0 Views

        “นี่เธอ……..”เย่เทียนเซี่ยมองไปที่ซูเฟยเฟย มันยากที่เขาจะคิดว่านี่เป็นฝีมือของซูเฟยเฟย ในฐานะที่เป็นลูกสาวจากครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย เธอจะต้องเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่งดงามไร้ที่ติแน่ๆ ทุกอย่างก็คงไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวเอง ดังนั้นการใช้แรงงานแต่ละอย่างที่ทั้งสกปรกและเหน็ดเหนื่อยก็น่าจะถูกกันออกไปจากเธอทั้งหมดเพียงเธอเอ่ยปากพูดแค่ประโยคเดียว…….. ที่จริงไม่ต้องเอ่ยปากพูดเลยด้วยซ้ำก็น่าจะมีคนอาสาช่วยทำทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยไร้ที่ติ แต่……ทั้งหมดตรงหน้าของเขานอกจากซูเฟยเฟยแล้วยังจะมีใครทำได้อีก

        “ฮึ้ย!” หลังจากคิดไปถึงบริษัททำความสะอาดที่เธอเรียกมาเมื่อตอนบ่ายใบหน้าของเย่เทียนเซี่ยก็มืดมนลงทันใด ซูเฟยเฟยทำปากยื่นออกมาอย่างไม่พอใจ “วางใจเถอะ! มีคำสั่งจากนาย ฉันเหรอจะกล้าให้ใครเข้ามา ฉันทำความสะอาดทั้งหมดนี่เองนั่นแหละ…… เฮ้อ มันทำให้ฉันต้องเสียเหงื่อไปเยอะเลยล่ะ แล้วยังทำให้ชุดที่ฉันชอบที่สุดเปื้อนไปหมดเลยด้วย” ใบหน้าของเธอเผยรอยยิ้มออกมาก่อนจะหมุนตัวไปซ้ายทีขวาที “ดูสิ เสื้อสีม่วงตัวนี้สวยไหม?”

        “สวย” เย่เทียนเซี่ยพยักหน้าเหมือนหุ่นยนต์

        “นี่! นายทำหน้าอะไรของนายเนี่ย!” เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเย่เทียนเซี่ยที่มีใบหน้านิ่งแข็งอย่างเห็นได้ชัด ซูเฟยเฟยก็กระทืบเท้าออกมาอย่างไม่พอใจ

        “ปกติเธอนี่…….ทำงานบ้านด้วยหรอ?” เย่เทียนเซี่ยลองถามออกไป เขากวาดสายตามองไปรอบๆบ้านที่ทำให้เขารู้สึกไม่มั่นใจอีกครั้ง …… ทั้งหมดนี่ไม่ใช่ภาพลวงตา

        “แหงสิ! เหอะๆ! อย่าคิดว่าพ่อของฉันคือซูลั่วแล้วฉันจะเป็นลูกสาวที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อนะ ตอนที่ฉันยังเด็กแม่ของฉันก็สอนว่าเรื่องของตัวเองก็ต้องจัดการด้วยตัวเอง แล้วฉันก็ได้เรียนการทำอาหารและการทำงานบ้านด้วย ไม่งั้นแต่งออกไปแล้วก็คงเป็นได้แค่ดอกไม้ประดับแจกันน่ะสิ ดังนั้นปกติแล้วฉันก็จะทำความสะอาดห้องของฉันเอง ไม่ให้ใครเข้ามาเหมือนกัน แล้วปกติฉันก็ชอบทำอาหารที่ตัวเองชอบกินเองด้วย…… อ๊า เกือบลืมไปแล้วสิ!”

        เมื่อพูดถึง “อาหาร” ซูเฟยเฟยก็คิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอก้าวเท้าที่สวมรองเท้าอยู่บ้านสีชมพูเข้าไปในห้องครัวที่เย่เทียนเซี่ยไม่เคยใช้เลยประมาณชาติเศษ แต่ตอนนี้ห้องครัวห้องนั้นถูกทำความสะอาดอย่างดีทุกซอกทุกมุม

        ในฐานะที่เป็นเจ้าของบ้านเขารู้ดีว่าคนๆหนึ่งจะต้องลำบากลำบนขนาดไหนกว่าจะทำได้ถึงขนาดนี้ภายในระยะเวลาสั้นๆ  อย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่าระหว่างที่ตัวเองอยู่ใน World of Fate ตลอดทั้งบ่ายจนเลยมาถึงช่วงค่ำเธอคงทำความสะอาดที่นี่ทั้งหมดทุกซอกทุกมุมด้วยตัวคนเดียว…… แต่เมื่อมาเผชิญหน้ากับเขา เธอกลับไม่ได้บ่น ต่อว่า หรือแสดงความไม่พอใจใดๆออกมาเลย แต่ใบหน้าของเธอกลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

        เวลานี้เย่เทียนเซี่ยพบว่าภายในระยะเวลาอันสั้นที่เขาอยู่ร่วมกับหญิงสาวคนนี้เขายังคงไม่รู้จักเธอดีพอ และมันยังทำให้ความคิดที่เขามีต่อหญิงสาวที่มาจากครอบครัวอันร่ำรวยอย่างเธอเปลี่ยนไปไม่น้อย

        เธอตั้งใจจะทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็น “บ้าน” หลังใหม่อย่างนั้นเหรอ?

        เย่เทียนเซี่ยคิดเงียบๆอยู่คนเดียว…….. แม้ว่าที่นี่จะเป็นบ้านของเขา ทว่าตั้งแต่เธอคนนั้นจากไปเขาก็ไม่มีความรู้สึกว่าที่แห่งนี้เป็นบ้านมานานแล้ว

        ซูเฟยเฟยประคองชามหรูหราที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหนออกมาจากห้องครัว แม้จะอยู่ห่างไกลแต่ก็ทำให้เย่เทียนเซี่ยได้กลิ่นหอมหวนที่ส่งผลต่อประสาทรับกลิ่นของเขาอย่างรุนแรงลอยมา

        ชามที่ถูกซูเฟยเฟยยกมาถูกวางไว้ตรงหน้าของเย่เทียนเซี่ย เมื่อมองมันแล้วเย่เทียนเซี่ยก็ออกอาการอึ้งไปครู่หนึ่ง ซูเฟยเฟยยิ้มน้อยๆอย่างพอใจ “นี่คือข้าวเย็นของนาย ที่จริงก็น่าจะเรียกนายมากินตั้งนานแล้ว แต่ดูเหมือนนายกำลังเล่นอย่างเมามันอยู่ก็เลยไม่ได้เรียก ดูสิ นี่เป็นโจ๊กเนื้อที่ฉันทำเองเลยนะ ฮิๆๆๆ นี่น่ะอร่อยกว่าโจ๊กเนื้อที่นายเคยกินมาก่อนหน้านี้แน่นอน นี่เป็นอาหารที่ฉันชอบทำแล้วก็ชอบกินมากที่สุดด้วย มันเป็นอาหารอย่างแรกๆที่แม่สอนฉันทำเลยล่ะ นายจะต้องไปเคยกินมาก่อนแน่นอน แล้วมันยังมีชื่อที่เพราะมากๆด้วยนะ มันเรียกว่าเก้าดาราล้อมเดือน รีบๆกินดูสิ”

        ซูเฟยเฟยนั่งลงตรงหน้าของเย่เทียนเซี่ย มือข้างหนึ่งเท้าแก้มขาวเอาไว้ ดวงตางดงามของเธอมีประกายยิ้มแย้มเฝ้ารอคอยปฏิกิริยาตอบกลับของเขา

        “เธอทำกับข้าเป็นด้วยเหรอ?”

        “แน่นอนสิ ฉันก็เคยพูดไปแล้วนี่ เหอะ นายนี่มันจริงๆเลย นายเป็นบอดี้การ์ดที่พ่อกับฉันหามาชัดๆ แล้วยังต้องให้ฉันทำกับข้าวให้กินอีกเหรอ…… นายนี่มันโชคดีจริงๆเลยนะ”

        “……….” เย่เทียนเซี่ย

        “รีบกินเข้าสิ บอกไว้ก่อนเลยนะ นอกจากพ่อของฉันแล้ว ยังไม่มีใครมีคุณสมบัติมากพอจะได้กินกับข้าวที่ฉันทำเลยนะ”

        “แล้วทำไมเธอต้องทำให้ฉันด้วยล่ะ”

        “เพราะ…..ถึงแม้ว่าบางทีนายจะน่าเกลียดไปบ้าง แต่จะมากจะน้อยยังไงนายก็เป็นผู้ช่วยชีวิตของฉันน่ะสิ” ซูเฟยเฟยพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา ส่วนสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร เธอก็ยังสับสนกับตัวเองอยู่

        บ้านของเย่เทียนเซี่ยรกมาก แล้วไหนจะมีอะไรก็ไม่รู้มากมายวางระเกะระกะเต็มไปหมดทำให้เธอรู้ได้อย่างง่ายดายว่าอาหารปกติของเขาเป็นอย่างไร แล้วเธอก็ยังหาข้าว ผักสด ผลไม้หรือเครื่องปรุงต่างๆในบ้านของเย่เทียนเซี่ยไม่เจอเลยแม้แต่อย่างเดียว ห้องครัวก็ดูเหมือนไม่ได้ใช้มาเป็นเวลานาน แต่ดีที่พ่อของเธอเข้าใจสถานการณ์ในบ้านของเย่เทียนเซี่ยดีและยังเข้าใจลูกสาวของเขาดีด้วย เขาถึงได้ให้คนเอาของมาส่งให้เธอมากมาย และยังมีของสำหรับให้เธอทำอาหารเองได้อีกด้วย แต่เมื่อซูเฟยเฟยทำอาหารเย็นให้ตัวเอง จิตใต้สำนึกของเธอก็บอกให้ทำอาหารให้เย่เทียนเซี่ยอีกจานและเธอก็รู้สึกได้ว่านั่นคือความปรารถนาจากส่วนลึกในจิตใจของเธอ

        เช่นเดียวกับตอนนี้ที่กำลังมองเขาซดโจ๊กที่เธอทำเข้าปาก หัวใจของเธอก็เกิดความรู้สึกพึงพอใจที่พูดออกมาไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดและไม่คุ้ยเคย เหมือนกับที่เธอพยายามอย่างหนักและยืนยันที่จะทำความสะอาดที่แห่งนี้ด้วยตัวของเธอเอง……. จิตใต้สำนึกของเธอตั้งใจจะทำให้ที่นี่กลายเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง ที่ที่เธอจะไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป เป็นบ้านที่สามารถเป็นที่พึ่งพาอาศัยให้เธอได้

        “อร่อยดี” เย่เทียนเซี่ยวางชามลงแล้วพูดออกไปอย่างจริงใจ เขารู้สึกได้ถึงซุปเนื้อที่มีอุณหภูมิกำลังดีที่ไหลผ่านลำคอของเขาไปยังกระเพาะ และตามมาด้วยความรู้สึกอบอุ่นและสั่นไหวที่ค่อยๆหลั่งไหลเข้าไปในหัวใจของเขาทีละน้อย และกระจายไปยังอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย……. ในเวลานั้นเหมือนกับเงาร่างของเธอผุดขึ้นมาตรงหน้าเขาในทันที ทำให้เขาอึ้งไปพร้อมดวงตาที่เหม่อลอย

        “แน่นอนอยู่แล้ว ฉันเริ่มฝึกฝนฝีมือมาตั้งแต่หกขวบเชียวนะ ขนาดพ่อของฉันที่เคยกินอาหารอร่อยๆเกือบจะทุกอย่างบนโลกนี้แล้วยังชอบกินกับข้าวที่ฉันทำมากที่สุดเลย…..” ซูเฟยเฟยยิ้มออกมาด้วยความดีใจ แล้วท่าทางของเธอก็ค่อยๆกลายเป็นความภาคภูมิใจ

        “อั๊ยหยา! หอมมากเลยเจ้าค่ะ เป็นกลิ่นที่หอมอะไรอย่างนี้!”

        ขนาดกั่วกัวที่ขี้เซายังถูกกลิ่นหอมที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนในชีวิตปลุกขึ้นมาจากการหลับใหล เธอปรากฏตัวอย่างรีบร้อนอยู่บนไหล่ของเย่เทียนเซี่ย จมูกเล็กๆของเธอขยับฟุดฟิด แล้วจากนั้นเธอก็ตามกลิ่นไปจนถึงชามใบเล็กที่เย่เทียนเซี่ยกำลังถืออยู่ เดิมทีสิ่งที่เย่เทียนเซี่ยกินเป็นอาหารปกติไม่สามารถดึงดูดความสนใจของกั่วกัวได้ ทำให้สิ่งที่เธอสนใจที่สุดยังคงเป็นอมยิ้ม แต่เมื่อโจ๊กเนื้อฝีมือซูเฟยเฟยปรากฏขึ้นมาเธอก็ได้กลิ่นที่หอมหวนยิ่งกว่าอมยิ้มขึ้นมาทันที

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม