0 Views

        ด้านนอกประตูเต็มไปด้วยรถเข็นมากมายที่บรรทุกของกองเท่าภูเขาอยู่ข้างใน และกองของเหล่านั้นก็เต็มไปด้วยสิ่งของมากมายหลากสีสัน เย่เทียนเซี่ยเพียงปรายตามองตามไปก็รู้สึกมึนหัวตาลายไปหมดก่อนจะพูดตอบกับชายคนนั้นไป “รบกวนหน่อยนะครับ ฝากไปบอกคุณซูด้วยว่าให้เขาวางใจได้”

        ท่ามกลางสายตาสงสัยของบอดี้การ์ดที่มองมา ด้วยความรู้ที่มีทำให้เขาไม่ได้ถามอะไรออกไปมากมาย เขาพยักหน้าน้อยๆแล้วจึงเข็นรถเข็นพวกนั้นมาถึงหน้าประตูบ้าน แต่ไม่ได้เข็นเข้าไปด้านใน แล้วเขาก็หันหลังเดินจากไปทันที ซูลั่วและเย่เทียนเซี่ยได้ทำข้อตกลงอะไรกันไว้เขาไม่รู้ เงินงวดแรกที่คุณซูลั่วบอกมาคืออะไรเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน ระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นคุณซูลั่วไม่ได้พูดเรื่องนั้นกับใครเลยแม้แต่คนเดียว

        รอจนไม่เห็นเงาของบอดี้การ์ดคนนั้นแล้วซูเฟยเฟยจึงเดินออกมาจากห้องใหม่ของตัวเอง เธอหัวเราะคิดคักแล้วพูดออกมา “ว๊าว! ของเยอะแยะไปหมดเลย เทียนเซี่ย มาช่วยฉันเข็นเข้าไปข้างในหน่อยสิ”

        “ของของใครคนนั้นก็เข็นเองสิ”

        “ฮึ้ย! คุณนี่มันไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย ให้ผู้หญิงขนของเนี่ยนะ ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าล่ะก็จะต้องล้อว่านายมันไร้ประโยชน์แน่ๆ”

        เย่เทียนเซี่ยปรายตามองครั้งหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป จากนั้นก็เดินอย่างขี้เกียจกลับไปที่ห้องของตัวเอง

        “เย่เทียนเซี่ย! ห้ามไปนะ!” ซูเฟยเฟยกระทืบเท้าด้วยความโกรธ สองมือของเธอยกขึ้นเท้าเอว แล้วจึงพูดออกมาด้วยท่าทางโกรธๆผสมกับภูมิใจนิดๆ “เหอะๆๆๆๆ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ…….. คุณพ่อของฉันบอกฉันหมดแล้ว เขาต้องจ่ายเงินสามร้อยล้ายเหรียญหัวเซี่ยทุกปีเพื่อให้คุณมาคุ้มครองฉัน! สามร้อยล้าน……. สามร้อยล้านเชียวนะ! ฉันเกือบจะคิดว่าพ่อของฉันบ้าไปแล้ว”

        “ก็ใช่น่ะสิ พ่อของเธอจ่ายเงินสามร้อยล้านให้ฉันคุ้มครองเธอ……อืม ก็แค่คุ้มครองอย่างเดียว ไม่ได้ให้ฉันประคบประหงมเธอซะหน่อย” เย่เทียนเซี่ยหาวออกมาครั้งหนึ่ง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความง่วงงุนและไม่สนใจ

        ซูเฟยเฟยกระพริบตาปริบๆ เธอยกยิ้มมุมปากก่อนจะปล่อยท่าไม้ตายออกมา แล้วยกยิ้มออกมาราวกับนางมารร้าย “หนูน้อยเทียนเซี่ยผู้ชอบกินอมยิ้ม เชื่อไหมล่ะว่าพี่สาวสามารถป่าวประกาศให้คนทั้งหัวเซี่ยรู้เรื่องชวนอึ้งที่ว่านายชอบกินอมยิ้มได้น่ะ”

        เย่เทียนเซี่ยหันกลับมาเข็นรถเข็นไปส่งถึงห้องของเธอท่ามกลางสายตาสมใจของผู้ชนะอย่างเฟยเฟย หลังจากนั้นก็กักเก็บความไม่พอใจเอาไว้เต็มท้องแล้วเดินกลับห้องของตัวเองไป

        กั่วกัวที่เป็นผู้ร้ายตัวจริงที่น่าจะโดนซูเฟยเฟยจับได้เวลานี้กลับไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่เธอกำลังนั่งกินอมยิ้มอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข ท่าทางสบายอกสบายใจนั่นทำให้เย่เทียนเซี่ยรู้สึกหมั่นเขี้ยว เขาไม่ได้ทักทายกั่วกัว แต่สายตาของเขากลับมองไปยังแต่ละมุมของห้องเหมือนกำลังหาบางอย่าง

        “เอ๋? นายท่าน ท่านกำลังหาอะไรหรือเจ้าคะ?” กั่งกัวเงยหน้าขึ้นมา เธอเลียอมยิ้มในมือไปด้วยพร้อมกับถามออกมาอย่างสงสัย

        “อืม หาไม้ตีแมลงวัน”

        “เอ๋? มันคืออะไรหรือเจ้าคะ”

        “………มันเอาไว้ตีแมลงร้ายตัวเล็กๆ”

        “แล้วกั่วกัวเป็นแมงร้ายหรือเปล่าเจ้าคะ?” กั่วกัวกระพริบตาปริบๆ ดวงตาน่ารักไร้เดียงสาของเธอสามารถฆ่าคนได้ในพริบตา เธอมองไปที่เย่เทียนเซี่ยอย่างจริงจัง

        หลังจากนั้น………เย่เทียนเซี่ยก็หาไม้ตีแมลงวันไม่เจออีกเลย และต่อมาประตูห้องของเขาก็ถูกเปิดออก ซูเฟยเฟยที่กำลังหัวเราะคิดคักก็เดินเข้ามา แม้ว่าห้องของเย่เทียนเซี่ยจะรกและไม่เป็นระเบียบ แต่กลับไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่สามารถดึงดูดแมลงวันได้เหมือนที่ชายโสดส่วนมากควรจะมี มันทำให้ซูเฟยเฟยที่เตรียมตัวเจรียมใจครั้งใหญ่ก่อนจะเดินเข้ามารู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย ในมือของเธอถือกล่องที่ดูสวยงามกล่องหนึ่งมาวางไว้บนโต๊ะข้างกายของเย่เทียนเซี่ย ขณะเดียวกันนั้นกลิ่นหอมฟุ้งก็เริ่มกระจายออกมามากขึ้นเรื่อยๆ เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกไปทันใดนั้นเธอก็มองเห็นกระดาษห่ออมยิ้มวางอยู่บนเตียงของเขา ดวงตาทั้งสองข้างของเธอเผยยิ้มเป็นรูปจันทร์เสี้ยวขึ้นมาทันที ก่อนจะพูดออกมาด้วยความเอ็นดู “หนูน้อยเทียนเซี่ย กินอมยิ้มมากๆไม่ดีต่อฟันนะคะ นี่เป็นอาหารเที่ยงที่คุณพ่อของฉันให้คนเตรียมมาให้พวกเรา นี่เป็นส่วนของนาย กินอมยิ้มน้อยๆ กินข้าวเยอะๆ จำไว้นะ”

        เมื่อมองเห็นกระดาษห่ออมยิ้มที่อยู่ไม่ไกลจากปลายเท้า………..เย่เทียนเซี่ยก็รู้ทันที ตอนนี้ต่อให้แก้ตัวโดยการกระโดดลงไปในทะเลแปซิฟิกก็คงไม่ช่วยให้เขาดูดีขึ้นมาได้แล้ว

        แต่สำหรับเย่เทียนเซี่ยที่ไม่ได้กินข้าวอย่างจริงจังมาเป็นเวลานาน กลิ่นหอมที่โชยออกมาจากในกล่องนั่นก็พุ่งเข้าจู่โจมกระเพาะอาหารของเขาทันที เขาใช้นิ้วขยับกล่องอาหารนั้นเบาๆแล้วไม่พูดเรื่องไร้สาระอะไรกับยัยคุณหนูซูอีก หลังจากนั้นเขาจึงยกกล่องอาหารนั้นขึ้นมาเตรียมจะกินเข้าไป

        “เอ๋? นายก็เล่น World of Fate ด้วยเหรอ?” เมื่อมองเห็นสายรัดข้อมือสีดำบนข้อมือของเย่เทียนเซี่ย ซูเฟยเฟยก็ร้องออกมา แต่ทันใดนั้นเธอก็ตระหนักได้ในทันทีว่าตัวเองถามคำถามโง่ๆออกไปเสียแล้ว อุปกรณ์เชื่อมต่อเกม World of Fate ถูกแจกจ่ายออกไปฟรีๆทั้งหมดโดยไม่คำนึงว่าผู้รับจะเป็นใคร นั้นทำให้อุปกรณ์เชื่อมต่อเกม World of Fate แทบจะเป็นอุปกรณ์ธรรมดาในชีวิตผู้คนไปแล้ว จริงๆแล้วการเล่น World of Fate ก็เป็นเรื่องธรรมดาสามัญมากๆ ไม่เล่นเกมนี้สิถึงจะแปลก

        “อืม” เย่เทียนเซี่ยตอบกลับมาหนึ่งคำ

        “ว๊าว ดีจังเลย ฉันก็เล่นทุกวันเหมือนกัน บอกไว้เลยนะตอนนี้ฉันเลเวล 8 แล้ว เจ๋งสุดๆไปเลยใช่ไหมล่ะ” ซูเฟยเฟยเดินเข้ามานั่งลงบนเตียงของเย่เทียนเซี่ย เพียงแค่เธอนั่งลงก็ทำให้เย่เทียนเซี่ยใจตกไปอยู่ตาตุ่ม…….. ถ้าไม่ใช่เพราะกั่วกัวรีบหลบไปอย่างรวดเร็ว ก้นกลมกลึงของเธอคงจะนั่งทับลงบนตัวของกั่วกัวไปแล้ว

        “อืม เจ๋งมาก” เย่เทียนเซี่ยพูดชมเชยออกไปอย่างจริงจัง…… แต่ในความเป็นจริงเมื่อวานนี้เลเวลโดยเฉลี่ยของผู้เล่นก็เกินเลเวล 8 ไปแล้ว

        “ใช่แล้วล่ะ ชื่อในเกมของนายคืออะไรเหรอ? อยู่เมืองเริ่มต้นไหน? พวกเรานี่มีวาสนาต่อกันจริงๆเลย บางทีอาจจะอยู่เมืองเริ่มต้นเดียวกันก็ได้ แบบนี้ฉันก็สามรถไปเล่นกับนายได้น่ะสิ” ซูเฟยเฟยขยับเข้ามาใกล้เย่เทียนเซี่ยอีกนิด ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นแล้วพูดออกมา

        กลิ่นหอมสดชื่นของน้ำหอมผู้หญิงลอยเข้าจมูกของเย่เทียนเซี่ย มันค่อยๆกระตุ้นอารมณ์ของเขาทีละน้อย แล้วสายตาของเย่เทียนเซี่ยก็เหลือบมองสำรวจเรียวขาขาวคู่นั้นของเธออย่างควบคุมไม่ได้

        ผู้ชายเห็นสาวสวยก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการจ้องมองหน้าขาวๆปากแดงๆของเธอ อกอวบอิ่มและขาเรียวสวยนั่น แค่คิดหัวใจของเขาก็เต้นแรงไม่หยุด……. และซูเฟยเฟยมีเรียวขาเรียบเนียบ เส้นขนเบาบาง หน้าตาก็ยิ่งสวยเข้าไปอีก ต่อให้ไม่มีครอบครัวที่โดดเด่น แต่เธอก็มีรูปร่างหน้าตาที่สามารถชนะใจผู้ชายได้แล้ว โดยเฉพาะขาเรียวของเธอนั้น…… นอกจากเธอคนนั้นแล้ว ขาสองข้างของซูเฟยเฟยก็สามารถพูดได้ว่าเป็นขาที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ห่างกันแค่นี้ เขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าบนขาคู่สวยที่เรียวยาวและงดงามนั้นมันเรียบเนียนและขาวราวหิมะ อีกทั้งยังไม่มีรอยตำหนิใดๆเลยแม้แต่น้อย มันเรียบเนียนเหมือนหยกและเห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนังนั่นได้ลางๆ ต้นขาด้านในที่ขาวราวหิมะนั่นดูบอบบางจะแทบจะโปร่งใส และเส้นขนอ่อนนุ่มนั่นรวมทั้งเอวบางๆที่เชื่อมกันไปตลอดแนวทำให้เย่เทียนเซี่ยอยากที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสสักครั้งแล้วลูบไล้ไปจนถึงข้อเท้าที่ดูราวกับไม่มีกระดูกนั่น….

        เธอทำให้เขามีความรู้สึกแบบนี้ได้……. เย่เทียนเซี่ยจึงได้แต่เรียกเธอว่าปีศาจน้อยในใจเงียบๆ

        “รอให้เธอออกมาจากเมืองเริ่มต้นให้ได้ซะก่อนเถอะค่อยอยากจะมาเล่นกับฉัน ยังไงบอกไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี”

        “ทำไมล่ะ….ห๊า? หรือว่านายเปลี่ยนอาชีพแล้ว?” ซูเฟยเฟยไม่ได้รับรู้ถึงสายตาที่มองสำรวจขาเรียวยาวที่เธอภูมิใจนักหนา เธอเกิดความสงสัยและตามมาด้วยเสียงอุทานด้วยความตกใจเบาๆ

        “………ตอนนี้ฉันอยู่ที่เทียนเฉินแล้ว” เย่เทียทียนเซี่ยปิดปากเงียบหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงชะตากรรมที่ยังไม่ได้เปลี่ยนอาชีพของเขา

        “ว๊าว! งั้นก็แปลว่านายเลวล 10 แล้วน่ะสิ สุดยอด!”

        “………” ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ถูกซูเฟยเฟยชมเอาเสียอย่างนั้น เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอึ้งๆพร้อมกับมองมาทางเย่เทียนเซี่ยด้วยสายตาเทิดทูนเล็กๆ เป็นครั้งแรกที่เย่เทียนเซี่ยมีความรู้สึกเหมือนประสบความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างที่ไม่ควรมี เขาตบกะโหลกตัวเองเงียบๆพลางสงสัยว่าเกิดปัญหาขึ้นที่ส่วนไหนในสมองของเขาหรือเปล่า

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม