0 Views

        “ภรรยาของฉันก็ตายไปตั้งสิบปีแล้ว เธอตายไปด้วยน้ำมือของศัตรูที่ฉันสร้างขึ้นมาเอง….. หลังจากนั้นฉันก็ใช้วิธีที่โหดเหี้ยมที่สุดกำจัดศัตรูพวกนั้น…… แต่ไม่ว่าจะทำยังไงภรรยาของฉันก็ไม่มีทางกลับมาตลอดกาล ส่วนลูกสาวของเรา ภรรยาของฉันก็ใช้ร่างบังกระสุนให้เธอ ใช้ชีวิตของเธอแลกกับชีวิตของลูกสาวของเรา ดังนั้นเธอจึงเป็นครอบครัวคนสุดท้ายที่ฉันเหลืออยู่ เธอเป็นชีวิตของฉันและเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดของฉันด้วย ตลอดมาฉันได้แต่คอยเติมเต็มความต้องการทั้งหมดของเธอ เพื่อให้เธอมีความสุขในทุกๆวัน…….. แต่คิดไม่ถึงเลยว่า…….ฉันคิดผิดมาโดยตลอด”

        เขาเงยหน้าขึ้น แล้วถอนหายใจออกมาอย่างเจ็บปวด ชายผู้ซึ่งมีอำนาจและมีชื่อเสียงระดับโลกในเวลานี้กำลังเผยอีกด้านของเขาออกมา และบางทีอาจจะมีเพียงแค่เย่เทียนเซี่ยเท่านั้นที่เคยเห็นมัน เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเย่เทียนเซี่ย “ถ้ามันเป็นทางเลือกที่เฟยเฟยต้องการจริงๆ ฉันก็จะไม่ขัดขวางเธอ……. ฉันได้แต่หวังว่า เธอจะอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข ถ้าการอยู่ที่นี่จะทำให้เธอมีความสุขทุกวัน ฉันก็จะขอบคุณนายมาก”

        “ถ้าคำขอบคุณของคุณสามารถเปลี่ยนเป็นเงินจำนวนมากได้ล่ะก็ ผมก็จะรับไว้ด้วยความยินดี” เย่เทียนเซี่ยยกยิ้ม เป็นรอยยิ้มซึ่งแฝงความนัยเอาไว้ ซูลั่วโยงไปพูดถึงเรื่องอื่นอยู่พักใหญ่แต่ก็ไม่ได้พูดถึง “ค่าคุ้มครอง” ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เย่เทียนเซี่ยกังวลที่สุดเลย ดังนั้นเขาเลยต้องเตือนความจำซูลั่วสักหน่อย

        “หนึ่งล้าน! ถ้านายปกป้องลูกสาวฉันให้อยู่อย่างสงบสุขได้ ฉันจะให้นายหนึ่งล้านทุกปี!” ซูลั่วพูดขึ้นอย่างใจป้ำ เขาไม่มีความรู้สึกไม่พอใจต่อความตรงไปตรงมาของเย่เทียนเซี่ยเลยแม้แต่น้อย เงินเป็นเหตุผลที่ทำให้เย่เทียนเซี่ยยอมรับซูเฟยเฟย แต่สิ่งที่ทำให้เขารับไม่ได้มากที่สุดก็คือความไม่มีเหตุผล เพราะอย่างนั้นความไม่แน่นอนแต่ละอย่างจึงขยายออกหลายเท่าตัว

        หนึ่งล้าน……. มันเป็นจำนวนเงินมหาศาลที่ชั่วชีวิตของคนธรรมดาไม่มีวันได้สัมผัส เขาได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของชายที่ร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งของเอเชียแล้ว

        อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ซูลั่วคาดไม่ถึงก็คือเย่เทียนเซี่ยไม่เพียงไม่ยอมรับไปโดยไม่ลังเล แต่เขากลับขมวดคิ้วตอบกลับมาด้วย รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อยๆหายไป ดวงตาของเย่เทียนเซี่ยหรี่เล็กลงก่อนจะพูดออกมาเสียงเบา “ความปลอดภัยของลูกสาวคุณมีค่าแค่หนึ่งล้าน? เธอเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของคุณไม่ใช่เหรอ นี่มันยังไม่ถึงหนึ่งในหมื่นของทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณมีเลยด้วยซ้ำ!?”

        คิ้วของซูลั่วขมวดเข้าหากันแล้วเขาจึงพูดออกไป “นี่มันไม่เกี่ยวกับว่าเฟยเฟยมีความสำคัญต่อฉันมาแค่ไหน หนึ่งล้าน ความสามารถของนายก็เหมาะสมกับราคาสูงเสียดฟ้านี้แล้ว และฉันเชื่อว่า….. สำหรับการดูแลคนเพียงคนเดียว นี่ถือเป็นการเสนอราคาที่สูงที่สุดแล้วในตอนนี้!”

        นอกจาก “เสือดำ” และ “หมาป่าแดง” ที่อยู่ข้างกายเขามาโดยตลอดแล้ว ทุกคนก็ได้รับเงินปีละไม่เกินสองแสนเท่านั้น แล้วสิ่งที่พวกเขาทำก็ไม่ใช่เพียงการคุ้มกันอย่างเดียวด้วย

        “การเสนอราคาที่สูงที่สุด?” มุมปากของเย่เทียนเซี่ยกระตุกเล็กน้อย เย่เทียนเซี่ยใช้สายตาแปลกประหลาดที่ซูลั่วไม่เข้าใจจ้องมองมาทางเขา ก่อนจะพูดออกไปอย่างสบายๆ “เคยมีคนเสนอเงินให้ผมปีละสองร้อยล้านให้ผมเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของเขา……คุณเชื่อไหมล่ะ?”

        ปีละ……..สองร้อยล้าน!?

        สีหน้าของซูลั่วบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงแล้วตามมาด้วยการส่ายหน้าช้าๆ “เป็นไปไม่ได้! บนโลกใบนี้ไม่มีคนที่บ้าถึงขนาดนั้นหรอก และถ้ามันเป็นเรื่องจริง……. นายจะขัดสนเรื่องเงินได้ยังไง”

        “เหอะ ผมก็แค่ปฏิเสธคนๆนั้นไปเท่านั้นเอง เพราะถ้าเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของเขา มันก็จะทำให้ผมขาดอิสระ แล้วลูกสาวของคุณ…… การคุ้มกันเธอจะทำให้ผมไม่มีอิสระ มีแต่ความยุ่งยาก แต่ลูกสาวของคุณก็ถือว่าสวยอยู่หรอกนะ มองๆไปก็เจริญหูเจริญตาดี สบายกว่าต้องไปคุ้มกันผู้ชายตั้งเยอะ แต่ประเด็กสำคัญก็คือ…… ผมเชื่อว่าคุณจะเสนอราคาให้ได้สูงกว่าสองร้อยล้าน…… คุณเชื่อไหมล่ะ?” เย่เทียนเซี่ยยกยิ้มมุมปาก มันเป็นรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความลึกลับบางอย่าง

        บอดี้การ์ดที่มี “ค่าจ้าง” ในราคาที่มากกว่าสองร้อยล้าน แม้ว่าจะเป็นซูลั่วที่มีทรัพย์สินมหาศาลมากกว่าคนธรรมดาและร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งของเอเชียก็ยังรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังฟังนิยายแฟนตาซีอยู่ คนแบบไหนกันที่จะคู่ควรกับราคามหาศาลแบบนั้น แล้วใครมันมีความกล้ามากขนาดที่เสนอราคาบ้าบออย่างนั้นได้ ราคาแบบนั้นแม้แต่เขาเองก็ยังรับไม่ได้เลย

        “คนๆนั้นมันเป็นใคร!” ซูลั่วขมวดคิ้วถามออกไป คำพูดที่เหมือนกับเรื่องตลกนี้เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด แต่เมื่อเผชิญกับสีหน้าจริงจังของเย่เทียนเซี่ยเขาก็เริ่มคิดว่ามันคงจะเป็นเรื่องจริงอย่างช่วยไม่ได้…… จริงๆแล้วใครมันเป็นคนที่มีทรัพยากรทางการเงินมากขนาดนั้น และคนที่สามารถทำให้คนอื่นมอบเงินมากมายมหาศาลถึงสองร้อยล้านให้ได้ ภายใต้สีหน้าที่แสดงออกมาของชายหนุ่มตรงหน้ายังปิดบังอะไรไว้อีกนะ………

        “คนๆนั้นคุณก็น่าจะรู้จัก” เย่เทียนเซี่ยพูดออกมา หลังจากนั้นก็พูดชื่อของคนๆหนึ่งออกมาช้าๆ “ชื่อของเขาก็คือจั่ว….เจิ้น….หัว!”

        คำสามคำ เป็นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางหัวของซูลั่วถึงสามครั้ง หัวใจและร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ดวงตาของเขาหดเล็กลงเป็นขีดเล็กๆ ร่างกายสั่นเทาท่ามกลางความตื่นตะลึงแล้วสายตาที่เขามองไปยังเย่เทียนเซี่ยก็เปลี่ยนเป็นสั่นไหวอย่างรุนแรง

        จั่วเจิ้นหัว…….. เป็นชื่อของคนที่กุมอำนาจสูงสุดของประเทศหัวเซี่ยเอาไว้ และยังเป็นชื่อของคนที่เป็นผู้นำสูงสุดที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศหัวเซี่ยอีกด้วย

        เพียงแค่คนๆนี้กระทืบเท้าทั่วทั้งหัวเซี่ยก็จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และผู้คนจำนวนมากทั่วโลกก็จะต้องสั่นไหวไปตามๆกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่จะคอยปกป้องคุ้มครองอยู่ข้างกายคนแบบนี้จะต้องเป็นทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในหัวเซี่ยหรือไม่ก็เป็นมนุษย์ต่างดาวที่มีความสามารถเกินกว่าคนธรรมดาเป็นแน่ สามารถพูดได้ว่าเย่เทียนเซี่ยคือคนที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในหัวเซี่ยและมีพลังในการคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดด้วย……. คนแบบนั้นกลับไม่ลังเลที่จะเสนอราคาสูงลิ่วถึงสองร้อยล้านเพื่อให้ชายหนุ่มที่อายุไม่น่าจะเกินยี่สิบปีคนนี้ไปเป็นบอดี้การ์ดให้เขา

        หรือว่าความสามารถของเย่เทียนเซี่ยนั้นจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าทหารที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ข้างกายของคนๆนั้น แข็งแกร่งยิ่งกว่ามนุษย์ต่างดาวอีกอย่างนั้นเหรอ?

        “คุณเชื่อไหมล่ะ?” เมื่อมองไปยังสายตาตกตะลึงของซูลั่ว เย่เทียนเซี่ยก็พูดออกมาช้าๆ

        ซูลั่วมองเห็นความสงบนิ่งและความเปิดเผยจากนัยน์ตาทั้งคู่ของเย่เทียนเซี่ย ไม่มีร่อยรอยความว้าวุ่นหรือพิรุธใดๆ ด้วยประสบการณ์มากมายยิ่งกว่าคนธรรมดาของซูลั่วและด้วยคำพูดที่เย่เทียนเซี่ยพูดออกมา…….. นั่นไม่น่าจะเป็นเรื่องโกหก

        เขาเข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมเขาถึงหาสิ่งที่ตัวเองอยากจะรู้นักหนาไม่เจอ และเข้าใจถึงที่มาของความรู้สึกอันตรายด้วยเช่นกัน ทุกอย่างของเย่เทียนเซี่ยเป็นความลับราวกับม่านหมอก และสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ม่านหมอกนั้นก็เกินกว่าระดับที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้……..

        คนๆนี้แท้จริงแล้วเป็นคนอย่างไรกันแน่

        และเขายังเป็นคนที่สามารถทำให้ผู้นำสูงสุดจ่ายเงินสองร้อยล้านออกไปได้อย่างไม่ลังเล รวมทั้งยังเป็นคนที่กล้าปฏิเสธท่านผู้นำสูงสุดอีกด้วย คนที่แม้แต่เงินมหาศาลของท่านผู้นำสูงสุดยังไม่สามารถซื้อได้กำลังจะมาปกป้องลูกสาวของตนเอง แบบนี้ศัตรูของเขาคงไม่มีใครทำร้ายเธอได้อีก

        “สามร้อยล้าน……. ขอแค่นายปกป้องลูกสาวของฉันให้ดี ฉันจะให้นายปีละสามร้อยล้าน รวมทั้งครึ่งปีต่อจากนี้ฉันยังจะจ่ายให้นายสามร้อยล้านเท่ากับราคาทั้งปีด้วย” ซูลั่งพูดออกมา เมื่อตัวเขาเอ่ยปากออกไปถึงจำนวนเงินมหาศาลที่เหลือเชื่อนั่นแล้วเขาก็พบว่าหัวใจของเขาที่แข็งค้างราวกับหินค่อยๆผ่อนคลายลงและยังเต็มไปด้วยความพึงพอใจอีกด้วย ลูกสาวของเขาคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต ตอนนี้ภรรยาก็จากเขาไปแล้ว ถ้าลูกสาวของเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาแห่งความกลัว และต้องจากเขาไปในสักวันหนึ่ง ต่อให้เขามีเงินและทรัพย์สมบัติมากกว่านี้อีกกี่เท่าก็ไม่มีประโยชน์

        สามร้อยล้าน……. เป็นราคาสูงเสียดฟ้าที่มากกว่าจั่วเจิ้นหัวซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศเสนอมา……. เพราะความปลอดภัยของลูกสาวของเขาสำคัญยิ่งกว่าจั่วเจิ้นหัวและอะไรทั้งหมด สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดบนโลกใบนี้

        “ดีมาก ราคานี้ผมยอมรับได้ ด้วยทรัพย์สมบัติของคุณซูลั่ว ปีละสามร้อยล้านไม่ทำให้ขนหน้าแข้งของคุณร่วงหรอก…..” รอยยิ้มของเย่เทียนเซี่ยเปล่งประกายความสดใสออกมาถึงขีดสุด “แต่ว่าคุณไม่กลัวว่าผมจะคุยโม้ไปงั้นๆเหรอ หรือไม่ก็อาจจะโกหกคุณก็ได้? ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แนวของคุณที่ได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจที่ฉลาดที่สุดในเอเชียเลยนะ”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม