0 Views

        ข้างนอกตอนนี้สว่างจ้าด้วยแสงแดด ดูแล้วน่าจะเป็นเวลาประมาณแปดหรือเก้าโมงเช้า กั่วกัวที่นอนหลับอยู่ข้างหมอนยังคงนอนฝันหวาน แต่ท่านอนของเธอเปลี่ยนเป็นท่านอนคว่ำไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ก้นขาวเหมือนหิมะของเธอมีรอยย่นเล็กน้อยทำให้ริ้วแดงๆพุ่งขึ้นมาประทับบนใบหน้าของเย่เทียนเซี่ย ใบหน้าเล็กๆของเธอถูกกดทับอยู่กับที่นอนนุ่ม มุมปากของเธอก็ยังมีน้ำลายไหลย้อยออกมา

        เย่เทียนเซี่ยไม่ได้ปลุกเธอ เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเบาที่สุด และในตอนที่เขาเพิ่งใส่รองเท้าสำหรับอยู่บ้านได้ไม่นานเสียงเคาะประตู “ปั้งๆๆๆ”  ก็ดังขึ้นมาทันทีทำให้การเคลื่อนไหวของเขาหยุดชะงัก

        ปั้งๆ!

        ปั้งๆๆๆๆ!

        เห็นได้ชัดว่ากริ่งหน้าบ้านของเขาคงจะพังไปแล้ว แม้ว่าที่จริงแล้วสาเหตุที่มันพังก็เพราะเขาตั้งใจพังมันซะเองก็ตาม แต่นั่นก็มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้

        เสียงเคาะประตูนั้นปลุกกั่วกัวขึ้นมาในที่สุด เธอลืมตาขึ้นมาแล้วกระพริบตาสองสามทีและใช้ท่อนแขนอันอ่อนแรงนั้นพยุงตัวขึ้นมา เธอใช้สายตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความง่วงงุนจ้องมองมายังเย่เทียนเซี่ย “นายท่าน…… ดูเหมือนจะมีเสียงอะไรดังๆนะเจ้าคะ”

        จุกสีชมพูสองจุกโผล่เข้ามาในสายตาของเขาตามการขยับตัวของเธอ เย่เทียนเซี่ยเบือนหน้าหนีไปมองทางต้นกำเนิดเสียงนั่นก่อนจะพูดออกมาเสียงเบา “คนดีจริงๆเขาไม่ทำแบบนี้กันหรอก…… คงจะเป็นความยุ่งยากนั่นแหละที่มาหา”

        “เอ๋? ความยุ่งยาก? อ๊าๆๆๆ อมยิ้ม มีกลิ่นอมยิ้มด้วย ดูเหมือนว่าจะมีเยอะด้วยนะเจ้าคะ มีหลายรสด้วย เย่!”ความรู้สึกง่วงงุนของกั่วกัวหายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอเก็บผ้าห่มผืนน้อยอย่างรวดเร็วแล้วรีบหมุนตัวกลับไป ทันใดนั้นชุดสีขาวที่เธอเคยสวมใส่ก็ลอยมาจากที่ไหนไม่รู้แล้วสวมลงบนตัวของเธอราวกับมีเวทมนต์ เธอร้องออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะบินตามกลิ่นออกไปด้านนอก……. เหมือนกับผึ้งบินตามกลิ่นน้ำหวานจากดอกไม้อย่างไรอย่างนั้น

        เย่เทียนเซี่ยนิ่งอึ้ง จากนั้นก็คิดไปถึงเมื่อเย็นวานทันที……. นั่นมันน่าจะเป็นอมยิ้มห้าสิบแท่งที่ถูกซูเฟยเฟยยัดใส่กระเป๋าของตัวเอง!

        “นายท่าน เปิดประตูสิเจ้าคะ มีอมยิ้ม อมยิ้มมาแล้วเจ้าค่ะ” กั่วกัวลอยไปลอยมาอยู่ใกล้ๆประตูห้อง เธอสูดลมหายใจเข้าไปอย่างอดใจรอแทบไม่ไหว หัวใจของเย่เทียนเซี่ยร้อนรนขึ้นมาสักพัก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเปิดประตูออกไป

        ความโสโครกที่สะสมมาเป็นเวลานานทำให้บ้านของเย่เทียนเซี่ยมีกลิ่นเกินจะรับไหว ดังนั้นทันทีที่เปิดประตูออกไปกลิ่นหอมจางๆจากผู้มาใหม่ก็หอมฟุ้งขึ้นมาอย่างชัดเจน ตามมาด้วยสาวสวยคนหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นมาในสายตาของเขา เธอมองเขาด้วยรอยยิ้มสดใส มันเป็นรอยยิ้มที่ฉายชัดถึงความภูมิใจ

        คนตรงหน้าที่อายุราวๆ 18-19 ปี ผิวของเธอขาวราวหิมะ คิ้วโก่งน่ามอง ดวงตาของเธอก็ราวกับดวงตามยามค่ำคืนที่สว่างสดใส เส้นผมสีดำของเธอสยายออกทิ้งตัวลงอย่างเป็นธรรมชาติบนแผ่นหลังของเธอ คนๆนี้คือซูเฟยเฟย ในตอนนี้เธอยังคงสวมเสื้อผ้าแบบเดียวกับที่เย่เทียนเซี่ยเห็นเมื่อวาน และกางเกงขาสั้นที่เธอใส่อยู่นั้นก็เผยให้เห็นเรียวขาผอมเพรียวและท่าทางสง่างาม

        สาวสวยตรงหน้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทำให้ผู้ชายใจสั่นและอยากเป็นเจ้าของ แม้แต่ในหัวของเย่เทียนเซี่ยก็เคยมีความปรารถนาเช่นนั้นซ่อนอยู่วูบหนึ่ง

        “เทียนเซี่ย ฉันมาแล้ว ดีใจที่ได้เจอฉันไหมคะ?” ซูเฟยเฟยยกมือขึ้นโบกมาทางเย่เทียนเซี่ยเป็นการทักทาย ท่าทางในตอนนี้ของเธอดูเหมือนจะไม่มีความเขินอายจากการมาบ้านผู้ชายเป็นครั้งแรกอย่างที่ควรมี สายตาของเธอมองข้ามร่างของเย่เทียนเซี่ยไปด้านในของบ้าน หลังจากนั้น…………

        “อี๋!” ซูเฟยเฟยถึงกับต้องยกมืดขึ้นอุดจมูก เธอเหมือนถูกผลักให้ถอยไปด้านหลังหนึ่งก้าวก่อนจะขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นมา “คุณๆๆๆ…… ทำไมบ้านของคุณมันถึงเหม็นขนาดนี้ล่ะคะ….. แล้วยังสกปรกอีก…….คอกหมูยังดีกว่าที่นี่ซะอีก!”

        “เธอเคยไปคอกหมูหรือไง?” เย่เทียนเซี่ยพูดออกไปหน้าตาย เขารู้ดีอยู่แล้วว่าบ้านของเขาสกปรกขนาดไหน ผ้าห่มไม่เคยพับ ของก็ไม่เคยจัดเข้าที่ ของระเกะระกะมากมายถูกวางไว้เกลื่อนพื้น ขวดและกระป๋องว่างเปล่ามากมายยิ่งวางกระจัดกระจายเต็มพื้นห้อง แต่มันคือความเคยชิน และเขาก็ไม่คิดจะไปจัดเก็บพวกมันด้วย เขาปล่อยให้มันเป็นแบบนี้มาโดยตลอดและใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้วันแล้ววันเล่า ภายใต้ความเคยชินนั้นเขาไม่รู้สึกถึงกลิ่นฉุนเหล่านั้นอีกแล้ว

        “ฉัน…..ที่ที่ฉันจากมาน่ะสะอาดกว่าบ้านของคุณเป็นร้อยเท่า! พันเท่า! ฮึ้ย! ที่ที่คุณอยู่นี่มันเขตเทียนหยวนนะ เป็นเขตวิลล่าที่หรูหราที่สุดในหัวเซี่ย! ทำไมคุณถึง……”

        เย่เทียนเซี่ยยกคิ้วขึ้นก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างไม่แยแสแล้วพูดขึ้น “นี่คุณหนูซู บ้านของฉันก็เป็นอย่างนี้แหละ ถ้าไม่ถูกใจเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแนะนำให้เธอกลับบ้านไปซะดีๆจะดีกว่านะ ไม่ต้องพยายามวิ่งโร่เข้ามาในที่ที่เหมือนคอกหมูอย่างบ้านของฉันหรอก”

        คำพูดของเย่เทียนเซี่ยทำให้ซูเฟยเฟยเลิกคิ้ว เธอรีบเอามือที่อุดจมูกออกทันทีก่อนจะเดินไปด้านหน้าอีกสองสามก้าวด้วยความโกรธ “ฉันพูดคำไหนก็คือคำนั้น บอกว่าจะมาอยู่บ้านคุณก็คือจะมาอยู่บ้านคุณ ต่อให้บ้านคุณจะเป็นคอกหมูจริงๆ ฉันก็ตัดสินใจแล้ว! ฮึ้ย!”

        เธอขยับขาเรียวยาวที่ขาวเหมือนหยกนั้นเดินผ่านเย่เทียนเซี่ยเข้าไปด้านในแบบไม่เกรงใจเหมือนกับเดินเข้าไปในบ้านของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเดินเข้าไปจริงๆเธอถึงได้รู้ว่าบ้านของเย่เทียนเซี่ยจริงๆมันสกปรกซะมกขนาดไหน ที่บอกว่ามันมีสภาพเหมือนคอกหมูนั้นจริงๆแล้วมันก็แค่มุมเล็กๆมุมหนึ่งเท่านั้น

        มือที่เคยลดลงรีบยกขึ้นมาอุดจมูกใหม่ ซูเฟยเฟยมองด้านในวิลล่าที่หรูหรานี่อย่างตกตะลึงอยู่นานโดยไม่พูดอะไรออกมา จะต้องมีความเคยชินกับการใช้ชีวิตอยู่อย่างสกปรกขนาดไหนถึงจะทำให้ภายในห้องนี้เป็นเหมือนกับลานทิ้งขยะแบบนี้ได้…… และบางส่วนที่วางระเกะระกะอยู่นั้นก็คือเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายของเจ้าของบ้านที่สกปรกไม่แพ้กัน ที่จริงเธอเอามือออกจากจมูกไปแล้ว แต่กลิ่นเหม็นที่พุ่งเข้ามายังคงทำให้หญิงสาวที่เติบโตมาจากครอบครัวร่ำรวยเกือบจะทนไม่ได้จนวิ่งหนีไป

        เย่เทียนเซี่ยยืนอยู่ด้านหลังของเธอ เขารอคอยปฏิกิริยาตอบสนองของเธออย่างสนใจ เขาเชื่อว่าการเผชิญหน้าครั้งแรกนี้มีอัตราความเป็นไปได้ที่ซูเฟยเฟยจะหวาดกลัวต่อมันสูงมากกว่า 80%

        แต่โชคร้ายที่ซูเฟยเฟยเลือกอีก 20% ที่เหลือ เธอหันหลังกลับมา ทั้งๆที่ยังคงเอามืออุดจมูกไว้อย่างนั้นแต่ใบหน้าของเธอกลับเผยรอยยิ้มมีความสุขออกมา “ที่แท้คุณก็อยู่คนเดียวไม่มีผู้หญิงมาคอยช่วยดูแลเก็บกวาดบ้านของคุณ” เธอเลิกคิ้วขึ้น พร้อมกับยกยิ้มแปลก “ได้เลย ฉันมาแล้วค่ะ!”

        “………” เย่เทีนเซี่ย

        “อมยิ้ม! อมยิ้ม! มีกลิ่นอมยิ้มมาจากตัวของเธอด้วย มีรสแอปเปิ้ล รสลิ้นจี่ รสส้ม รสมะม่วง…… อ๊า! นายท่าน ข้าอยากกิน ข้าอยากกิน! พี่สาวคนนี้อยากจะมาอยู่ที่บ้านของพวกเราหรอเจ้าคะ? งั้นให้เธออยู่ที่นี่ไปเลยดีไหมเจ้าคะ เธอมีอมยิ้มเยอะแยะเลยเจ้าค่ะ”

        กั่วกัวยืนอยู่บนไหล่ของเย่เทียนเซี่ยแล้วดึงผมเย่เทียนเซี่ยยิกๆ ดวงตากลมโตสองข้างของเธอจ้องมองไปยังกระเป๋าสีชมพูที่ซูเฟยเฟยถืออยู่ปริบๆเพราะเธอได้กลิ่นของโปรดลอยมาจากในนั้น

        ซูเฟยเฟยหมุนตัวเดินออกไปหลังจากนั้นก็ตะโกนออกไปด้านนอก “นี่! พวกนายรีบเอาของของฉันย้ายเข้ามาเดี๋ยวนี้! เร็วเข้า!”

        เมื่อมองตามไปยังทิศทางที่ซูเฟยเฟยตะโกนออกไปเย่เทียนเซี่ยก็พบเข้ากับรถสุดหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล ที่นั่นมีบอดี้การ์ดสี่คนที่มีอายุไม่เท่ากันและแต่งตัวอย่างเหมาะสมกับการดูแลความปลอดภัยนั่งอยู่ในนั้น ดวงตาของพวกเขาจ้องมองมาที่นี่ สีหน้าของพวกเขาล้วนเป็นไปในทางเดียวกันนั่นก็คือ…….. ยิ้มเศร้าๆอย่างไม่มีทางเลือก

        ประตูรถยนต์ถูกเปิดออกมา ซูเฟยเฟยก็เปิดประตูบ้านออกกว้างแล้วกวักมือเรียก “รีบย้ายของเข้ามาเร็วเข้า เร็วๆสิ! ระวังอย่าให้ตุ๊กตาคริสตัลที่ฉันสะสมไว้แตกล่ะ ระวังปลาทองของฉันด้วย อย่าให้น้ำกระฉอกออกมานะ…….”

        เย่เทียนเซี่ยยืนอยู่ด้านหลังของซูเฟยเฟยก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด “คุณหนูซู เธอควรจะถามความเห็นชอบของฉันก่อนไหม? ดูเหมือนว่าฉันจะไม่เคยตอบตกลงให้เธอย้ายเข้ามาอยู่นะ”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม