0 Views

ตอนที่ 25 สบู่ไง!

“มิต้อง แม่ทัพชือออกสำรวจมาเรียบร้อยแล้ว!”
“ไม่อยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกบ้างหรือ?”
“เปิ่นหวาง*เพิ่งกลับเข้ามา”
“อ้า! งั้นไปดูเหล่าทัพตระเตรียมระเบิดน้ำมันปลาสิ!”

เซ้าซี้มากความเสียจนท่านอ๋องหนุ่มเริ่มจะฉุน “นี่เจ้าจะกล่าวอันใดกันแน่? ไปชำระกายเสีย!”

ชีชียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยท่าทีเขินอาย “ก็ข้าไม่คุ้นชินที่มีคนคอยจ้องยามอาบน้ำเช่นนี้สิ!”

“ยุ่งจริง แล้วไยไม่พูดให้มันชัดๆ เสียแต่แรก!” หลิวจ่งเทียนขยับลุกให้ “เปิ่นหวาง*จะออกไปสำรวจด้านนอก อีกชั่วยาม*ให้หลังเปิ่นหวางจะกลับมา! รีบไปชำระกายให้เรียบร้อยเสีย!”
*1 ชั่วยามคือ 2 ชั่วโมง

“ขอบพระทัยท่านอ๋อง….” เธอก้มศีรษะโค้งให้อย่างงดงามก่อนจะแอบหัวเราะคิกคัก

เว่ยชีชีผู้ถูกถีบส่งมายังยุคสมัยฮั่นที่น่าชังแห่งนี้จะได้แช่น้ำให้สะใจเสียที

หญิงสาวชำระกายอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะผลัดเปลี่ยนใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์และรองเท้าสนีกเกอร์ แล้วกลับต้องทอดถอนใจ หากรองเท้าคู่นี้ฉีกขาดไป เธอคงไม่มีโอกาสได้สวมใส่มันอีกครา หวังว่ามันจะไม่พังก่อนเธอจะกลับคืนสู่โลกปัจจุบันได้ล่ะนะ

บางทีอาจมีสักวันที่สายฟ้าฟาดผ่ากลางวันแสกๆ และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครา เธออาจพบตนเองกลับไปนั่งอยู่บนรถคันงาม ตรงหน้ายังคงเป็นหนังตลกชวนขบขัน แต่หากได้กลับไปอีกครา เธอคงคิดถึงที่นี่ คิดถึงท่านอ๋องหนุ่มผู้แสนเย็นชาคนนี้อย่างแน่นอน

เมื่อหลิวจ่งเทียนกลับมาพบเว่ยชีชีแต่งกายสะอาดเรียบร้อย ก็รู้ได้ทันทีว่าหนุ่มน้อยชำระกายเสียเอี่ยมอ่องทุกซอกมุมแล้ว “ไยเจ้ายังแต่งกายแปลกประหลาดเยี่ยงนี้อีก?”

“แหม นี่ข้ากำลังคิดอยู่ว่าหากท่านมาสวมใส่อาภรณ์แปลกตาเยี่ยงนี้จะเป็นเช่นไร!” กล่าวไปเธอก็เดินไปจับเข็มขัดของท่านอ๋องหนุ่ม “นี่หากท่านมาสวมกางเกงยีนส์คงดูหล่อระเบิดไปเลย!

“สามหาว!” หลิวจ่งเทียนยุดมืออีกฝ่ายเหวี่ยงออกด้วยบันดาลโทสะ “คราหน้าจงอย่าได้แตะต้องกายเปิ่นหวาง*อีก!”

“ท่านนี่มันนิสัยเสียจริงๆ!” กล่าวจบ ชีชีก็ลงนั่งในกระโจมใหญ่ทั้งเริ่มลงมือซักผ้าอยู่กลางกระโจม

ขณะที่หลิวจ่งเทียนกำลังเดินกลับไปที่ชั้นหนังสือ เสียงซักผ้าก็กระทบโสตประสาท เขาขยับถอยกลับมาดูเว่ยชีชีด้วยความสนใจใคร่รู้ “เห็นทีต่อไปเปิ่นหวางคงมิต้องเรียกใช้ผู้ใดเข้ามาเก็บอาภรณ์ในกระโจมใหญ่ เจ้าควรเป็นผู้ซักให้ทั้งหมด!”

“ว่าไงนะ?” หนุ่มน้อยชีชีลุกพรวดขึ้นทันที ทว่ายังมิทันได้ขยับปาก เสื้อผ้าอาภรณ์ของหลิวจ่งเทียนก็ถูกโยนส่งมาให้ตรงหน้า

“ซักให้สะอาดทั้งหมด!”

“นี่! หลิวจ่งเทียน!”

“เรียกข้าว่าท่านอ๋อง!” เขาเผยรอยยิ้มบางก่อนจะเดินกลับไปยังชั้นหนังสือ และเริ่มตั้งหน้าตั้งตาอ่านแผ่นกระดาษที่ม้วนเรียงเป็นตั้ง ทว่าสายตายังแอบคอยเหลือบชำเลืองมองเจ้าหนุ่มอัปลักษณ์เป็นระยะ

เว่ยชีชีซักผ้าไปจ้องกระโจมด้านนอกไปด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด เพิ่งได้ที่พักพิงพอสะอาดก็กลับต้องกลายมาเป็นทาสรองมือรองเท้าให้ท่านอ๋องขี้เต๊ะผู้นี้อีก โธ่ สวรรค์ นี่มันเกิดเหตุผิดพลาดประการใด? ไยท่านจึงปล่อยให้ทายาทผู้นั่งนอนอยู่บนกองเงินกองทองต้องตกต่ำน่าสมเพชถึงเพียงนี้? ครั้นเมื่อมองดูผืนผ้าในมือ ในใจกลับหวนนึกถึงสบู่แสนหอมในยุคปัจจุบัน หากได้สบู่หอมก็คงดีไม่น้อย แล้วยิ่งหากสาวใช้ที่บ้านมาติดอยู่ที่นี่ด้วยกัน ก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว

เมื่อผ้าในมือไม่ยอมสะอาดเอี่ยมเสียทีไม่ว่าเธอจะพยายามขัดถูสักเพียงไร เว่ยชีชีจึงตัดสินใจวิ่งออกไปหาหัวหน้าหน่วยทหารเพลิง เพื่อจะขอน้ำมันหมูกับด่าง จากนั้นหญิงสาวจึงเริ่มกระบวนการจัดสรรทุกอย่างผ่านความร้อน เติมเกลือลงในส่วนประสม หัวหน้าหน่วยเพลิงจับจ้องตามด้วยความสงสัยในสิ่งที่หนุ่มน้อยกำลังกระทำ

“สำเร็จ! สบู่!” ชีชีกระโดดกระเด้งด้วยความดีใจ

หัวหน้าหน่วยเพลิงจ้องก้อนแข็งสีเหลืงในมือของชีชีพลางเอ่ยถามด้วยความกังขา “ท่านรองเว่ย สิ่งนี้คือ?”

“สบู่!” ตอบจบเธอก็วิ่งพรวดพราดออกไปด้วยอารามตื่นเต้นยินดี

ครั้นเมื่อกลับถึงกระโจมใหญ่ หญิงสาวจึงเริ่มลงมือซักผ้าต่อด้วยความเริงร่า หลิวจ่งเทียนนึกสงสัยจึงเดินมาดู ทว่าคิ้วทั้งสองของท่านอ๋องหนุ่มกลับต้องจิกลึกเมื่อได้เห็นถังไม้เต็มไปด้วยฟองลอยฟ่อง ขณะที่เจ้าหนุ่มอัปลักษณ์ยังนั่งร้องเพลงซักผ้าอย่างสุขใจ

“นี่มันอันใดกัน?”

“อ้อ! สบู่อย่างไรเล่า! คิกคิกคิก!” พร้อมกันนั้น เธอก็ลุกขึ้นยกเสื้อให้อีกฝ่ายได้ชมอย่างเต็มตา “ท่านอ๋อง เป็นอย่างไรเล่า สะอาดเอี่ยมเลยใช่ไหม!”

หลิวจ่งเทียนจ้องเธอ จ้องสบู่สีเหลืองที่ถูกวางไว้ข้างกาย เต็มไปด้วยความฉงนภายในใจ ไยเว่ยชีชีผู้นี้นิสัยประหลาดนัก?

เขายกผืนผ้าที่หนุ่มน้อยลงมือซักขึ้นมาดู

“คราหน้า เจ้าควรช่วยซักผ้าให้หมดทั้งฐานทัพ!”

“ไงนะ? ว่า..อย่างไรนะ?” ผู้รับฟังพูดจาติดอ่างในทันที

“หากเจ้าไม่อยากซักเอง ก็มอบสบู่ของเจ้าให้พวกทหารเป็นค่าตอบแทนช่วยซักได้!”

เว่ยชีชีเข้าใจความหมายในทันที เช่นนี้เอง ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว จะให้สอนวิธีทำสบู่ก็ยังได้เลย จากนั้นหญิงสาวไม่รอช้ารีบฉวยโอกาสเอ่ยปากกับท่านอ๋องหนุ่มผู้กำลังจะหลีกไปในทันที

“เช่นนั้น อาภรณ์ของท่าน ข้าไม่ซักจะได้ไหม ดูมือข้าสิ!” พร้อมกันนั้น ฝ่ามือทั้งสองของเธอก็ยื่นแผ่ออกคล้ายจะช่วยปากยื่นปากยาวฟ้องกันระงม

ท่านอ๋องสามหลิวจ่งเทียนยิ่งให้รู้สึกว่าฝ่ามือเบื้องหน้าคู่นี้ ทั้งขาว ทั้งบอบบางกว่าปกติทั่วไป เขารีบเบือนหน้าหนีด้วยความขัดเขินอย่างไม่อาจหาคำอธิบาย

“ได้! ไม่ต้องก็ได้”

“OK ไม่มีปัญหา!”

*ต้นฉบับจีนใช้ทับศัพท์ว่า OK ตามนี้

***จบตอน สบู่ไง!***