0 Views

        นับว่าโชคดีที่มอนสเตอร์ในชั้นสี่ของถ้ำหัวกะโหลกไม่ได้กระจุกตัวกันอย่างหนาแน่นทำให้เย่เทียนเซี่ยมาถึงจุดสิ้นสุดของถ้ำได้อย่างปลอดภัย ตรงหน้าของเขาปรากฏปากถ้ำอันมืดมิดสองทางขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ปากถ้ำทั้งสองมีความสูงประมาณสามคนยืนต่อกัน มีลักษณะเป็นทรงกลม เย่เทียนเซี่ยเดินไปทางปากถ้ำดำมืดทางขวามือแล้วมองเข้าไปเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็เปิดใช้งานแหวนแห่งชีวิตให้มันแสดงผลในการฟื้นฟูพลังชีวิตและดื่มน้ำยาพื้นฟูขั้นสูงเข้าไปอีกหนึ่งขวด หลังจากรอให้เวลาคูลดาวน์ของน้ำยาสิ้นสุดลงเขาก็เดินเข้าไปในถ้ำทางซ้ายมือ

        แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก………………

        มันเป็นเส้นทางยาวเหยียดและดำมืด ทว่าพื้นที่โดยรอบสถานที่แห่งนี้กลับถูกปกคลุมไปด้วยไอแห่งความตาย ไม่มีค้างคาว ไม่มีแมลงหรือสัตว์มีพิษ ไม่มีสิ่งมีชีวิตเลยแม้แต่อย่างเดียว

        ใช้เวลาประมาณครึ่งนาทีเขาก็เดินมาได้ครึ่งทางแล้ว ในที่สุดด้านหน้าของเขาก็ปรากฏแสงสีขาวบางเบาขึ้นมา เย่เทียนเซี่ยรู้ได้ทันทีว่าแสงสีขาวนั้นเป็นแสงสีขาวซีดที่มาจากซากกระดูกที่แห้งกรัง

        เย่เทียนเซี่ยหยิบม้วนคัมภีร์กลับเมืองเทียนเฉินมาถือไว้ในมืออย่างเงียบๆ สองเท้าก้าวเข้าไปด้านหน้าช้าๆอย่างแผ่วเบา  ชั้นที่ห้าของถ้ำหัวกะโหลกเป็นที่อยู่อาศัยของราชาวิญญาณ…….. แม้ว่าเจ้าเมืองกู่ผิงจะยืนยันกับเขาแล้วว่าระดับของราชาวิญญาณที่เพิ่งถือกำเนิดนั้นไม่เกินเลเวล 20  แต่เพื่อเป็นการป้องกันเขาจึงต้องระมัดระวังไว้ก่อน เขาสามารถตรวจสอบราชาวิญาณได้ในทันที ถ้าหากมันอยู่ในขอบเขตที่เขารับได้ เขาก็จะทำการโจมตีโดยไม่ลังเล แต่ถ้าหากข้อมูลที่ได้มีแค่ ?????? อย่างนั้นเขาคงจะต้องกลับไปก่อนโดยใช้ม้วนคัมภีร์กลับเมืองเทียนเฉินทันทีก่อนที่มันจะตรวจสอบพบตัวเขา (คำเตือน : ถ้าถูกตรวจสอบพบแล้วการใช้ม้วนคัมภีร์กลับเมืองจะไม่ได้ผล หากอยู่ภายใต้สถานะต่อสู้หรือถูกล็อกเป้าสังหารจากมอนสเตอร์และติดสถานะผิดปกติจะไม่สามารถใช้ม้วนคัมภีร์กลับเมืองทำการหลบหนีได้)

        เมื่อเย่เทียนเซี่ยเข้าใกล้แสงตรงหน้ามากยิ่งขึ้นเสียงฝีเท้าของเขาก็ยิ่งเบาลงเรื่อยๆ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น

        ทางเดินมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เย่เทียนเซี่ยหยุดอยู่ปลายสุดของทางเดิน เขาพิงตัวไปกับผนังเย็นเยียบ กวาดสายตามองไปยังชั้นห้าของถ้ำหัวกะโหลก……..และยังเป็นส่วนที่ลึกที่สุดของมันด้วย

        เขาไม่คาดคิดเลยว่าชั้นห้าของถ้ำหัวกะโหลกจะมีพื้นที่แคบกว่าชั้นสี่ค่อนข้างมาก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่โล่งๆว่างเปล่าอีกด้วย ที่นี่ไม่มีมอนสเตอร์จำพวกผู้พิทักษ์ราชาวิญญาณอะไรพวกนั้นอย่างที่เขาคิดไว้ ท่ามกลางความว่างเปล่ามีเพียงแค่แสงสีเทาที่ส่องแสงออกมาบางเบาและลอยสูงประมาณครึ่งตัวคนราวกับถูกสายลมที่ไม่รู้ว่ามาจากทิศทางไหนโบกพัดและโอบอุ้มให้มันลอยค้างอยู่ตรงนั้น

        ราชาวิญญาณ (วัยเด็ก) : บอสขุนนางเลเวล 15, พลังชีวิต 13,000

        เนื่องจากการรวมตัวกันเป็นเวลานานของไอแห่งความตายที่มีพลังหยินบริสุทธิ์จึงได้ถือกำเนิดเป็นมอนสเตอร์วิญญาณเมื่อสองเดือนที่แล้ว มันถือกำเนิดท่ามกลางความมืด เติบโตท่ามกลางความมืดและมีพลังแห่งความตายอันแข็งแกร่ง ตอนนี้มอนสเตอร์ยังอยู่ในวัยเด็ก ดังนั้นความสามารถของมันจึงยังไม่ตื่นขึ้นมา แต่หลังจากโตเต็มวัยแล้วจะกลายเป็นราชาสูงสุดของมอนสเตอร์วิญญาณ

        พรสวรรค์

        ร่างวิญญาณ : มีภูมิคุ้มกันจากการโจมตีด้วยธาตุความตาย และจะสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้ 650 หน่วยในทุกๆวินาทีท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มืดมิดและเต็มไปด้วยไอแห่งความตาย

        ทักษะ :

        เคียววิญญาณ : เรียกเคียวแห่งบาปจากนรกขึ้นมาแล้วฟันใส่ศัตรูทั้งหมดตรงหน้าอย่างโหดเหี้ยม การโจมตีจะเป็นเส้นตรงมีขอบเขต 10 เมตร สร้างความเสียหายพื้นฐานได้ 350 แสดงผลทันที อัตราการแสดงผลสูงมาก

        วิญญาณอาฆาต : ใช้พลังแห่งความตายโจมตีจิตวิญญาณของศัตรูทั้งหมดโดยรอบ มีความเป็นไปได้ 50% ที่จะติดสถานะสับสน 3-5 วินาที จะแสดงผลเมื่อพลังชีวิตลดลงต่ำกว่า 40% อัตราการแสดงผลค่อนข้างต่ำ

        เมื่อข้อมูลที่ได้จากทักษะตรวจสอบแสดงออกมาว่าราชาวิญญาณเป็นบอสขุนนางเลเวล 15 และยังมีทักษะเพียงแค่สองอย่างเท่านั้นเย่เทียนเซ่ยก็รู้สึกว่าโลกสดในขึ้นมาทันที ที่แท้เจ้าเมืองกู่ผิงก็เป็นคุณปู่ที่ไม่ได้พูดโกหกจริงๆ ทว่าเมื่อเขามองพรสวรรค์ของราชาวิญญาณวัยเด็กให้ชัดๆแล้วเขาก็แทบทนไม่ไหวอยากจะรื้อถ้ำหัวกะโหลกออกไปทันที

        ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มืดมิดและเต็มไปด้วยไอความตาย……จะฟื้นฟูพลังชีวิต 650 หน่วยทุกวินาที นั่นก็หมายความว่าพลังชีวิตจะฟื้นฟูโดยอัตโนมัติ 5% ทุกวินาทีน่ะสิ!

        ความสามารถในการโจมตีของบอสขุนนางเลเวล 15 นั้นจะรุนแรงกว่าบอสธรรมดา ความสามารถในการป้องกันก็เหนือกว่าเช่นกัน ด้วยพลังโจมตีของเย่เทียนเซี่ยในเวลานี้สามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า 100 หน่วยก็ถือว่าไม่เลวแล้ว แม้ว่าราชาวิญญาณจะยังเป็นเด็กและยังอ่อนแอกว่าที่เขาคาดไว้ไม่รู้กี่เท่า แต่มันก็สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้ถึง 650 หน่วยต่อวินาที……..

        นี่มันบ้าไปแล้ว!!

        เย่เทียนเซี่ยกัดฟันแน่นยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน ราชาวิญญาณถูกห่อหุ้มด้วยกลุ่มควันสีเทาจนมองไม่ชัดและมันก็ยังตรวจสอบไม่พบเย่เทียนเซี่ยเช่นกัน  มันยังคงสงบนิ่งไม่ไหวติง

        จะเดินหน้า หรือจะถอยกลับดี

        เดินหน้า……..ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นล่ะก็เย่เทียนเซี่ยก็จะพุ่งออกไปอย่างไม่ลังเล หากต้องสู้กับราชาวิญญาณภายใต้สภาพแวดล้อมแบบนี้ นอกจากจะมีพลังในการโจมตีอย่างรุนแรงเท่านั้นถึงจะสามารถสร้างความเสียหายทางกายภาพให้มันได้ แล้วเขาจะเอาอะไรไปสู้กับมันล่ะ?

        ถอย? ไหนๆก็มาถึงที่นี่แล้ว อีกทั้งคู่ต่อสู้ยังมีเลเวลแค่ 15 เท่านั้น ตอนที่เขามีระดับอยู่แค่เลเวล 10 เขายังสามารถเอาชนะบอสขุนนางเลเวล 20 ได้เลย ตอนนี้เขาเลเวล 14 ดังนั้นเขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะพ่ายแพ้ให้กับบอสขุนนางเลเวล 15 อีกทั้งภายใต้สิ่งล่อตาล่อใจอย่างภารกิจลับหนึ่งเดียวที่ปรากฏออกมายากสุดๆนี้เขาจะถอดใจไปได้ยังไง

        เย่เทียนเซี่ยยืนอยู่ตรงนั้นและคิดวนไปวนมาด้วยความสับสน เขายืนนิ่งอยู่นานโดยไม่ขยับเขยื้อน

        แล้วถ้าเอามันออกไปล่ะ…… ไร้สาระน่า ไม่ต้องพูดเลยว่าราชาวิญญาณวัยเด็กจะยอมออกไปจากชั้นห้าของถ้ำหัวกะโหลกแต่โดยดีตามการชักนำของเขาหรือเปล่า นิสัยของมอนสเตอร์วิญญาณนั้นกลัวแสง ต่อให้เขาสามารถหลอกล่อมันไปจนถึงหน้าถ้ำได้มันก็จะรีบกลับมาที่นี่โดยทันที

        …….เดี่ยวนะ  กลัวแสง……….

        แสง?

        แสงสว่างวูบหนึ่งสาดส่องออกมาจากในกระเป๋นของเย่เทียนเซี่ย เขารีบหยิบสิ่งนั้นออกมาจากกระเป๋าอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นแสงสว่างจ้าก็สาดส่องไปทั่วพื้นที่อันมืดมิดแห่งนี้ ท่ามกลางความมืดมิดกลุ่มแสงสีขาวก็ยิ่งสว่างจ้ายิ่งขึ้น

        สถานที่ที่มืดมิดมาเป็นเวลานานถูกเติมเต็มด้วยแสงสว่างที่ไม่ได้ส่องกระทบเข้ามาเป็นเวลาเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องอันบ้าคลั่งก็ดังขึ้นมาจากข้างกายของเย่เทียนเซี่ย……… มันคือราชาวิญญาณที่ถูกแสงสว่างที่มันทั้งเกลียดและหวาดกลัวปลุกขึ้นมา เย่เทียนเซี่ยยกแหล่งกำเนิดแสงในมือขวาขึ้นก่อนจะโยนไปยังตำแหน่งที่ราชาวิญญาณปรากฏตัวขึ้นมา หลังจากนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปอย่างว่องไวแล้ววาดห้วงเวลาแห่งโชคชะตาออกไปยังร่างที่กำลังกรีดร้องอยู่ในกลุ่มเงาสีเทา

        แหล่งกำเนิดแสงนั้นมีลักษณะเป็นลูกกลมๆ……….. มันคือดวงไฟเวทย์แสงที่เด็กหญิงผมเปีย ณ เมืองลั่วเฟิงมอบให้เขา และมันยังสามารถปลดปล่อยแสงสว่างได้นานถึงสามนาที!

        “ติ๊ง!…….. แสงสว่างมีผลกระทบร้ายแรงต่อราชาวิญญาณในช่วงแรกเกิด เนื่องจากสภาพแวดล้อมโดยรอบเปลี่ยนเป็นสภาพแวดล้อมแห่งแสง พลังชีวิตของราชาวิญญาณจึงไม่สามารถฟื้นฟูได้โดยอัตโนมัติ ผลของเวทย์แห่งความตายทั้งหมดจะอ่อนแอลง 30% ขณะเดียวกันพลังชีวิตก็จะลดลงโดยอัตโนมัติ 5% ในทุกวินาทีค่ะ”

        เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นข้างหูทำให้เย่เทียนเซี่ยดีใจจนแทบจะกระโดด

        ราชาวิญญาณที่แท้จริงนั้นแข็งแกร่งมาก แต่ขณะเดียวกันราชาวิญญาณที่แข็งแกร่งก็ถือกำเนิดขึ้นมาได้ยากเช่นกัน ราชาวิญญาณที่อยู่ระหว่างการถือกำเนิดจะอ่อนไหวและเปราะบาง……. หรือจะพูดอีกอย่างก็คือสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อยู่ในช่วงแรกเกิดล้วนอ่อนแอทั้งสิ้น สำหรับราชาวิญญาณในตอนนี้มันไม่สามารถเผชิญกับแสงสว่างได้และก็ไม่สามารถทนต่อการทำลายล้างและการโจมตีใดๆจากแสงสว่างได้เช่นกัน และหากแสงสว่างจ้าขับไล่ความมืดมิดและความตาย ณ ที่แห่งนี้ไปจนหมดผลที่ราชาวิญญาณจะได้รับก็อาจจะร้ายแรงถึงชีวิต

        -650,

        -650,

        -650

        เงาที่อยู่ท่ามกลางความมืดเริ่มพยายามที่จะทำการต่อสู้ เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวและความสิ้นหวังดังขึ้นท่ามกลางความบ้าคลั่ง ขณะเดียวกันมันก็พยายามเคลื่อนตัวออกห่างจากดวงไฟเวทย์แสงที่เย่เทียนเซี่ยโยนมา ตัวเลขความเสียหายจำนวนมากลอยขึ้นมาจากหัวของมันทุกวินาทีทำให้หลอดเลือดของมันลดลงด้วยความรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเย่เทียนเซี่ยที่เดิมทีกำลังเตรียมจะโจมตีออกไปมองไปยังตัวเลขความเสียหายที่ลอบขึ้นมาไม่หยุดและราชาวิญญาณที่ขยับถอยหนีออกไปเรื่อยๆราวกับไม่ได้สังเกตเห็นเขาเลย เขาก็หยุดชะงักไปแล้วคิดขึ้นมาว่า “นี่มันน่าอายเกินไปหน่อยไหม”

        ใช่แล้ว น่าอายมากเลยล่ะ……. เดิมทีเขาแค่หวังว่าดวงไฟธาตุแสงจะขับไล่ความมืดมิดไปทำให้ราชาวิญญาณไม่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้ หรือจะฟื้นฟูพลังชีวิตได้ช้าก็ยังดี แต่คิดไม่ถึงเลยว่า……… ผลที่ได้จะออกมาน่าตกใจแบบนี้

        นี่มันน่าอายจริงๆ…………

            -650,-650,-650……

        เย่เทียนเซี่ยหยิบดวงไฟเวทย์แสงบนพื้นขึ้นมาด้วยสีหน้าสบายๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้ราชาวิญญาณที่ถอยหนีไปเรื่อยๆทีละก้าวๆ เมื่อเขาถือดวงไฟเวทย์แสงเข้าไปใกล้เสียงกรีดร้องของราชาวิญญาณก็ยิ่งโหยหวยมากขึ้น ท่ามกลางแสงสว่างจ้านั่นมันรีบถอยหลังไปครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างรวดเร็ว แต่เย่เทียนเซี่ยก็เดินตามไปด้านหลังด้วยจังหวะที่ไม่ช้าไม่เร็ว ตลอดเวลาที่เขาโลดแล่นอยู่ในเกมเสมือจริงมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ได้ไล่ตามบอสที่กำลังวิ่งหนี นี่มันรู้สึกดียิ่งกว่าการฆ่าบอสให้ตายภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียวไม่รู้กี่เท่า

            -650,-650,-650……

        เวลาเพียงสิบวินาทีพลังชีวิตของบอสขุนนางเลเวล 15 ก็ลดลงต่ำกว่าครึ่ง ราชาวิญญาณนอกจากจะส่งเสียงกรีดร้องบาดหูอย่างสิ่งหวังออกมาแล้วมันก็ได้แต่พยายามหนีไปอย่างสุดความสามารถ แสงสว่างและชีวิตเป็นศัตรูและคู่แข่งของความมืดและความตาย ราชาวิญญาณเต็มวัยสามารถต้านทานแสงสว่างระดับนี้ได้ แต่สำหรับมันในเวลานี้แสงสว่างก็คือมหันตภัยอย่างแท้จริง

        -650,-650……

        ในที่สุดราชาวิญญาณที่สิ้นหวังก็หันกลับมาด้วยความโกรธแค้น แสงสีเทาอัดแน่นอยู่ข้างๆร่างของมัน ทว่าเนื่องจากยังคงมีแสงสว่างอยู่แสงสีเทานั้นจึงถูกแสงสีขาวลบล้างไปค่อนข้างมาก ทันใดนั้นเคียวสีดำสนิทก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินและตามมาด้วยการโจมตีจากพื้นดินพุ่งมายังร่างของเย่เทียนเซี่ยที่อยู่ตรงหน้า

        ร่างของเย่เทียนเซี่ยเอียงหลบไปทำให้เคียววิญญาณที่พุ่งเข้ามาลอยหวือผ่านเขาไป จากนั้นเขาก็ยิ้มเย็นขึ้นมาวูบหนึ่ง แล้วเย่เทียนเซี่ยก็ยกมือขึ้นเขวี้ยงดวงไฟธาตุแสงไปกระทบร่างของราชาวิญญาณ

        -1,-650。

        ดวงไฟเวทย์พุ่งเข้าใส่ราชาวิญญาณอย่างแม่นยำนำมาซึ่งตัวเลขความเสียหาย -1 หน่วย และนำมาซึ่งเสียงกรีดร้องโหยหวนชวนสะพรึงของราชาวิญญาณ ราชาวิญญาณที่ถูกแสงสว่างในระยะประชิดก็ไม่สนใจที่จะโจมตีอีกต่อไป มันพยายามมองหาและขยับตัวไปในทิศทางตรงกันข้ามของแหล่งกำเนิดแสงเพียงหวังว่าจะหนีจากมันให้ไกลที่สุดเย่เทียนเซี่ยรีบก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็วแล้วฟันห้วงเวลาแห่งโชคชะตาลงไปบนร่างของมันอย่างต่อเนื่องซ้ำแล้วซ้ำอีก

        -87,-650,-89,-650,-88,-650……

        เทียบกับพลังชีวิตของราชาวิญญาณที่ลดลงโดยอัตโนมัติแล้ว ตัวเลขความเสียหายที่มาจากการโจมตีของเย่เทียนเซี่ยนั้นดูกระจอกงอกง่อยไปเลย

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม