0 Views

        ผู้มาใหม่ไม่ได้มีเพียงคนเดียว แต่มีถึงหกคน คนทั้งหกนั้นคือปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพของอาชีพทั้งหก ซึ่งก็คืออาชีพนักรบ ผู้พิทักษ์ นักธนู นักฆ่า นักบวชและผู้อัญเชิญ เมื่อรวมปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพนักเวทย์เข้าไปอีกก็เท่ากับเป็นการรวมตัวกันที่หาได้ยากยิ่งของปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพทั้งเจ็ด เวลานี้พวกเขาทั้งเจ็ดได้กระจายตัวกันอยู่ภายในโถงเปลี่ยนอาชีพขนาดใหญ่ เมื่อเผชิญหน้ากับปรมาจารย์อีกหกคนที่เข้ามาอย่างกะทันหัน ปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพนักเวทย์ก็แสดงออกถึงความตกใจและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

        “ฮ่าๆ!”  ปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพนักรบยิ้มออกมาอย่างแปลกประหลาด “เพราะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเรื่องหนึ่งอย่างไรล่ะ พวกเราทั้งหมดจึงต้องมาที่นี่ ท่านปรมาจารย์นักเวท การมอบอาชีพให้เจ้าหนุ่มนี่ล้มเหลวสินะ……. ไม่เพียงแค่เจ้า เมื่อพวกเราทั้งหกคนมอบอาชีพให้เจ้าหนุ่มนี่ก็ล้มเหลวทั้งหมดเช่นกัน”

        “ล้มเหลวทั้งหมด?” ปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพนักเวทย์ตกตะลึง และทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นนิ่งค้าง แล้วพูดออกมาอย่างตกใจ “เจ้าบอกว่า……นอกจากข้า พวกเจ้าทุกคนก็ล้มเหลวเช่นกันอย่างนั้นรึ?”

        “ถูกต้อง” ปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพผู้พิทักษ์พยักหน้าและตอบกลับมาอย่างเคร่งขรึม สายตาของเขากวาดมองไปยังเย่เทียนเซี่ย “อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้สังเกตเลยว่าเขายังสวมเหรียญเกียรติยศแห่งผู้กล้าเอาไว้ด้วย!”

        ดวงตาทั้งเจ็ดคู่จ้องมองไปยังตำแหน่งหน้าอกของเย่เทียนเซี่ยพร้อมกัน ตรงนั้นมีเหรียญเกียรติยศสีทองแดงที่ดูเรียบๆห้อยอยู่ แต่ตัวอักษรที่สลักลงไปด้านบนเหรียญเป็นคำว่า “ผู้กล้า” ทำให้ดวงตาของปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพทั้งเจ็ดเบิกค้างอยู่นาน

        “นี่ หรือว่า………..” สีหน้าของปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพนักเวทย์เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที และเมื่อเขามองเข้าไปยังดวงตาของเย่เทียนเซี่ยก็ยิ่งปรากฏการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เย่เทียนเซี่ยสงบนิ่งเขาไม่ได้ถามอะไรออกไป เขาทำเพียงมองตรงไปยังคนเหล่านั้นอย่างเงียบงัน….. ตอนนี้กำลังจะเกิดเรื่องน่าสนใจบางอย่างขึ้นมาอีกครั้งสินะ

        “เจ้าหนุ่ม…..โอ้ จริงๆแล้วชื่อของเจ้าก็คือเซี่ยเทียน เซี่ยเทียนเจ้ารู้หรือไม่ทำไมเจ้าถึงไม่สามารถรับอาชีพจากพวกเราได้?” ปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพนักรบพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ่มลึก

        เย่เทียนเซี่ยส่ายหน้า รอคอยคำตอบของเขา

        “คนที่ไม่สามารถรับอาชีพได้จริงๆแล้วมิใช่ว่าไม่เคยมีมาก่อน แต่คนเหล่านี้จะปรากฏตัวขึ้นมาน้อยมาก เมื่อปรากฏเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาแล้วจะมีเพียงสองเหตุผลเท่านั้น หนึ่งคือพลังของคนๆนั้นอ่อนแอมากเกินไป อ่อนแอจนไม่สามารถรองรับพลังใดๆได้และไม่มีคุณสมบัติที่จะเปลี่ยนเป็นอาชีพใดๆทั้งสิ้น แต่คนที่อ่อนแอจนถึงระดับนั้นจะปรากฏออกมาได้น้อยมาก ทว่าเจ้า…..กลับได้รับเหรียญผู้กล้า ซึ่งไม่มีทางเป็นคนประเภทนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นเจ้าจึงเป็นคนอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งคนประเภทนี้มีน้อยยิ่งกว่าคนประเภทแรกเสียอีก แม้จะมีจำนวนน้อย แต่ตั้งแต่ข้าเกิดมาก็ยังเคยได้ยินอยู่บ้าง ทว่าไม่เคยพบเจอมาก่อนเลยในชีวิต”

        คนทั้งเจ็ดมองไปที่ดวงตาของเย่เทียนเซี่ยที่เปลี่ยนเป็นกระตือรือร้นขึ้นมาชัดเจน พวกเขาทั้งหมดมารวมตัวกันเพื่อเย่เทียนเซี่ยโดยเฉพาะ นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเขาพบเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว

        “ผู้ที่สามารถครอบครองเหรียญผู้กล้าได้นั้นมีน้อยมาก ร้อยปีก่อนมีคนๆหนึ่งนามว่ากู่ผิงได้รับมันไป และในร้อยปีที่ผ่านมาก็มีอีกคนหนึ่งนามว่าอู๋หมิงได้รับมันไปอีกเช่นกัน ด้วยสิ่งนั้นจึงหมายความว่าเจ้ามีคุณสมบัติของคนอีกประเภทหนึ่งก็คือ….. คนที่มีพลังที่แข็งแกร่งเกินไปอย่างไรล่ะ! พลังนั้นแข็งแกร่งจนอาชีพที่พวกเรามอบให้เจ้าไม่เหมาะสมกับคุณสมบัติของพลังที่เจ้ามี! ดังนั้นจึงถูกปฏิเสธโดยพลังในกายเจ้าอย่างไรล่ะ” ปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพนักรบพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

        อู๋หมิง ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของทวีปที่สาบสูญ หลังจากเขาก็ปรากฏคนอีกคนหนึ่งที่ได้รับเหรียญผู้กล้าขึ้นมา สิ่งที่ทำให้พวกเขายิ่งตกใจก็คือคนคนนั้นปฏิเสธการมอบอาชีพทั้งหมด ตามตำนานเล่าว่าคนที่มีความสามารถและคุณสมบัติที่จะทำให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ มีเพียงอู๋หมิงคนเดียวเท่านั้น…….

        “………” เย่เทียนเซี่ย

        อารมณ์ที่เคยหดหู่ของเย่เทียนเซี่ยหายไปเป็นปลิดทิ้ง เขาเงยหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับสายตาตื่นตกใจของคนทั้งเจ็ด ก่อนจะพูดออกไปด้วยท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัว “จริงๆแล้ว……ผมก็ไม่ได้เก่งกาจอย่างที่พวกท่าคิดหรอกครับ”

        อาชีพของผู้เล่นธรรมดาไม่มีคุณสมบัติคู่ควรที่จะเป็นอาชีพของเขา…….. โอ้พระเจ้า นี่มันคือแจ็คพอต!

        ปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพนักรบกรอกตาขึ้นก่อนจะพูดออกมา “เซี่ยเทียน เจ้าคือผู้กล้าจากต่างแดน และคุณสมบัติของเจ้าก็ยังไม่มีความแตกต่างจากบรรดาผู้กล้าจากต่างแดนคนอื่นๆที่มาจากเมืองเริ่มต้นด้วย อีกทั้งเจ้ายังใช้คุณสมบัติเช่นนี้พิชิตเหรียญผู้กล้ามาได้ นี่ทำให้ข้าสนใจพลังพิเศษที่เจ้ามีอยู่ไม่น้อย แต่ทว่าเมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติของเจ้าแล้ว พลังของเจ้าอาจจะยังคงหลับใหลอยู่ และยังไม่ปรากฏออกมาก็เป็นได้…… เซี่ยเทียน เมื่อไม่มีอาชีพเจ้าคงลำบากมากสินะ เจ้าสนใจจะไปพบคนๆหนึ่งกับพวกข้าหรือไม่ล่ะ……. เขาจะต้องสนใจเจ้ามากแน่ๆ”

        “เอ๋? พบใครเหรอครับ?” เย่เทียนเซี่ยถามออกไป

        เรื่องแปลกๆเกิดขึ้นกับเขาครั้งแล้วครั้งเล่า นับวันเขาก็ยิ่งเริ่มคิดว่า World of Fate ไม่ใช่เกมเสมือนจริงง่ายๆเกมหนึ่งซะแล้ว มันเหมือนกับโลกจริงอีกโลกที่ไม่ต่างกับโลกข้างนอกนั่นเลย

        “เขาก็คืออาจารย์ของพวกเรามีนามว่า ข่งซิว ปรมาจารย์เวทมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองเทียนเฉินแห่งนี้” ปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพนักเวทย์พูดขึ้น “ห้วงเวลาแห่งโชคชะตาหายไป ปีศาจร้ายออกอาละวาด แผ่นดินระส่ำระสาย ทวีปที่สาบสูญในตอนนี้ต้องการผู้กล้าที่แท้จริง ก่อนหน้านี้ไม่นานท่านข่งซิวอาจารย์ของพวกเราให้พวกเราจับตาดูผู้กล้าจากต่างแดนที่มีคุณสมบัติล้ำเลิศกว่าคนธรรมดา ผู้ที่ครอบครองเหรียญผู้กล้า ปฏิเสธการมอบอาชีพทั้งหมด…… เขาจะต้องสนใจเจ้ามากแน่ๆ ไม่แน่บางทีอาจจะสามารถชี้แนะเจ้าจนกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งเฉกเช่นอู๋หมิงก็เป็นได้”

        ปรมาจารย์เวทมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ข่งซิว……. NPCลับที่ผู้เล่นธรรมดาไม่เคยพบเจอมาก่อน!?

        “ดีครับ เช่นนั้นเชิญท่านนำทางผมไปเลย” เวลานี้แม้แต่คนที่โง่ที่สุดก็น่าจะรู้ว่าควรพยักหน้าตอบกลับไป

        ก่อนหน้านี้เขาต้องพบกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นธรรมโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่อมาก็ดูเหมือนจะได้พบเซอร์ไพรส์ครั้งยิ่งใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยหมอกควันแห่งความคลุมเครือ……… นี่แหละคือโชคชะตา โชคชะตาที่ไม่อาจคาดเดาได้

        จากสายตาและสีหน้าที่แปลกประหลาดของปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพทั้งเจ็ด คนที่เขากำลังจะไปพบต่อไปนี้จะต้องน่าสนใจยิ่งกว่าคนที่เข้าเคยพบมาทั้งหมดอย่างแน่นอน……. แล้วความสงสัยก็ยิ่งซึมลึกลงไปในใจของเย่เทียนเซี่ย

        ตั้งแต่ที่ปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพทั้งเจ็ดของเมืองเทียนเฉินรวมตัวกัน “ขาดงาน” และจากตำแหน่งของตัวเองไป ผู้เล่นมากมายที่เพิ่งมาจากเมือเริ่มต้นและรีบพุ่งมายังหอเปลี่ยนอาชีพแห่งนี้ก็ต้องเผชิญหน้ากับเก้าอี้ว่างเปล่าของปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพทั้งเจ็ด

        ปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพทั้งเจ็ดอาจจะถูกลงโทษได้จากการบกพร่องต่อหน้าที่ของพวกเขา แต่พวกเขาก็อยากจะไปเป็นพยานกับเรื่องทั้งหมดที่พวกเขาสงสัยมาตลอด และเมื่อได้พบกับเย่เทียนเซี่ยก็ยิ่งทำให้พวกเขาเกิดสนใจเป็นอย่างมาก

        เมืองเทียนเฉินมีความเจริญมากกว่าที่เย่เทียนเซี่ยคาดเอาไว้ เขารีบเร่งฝีเท้าตามปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพทั้งเจ็ด ระหว่างทางเย่เทียนเซี่ยก็เก็บภาพตรอกซอกซอยต่างๆของเมืองเอาไว้ในความทรงจำ หากใช้คำว่างดงามราวกับกระเบื้องเคลือบมาบรรยายที่แห่งนี้ก็คงจะไม่เกินจริงเลยแม้แต่นิดเดียว บ้านเมืองนี้เจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าในซีรีย์โบราณไม่รู้กี่เท่า ขนาดใจกลางของเมืองยังเป็นเช่นนี้ แล้วเมืองหลวงล่ะ……. จะมีบรรยากาศและความหรูหราเป็นแบบไหนกันนะ

        ใจกลางเมืองเทียนเฉิน ณ ที่ทำการของเจ้าเมืองตะวันตกที่มีทหารยามรักษาการอย่างแน่นหนา

        สถานที่แห่งนี้เงียบเชียบอย่างแปลกประหลาด……. ถนนหนทางของเมืองเทียนเฉินมีผู้คนเดินไปเดินมาขวักไขว่ จำนวนผู้เล่นที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้เสียงความคึกคักดังยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว แต่ราวกับว่าที่แห่งนี้ตัดขาดจากเสียงภายนอกโดยสมบูรณ์ เพราะทันทีที่ก้าวไปภายในเสียงที่เคยดังอยู่ข้างหูของเย่เทียนเซี่ยก็หายไปทันทีราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม