0 Views

หนิงฟ่านละทิ้งผ้าห่มหอมหวน หมอนอันอบอุ่นอย่างไม่เต็มใจ เขาไม่สามารถปลุกจื่อเฮ่อที่ขดตัวนอนหลับอย่างสบายๆ ได้

การเปิดเส้นชีะพจรโลหิตต้องรอจนกว่าจื่อเฮ่อจะตื่นขึ้นมาเอง

หลังจากลูบไล้ใบหน้าเล็ก และผ้าห่มผ้าให้จื่อเฮ่อแล้ว หนิงฟ่านก็ผลักประตูออกไปข้างนอก และยืนอยู่เงียบ ๆ ในลานหิมะ

ค่ำคืนแห่งความสุขผ่านพ้นไป หนิงฟ่านพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยวิชาแปลงหยินหยางของเขาช่วยปลดปล่อยพลังหยินของจื่อเฮ่อ และแก้ปัญหาร่างพิศวาสเที่ยงแท้ได้ด้วยดี อีกทั้งหนิงฟ่านยังสามารถเปิดเส้นชีพจรได้ถึงสองเส้นภายในคืนเดียว

เหลืออีกเพียงแค่หนึ่งเส้น เขาก็จะบรรลุระดับสองของขอบเขตเปิดเส้นชีพจรแล้ว

ดูเหมือนร่างพิศวาสเที่ยงแท้ของจื่อเฮ่อจะมีผลอย่างมากกับวิชาแปลงหยินหยาง

อย่างไรก็ตามในตอนนี้เส้นชีพจรของจื่อเฮ่อเองก็เปิดแล้วถึงสองจุด นางกลายเป็นผู้ฝึกตนขั้นเปิดเส้นชีพจรระดับหนึ่ง จนแม้แต่หนิงฟ่านยังต้องตกใจ

โดยปกติแล้วการฝึกฝนแบบคู่ ไม่คนใดคนหนึ่งจะต้องเป็นผู่เสียสละ โดยจากให้อีกฝ่ายดูดกลืนพลังหยิน หรือพลังหยาง เพื่อเพิ่มความสามารถให้ตนเอง แต่วิชาแปลงหยินหยางนั้นต่างออกไป เมื่อชายหญิงฝึกฝนวิชานี้ พวกเขาจะได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ ดังนั้นมันจึงเป็นวิชาที่เป็นประโยชน์กับทุกคน…

หนึ่งคือผู้ฝึกตนที่มีเส้นชีพจรหยินหยางปีศาจ อีกหนึ่งเป็นผู้มีร่างพิศวาสเที่ยงแท้ และเมื่อทั้งคู่ฝึกฝนวิชาแปลงหยินหยาง ผลลัพท์ความก้าวหน้าที่ออกมาย่อมเหนือกว่าจินตนาการของผู้ใด

“อีกแค่อึดใจเดียวก็จะก้าวสู้ระดับสองของขอบเขตเปิดเส้นโลหิตแล้ว ข้าสงสัยว่ายาเปิดเส้นชีพจรจะสามารถช่วยข้าได้หรือไม่ ?”

หนิงฟ่านหยิบกล่องในอกเสื้อออกมา ตอนนี้เขามียาเปิดเส้นชีพจรทั้งหมดเจ็ดสิบเม็ด ทั้งที่ปรุงเองและได้มาจากปีศาจเฒ่า

คนธรรมดาสามัญต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนในการปรุงเม็ดยานี้ขึ้นมา แต่หนิงฟ่านผู้ครอบครองเส้นชีพจรหยินหยางปีศาจ ย่อมสามารถปรุงเม็ดยาได้เร็วกว่าผู้อื่น

หนิงนั่งขัดสมาธิบนพื้นหิมะพลางจ้องมองเม็ดยาตรงหน้า จากนั้นหยิบเม็ดยาเข้าปากทันที

ในขณะที่ยากำลังสู่ตันเถียนของเขา มันก็ถูกปรับแต่งย่อยสลายด้วยเส้นชีพจรหยินหยางปีศาจ ก่อนจะถูกดูดซับโดยหนิงฟ่าน โดยขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาเพียงหนึ่งธูปไหม้เท่านั้น !

หนิงฟ่านค่อนข้างประหลาดใจอย่างมาก ตามบันทึกฉีเหม่ย แม้จะเป็นเส้นชีพจรปีศาจบรรพกาล ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ถึงจะย่อยสลายเม็ดยาเปิดชีพจรได้อย่างสมบูรณ์ !!

ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก !

เส้นชีพจรหยินหยางปีศาจเหนือล้ำขนาดนี้เลยงั้นหรือ หนิงฟ่านครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะหัวเราะออกมาชั่วร้าย

โดยปกติแล้วเส้นชีพจรโลหิตมักมีหลากหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีความสามารถแฝงที่แตกต่างกันออกไป

ผู้ฝึกตนที่มีเส้นชีพจรโลหิตเพลิง จะมีความสามารถในการควบคุมไฟ ซึ่งสามารถนี้เป็นความสามารถแฝงของเส้นชีพจรโลหิตนั้นเอง

ผู้ฝึกตนที่มีเส้นชีพจรโลหิตสายฟ้า จะมีความสามารถในการควบคุมกระแสนไฟฟ้าเช่นเดียวกัน พวกเขาจะมีความสามารถอันโดดเด่นแตกต่างกันไป

อย่างไรก็ตามเส้นชีพจรหยินหยางปีศาจของหนิงฟ่าน ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถพิเศษอื่น ๆ นอกเหนือจากความเร็วในการฝึกปรือ

นั่นหมายความว่าความสามารถแฝงของเส้นชีพจรหยินหยางปีศาจ คือการเพิ่มความเร็วในการฝึกปรือนั่นเอง !!

หนิงฟ่านเริ่มต้นกลืนเม็ดยาอีกครั้ง และหลังจากดูดซับอย่างสมบูรณ์แล้ว ในที่สุดหนิงฟ่านก็ก้าวสู่ระดับสองของขอบเขตเปิดเส้นชีพจร !

กลืนเม็ดยาแล้วดูดซับ เม็ดแล้วเม็ดเล่า ภายใต้สายลมหนาว และหิมะโปรย ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นพลังฝึกปรือของหนิงฟ่านที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วจนหน้าตกใจนี้

หลังจากเปิดเส้นชีพจรเส้นที่ 9 ได้เป็นผลสำเร็ว หนิงฟ่านก็ก้าวเข้าสู่ระดับ 3 ของขอบเขตเปิดเส้นชีพจร !!

หลังจากกลืนกืนเม็ดยาไปถึงยี่สิบสองเม็ด พลังฝีมือของหนิงฟ่านก็ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 4 !

ทุกครั้งที่ระดับเพิ่มขึ้น ผลจากเม็ดยาก็จะน้อยลงตามไปด้วย

หลังจากเจ็บสิบเม็ดผ่านไป ในที่สุดหนิงฟ่านก็ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 5 ของขอบเขตเปิดเส้นชีพจร !

หนิงฟ่านเปิดเส้นชีพจรถึง 33 เส้นและก้าวเข้าสู่ระดับ 5 ได้สำเร็จเพียงชั่วเวลาอึดใจเดียว !

ความเร็วเช่นนี้เมื่อเทียบกับระยะเวลาครึ่งปีที่ปีศาจเฒ่ากำหนดให้หนิงฟ่านแล้ว การเลื่อนระดับพลังฝีมือให้ถึงระดับ 5 ช่างง่ายดายนิ่งนัก !

ความสามารถของเส้นชีพจรหยินหยางปีศาจช่างน่ากลัวอย่างแท้จริง

หนิงฟ่านสูดสายใจเข้าลึก จากนั้นจุดเปลวเพลิงทมิฬขึ้นที่มือด้วยสายตาเฉื่อยชา

หนิงฟ่านต้องการเม็ดยาจำนวนมากในการเปิดเส้นชีพจรให้ครบทั้ง 100 เส่น เพื่อก้าวเข้าสู่ระดับ 10 ของขอบเขตเปิดเส้นชีพจรในเวลาที่รวดเร็วที่สุด !

จากนั้นหนิงฟ่านจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมวิญญาณ และสามารถเคลื่อนที่ไปในอากาศ กลายเป็นผู้ฝึกตนที่สามารถทะยานสู่สวรรค์และโลกต่างๆ !

“ข้าจะต้องช่วยหนิงกู่ออกมาจากนิกายเทียนหลี่โม่ให้จงได้ และทั้งหมดนี้ข้าจะเป็นต้องมีพลังฝีมือในขอบเขตหลอมวิญญาณเป็นอย่างน้อย…..ข้ามีเส้นชีพจรหยินหยางปีศาจ ความทรงจำของจักรพรรดิ์นิรันดร์ ทั้งยังมีสร้อยคอหยินหยาง ดังนั้นข่าจะต้องเพิ่มพูนพลังฝีมือให้รวดเร็วยิ่งกว่านี้ และช่วยหนิงกู่ออกมาโดยเร็วที่สุด ! ”

หนิงฟ่านปฏิญาณกับตนเองอย่างหนักแน่นแฟน แต่ทันใดนั้นเสียงของหญิงสาวก็ดังออกมาจากนอกกำแพง

“เฮอะ นิกายเทียนหลี่โม่ไม่ใช่นิกายธรรมดา ขอบเขตหลอมวิญญาณแล้วเป็นอย่างไร เจ้าจะตายก่อนไปถึงที่นั่นด้วยซ้ำ…..แม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นทองคำยังต้องอยู่ที่นั่นอย่างหวาดผวา ด้วยพลังฝึกปรือของเข้าในตอนนี้ ข้ากลัวข้าเจ้าคงไม่มีวันไปช่วยน้องชายของเจ้าได้” เสียงฝีเท้าของหญิงสาวก็ค่อยๆ จางหายไป

ใครกัน ?!

หนิงฟ่านลุกขึ้นจากกองหิมะอย่างรวดเร็ว และเห็นเงาร่างของหญิงสาวที่อยู่ห่างไกลออกไป

หญิงสาวนางนี้อยู่ชุดสีขาวเปิดไหล่อันขาวผ่อง ผมสีดำของนางถูกรวบขึ้น นางรู้สึกเสียงลมที่ไล่อยู่เบื้องหลัง จากนั้นจึงหยุดเท้าลงหันกลับไปมองผู้ที่ไล่ตามามาด้วยสายตาเย็นชา

“เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตามข้า !”

การปฏิเสธของหญิงสาวหมือนดาบที่กวาดผ่านใบหน้าของหนิงฟ่าน และนั่นทำให้เขารู้สึกอึดอัด

“เป็นปีศาจหรือไงกัน?”

หญิงสาวกระโดดขึ้นไปบนต้นแอปริคอทก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

หนิงฟ่านหยุดฝึเท้าลงอย่างฉับพลันจากนั้น จ้องมองที่ต้นแอปริคอทพลางนึกถึงอัตลักษณ์ของหญิงสาึกลับผู้นั้น

ภายใต้ต้นไม้เป็นหลุมฝังศพที่มีข้อความแกะสลักด้วยดาบอย่างปราณีต

ตู๋กู…

ถัดจากหลุมฝังศพมีโขดหินสีฟ้าสูงสองจ้างชื่อมีรอยกระบี่อยู่สามรอย

รอยกระบี่ทั้งสามแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงยืน ให้ความรู้สึกสันโดษ และไม่ต้องการขยับไปที่ใด

ภายในหลุมฝังศพมีเสียงอันร้อนรนของหญิงสาวผู้หนึ่งดังขึ้น

“ลูกศิษย์ของหานหยวนจี๋ เจ้ามาทำอะไรที่หน้าบ้านของข้า ? ออกไปให้พ้น”

“รอยกระบี่พวกนั้น เป็นเจ้าทำไว้งั้นหรือ ?” หนิงฟ่านไม่ได้จากไป เขาจ้องมองหลุมฝังศพพลางเอ่ยถาม

“แล้วยังไง ? เจ้าไม่เข้าใจกระบี่…..เจ้าเป็นลูกศิษย์ของหานหยวนจี๋ เจ้าย่อมไม่ใช่ตัวดี……ออกไปได้แล้ว ?! อย่าให้ข้ามีน้ำโห หรือจะให้เจ้าตัดหัวของเจ้าลงมาดี ?”

หญิงสาวนางนี้ดูเหมือนจะเกลีดยปีศาจเฒ่าเอามากๆ หนิงฟ่านส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา นางช่างเหมือนผี ทั้งยังอาศัยอยู่ในหลุมฝังศพ อาจเป็นไปได้ว่านางอาจถูกปีศาจเฒ่าย่ำยี ?”

หนิงฟ่านไม่ทราบว่าทำไมนางถึงโกรธเกลียดปีศาจเฒ่า และยังพาลเกลียดเขาอีกด้วย

หลุมฝังศพของหญิงสาวอยู่ติดกับห้องนอนหนิงฟ่าน สองคืนที่ผ่านมานางย่อมได้ยินเสียงของเขากับจื่อเฮ่อ นั่นทำให้นางนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน

ในใจของนางหนิงฟ่านเป็นเพียงชายเลวทรามต่ำช้าที่วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอิสตรีช่างเช่นคนโง่เขลา ดังนั้นเขาย่อมไม่มีความรู้เรื่องกระบี่ และไม่มีคู่วควรที่จะอยู่ต่อหน้าหลุมฝังศพ

ที่หนิงฟ่านมาที่นี่เพราะเห็นรูปลักษณ์ที่งดงามของนางเท่านั้น ถ้านางเมินเฉยไม่สนใจ ไม่นานเขาจะเบื่อและจากไปเอง

คิดได้เช่นนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก นางนิ่งเงียบจนได้ยินเฉพาะเสียงลมและหิมะ

แต่น่าเสียดายที่หนิงฟ่านยังคงไม่จากไป แม้ว่านางในหลุมศพจไม่สนใจเขาก็ตาม

หนิงฟ่านยังคงยืนจ้องแท่นหิน เช่นเดียวกับตอนที่เขานั่งสมาธิ รอยกระบี่ที่ปรากฏบนหินสีฟ้าเหมือนจะอำนาจวิเศษบางอย่างดึงดูดเขา จนไม่อาจละสายตาไปได้

หนิงฟ่านจ้องมองรอยกระบี่อยู่นานจนมองเห็นภาพของหญิงสาวกำลังร่ายรำกระบี่ท่ามกลางหิมะและลมแรง

การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งทั้งพริ้วไหวทั้งงดงาม จนหนิงฟ่านเองไม่สามารถแยกแยะได้ชัดเจน

หลังจากผ่านไปเนิ่นนานในที่สุดหนิงฟ่านก็ยืนมือออกมา แลแตะนิ้วลงบนรอยกระบี่

การกระทำของหนิงฟ่านอยู่เหนือความคาดหมายของหญิงสาวโดยสิ้นเชิง นางตะโกนออกมาทันที

“หยุดมือ !! ถ้าเจ้าแตะต้องมันข้าจะฆ่าเจ้าซะ !”

รอยกระบี่มีความหมายกับหญิงสาวอย่างมาก แล้วนางจะให้หนิงฟ่านแตะต้องมันได้อย่างไร !

“แค่อย่าแตะต้อง อย่าแตะต้องมันเด็ดขาด!”

หนิงฟ่านขมวดคิ้ว เขารีบดึงฝ่ามือกลับแล้วกลับไปหาหลุมศพอย่างงุนงง

แม้หญิงสาวนางนี้จะงดงาม แต่นางก็แปลกประหลาดเกินไป ตู๋กู……หรือว่าสองคำนี้จะเป็นชื่อของนาง แม้แต่ชื่อของก็ยังมีความหมายว่าสันโดษอีกงั้นหรือ [1]

หนิงฟ่านเพียงต้องการชื่นชมเจตนาของกระบี่ แต่หญิงสาวนางนี้กลับตะโกนมานางจะฆ่าเขา !!!

ช่างประหลาดนัก !

หลังจากหนิงฟ่านจากไปแล้ว หญิงสาวก็ปรากฏตัวออกมา ม่านตาของนางวูบวาบไปมาขณะจ้องมองไปที่รอยกระบี่ จากนั้นถอนหายใจออกมาเบาๆ

โชคดีที่นางหยุดหนิงฟ่านไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นจะต้องเกิดปัญหาใหญ่ตามมาภายหลัง

รอยกระบี่นี้เป็นส่วนหนึ่งจากการฝึกฝนของนาง และอาจให้ชายใดสัมผัสมันได้โดยง่าย

แต่ทันใดนั้นเองรอยกระบี่รอยหนึ่งกลับค่อยๆ จางหายไป !

นั่นทำให้หญิงสาวรู้สึกตกตะลึงอย่างมาก รอยกระบี่หายไปรอยหนึ่งจริงๆ !

หนิงฟ่านสัมผัสกับรอยกระบี่จริงๆ ทั้งยังถูกขโมยไปอีกด้วย

หญิงสาวอยากจะร่ำไห้ออกมา!

เป็นศิษย์ของหานหยวนจี๋ และยังขโมยรอยกระบี่ไปจากข้าอีก !

โชคดีที่ยังเหลืออีกสองรอย ข้าจะต้องจับตาดูมันให้ดี เพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันจะไม่ถูกหนิงฟ่านขโมยไปอีก !

นั่นเพราะว่าหากมีชายใดสามารถนำรอยกระบี่นี้ไปได้ นางจะต้องแต่งงานกับชายผู้นั้น นี่คือคำสาบานที่นางทำไว้ต่อหน้าหลุมฝังศพนี้ โชคดีที่หนิงฟ่านไม่ได้นำมันไปทั้งหมด

เมื่อหนิงฟ่านกลับมาถึงที่พัก เขาพบว่าจื่อเฮ่อยังคงไม่ตื่นขึ้น หนิงฟ่านจึงเดินไปห้องปรุงยา และเริ่มเตรียมสมุนไพรปรุงยาอีกครั้ง

หนิงฟ่านไม่รู้เลยว่าเจตนาของกระบี่มีเจตนากระบี่ไหลเวียนอยู่ในร่าง

คราวนี้หนิงฟ่านต้องการจะปรุงยาระดับ 3 ให้สำเร็นให้ได้ แต่ในขณะที่กำลังเริ่มขั้นตอนนั้น

กระถางปรุงยากับระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ไม่ใช่เพราะฝีมือของหนิงฟ่าน แต่เป็นเพราะเจตนากระบี่ที่อยู่ภายในร่างของเขารับรู้สึกอุณหภูมิของเปลวไฟ มันจึงทำลายกระถางปรุงยาของปีศาจเฒ่าเสียไม่มีชิ้นดี !

เมื่อกระถางถูกทำลายไป ตอนนี้หนิงฟ่านจึงไม่สามารถอะไรต่อได้

แรงระเบิดของกระถางทำให้วัตถุดิบ ภายในกระจัดกระจายไปทั่ว เจตนากระบี่ไม่เพีบงแต่ทำลายกระถาง พลังของมันยังผ่าบ้านออกเป็นสองเสี่ยง ไม่หมดแค่นั้น พลังของมันยังพุ่งทยานสู้ฟากฟ้าส่งเสียงอีกทึกไปทั่วทั้งเมืองฉีเหม่ย !

“กระถางปรุงยาระเบิด ?”

ปีศาจเฒ่าที่กำลังดื่มชา สำนักพรืดออกมาในทันที มันตกใจเขารีบเปิดประตูมุ่งหน้าไปที่เกิดเหตุในทันใด

ปีศาจเฒ่ารู้ว่าหนิงฟ่านกำลังง่วนอยู่กับการปรุงยา แต่มันไม่คาดคิดมาก่อนว่าหนิงฟ่านจะปรุงยาจนกระถางระเบิด !!

‘รังสีกระบี่ที่พุ่งไปบนท้องฟ้าช่างคุ้นเคยนัก เดี๋ยวก่อน…….หรือนี่จะเป็นเพลงกระบี่ของนังหนูตู๋กู !”

“ไม่ใช่…..ตู๋กูย่อมไม่กระทำเช่นนี้ แล้วทำไมหนิงฟ่านถึงทำแบบนั้นออกมาได้ หรือว่ามันกับตู๋กูมีความสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน ?”

จิตใจของปีศาจเฒ่าเศร้าหมองอย่างยิ่ง คล้ายก้อนหินที่แตกละเอียดเป็นเม็ดทราย

ในช่วงชีวิตของข้ารักหญิงสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น และตู๋กูก็เป็นน้องสาวของนาง

“เสี่ยงหนิง และเสี่ยงตู๋กู มีความสัมพันธ์ต่อกัน…..ถ้าอย่างนั้นข้าที่มีฐานะเป็นอาจารย์จะกลายเป็นตัวอะไรเล่า เสี่ยวหนิงคงไม่ได้ลบลอยกระบี่เหล่านั้นออกไปใช่ไหม ?”

ปีศาจเฒ่าเป็นห่วงเรื่องนี้อย่างมาก

ใครก็ตามที่สามารถนำเจตนากระบี่เหล่านั้นไปได้ ชายผู้นั้นย่อมกลายเป็นสามีของตู๋กู นี่เป็นคำสาบานต่อหน้าหลุมฝังศพของนาง !

ถ้าหนิงฟ่านของเจตนากระบี่เหล่านั้นมาได้ นี่ไม่เท่ากับว่าหนิงฟ่านได้กลายเป็นน้องเขยข้าหรอกหรือ บัดซบ !

ไม่…. ข้าต้องไม่ให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น… เดี๋ยวก่อน ทำไมพลังที่หนิงฟ่านปล่อยออกมาถึงเป็นระดับ 5 ของขอบเขตเปิดเส้นชีพจร ! ”

ปีศาจเฒ่าไม่สามารถปกปิดความยินดีที่เกิดขึ้นได้ รอยยิ้มของมันกว้างจนเกือบถึงหู !

เพียงแค่หนึ่งวัน หนิงฟ่านกลับเพิ่มระดับจากระดับ 1 ขอบเขตเปิดเส้นชีพจร กลายเป็นระดับ 5 ความเร็วระดับนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในช่วงชีวิตของปีศาจเฒ่า !

เด็กน้อยที่มันพามาด้วยความบังเอิญกลับมีพรสวรรค์ที่น่ากลัวเช่นนี้ นี่มันชั่วร้ายเกินไป!

ฝากเพจด้วยนะครับทุกท่าน https://www.facebook.com/niyaiparttime