0 Views

        พยัคฆ์สงครามอเมทิสต์หมุนตัวแล้วพุ่งเข้ามา กรงเล็บแหลมคมทอแสงสีม่วงอันน่ากลัวชวนให้ผู้พบเห็นหนาวสะท้านไปถึงส่วนลึกของหัวใจ สิ่งที่เย่เทียนเซี่ยต้องเผชิญหน้าในเวลานี้คือพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ที่มีความเร็วในการเคลื่อนที่มากกว่าเขาถึงสองเท่าซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถหลบหลีกมันได้ เขาขมวดคิ้วก่อนจะรีบหมอบลงแนบร่างชิดไปกับพื้นทันที ทันใดนั้นสายลมที่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้างของสายฟ้าก็ลอยหวือผ่านหัวของเขาไป เขาคำนวณตำแหน่งของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ภายในเวลาชั่วพริบตาแล้วโยนประทัดคู่ตามไปหนึ่งอัน หลังจากนั้นก็กลิ้งตัวลงมาจากแท่นหินแล้วหมอบต่ำ

        ปั้ง! ปั้ง!

        หูของเย่เทียนเซี่ยได้ยินเสียงระเบิดของประทัดคู่ดังขึ้น เขาหรี่ตาลงก่อนจะวาดห้วงเวลาแห่งโชคชะตาในมือไปบนอากาศเหนือหัวทันที ในตอนนั้นเองที่ร่างกายใหญ่โตของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ลอยมาจากด้านบนแท่นหินข้ามหัวเขาไปพอดี

        พลาด!

        ห้วงเวลาแห่งโชคชะตาโจมตีไปยังร่างของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่ตัวเลขความเสียหายแต่กลับเป็นตัวอักษรคำว่า “พลาด” ตัวโต ช่องว่างของเลเวลระหว่างเย่เทียนเซี่ยและพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์คือสิบเลเวล และยังมีช่องว่างของความแข็งแกร่งที่ไม่อาจชดเชยได้อีก เย่เทียนเซี่ยชักห้วงเวลาแห่งโชคชะตากลับมาด้วยความรวดเร็วแล้วรีบจุดไฟประทัดคู่ก่อนจะโยนไปทางที่พยัคฆ์สงครามอเมทิสต์กระโดดลงไป หลังจากนั้นก็รีบประโดดขึ้นไปบนแท่นหินอีกครั้ง ด้านหลังของเขาในเวลานั้นมีเสียงระเบิดของประทัดคู่ดังขึ้นสองเสียงและเสียงคำรามด้วยความโกรธของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์  ก่อนมันจะเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็วอีกครั้งพร้อมลมหายใจแห่งความตาย

        ทุกครั้งที่หลบหลีกการโจมตีของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์เป็นเหมือนกับการหนีจากคมเคียวของยมทูตที่เหวี่ยงผ่านร่างเขาไป ครั้งแรกรวดเร็ว ครั้งที่สองอันตราย ครั้งที่สามโชคช่วย ครั้งที่สี่ปาฏิหาริย์…….. และก็มีครั้งที่สิบ…… ครั้งที่ยี่สิบ……..

        บนเส้นทางชีวิตในเกมเสมือนจริงเขาเคยจัดการบอสระดับขุนนางที่มีเลเวลเท่ากันด้วยตัวคนเดียวและธนูอีกหนึ่งคันมาแล้ว และตั้งแต่ต้นจนจบบอสตัวนั้นก็โจมตีไม่โดนเข้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว การท้าทายบอสขุนนางในโลกเกมเสมือนจริงเป็นตำนานอันน่าตื่นตาตื่นใจเรื่องหนึ่ง แต่เวลานี้การทดสอบที่เย่เทียนเซี่ยกำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นยากกว่าการกำจัดบอสขุนนางตัวหนึ่งที่มีเลเวลเท่ากันอย่างเทียบไม่ติด ซึ่งความยากในตอนนี้ก็จัดได้ว่าอยู่ในลำดับต้นๆของประวัติศาสตร์การเล่นเกมเสมือนจริงทั้งหมดของเขา

        เลือดในกายของเย่เทียนเซี่ยเดือดพล่าน เซลล์ทุกส่วนในร่างกายเหมือนจะระเบิดได้ตลอดเวลา เขาในตอนนี้เหมือนกับเส้นด้ายที่ถูกยืดออกเป็นพันเมตร ขอแค่มีลมพัดผ่านมาเบาๆก็สามารถทำให้มันขาดได้ ถ้าในเวลานี้ถ้าเย่เทียนเซี่ยผ่อนคลายลงแม้เพียงวูบเดียวเขาก็อาจถูกฆ่าตายภายใต้กรงเล็บของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์

        เกสรดอกไม้กินคนสีดำถูกใช้ไปจนหมดแล้ว แซ่ยักษ์ก็หมดแล้ว…….. แม้แต่ประทัดคู่ก็ถูกใช้ไปจนหมดแล้วเช่นกัน การเผชิญหน้ากับพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ในตอนนี้เหลือเพียงโอกาสสุดท้ายเท่านั้น เพราะต่อให้กลับไปเมืองเริ่มต้นอีกครั้งเขาก็คงหาซื้อประทัดคู่และแซ่ยักษ์ไม่ได้อีกแล้ว แต่ทว่านอกจากความตื่นเต้นแล้วเย่เทียนเซี่ยก็ไม่รู้สึกถึงความกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว ภายในดวงตา สมอง และความรู้สึกส่วนลึกของเขาเต็มไปด้วยเงาร่างสีม่วงของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ เส้นประสาทของเขาเครียดขึงเนื่องจากต้องคอยติดตามการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆทุกอย่างของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์และตอบโต้กลับไปด้วยความแม่นยำและรวดเร็วสูงสุด

        ประทัดคู่หมดแล้ว จิตของเขาแผ่ขยายออกไปเหมือนเส้นลวด จ้องหาโอกาสโจมตีที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาและหาได้ยากยิ่ง เขาควรจะขอบคุณการคลั่งของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์เพราะแม้ว่ามันจะทำให้เขาเหมือนถูกไล่ล่าจากยมทูตอยู่ทุกวินาที แต่เพราะสถานะคลุ้มคลั่งของมันทำให้การโจมตีของเขามีพลังมากพอจะสร้างความเสียหายให้มันได้และยังมีความหวังที่จะสามารถโค่นมันได้ด้วย

        เมื่อคนๆหนึ่งรวบรวมสมาธิอย่างสูงมุ่งเน้นไปที่เรื่องๆหนึ่ง เขาจะรู้สึกว่าเวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

        เมื่อคนๆหนึ่งเดินอยู่บนขอบเหวของความเป็นและความตาย เขาจะรู้สึกว่าหนึ่งวินาทีช่างเชื่องช้ายาวนานเหมือนสิบปี

        ขณะที่กำลังรวมรวบสมาธิเย่เทียนเซี่ยที่รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นความตายในทุกวินาที และไม่สามารถรับรู้ถึงกระแสเวลาที่ไหลผ่านไปได้เลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้ว

        -69 ……….พลาด……….พลาด……….พลาด………-72……….พลาด………..

        กรงเล็บของพลัคฆ์สงครามอเมทิสต์ตวัดผ่านร่างกายของเย่เทียนเซี่ยครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะคลุ้มคลั่งมันยังสามารถโจมตีโดนเขาได้บ้างเป็นบางครั้ง แต่หลังจากเพิ่มความเร็วขึ้นมาถึง 30% มันกลับไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเย่เทียนเซี่ยได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว การหลบหลีกของเย่เทียนเซี่ยนั้นไม่ได้อาศัยแค่การตอบสนองที่ว่องไวเกินมนุษย์และความสามารถในการรับรู้ของเขาเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสัญชาติญาณที่ขับเคลื่อนโดยความเชื่อมั่นและการคิดคำนวณอย่างแม่นยำอีกด้วย เพราะเหตุนี้ทำให้ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ความตาย ร่างกายของเขาก็จะเกิดปฏิกิริยาต่อต่านโดยอัตโนมัติ และทำการหลบหลีกทันที

        พลาด……….พลาด……….พลาด………. -72……….-70………..พลาด

            -142!

        ร่างของหนึ่งคนหนึ่งพยัคฆ์พุ่งเข้าปะทะกัน แสงสีดำสายหนึ่งวาดผ่านช่องว่างระหว่างร่างทั้งสองที่เกือบจะสัมผัสกัน ความเสียหายครั้งใหญ่สีเหลืองก็ปรากฏขึ้นมาเป็นครั้งแรก มันลอยขึ้นมาเด่นชัด กวาดเอาพลังชีวิตขีดสุดท้ายของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ไปจนเกลี้ยง

        พยัคฆ์สงครามอเมทิสต์คำรามเสียงดังก้องออกมาเป็นเวลานาน ร่างกายใหญ่โตของมันยังค้างอยู่ในท่าเตรียมพุ่งโจมตีไปด้านหน้าก่อนจะพุ่งลงบนพื้น และนิ่งสนิทไปท่ามกลางเสียงคำรามลากยาวเป็นครั้งสุดท้าย ลูกไฟดวงใหญ่ที่ส่องแสงออกมาจากร่างของมันแตกกระจายออกไปอย่างสวยงาม……

        ข่าวใหญ่! มันเป็นข่าวใหญ่จริงๆ! บอสระดับขุนนาง……. ถูกฆ่าตายเป็นครั้งแรก ยิ่งไปกว่านั้นมันยังถูกฆ่าตายด้วยผู้เล่นเลเวล 10 และที่ยิ่งไปกว่านั้นอีกคือถูกฆ่าตายโดยคนเพียงคนเดียว!……… เมื่อรวมปัจจัยเหล่านี้เข้าด้วยกันการตายของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์จึงกลายเป็นข่าวใหญ่ไปในทันที

        ที่ประตูบานสุดท้ายของการทดสอบระดับนรกคือบอสระดับขุนนางเลเวล 20 ที่ผู้เล่นมือใหม่ทั้งหมดไม่สามารถเอาชนะได้แต่กลับถูกสังหารลงด้วยน้ำมือของเย่เทียนเซี่ยภายใต้ปาฏิหาริย์ที่มีความแข็งแกร่งและโชครวมอยู่ในนั้น มันเป็นปาฏิหาริย์ที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ และถ้าหากให้เย่เทียนเซี่ยลองดูอีกครั้ง เขามั่นใจว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็คงไม่สามารถทำมันให้สำเร็จได้

        นรกเดิมทีแล้วเป็นตัวแทนแห่งความสิ้นหวัง แต่ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้นกลับหลงเหลือไว้ซึ่งความหวังริบหรี่…… ความหวังที่เย่เทียนเซี่ยได้รับนั้นมาจากดอกไม้กินคนสีดำจากการทดสอบด่านที่สอง ถ้าหากไม่มีเกสรดอกไม้กินคนสีดำ เย่เทียนเซี่ยก็คงไม่มีทางชนะพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ได้

        ขณะเดียวกันถ้าไม่มีไอเทมแปลกๆที่เขาซื้อมาจากหยวนเชว่ในร้านขายยาแห่งเมืองเริ่มต้น เขาก็ไม่มีทางชนะพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ได้เช่นกัน

        แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าโชคชะตาอยู่ข้างเขา ถ้าคนที่มาท้าทายการทดสอบระดับนรกนี้ไม่ใช่เขา แต่เป็นคนอื่นที่มีเครื่องมือเหมือนกันกับเขาทุกอย่าง หรืออาจจะเป็นทีมที่มี 12 คน ก็คงไม่สามารถเอาชนะพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ได้อยู่ดี เพราะนี่คือการทดสอบของผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง

        เย่เทียนเซี่ยถอนหายใจออกมายาวๆด้วยความโล่งอก นี่เป็นช่วงเวลาที่เขาสามารถผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้ ความรู้สึกอ่อนล้าจากส่วนลึกภายในจิตใจไหลทะลักออกมาทั่วร่างทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะนั่งลงหอบหายใจบนพื้น ไม่รู้ว่าตัวเองใช้เวลานานเท่าไรจึงจะสามารถเอาชนะพยังคฆ์สงครามอเมทิสต์ได้ และไม่รู้ว่าตัวเองเฉียดใกล้ความตายไปแล้วกี่ครั้ง รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขา…….. ในที่สุดเขาก็ชนะแล้ว เขาทำภารกิจที่ไม่มีทางเป็นไปได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

        “ติ๊ง! ท่านสังหารพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ บอสระดับขุนนางเลเวล 20 สำเร็จ  ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น +20”

        “ติ๊ง! ระดับของท่านเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 11, พลังชีวิต +10, พลังเวทย์ +10, ได้รับค่าคุณสมบัติอิสระ 5 หน่วย”

        เสียงแจ้งเตือนทำให้ความตึงเครียดที่ผ่อนคล้ายลงไปมากแล้วของเย่เทียนเซี่ยหายไปจนเกือบหมด เขาลุกขึ้นยืน เก็บห้วงเวลาแห่งโชคชะตากลับมา แล้วเดินไปที่ซากของพยัคฆ์สงครามอเมทิสต์ช้าๆ  ณ ที่ตรงนั้นสายตาของเย่เทียนเซี่ยถูกดึงดูดด้วยแสงสีทองสองกลุ่ม

        มันก็คือแสงของไอเทมระดับทอง!

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์” : https://goo.gl/w36biW

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/368

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม