0 Views

        “โอ้…… มิน่าล่ะความรู้สึกที่ข้ามีต่อเจ้าจึงได้พิเศษเช่นนี้ ที่แท้เจ้าก็คือคนที่ได้รับเหรียญผู้กล้าเช่นเดียวกับอู๋หมิงในตอนนั้นนั่นเอง ตอนนั้นอู๋หมิงใช้พลังของตัวเองขจัดภัยพิบัติครั้งใหญ่ของเมืองเทียนเฉินไปได้ เขาช่วยเมืองเทียนเฉินทั้งเอาเมืองไว้ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาข้าก็ได้รู้จักผู้กล้าที่ควรค่าแก่การยกย่องและชื่นชมอย่างเขา……… เจ้าหนุ่ม ข้าจะตั้งตารอวันที่เจ้าจะได้เป็นวีรบุรุษเช่นเดียวกับอู๋หมิง ต่อไปหากเจ้าต้องการอะไร ให้รีบมาหาข้าแล้วกัน ข้าจะลดราคาของทั้งหมดในร้านของข้าให้เจ้า 30% เลย”

        “……….” เย่เทียนเซี่ย

        เย่เทียนเซี่ยสวมหน้ากากเสือไว้บนใบหน้า หลังจากกล่าวขอบคุณเจ้าของร้านแล้วเขาก็เดินจากไป หน้ากากเสือคือหน้ากากที่ทำเป็นรูปหัวเสือและสามารถปกปิดใบหน้าทั้งหมดของเขาได้เหลือไว้เพียงช่องว่างบริเวณดวงตาสองช่องที่มีขนาดพอเหมาะเท่านั้น ช่องว่างนั้นไม่ได้รบกวนการมองเห็นและทั่วทั้งใบหน้าของเขาก็ไม่มีความรู้สึกติดขัดอะไรแม้แต่น้อย

        ทันใดนั้นก็มีเจ้าอ้วนพุงพลุ้ยคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาในสายตาของเย่เทียนเซี่ย เขาคือเจ้าของโกดังสินค้าของเมืองเทียนเฉิน เมื่อเขามองเห็นเย่เทียนเซี่ยเขาก็เดินตรงเข้ามาหาทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยก้อนเนื้ออัดแน่นจนเกือบจะบดบังดวงตาทั้งสองข้างทำให้มันกลายเป็นขีดเส้นเล็กๆสองขีดที่แทบมองไม่เห็นช่องว่าง “เจ้าหนุ่มนักผจญภัยจากต่างแดน ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่?”

        “ช่วยผมขยายความจุของกระเป๋าให้ถึง 200 ช่องได้ไหมครับ” เย่เทียนเซี่ยพูดจบก็หยิบเหรียญทองจำนวน 150 เหรียญออกมา……. ผู้เล่นธรรมดาไม่มีทางนำเงินมากมายขนาดนี้ออกมาได้แน่……. ในช่วงเวลานี้คนที่สามารถมีเหรียญทองถึง 150 เหรียญก็ไม่ต่างอะไรกับมหาเศรษฐีในโลกจริงเลย

        จำนวนช่องในกระเป๋าของผู้เล่นสามารถขยายได้โดยการตามหาเจ้าของโกดังในเมืองเพื่อให้เขาช่วยขยายให้ได้ ช่องว่างในกระเป๋านี้สามารถขยายได้จาก 50 ช่องไปจนถึง 200 ช่องซึ่งเป็นจำนวนสูงสุด แต่การขยายแต่ละช่องจะต้องใช้เงิน 1 เหรียญทองต่อช่อง ราคานี้ถือว่าคุ้มค่า……. เพราะนี่เป็นสิ่งที่ไม่ต้องมีการลงทุนใดๆ หากคำนวณว่าผู้เล่นกว่าห้าล้านคนทั้งหมดในหัวเซี่ยทำการขยายช่องว่างในกระเป๋าของตัวเองจนถึงขีดสุด จะคิดเป็นเงินกว่าเจ็ดแสนห้าหมื่นล้านเหรียญทอง และเหรียญทองเหล่านี้ก็จะหลั่งไหลเข้าไปในกลุ่มการค้าเทียนเว่ยอันแสนลึกลับ…….. ดังนั้นจำนวนเงินเล็กๆน้อยที่ผู้คนมักมองข้ามเช่นนี้เมื่อรวมเข้าด้วยกันก็จะกลายเป็นเงินจำนวนมหาศาลจนทำให้ผู้คนต้องตื่นตะลึงเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้ กลุ่มการค้าเทียนเว่ยดำเนินการแจกจ่ายอุปกรณ์ติดตั้งเกมทั้งหมดโดยไม่คิดเงิน แต่ไม่ต้องรอนานพวกเขาก็จะได้รับเงินกลับมามากกว่าต้นทุนหลายเท่า

        “ได้เลย….. กรุณารอสักครู่…….” เจ้าของโกดังสินค้ายิ้มตาหยีตอบกลับมา ทันใดนั้นดวงตาที่เรียวเล็กทั้งสองข้างที่แทบจะมองอะไรไม่เห็นก็เบิกกว้างขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ เขาชี้มาที่หน้าอกของเย่เทียนเซี่ยแล้วพูดขึ้นมา “นี่…….นี่……. ถ้าตาของข้าไม่ได้ฝาดไป นี่เป็นเหรียญผู้กล้าที่อู๋หมิงผู้เต็มไปด้วยความสามารถได้รับไปในตอนนั้นใช่หรือไม่!?”

        เจ้าอ้วนแสดงสีหน้าตื่นตกใจจนโอเวอร์พอๆกับเจ้าของร้านขายของจนเย่เทียนเซี่ยต้องแอบให้คะแนนในใจไปถึงแปดคะแนนเลยทีเดียว เห็นดังนั้นเย่เทียนเซี่ยจึงยกเหรียญผู้กล้านั้นขึ้นมาแล้วพูดออกไป “ใช่ครับ นี่คือเหรียญผู้กล้า”

        “สวรรค์! เจ้าก็คือผู้แข็งแกร่งที่สามารถนำเหรียญผู้กล้ามาครอบครองได้…… ข้าเสียมารยาทมากเกินไปแล้ว มาเถอะ รับเงินของเจ้าคืนไป เจ้าคือผู้ที่ถูกลิขิตให้กลายเป็นวีรบุรุษ การช่วยเหลือเจ้าถือเป็นเกียรติของข้า ข้าจะรับเงินจากเจ้ามาได้อย่างไรกัน ให้ข้าช่วยขยายกระเป๋าของเจ้าให้ถึงขีดจำกัดเถอะ ข้าหวังว่านี่จะเป็นการช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตรายของเจ้า”

        สีหน้าของเจ้าของโกดังเปลี่ยนเป็นกระตือรือร้นขึ้นมาทันที เขาปฏิเสธเหรียญทองของเย่เทียนเซี่ยและยังขยายกระเป๋าของเย่เทียนเซี่ยไปจนถึงขีดจำกัด 200 ช่องอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้อีกด้วย

        เย่เทียนเซี่ยอยากจะเอาเหรียญผู้กล้าที่ห้อยไว้บนหน้าอกมาจูบให้ชื่นใจซักหลายๆที……. คำบ่นต่างๆนาๆเกี่ยวกับคุณสมบัติของมันที่มีเพียงค่าชื่อเสียง 100 หน่วยเท่านั้นหายไปจนหมด……. การทดสอบระดับนรก การทดสอบที่ไม่มีทางทำสำเร็จได้นี้ช่างให้ผลตอบแทนที่ไม่จบไม่สิ้นโดยง่ายจริงๆ แม้ว่าคุณสมบัติของมันจะดูไร้ประโยชน์ แต่ภายในระยะเวลาสั้นๆมันกลับแสดงความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายในตัวของมันออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า

        “พวกท่านนับถือคนที่มีเหรียญผู้กล้ามากเลยเหรอครับ?” เย่เทียนเซี่ยลองถามออกไป

        เจ้าของโกดังเงยหน้าขึ้น ใบหน้าอวบอิ่มนั่นเปล่งประกายรัศมีแห่งความเลื่อมใสบางอย่างออกมา “หอคอยแห่งโชคชะตาเกิดความระส่ำระสาย ราชาปีศาจทั้งแปดหลุดออกมาได้ ตอนนี้ใครๆก็รู้ว่าเวลานี้ทวีปที่สาบสูญกำลังจะพบกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ ดังนั้นพวกเราจึงต้องการวีรบุรุษและปรารถนาให้วีรบุรุษผู้นั้นปรากฏตัวขึ้นมาโดยตลอด……. และยิ่งปรารถนาให้มีวีรบุรุษที่สามารถครอบครองเหรียญแห่งผู้กล้าได้เยี่ยงเจ้าปรากฏตัวขึ้นมาปกป้องทวีปที่สาบสูญแห่งนี้ ดังนั้นพวกเราจึงพยายามที่จะอำนวยความสะดวกในเรื่องที่วีรบุรุษต้องการด้วยวิธีการของตัวเอง”

        “เป็นอย่างนี้นี่เอง……. หวังว่าผมจะสามารถกลายเป็นวีรบุรุษที่พวกท่านเฝ้ารอคอยได้นะครับ” เย่เทียนเซี่ยกล่าวออกไป สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความจริงใจ……. แต่ในใจของเขาคิดอย่างไรนั้น มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้

        เจ้าของร้านขายไอเทมก็เคยพูดว่าอู๋หมิงเคยใช้พลังของตนเองเพียงคนเดียวปกป้องเมืองเทียนเฉินทั้งเมืองไว้ได้……. ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอู๋หมิงถึงได้มีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้ในเมืองเทียนเฉิน แม้แต่เวลาที่ข่งซิวผู้ถูกเรียกว่าปรมาจารย์เวทมนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองเทียนเฉินพูดถึงเขาก็มักจะมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความตื่นเต้น

        “ถูกต้องแล้ว ท่านผู้กล้าที่ถูกลิขิตให้เป็นวีรบุรุษเอ๋ย ข้าขอแนะนำให้เจ้าลองไปหาท่านเจ้าเมืองดูสักหน่อย ท่านเจ้าเมืองมีปัญหายุ่งยากมากมายอยากจะรบกวนให้ผู้กล้าจากต่างแดนเช่นพวกเจ้าช่วยจัดการเสียหน่อย เจ้าสามารถนำเหรียญผู้กล้ามาครอบครองได้เหมือนเช่นวีรบุรุษอู๋หมิงในตอนนั้น แสดงว่าเจ้าจะต้องมีพลังที่คนธรรมดาไม่มีเป็นแน่ ดังนั้นเจ้าเมืองจะต้องยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบเจ้า” เมื่อเย่เทียนเซี่ยกำลังจะจากไปเข้าของโกดังก็รีบร้อนพูดขึ้นมา

        เย่เทียนเซี่ยมองไปยังสายตาของเจ้าอ้วนที่เวลานี้เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เย่เทียนเซี่ยที่เดิมทีเตรียมตัวจะไปค้นหาภารกิจจึงเปลี่ยนเป้าหมายเดินไปทางจวนเจ้าเมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแทน

        เพียงแค่เขาเดินมาถึงที่แห่งนั้น เขาก็แทบจะเปลี่ยนใจเดินกลับไปเพราะกลุ่มคนจำนวนมากที่ดูน่ากลัว ณ ที่แห่งนั้น

        จวนเจ้าเมืองขนาดใหญ่ถูกล้อมรอบไปด้วยกลุ่มคนเนืองแน่นและส่งเสียงดังเซ็งแซ่เหมือนเอาคนจากตลาดสดสิบตลาดมาอัดไว้ในตลาดสดเพียงแห่งเดียว เพียงผู้เล่นที่เปลี่ยนอาชีพแล้วกว่าแสนคนก็เป็นถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าผ่านไปอีกสองสามวันมันจะต้องเป็นภาพที่ยากจะจินตนาการได้แน่ แต่เป้าหมายของผู้เล่นที่มาถึงที่แห่งนี้ก็ล้วนเป็นเป้าหมายเดียวกันนั่นก็คือ…..รับภารกิจ

        ทางด้านขวาของประตูจวนเจ้าเมืองมีป้ายขนาดใหญ่แขวนอยู่ บนนั้นมีประกาศภารกิจอยู่ทั้งหมด 5 ภารกิจ…… มันเป็นภารกิจที่ผู้เล่นในช่วงนี้มีเลเวลเหมาะสมและสามารถรับมอบได้พอดี ด้านล่างป้ายนั่นมีคนจำนวนสิบกว่าคนแต่งตัวเหมือนทหารกำลังยืนเรียงแถวกันอยู่ พวกเขากำลังหัวปั่นกับการรับมือกับกลุ่มคนจำนวนมหาศาลที่มารับภารกิจ

        เย่เทียนเซี่ยต่อแถวอยู่นานแต่แถวก็ไม่ได้ขยับเข้าไปเลยสักนิด เขาทำได้เพียงอดกลั้นและมองไปยังป้ายอันใหญ่โตนั่น

        กระต่ายสายฟ้าแห่งที่ราบลั่วเฟิง :

        ข้อจำกัด : เลเวล 10

        ลักษณะภารกิจ : ธรรมดา

        รางวัลภารกิจ : ค่าประสบการณ์ 6,000 หน่วย, เหรียญทอง 10 เหรียญ, ค่าชื่อเสียง 3 หน่วย, พิเศษบาร์บีคิวจากจวนเจ้าเมือง 10 ไม้

        ที่ราบลั่วเฟิงมีกระต่ายสายฟ้าที่สามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็วอาศัยอยู่ เนื้อของกระต่ายมีรสชาติดีเยี่ยม มันเป็นหนึ่งในอาหารที่ท่านเจ้าเมืองโปรดปราน แต่เนื่องจากความเร็วของกระต่ายสายฟ้ารวดเร็วจนเกินไปและยังจับได้ยากมาก ดังนั้นถ้าหากมีผู้กล้าคนใดสามารถรวบรวมขากระต่ายสายฟ้า 50 ชิ้นมาให้กับท่านเจ้าเมืองผู้ทรงเกียรติได้ เขาจะต้องยืนดีเป็นอย่างยิ่งแน่นอน

        ราชาอัปลักษณ์แห่งป่าดำ

        ข้อจำกัด : เลเวล 10, ชื่อเสียง 10

        ลักษณะภารกิจ : ธรรมดา

        รางวัลภารกิจ : ค่าประสบการณ์ 10,000 หน่วย, ค่าชื่อเสียง 5 หน่วย, ต่างหูมรกตที่เพิ่มคุณสมบัติอิสระ 1-2 หน่วย หนึ่งข้าง

        ทางตอนเหนือของป่าดำมักจะมีมอนสเตอร์สีเขียวอันน่าเกลียดผลุบๆโผล่ๆออกมาบ่อยๆ หลายครั้งมักจะทำให้เด็กน้อยตกใจกลัวจนร้องไห้ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนราชาของพวกมันทำให้ลูกชายของท่านเจ้าเมืองตกใจกลัวจนร้องไห้ ดังนั้นท่านเจ้าเมืองจึงเกลียดราชาอัปลักษณ์เข้ากระดูกดำ ถ้าหากนักรบผู้กล้าคนใดสามารถเอาชนะราชาอัปลักษณ์และนำหมวกสีเขียวของมันกลับมาได้ (ห๊ะ? หมวกสีเขียว?) ท่านเจ้าเมืองจะยินดีเป็นอย่างยิ่งและจะมอบรางวัลจำนวนมากให้อีกด้วย

        หมายเหตุ : ราชาอัปลักษณ์เป็นมอนสเตอร์ชั้นยอดสามดาวเลเวล 12 ผู้เล่นสามารถทำภารกิจนี้เพียงลำพังหรือจะทำเป็นทีมก็ได้

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม