0 Views

เว่ยชีชีถอนใจยาว ซวยจริงๆ! ไหงจู่ๆ มาโผล่ในยุคฮั่นเช่นนี้ได้? ไม่มีทางกลับไปจริงล่ะหรือ? ใครจะไปอยากอยู่ในสถานที่พิลึกพิลั่นนี่กัน ไฮเวย์ก็ไม่มี ตึกหรูๆ สูงๆ ไว้ชมวิวแจ่มๆ แจ๋วๆ ก็ไม่มี ที่สำคัญ ทั้งรถคันงาม ทั้งลุงเหยียน ทั้งมิสเตอร์บีน ทั้งอินเตอร์เน็ตล้วนไม่เหลือ สววรค์ช่วย! จะให้เธออยู่ได้เยี่ยงไร!

เว่ยชีชีพึมพำอธิษฐานเบาๆ “โอย ท่านเทพเซียนบนสววรค์โปรดหายตัวมาช่วยฉันที พาฉันกลับบ้านทีเถิด! ฉันเป็นถึง ‘พี่ใหญ่’ แห่งโรงเรียนซวนเต๋อ เป็นทายาทบริษัทเว่ยเชียวนะ!”

“ใคร? นั่นใคร?”

เสียงดังมาจากด้านใน เว่ยชีชีตื่นตกใจ อายพลังที่รุนแรงแผ่ออกมาจากด้านหลัง คอเสื้อด้านหลังถูกคว้าดึงจนตัวลอย คนผู้นั้นรัดลำคอเธอด้วยท่อนแขนเปลือยเปล่าที่หยดน้ำยังไหลย้อยลงเป็นสาย สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวคือบุรุษผู้กำลังเปลือยเปล่าคล้ายเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ…..

ชีชีรีบหันหน้าหลบไปทางอื่น แม้ใบหน้าจะแดงฉานจนลามไปถึงใบหู ทว่าเธอกลับมิกล้าส่งเสียงเอะอะด้วยเกรงทหารด้านนอกจะแตกตื่น แต่….. ที่อยู่ตรงหน้าคือ ไอ้หนุ่มล่อนจ้อน!

แม้จะพยายามขยับหนี หากทว่าท่อนแขนของบุรุษผู้นั้นกลับยิ่งรัดแน่นเข้า ผืนผ้าบางบนลำตัวส่งให้หญิงสาวรับรู้ได้ถึงอายความร้อนจากอีกฝ่าย แรงกำลังหนักหน่วงที่รัดตรึงทำให้เธอมิอาจปลดปล่อยร่างของตนออกจากการกักกันนั้นได้ ยิ่งดิ้นรนหนี กลับยิ่งถูกรัดแน่นหนักเข้า

“เจ้าคือผู้ใด? ถึงกับกล้าบุกเข้าที่พักเปิ่นหวาง*เชียวรึ! คิดจะเข้ามาลอบสังหารอย่างนั้นรึ?”
*เปิ่นหวาง คำเรียกแทนตนเองของท่านอ๋อง

น้ำเสียงของคนผู้นั้นดังก้องสะท้านในหู เสียงของเขาทุ้มต่ำ ก้องกังวานทรงพลังอำนาจดุดันสมชายชาตรี กระทั่งทำให้ชีชีนึกถึงบรรดาพระเอกหนุ่มรูปหล่อที่เห็นตามหน้าจอทีวีทั้งหลายต่างก็มีน้ำเสียงเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งนึกอยากยลโฉมบุรุษหนุ่มเบื้องหน้า

“ไยไม่กล่าวคำ? ออกแรงเพียงนิด คอน้อยๆ ของเจ้าก็หักคามือเปิ่นหวางแล้ว”

“อย่า…..อย่านะ ปล่อยข้าก่อน ข้าหาใช่มือสังหารไม่ ข้าบังเอิญถูกจับมา ล้วนเป็นเรื่องเข้าใจผิด ข้าอยากกลับบ้าน!”

“กลับบ้าน?”

“ใช่ๆ ข้าคิดถึงบ้านแล้ว!”

“เจ้ามิใช่มือสังหารจริงล่ะหรือ?” คล้ายยังมิเชื่อคำ ฝ่ามือทั้งสองของชายหนุ่มเริ่มคลำไปตามส่วนต่างๆ บนร่างของอีกฝ่าย  ชีชีบิดกายหลบเลี่ยงไปมา เธอ! เว่ยชีชี! ทายาทตระกูลเว่ย กลับต้องมาถูกล่วงเกินลามปามเช่นนี้ โดยปกติ เพียงเอ่ยปาก ชีวิตของคนผู้นั้นก็ไม่เหลือแล้ว…..

เมื่อฝ่ามือลุกลามมาถึงบั้นเอว หญิงสาวจึงมิอาจอดกลั้น  เธอรีบยึดมืออีกฝ่ายพร้อมเสยหมัดสวนเข้าปลายคางชายหนุ่มอย่างรวดเร็วประดุจพายุ

หากเป็นสถานการณ์โดยปกติทั่วไป หรือหากอีกฝ่ายเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ เชื่อว่ามันผู้นั้นคงได้ลงไปนอนนับดาวกลางวันแสกๆ แล้ว หากทว่า บุรุษผู้อยู่เบื้องหน้า เพียงเอียงคอเล็กน้อยก็สามารถหลบหลีกหมัดสอยชมดาวของเธอได้อย่างง่ายดาย เช่นนั้นเขาจึงไม่ลงไปนอนหงายแผ่หราดั่งที่คาดคิด หญิงสาวเตรียมสำเร็จโทษอย่างต่อเนื่องด้วยลูกถีบมหากาฬ หากทว่ายังมิทันขยับขาปล่อยลูกถีบ ร่างของเธอก็กลับถูกจับลอยเคว้งขึ้นกลางอากาศเพื่อประจันหน้ากับอีกฝ่ายอย่างเต็มตา

บุรุษผู้นี้รูปร่างสูงโปร่ง เส้นผมถูกรัดรวบเป็นมวยสูงอยู่ด้านบน ใบหน้าของเขาเรียบเนียนประดุจชิ้นหยก สองคิ้วคมเข้ม ดวงตาแจ่มกระจ่าง สรุปแล้วนี่คือ ใบหน้าหนุ่มหล่อกระชากใจ บุรุษหล่อล่ำสมบูรณ์แบบเร้าใจสุดชีวิต ชายผู้ทรงเสน่ห์พาใจให้หลอมละลายยิ่งจ้องน้ำลายก็ยิ่งหก อายรัศมีที่แผ่ออกให้ความรู้สึกแห่งความทรงอำนาจที่ทำให้สาวๆ ทั้งหลายยอมใจสยบอยู่แทบเท้า

ดวงตาคู่นั้นเกรี้ยวกราดประหนึ่งพร้อมจะปลิดชีวิตน้อยๆ ของเว่ยชีชีได้ทุกเมื่อ หญิงสาวแอบหรี่ตามองบุรุษเบื้องหน้าอีกครา ร่างของเขากำยำฟิตเปรี๊ยะ มัดกล้ามเนื้อเรียงตัวงดงามเด่นชัด หญิงสาวรีบหลับตาปี๋ไม่กล้ามองต่อด้วยความเขินอาย

ชายผู้นั้นจี้สกัดจุดเธอก่อนจะโยนส่งไปด้านข้าง และขยับไปหลังม่านฉากเพื่อสวมใส่อาภรณ์อยู่ด้านหลัง

จากนั้นจึงหวนกลับมาหาเว่ยชีชีผู้นอนหมอบที่มุมห้องอีกครา เขาหย่อนเข่าลงข้างหนึ่ง ค่อยๆ เชยคางเธอเงยขึ้นจ้องมองดวงหน้านั้นทั้งซ้าย และขวาก่อนจะไล่มองลงไปตามเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เธอสวมใส่ จึงพบว่า ชุดของผู้บุกรุกคนนี้ช่างแปลกตานัก ดูคล้ายเจ้าวายร้ายตัวน้อยจะยังอยู่ในวัยเยาว์ เนื้อตัวผอมแห้งไม่กำยำ เมื่อสายตาของเขาเบี่ยงกลับมาจ้องหน้าผู้บุกรุกอีกครา คิ้วทั้งสองกลับต้องจิกเข้าหากัน เมื่อได้เห็นเจ้าหนุ่มตัวน้อยที่อยู่เบื้องหน้ามีใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแผลเป็นหลุมลึกนั้นเป็นทางยาวสีเหลืองคล้ายถูกแมลงชอนไชจนให้ความรู้สึกที่น่าสยดสยองเกินบรรยาย

***จบตอน สวรรค์ช่วย!***