0 Views

        “เล่ยเฟิง ตอนนี้คุณยังจะบอกว่าฉันจำคนผิดอยู่อีกไหมคะ?” หญิงสาวมองมาที่เขาแล้วยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ ชื่อเรียกที่ออกมาจากปากของเธอทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย

        “ก่อนที่จะเจอฉัน เธอเคยได้ยินชื่อเล่ยเฟิงมาก่อนไหม?” ใบหน้าของเย่เทียนเซี่ยบึ้งตึงแล้วถามออกไปอย่างหงุดหงิด สายตาของเขาค่อยๆกวาดมองไปยังร่างของเธอที่ถือกระเป๋าใบหนึ่งไว้………. สิ่งที่อยู่ในนั้นคืออมยิ้มของเขา….. ไม่ใช่!  อมยิ้มของกั่วกัวต่างหาก!

        ยังไงก็ตาม ต่อให้เขาพูดออกไปเป็นร้อยรอบก็คงแก้ตัวไม่ทันแล้ว

        “เอ๋? ไม่นี่คะ……หรือว่าคุณจะเป็นคนดัง?” หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น

        “…….” ในเมื่อไม่รู้แม้กระทั่งว่าเล่ยเฟิงเป็นใครแล้วยังจะกล้าออกมาจากบ้านอีก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงโดนลักพาตัวไปง่ายๆ……. เย่เทียนเซี่ยพูดออกมาอย่างจริงจัง “จริงๆแล้ว ฉันไม่ใช่เล่ยเฟิง”

        “อ๊า! ในที่สุดคุณก็พูดความจริงออกมาซักที ฉันรู้แล้วล่ะค่ะ คุณชื่อเย่เทียนเซี่ยใช่ไหมล่ะ!” รอยยิ้มของเธอเปลี่ยนเป็นความยินดีมากยิ่งขึ้น แต่สองมือที่กำแน่นอยู่ข้างตัวของเธอที่ขยับไปมาไม่หยุดแสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นที่เธอได้มาเผชิญหน้ากับเย่เทียนเซี่ย

        “แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ?” เย่เทียนเซี่ย

        “ฉันชื่อซูเฟยเฟยค่ะ……. จำได้หรือยังคะ?” เมื่อได้ยินเขาถามขึ้นมาเธอก็รีบบอกชื่อของตัวเองออกไปทันที หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้แต่ตกอยู่ในความเงียบ แล้วซูเฟยเฟยก็พยายามเอ่ยปากถามออกไปเสียงเบา “คุณ……ชอบกินอมยิ้มขนาดนี้จริงๆเหรอคะ?”

        สีหน้าของเย่เทียนเซี่ยเปลี่ยนเป็นมืดมนจนแทบจะมีสีเดียวกับคนแอฟริกาทันที ก่อนจะพูดออกมาอย่างพยายามสงบสติอารมณ์ขั้นสุด “ไม่ ปกติฉันจะมาซื้อไปให้ลูกสาวของฉันกิน”

        กั่วกัว…….. เธอจงกลายเป็นลูกสาวจำเป็นของฉันซะดีๆ

        “อ๋า? คุณมีลูกสาวแล้วเหรอคะ?” ซูเฟยเฟยอ้าปากค้าง บหน้าของเธอแสดงออกถึงความตกใจ “แต่ว่า ตอนนี้คุณอาศัยอยู่ที่วิลล่าหมายเลข 6 ของเขตเทียนหยวนคนเดียวชัดๆนี่นา”

        ใบหน้าของเย่เทียนเซี่ยยิ่งมืดมนลงไปอีก จากสีหน้าที่คล้ายคนแอฟริกาก็เปลี่ยนเป็นคนป่าไปในทันที เขากระตุกยิ้มมุมปากแล้วพูดออกไป “นี่เธอสืบเรื่องของฉัน?”

        “ก็คุณเป็นผู้ช่วยชีวิตฉันนี่คะ ฉันก็ต้องอยากเจอคุณอยู่แล้ว คุณพ่อของฉันก็อยากจะเจอคุณเพื่อกล่าวขอบคุณด้วยเหมือนกัน แล้วก็โชคดีที่…….. เขตเทียนหยวนที่คุณอาศัยอยู่นั่นเป็นกิจการของคุณพ่อ ดังนั้นการหาตัวคุณเลยไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่ฉันกลัวว่าจะเป็นการรุกล้ำคุณมากเกินไป ดังนั้น…… ดังนั้นฉันก็เลยมารอคุณอยู่ที่นี่ไงคะ”

        เด็กผู้หญิงมักปรารถนาจะลิ้มรสความโรแมนติกซักครั้ง อย่างเช่นการพบกันอย่างโรแมนติกแบบนี้

        อีกทั้งวันนั้นเย่เทียนเซี่ยยังใช้ร่างกายหยุดกระสุนที่พุ่งมาจากระยะห่างเพียงสิบก้าว แล้วยังปลิดชีวิตคนสี่คนภายในระยะเวลาสั้นๆอีก ซึ่งเธอก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นอย่างใกล้ชิดด้วยตาของตัวเอง คนแบบนี้จะเป็นคนธรรมดาแน่หรือ? ดังนั้นเมื่อเธอรู้ข้อมูลโดยละเอียดทั้งหมดของเขาที่พ่อของเธอขุดขึ้นมามันก็ทำให้เธอไม่กล้าไปรบกวนเขาด้วย คนที่มีพลังแบบนี้พ่อของเธอคิดเอาไว้เป็นอย่างแรกเลยว่าเย่เทียนเซี่ยจะต้องเป็นมนุษย์ต่างดาวแน่ๆ…… เขาจะต้องเป็นคนประเภทที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกขั้นและไม่ใช่คนประเภทที่คนธรรมดาจะเข้าไปยุ่งวุ่นวายหรือรบกวนได้

        แต่ซูเฟยเฟยก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงที่เพิ่งจะอายุยี่สิบ เธอไม่อาจสงบจิตสงบใจ ระมัดระวังการกระทำและอดทนได้เหมือนกับพ่อของเธอ เธอจึงได้ใช้วิธีของตัวเองสร้างโอกาสที่จะได้เจอเขาอีกครั้งขึ้นมา หลังจากนั้น………

        “ห๊ะ? เธอจะมาตามหาฉันทำไม” เย่เทียนเซี่ยเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที ภายในดวงตาของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความตื่นเต้นและความหลงใหลนั้น เขามองเห็นประกายดื้อรั้นที่แฝงอยู่ ดูเหมือนว่าเธอได้ทำการตัดสินใจบางอย่างที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ไปแล้วเมื่อพบกับเขา และเขาก็เริ่มรู้สึกว่าจากนี้ไปตัวเองคงจะถูกตามติดจากอะไรบางอย่างแน่นอน…… เขตเทียนหยวนที่เขาอยู่เป็นกิจการของพ่อเธอ เฮ้อ…… นี่มันคงเป็นชะตาลิขิตอย่างนึงสินะ……. เดี่ยวก่อนนะ! เขตเทียนหยวน……. ธุรกิจของพ่อ…… พ่อของเธอ………

        หญิงสาวคนนี้คือคนสกุลซู!

        ชิบหาย!!

        เวลานั้นหัวใจของเย่เทียนเซี่ยตกไปอยู่ตาตุ่มจนเกือบจะร้องตะโกนออกมา…….. คนคนเดียวที่เขาคิดถึงตอนนี้ เป็นชื่อหนึ่งที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเอเชีย ยิ่งในประเทศหัวเซี่ยยิ่งไม่มีใครไม่รู้จักเขา……. ซูลั่ว!

        เขาคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศหัวเซี่ย……. เรียกได้ว่าทรัพย์สินที่ซูลั่วมีนั้นสามารถซื้อทวีปเอเชียได้ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว!

        หญิงสาวที่มีชื่อว่าซูเฟยเฟย……. จริงๆแล้วเธอคือเด็กสาวจากครอบครัวที่มั่งคั่งเป็นอันดับหนึ่งในหัวเซี่ย!?

        จากที่ได้ยินมาภรรยาของซูลั่วถูกฆ่าตายภายใต้น้ำมือของศัตรูเมื่อเกือบสิบปีก่อน จากนั้นเขาก็ไม่เคยแต่งงานใหม่อีกเลยและเขาก็มีลูกสาวเพียงคนเดียวที่คอยอยู่ข้างกายเท่านั้น แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่สุดยอดในทุกๆด้าน ทั้งด้านอำนาจ ชื่อเสียง ทรัพย์สินเงินทอง แต่เขาก็ได้ก้าวข้าม “ศพ” ไปมากมายนับไม่ถ้วนเช่นกัน ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาได้สะสมศัตรูเอาไว้เป็นจำนวนมากนั่นเอง……. เพราะอย่างนั้นตัวของเขาเองและครอบครัวก็มักจะต้องพบเจอกับเรื่องอันตรายอยู่ตลอดเวลา ภายใต้เสื้อผ้าหรูหราสวยงามเหล่านั้นกลับต้องแบกรับแรงกดดันมากมายที่คนธรรมดาไม่มีวันเข้าใจ

        “ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าคุณคือผู้ช่วยชีวิตของฉันน่ะ” ซูเฟยเฟยเผยรอยยิ้มน่ารัก ไม่ได้พยายามยุ่งย่ามกับปัญหาเรื่องอมยิ้มเหล่านั้นอีก

        สายตาที่เย่เทียนเซี่ยมองซูเฟยเฟยในขณะนั้นแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน เขาขมวดคิ้วและพูดออกมาอย่างไม่แยแส “แต่วันนั้นดูเหมือนว่าฉันจะลวนลามเธอไปอย่าง ‘ไม่ระวัง’ ดังนั้นก็ถือว่าหายกันก็แล้วกัน” เมื่อพูดจบเขาก็เงยหน้าขึ้นแล้วเดินออกไป……. แม้แต่อมยิ้มที่ซื้อมาอย่างยากลำบากเขาก็ไม่สนใจมันอีก

        จริงๆสำหรับเย่เทียนเซี่ยแล้วถ้าเขาไม่ได้ลวนลามเธอโดยไม่ตั้งใจในวันนั้นจนกลายเป็นเรื่องราวร้ายแรงในชีวิตของเธอ เขาก็คงไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับเรื่องยุ่งยากอย่างการช่วยชีวิตเธอในเย็นวันนั้น

        “คุณ…. คุณ…….ฮึ้ย!” เดิมทีแล้วเธอตัดสินใจที่จะไม่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นคนพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเองอย่างตรงไปตรงมาจนซูเฟยเฟยคาดไม่ถึง ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรือ เธอมองเขาหมุนตัวเดินจากไปแล้วจึงรีบสาวเท้าตามเขาไปจนไปหยุดอยู่ข้างกายของเขา “คุณ….. หยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้นะ! ห้ามไปไหนเด็กขาด!”

        “อยากจะโวยวายเรื่องที่ฉันลวนลามงั้นเหรอ?” เย่เทียนเซี่ยกระตุกยิ้มแปลกประหลาดมองไปทางหญิงสาวตรงหน้าเขา

        “ฮึ้ย!” ซูเฟยเฟยไม่มีท่าทีโกรธเคือง เธอเม้มปากแน่นก่อนจะพูดออกมาด้วยประโยคที่เกือบทำให้เย่เทียนเซี่ยหน้าคว่ำ “ฉันอยากจะไปอยู่ที่บ้านของคุณ!”

        “ท…..ทำไมล่ะ!?” หลังจากเงียบไปถึงสามวินาทีเย่เทียนเซี่ยก็พบว่าเสียงของเขามันสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ ผู้หญิงสมัยนี้เขาเปิดเผยกันถึงขนาดนี้แล้วงั้นเหรอ? คอยตามจับผู้ชายตามซอยเปลี่ยวอย่างนี้เหรอ……….. หรือว่าเสน่ห์ของเขามันจะล้นเหลือเกินห้ามใจ พอผู้หญิงอย่างเธอเห็นแล้วถึงได้ร่ำร้องอยากจะขึ้นเตียงนัก

        “เพราะคุณลวนลามฉันยังไงล่ะ!”

        “……..เพราะฉันลวนลามเธอก็เลยอยากไปอยู่บ้านฉัน ถามจริงมันเกี่ยวกันไหม?” สมองของเย่เทียนเซี่ยเกิดความสับสน วิธีคิดของเด็กสาวที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆของหัวเซี่ยนี่มันต่างจากคนธรรมดาทั่วไปจริงๆ

        “นั่นเพราะ….. เพราะ….” ใบหน้าของซูเฟยเฟยค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง หลังจากนั้นเธอจึงรวบรวมความกล้าจ้องมองไปยังเย่เทียนเซี่ยด้วยแววตาดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว “……..เพราะตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสมาก่อนเลย….. วันนั้นคุณ….. คุณต้องรับผิดชอบฉัน”

        เย่เทียนเซี่ยอึ้งไป เขาเหลือบมองสีหน้าที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเธอ ภายใต้ความดื้อรั้นของเธอในตอนนี้มีความเขินอายแฝงมาด้วยโดยไม่ได้เสแสร้ง อีกทั้งยังไม่ปรากฏร่องรอยของความลังเลหรือไม่เป็นธรรมชาติใดๆเลย…….. เธอกำลังบอกกับเขาว่าเธอคือสาวบริสุทธิ์คนหนึ่งที่ไม่เคยแปดเปื้อนมาก่อน

        ในการรับรู้ของเย่เทียนเซี่ยนั้น หญิงสาวที่เป็นลูกคนรวยจำนวนมากมักใช้ชีวิตอย่างหรูหราและเรื่อยเปื่อยมากกว่าคนธรรมดาเพราะไม่มีความกดดันในชีวิตและไม่มีช่วงเวลาที่ต้องแสวงหาดิ้นรนเพื่อสิ่งใด เด็กผู้หญิงจากครอบครัวมั่งคั่งที่เติบโตมาในชีวิตแบบนี้ห่างไกลจากคำว่าบริสุทธิ์มากนัก

        และซูเฟยเฟยก็เป็นหญิงสาวที่ร่ำรวยมากจริงๆ เธอช่าง………

        แต่ในทางกลับกัน……..

        “นี่คุณหนูสกุลซู” เย่เทียนเซี่ยลูบจมูกไปมา ก่อนจะพูดออกไปด้วยสีหน้าแปลกๆ “นี่มันยุคไหนแล้ว…… เธอจะมาให้ฉันรับผิดชอบเธอเพียงเพราะว่าฉันดันไปโดนตัวเธอ โดย… ไม่… ตั้ง… ใจ… แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ เพราะฉันจะไม่แต่งงานกับเธอแน่”

        “นี่คุณ…… ฝันไปหรือเปล่า! ใครบอกว่าฉันจะ…….”

        “อื้ม! ถูกแล้วๆ! งั้นที่เธอบอกว่าจะไปอยู่ที่บ้านฉันก็คงล้อเล่นสินะ งั้นก็ลาก่อน” เย่เทียนเซี่ยเหมือนได้รับการปลดปล่อย เขารีบหมุนตัวเดินกลับบ้านไปทันที

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม