซี่ยแทบอดไม่ไหวอยากจะตะโกนออกไปให้ก้องโลก……… การต่อสู้ที่ควรจะน่ากลัวและน่าตื่นเต้นครั้งนี้ได้เริ่มต้นและจบลงแล้วด้วยวิธีง่ายๆเช่นนี้

        ตามคำพูดที่เด็กหญิงคนนั้นพูดไว้ว่าดวงไฟธาตุแสงสามารถปลดปล่อยแสงออกมาได้สามนาที ผลของแสงนั้นเพิ่งจะแสงออกมาอย่างต่อเนื่องได้ไม่ถึงครึ่งนาทีเย่เทียนเซี่ยก็รีบปิดการแสดงผลของมันอย่างรวดเร็วแล้วเก็บเข้าไปในกระเป๋า สำหรับ “ฮีโร่” ที่สร้างผลงานยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ตอนนี้เย่เทียนเซี่ยแทบจะรอให้เวลาทุกวินาทีของเขาผ่านไปอย่างไร้ค่าไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เพราะไม่รู้ว่าวันไหนเขาจะได้ทำเรื่องที่โดดเด่นเช่นวันนี้อีก………. โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์วิญญาณที่อ่อนแอ

        ร่างกายของราชาวิญญาณไม่ได้มีสภาพเป็นโครงกระดูก แต่มันเริ่มมีร่างกายเหมือนมนุษย์ ดูๆไปแล้วเหมือนเด็กอายุสามสี่ขวบ บอสขุนนางนั้นปรากฏตัวออกมาได้ยากยิ่ง และทุกครั้งหลังจากที่ฆ่าไปหนึ่งตัวก็จะต้องรอให้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน อาจจะหลายวัน หลายอาทิตย์ หรืออาจจะหลายเดือนกว่าจะมีตัวใหม่เกิดขึ้นมา ทว่าสำหรับราชาวิญญาณที่เป็นบอสพิเศษแล้ว การจะปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งไม่รู้จะต้องรอต่อไปอีกกี่ปี เพราะพลังของมันไม่ได้เป็นเพียงแค่บอสขุนนางตัวหนึ่ง แต่เพราะตอนนี้พลังของมันยังอยู่ในวัยเด็กและยังไม่ตื่นขึ้นมาเต็มที่ ดังนั้นพลังที่แสดงออกมาจึงเทียบเท่ากับบอสขุนนางเท่านั้น

        ทว่าบอสขุนนางที่หายากแบบนี้เมื่อถูกฆ่าไปก็มักจะดรอปของล้ำค่าตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย

        แม้ว่าจะไม่มีเงินเลยแม้แต่เหรียญเดียวแต่รอบๆซากของราชาวิญญาณกลับรายล้อมไปด้วยไอเทมที่ส่องแสงสีทองออกมาสองชิ้นและไอเทมที่ส่องแสงสีเงินออกมาสามชิ้น การดรอปของออกมามายมายขนาดนี้ไม่ได้เป็นเพราะถูกฆ่าอย่างเดียว แต่เป็นเพราะเย่เทียนเซี่ยมีค่าโชคถึง 12 หน่วยเหตุการณ์เช่นนี้ถึงได้ปรากฏขึ้นมา

        เสื้อคลุมวิญญาณ : ไอเทมระดับทอง

        เงื่อนไขการใช้งาน : อาชีพใดๆก็ตามที่มีเลเวล 15, เนื่องจากยังไม่ได้กำหนดคุณสมบัติดังนั้นจึงยังไม่สามารถใช้งานได้

        เสื้อคลุม!!

        เสื้อคลุมเป็นไอเทมชนิดหนึ่งที่ปรากฏออกมายากมากท่ามกลางไอเทมประเภทต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นไม่ว่าร้านขายอาวุธของเมืองเล็กหรือเมืองใหญ่ก็ล้วนสามารถหาซื้อไอเทมประเภทต่างๆจำพวกหมวกเกราะ เกราะสงคราม เกราะขา รองเท้าหรือถุงมือที่เป็นไอเทมระดับขาวได้ แต่กลับไม่มีร้านขายอาวุธใดๆขายเสื้อคลุมเลยแม้แต่แห่งเดียว

        เมื่อมองสำรวจเสื้อคลุมสีดำสนิททั้งชุดและแสงสีเทาบางเบาที่ปกคลุมมันไว้อีกชั้นเย่เทียนเซี่ยก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง…….. แม้ว่าจะยังไม่ได้ตั้งค่าคุณสมบัติและยังใช้ไม่ได้ แต่เขาที่ไม่มีอาชีพก็ไม่มีคุณสมบัติในการสวมใส่อยู่ดี

        ส่วนไอเทมสีทองอีกชิ้นหนึ่งคือหอกยาวที่ส่องแสงสีทองออกมาอ่อนๆท่ามกลางแสงสีเทาเข้ม…… มันคือหอกวิญาณ

        หอกวิญญาณ : ไอเทมระดับทอง

        เงื่อนไขในการใช้ : อาชีพนักรบเลเวล 15 เนื่องจากยังไม่ได้กำหนดคุณสมบัติจึงยังไม่สามารถใช้งานได้

        เมื่อมองชื่อของไอเทมระดับเงินอีกสามชิ้นที่เหลือจนหมดเย่เทียนเซี่ยก็เก็บไอเทมทั้งห้าชิ้นเข้าไปในกระเป๋าแล้วเก็บม้วนคัมภีร์ที่ส่องแสงสีเทาสลัวอยู่บนพื้นขึ้นมา

        ม้วนคัมภีร์ทักษะ :

        หมอกนรก : หลังจากเรียกใช้จะช่วยให้เรียนรู้ทักษะ “หมอกนรก” ได้โดยอัตโนมัติ หลังทักษะแสดงผลจะสามารถเรียกหมอกแห่งความตายมาปกคลุมร่างกายได้และทำให้ความเร็วลดลง

        ม้วนคัมภีร์ทักษะนั้นมีค่ามหาศาล อัตราการปรากฏของม้วนคัมภีร์ทักษะนั้นก็น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย

        เย่เทียนเซี่ยงุนงงไปเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะมีค่าโชค 12 หน่วยซึ่งมากกว่าผู้เล่นทั้งหมด แต่เขาก็ไม่คิดเลยว่าหลังจากพยัคฆค์สงครามอเมทิสต์ที่เมืองเริ่มต้นแล้ว บอสขุนนางตัวที่สองที่เขาฆ่าจะดรอปม้วนคัมภีร์ทักษะออกมาด้วย

        ม้วนคัมภีร์ทักษะหมายถึงอะไร? น้ำยาใช้แล้วก็หายไป ไอเทมก็ยังต้องเปลี่ยนในซักวันหนึ่ง แต่ทักษะ…….ถ้าเรียนรู้แล้วก็จะติดตัวไปตลอดชีวิต ขณะเดียวกันม้วนคัมภีร์ทักษะที่ดรอปออกมาจากมอนสเตอร์ก็ไม่ใช่ทักษะอาชีพที่ผู้เล่นสามารถเรียนรู้ได้จากปรมาจารย์สายอาชีพ ดังนั้นมูลค่าของม้วนคัมภีร์ทักษะจึงมีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะตีราคาได้ เพราะเหตุนี้ทำให้อัตราการปรากฏของมันถูกกำหนดให้น้อยมากๆ

        แม้ว่าทักษะนั้นจะดูอย่างไรก็ไม่ใช่ทักษะที่แข็งแกร่งเลยก็ตาม

        เย่เทียนเซี่ยเก็บม้วนคัมภีร์ทักษะกลับเข้าไปในกระเป๋า เขาทรุดตัวลงด้านหน้าร่างเล็กๆของราชาวิญญาณแล้วใช้ทักษะ “เก็บรวบรวม” กับซากของมัน

        “ติ๊ง! ทักษะเก็บรวบรวมของท่านล้มเหลวค่ะ!”

        ล้มเหลว?

        เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นข้างหูทำให้เย่เทียนเซี่ยตะลึงไปเล็กน้อย เพราะเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นมาอย่างชัดเจนนั้นไม่ใช่ “ไม่มีสิ่งใดให้เก็บรวบรวม” แต่เป็นเก็บรวบรวมล้มเหลวเนี่ยนะ?

        สาเหตุที่เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นมีเพียงอย่างเดียว……… สิ่งของบนร่างของราชาวิญญาณมีระดับที่สูงเกินไป และทักษะเก็บรวบรวมของเขามีระดับต่ำเกินไป จึงไม่สามารถเก็บรวบรวมได้

        เย่เทียนเซี่ยไม่สนใจและไม่ได้จากไปในทันที แต่ยังพยายามใช้ทักษะเก็บรวบรวมกับซากของราชาวิญญาณซ้ำแล้วซ้ำอีก

        “ติ๊ง! ทักษะเก็บรวบรวมของท่านล้มเหลวค่ะ!”

        “ติ๊ง! ทักษะเก็บรวบรวมของท่านล้มเหลวค่ะ!”

        “ติ๊ง! ทักษะเก็บรวบรวมของท่านล้มเหลวค่ะ!”

        “ติ๊ง! ………………………”

        ผลที่ตามมาจากการใช้ทักษะเก็บรวบรวมทำให้พลังเวทมนต์ของเย่เทียนเซี่ยลดลงทีละนิดๆ หลังจากใช้ทักษะเก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องกว่าสิบสองครั้งเย่เทียนเซี่ยก็ยังคงมีสีหน้าไม่แยแส เขาไม่ได้มีสีหน้าหมดหวังหรือทนไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว เขาหรอกน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทลงคอไม่หยุดแล้วก็เรียกใช้ทักษะเก็บรวบรวมซ้ำแล้วซ้ำอีก

        “ติ๊ง! ทักษะเก็บรวบรวมของท่านล้มเหลวค่ะ!”

        “ติ๊ง! ท่านได้เก็บรวบรวม ‘เมล็ดพันธุ์แห่งความตาย’”

        “ติ๊ง! ทักษะเก็บรวบรวมของท่านเลื่อนขึ้นเป็นระดับสูง ท่านสามารถเก็บรวบรวมไอเทมที่มีระดับสูงขึ้นได้จากซากมอนสเตอร์หรือพื้นที่พิเศษค่ะ”

        เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นข้างหูทำให้เย่เทียนเซี่ยยกยิ้มมุมปาก และขณะเดียวกันนั้นซากของราชาวิญญาณก็สลายเป็นผุยผงลงไปอย่างช้าๆ หลังจากที่มอนสเตอร์ตายแล้วซากของมันจะยังคงอยู่ที่จุดเดิมชั่วขณะหนึ่ง ร่างของมอนสเตอร์ทั่วไปจะคงสภาพอยู่ได้ประมาณหนึ่งนาที แต่ระยะเวลาในการคงสภาพร่างของมอนสเตอร์ชั้นยอดหนึ่งดาว สองดาว และสามดาวจะนานขึ้นหนึ่งเท่า สองเท่า และสามเท่าตามลำดับ แต่ร่างของมอนสเตอร์ขุนนางจะคงสภาพอยู่ได้ 10 นาที และหลังจากมอนสเตอร์ที่มีระดับสูงขึ้นตายไปร่างของมันจะไม่สูญสลายหายไป

        แต่ราชาวิญญาณที่ถูกเก็บเมล็ดพันธุ์ไปแล้วกลับสูญสลายไปทันทีเพราะมันถือกำเนิดมาจากพลังของเมล็ดพันธุ์แห่งความตาย เมล็ดพันธุ์แห่งความตายก็คือแกนกลางพลังงานและพลังชีวิตของมัน ถ้าหากมันหายไปร่างกายก็จะสูญสลายหายไปเช่นกัน

        ลูกแก้วที่ปลดปล่อยแสงสีเทาเข้มข้นออกมาปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเย่เทียนเซี่ย มันมีขนาดพอๆกับเล็บมือ ทว่าพลังที่มันปลดปล่อยออกมากลับทำให้เย่เทียนเซี่ยรู้สึกเหมือนมีสายลมกำลังกดทับใบหน้าของเขาเอาไว้

        เมล็ดพันธุ์แห่งความตาย : เป็นเมล็ดพันธุ์ที่แฝงไว้ด้วยพลังแห่งความตายที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งมาก ราชาวิญญาณถือกำเนิดมาจากสิ่งนี้ มันสามารถเติบโตได้เพียงในสถานที่ที่มีพลังหยินเท่านั้น วิธีการใช้งานไม่ชัดเจน

        นี่มัน…………..

        ดวงตาของเย่เทียนเซี่ยจ้องมองไปยังลูกแก้วลูกเล็กๆในมือ คำอธิบายของมันทำให้หัวใจของเย่เทียนเซี่ยรู้สึกว้าวุ่น หลังจากคาดเดาในใจไปต่างๆนาๆอยู่เป็นเวลานานในที่สุดเขาก็เก็บมันกลับเข้าไปในกระเป๋า

        พลังแห่งความตายที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งมากเป็นพลังที่สามารถให้กำเนิดราชาวิญญาณขึ้นมาได้……. นี่หมายความว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความตายไม่ใช่ไอเทมธรรมดา แต่มันก็ไม่ใช่ไอเทมที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติได้ และยังไม่สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการหลอมได้อีกด้วย แล้วประโยชน์ที่แท้จริงของมันคืออะไรกันล่ะ?

        ราชาวิญญาณวัยเด็กตายไปแล้ว เป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ของเขาสำเร็จลุล่วงแล้ว มันไม่เพียงราบรื่นกว่าที่เขาคาดคิดไว้ แต่สิ่งที่เขาได้รับยังมากกว่าที่เขาคาดหวังไว้อีกด้วย ในที่สุดเย่เทียนเซี่ยก็มองไปรอบๆสภาพแวดล้อมที่มืดมิดและอับชื้นแห่งนี้ ก่อนจะหยิบม้วนคัมภีร์กลับเมืองกู่ผิงขึ้นมาอย่างพอใจ

        เมืองทุกเมืองไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนมีม้วนคัมภีร์กลับเมืองเป็นของตนเอง ขอเพียงแค่อยู่ภายใต้สถานะปกติก็จะสามารถใช้ม้วนคัมภีร์กลับเมืองกลับไปยังเมืองหรือหมู่บ้านนั้นๆได้ทันที

        “แกว๊กกกกก…………”

        ในตอนที่เย่เทียนเซี่ยกำลังจะใช้ม้วนคัมภีร์กลับเมืองกู่ผิงนั่นเองเสียงร้องดังก้องบาดแก้วหูที่ดังมาจากท้องฟ้าก็ดังขึ้น เสียงนั้นทำให้สถานที่อันมืดมิดสั่นไหวขึ้นมาอย่างฉับพลัน ท่ามกลางเสียงร้องแหลมนั่นร่างของเย่เทียนเซี่ยก็เกิดอาการสั่นอย่างรุนแรง เสียงร้องนั้นดังก้องอยู่ในหูสองข้าง เลือดในกายของเขาปั่นป่วนเดือดพล่าน แม้แต่สติก็แทบจะถูกเสียงแหลมนั่นทำให้แตกซ่านไปหมด

        เพราะเสียงนกร้องนี้ดังขึ้นมาในระยะใกล้ ใกล้เหมือนกับดังอยู่ข้างๆหูเขา

        ตู้ม!

        พื้นดินสั่นไหวขึ้นมาทันที ผนังรอบข้างเริ่มแกว่งไปมาและค่อยๆรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งขยายวงออกมากขึ้น ร่างของเย่เทียนเซี่ยถูกเหวี่ยงไปทางซ้ายทีขวาทีหลายครั้งจนนับไม่ถ้วนก่อนจะตกลงบนพื้น

        เกิดอะไรขึ้น………..

        เสียงนกนั่น…………

        หรือว่า………….

        ตู้ม!

        เสียงตู้มดังสนั่นไปทั่วภายใต้การโจมตีอันรุนแรง ผนังถ้ำสีดำด้านข้างพังครืนลงมาทันทีตามมาด้วยผนังถ้ำที่อยู่ด้านบนที่ถล่มลงมา แสงสว่างจ้าจากท้องฟ้าส่องสว่างลงมาและขับไล่ความมืดมิดจนหมดไปจากที่แห่งนี้

        ร่างของเย่เทียนเซี่ยถอยหลังไปจนแนบติดกับมุมหนึ่ง เขาหลบหลีกก้อนหินที่ลอยเข้ามาเหมือนแมลงก้อนแล้วก้อนเล่า เมื่อแสงสว่างสาดส่องลงมาม่านตาของเขาก็หดเล็กลง……. ตรงหน้าของเขามีเงาร่างสีแดงเลือดเงาหนึ่งปรากฏขึ้นมา

        ในหัวของเขามีเพียงอย่างเดียวที่แวบเข้ามา

        ฟีนิกซ์สีเลือด!

———————————————————————————————————-

เรากลับมาแล้วตามสัญญา………

ตอนนี้เทพเย่ของเราได้เติมเงินแบบเต็มที่แล้ว

แอบสปอยนิดๆว่าเทพเย่ของเราใกล้จะมีอาชีพแล้ววววว จะเป็นอาชีพอะไรยังไง รอคอยกันต่อไปนะครัชชช

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม