0 Views

ตอนที่ 35 อ๋องสามผู้หล่อเหลากับสตรีผู้อัปลักษณ์เป็นหนึ่งในใต้หล้า

*เจียงจวิน คือตำแหน่งแม่ทัพ
*เจิ้น แปลว่า ข้าคำเรียกแทนตนเองของฮ่องเต้
*เปิ่นหวาง แปลว่า ข้าคือคำเรียกแทนตนเองของท่านอ๋อง

“ไม่มี ไม่มีอันใดทั้งสิ้น แค่เพียงชีเจียงจวิน*ได้รับบาดเจ็บ ท่านอ๋องมิต้องการให้ผู้ใดเข้าไปรบกวน!”
*เจียงจวิน คือตำแหน่งแม่ทัพ

“มิใช่ ช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ ท่านอ๋องมิยอมย่างกรายออกนอกกระโจมเลย แค่เพียงแม่ทัพผู้น้อยคนหนึ่ง ไยท่านอ๋องต้องห่วงใยกระทั่งไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าเยี่ยมเยียนเช่นนี้?”

“ผู้น้อยมิรู้จริงๆ ว่าเป็นด้วยเหตุใด ในกระโจมมีเพียงชีเจียงจวินผู้เดียวเท่านั้นจริงๆ!” แม้ท่านหมอจะพยายามโป้ปด ทว่าสีหน้ากลับมิอาจปิดบังข้อเท็จจริง เพียงกวาดหางตามองอู๋จงอวี้จอมเจ้าเล่ห์ก็รู้ทันแล้วว่าท่านหมอกำลังพยายามช่วยท่านอ๋องสามปิดบังข้อเท็จจริงบางประการ

อู๋จงอวี้ทำทีลุกขึ้นแสดงท่าทางเดือดดาล “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ามาในนามของผู้ใด? ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน โอรสสวรรค์แห่งอาณาจักรฮั่นอันยิ่งใหญ่ หากเจ้ายังกล้าปกปิดความจริงกับข้า ย่อมเสมือนเจ้ากำลังหมิ่นประมาทฝ่าบาทด้วยเช่นกัน! โทษประหารสิบชั่วโคตร……”

เพียงได้ยินหยาดเหงื่อของท่านหมอก็พรั่งพรู เขาทรุดร่างลงคุกเข่าร้องขอความเมตตา “โธ่ ท่านอู๋ ได้โปรดอย่าบีบคั้นข้าเลย ข้าพูดมิได้จริงๆ ท่านอ๋องสามเห็นจะได้สังหารข้าเป็นแน่”

“พูดออกมาเดี๋ยวนี้ หาไม่แล้ว ข้าจะลากตัวเจ้ากลับเมืองหลวงไปพร้อมกัน เพราะหากเจ้าสามารถนำเรื่องสำคัญไปกราบทูล เจ้าก็อาจได้ความดีความชอบเช่นกัน ต่อไปเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งวุ่นอยู่ในกองทัพเช่นนี้ อาจได้เลื่อนขั้นเป็นหมอหลวงประจำราชสำนักก็เป็นได้!” อู๋จงอวี้ทั้งข่มขู่ทั้งเอารางวัลเข้าหลอกล่อ ทั้งด้วยกลวิธีนี้ก็ดูจะได้ผลอย่างดีเยี่ยม

เมื่อท่านหมอทหารเริ่มมีใจเอนเอง เขาหรือจะคิดหาญต่อกรกับฝ่าบาท ย่อมไม่มีทาง เช่นนั้น ท่านหมอจึงกระซิบบอกอู๋จงอวี้ “ชีเจียงจวิน*เป็นอิสตรี”

“ไอหย่า!” ผู้รับฟังเปล่งเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจ สตรี? สตรีอัปลักษณ์ผู้หนึ่งกลับได้รับการเลื่อนขั้นมอบตำแหน่งให้เป็นถึงโย่วเจียงจวิน*กระนั้นหรือ
*โย่วเจียงจวิน หมายถึงแม่ทัพฝ่ายขวา

ท่านอ๋องสามทรงฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไร? หากความลับนี้รั่วไหลไปถึงพระกรรณฝ่าบาท จะวุ่นวายปั่นป่วนสักเพียงไร เรื่องครานี้ฝ่าบาทจะต้องไม่ทรงนิ่งเฉยอย่างแน่แท้!

อู๋จงอวี้สามารถคาดการณ์ได้ทันทีว่า องค์จักรพรรดิ์จะต้องมีรับสั่งประหารชีวิตชีเจียงจวิน*อย่างแน่นอน ทั้งท่านอ๋องสามยังจะพลอยติดร่างแหในฐานะปิดบังเบื้องสูงฝ่าฝืนกฏทัพ ฮ่าฮ่าฮ่า โอกาสงามเยี่ยงนี้มีหรือฝ่าบาทจะทรงปล่อยให้หลุดลอยไปได้?

ครานี้เขามิได้มาเสียเที่ยวโดยแท้ ที่สุดก็สามารถจับจุดอ่อนของท่านอ๋องสามได้แล้ว ความผิดฐานซุกซ่อนสตรี ทั้งยังเป็นสตรีผู้อัปลักษณ์อย่างน่าสยองอีกด้วย

ได้หลับสนิทมาตลอดกระทั่งบ่ายวันที่สอง ชีชีจึงรู้สึกตัวตื่น หญิงสาวพยายามฝืนเผยอเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้น จึงพบหลิวจ่งเทียนผู้ส่งสายตามองมาด้วยความห่วงใย นางฝืนยิ้มส่งให้

“ระเบิดเหินฟ้าของข้าเยี่ยมไปเลยใช่ไหม?”

“เยี่ยม….” เขากุมมือนาง ผู้ใดจะกล้ากล่าวว่าไม่ยอดเยี่ยมกันเล่า ต้องเรียกว่าสมบูรณ์แบบเสียด้วยซ้ำ

ชีชียกแขนขึ้นทว่ากลับรู้สึกเจ็บแปลบ ครั้นเมื่อก้มลงมองหน้าอกจึงพบว่าร่างกายท่อนบนของตนแทบอยุู่ในสภาพที่เปลือยเปล่า นางใบหน้าแดงก่ำพยายามซุกตัวเข้าไปในผ้าห่ม หากแต่เมื่อฝืนขยับแขนกลับต้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวดจากพิษบาดแผล

“ชีชี!” หลิวจ่งเทียนรีบเข้ามารวบร่างกอดนางไว้ “เปิ่นหวาง*รู้แล้วว่าเจ้าคืออิสตรี…..”

“ท่านอ๋อง….” แม้นางจะตื่นผวา ทว่ากลับไม่เหลือเรี่ยวแรงจะขยับกาย

“อย่าเพิ่งเคลื่อนไหว แผลจะอักเสบได้”
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แล้ว……..ท่านอ๋อง!” แต่แล้วกลับรู้สึกหน้ามืดที่สุดจึงหมดแรงกระทั่งทรุดลงไปหาอ้อมอกหลิวจ่งเทียน สายตาที่จ้องมองอีกฝ่ายราวกับความรู้สึกของเธอยังไม่เต็มตื่น นี่เขาคิดจะบั่นหัวเธอจริงๆ ใช่ไหม?

“อย่าเพิ่งพูดอันใด หากเรื่องนี้เล็ดรอดออกไป ชีวิตเจ้าจะหาไม่!”

หลิวจ่งเทียนช่วยปลอบใจ ทั้งยังช่วยพานางกลับไปนอนที่เตียง และช่วยห่มผ้าเพิ่มความอบอุ่น

ช่วงนั้นเอง ทหารผู้หนึ่งเข้ามารายงานอยู่นอกฉากกั้น “รายงานท่านอ๋อง อู๋เจียนจวิน*มีเรื่องด่วนจำต้องกลับเมืองหลวง จึงให้กระหม่อมเข้ามารายงานพ่ะย่ะค่ะ”
*เจียนจวิน หมายถึงผู้ตรวจการทัพ

“รู้แล้ว!” หลิวจ่งเทียนสวมใส่อาภรณ์ของตน ผู้ใดสนใจว่าอู๋จงอวี้ผู้นั้นจะอยู่หรือไม่เล่า มีคนเยี่ยงนั้นรั้งอยู่ในทัพก็เป็นได้แค่เพียงตัวประจบสอพลอที่เกะกะขวางตาเสียเปล่าๆ

โอรสสวรรค์แห่งอาณาจักรฮั่นอันเกรียงไกรยืนสง่าอยู่เหนือบัลลังก์มังกร สายตาของเขาทอดมองไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ของผืนแผ่นดิน อ๋องสามผู้หล่อเหลาสง่างามเหนือผู้ใด เจ้าช่างกระทำได้ทุกสิ่ง กระทั่งซุกซ่อนอิสตรีไว้ในกองทัพ ทั้งยังส่งเสริมนางขึ้นสู่ตำแหน่งฟูกัวโย่วเจียงจวิน* นี่มิเท่ากับขุดหลุมเตรียมฝังตนกระนั้นหรือ?
*ฟูกัวโย่วเจียงจวิน คือตำแหน่งรักษาการแม่ทัพฝ่ายขวา

โอรสสวรรค์ยกยิ้มอ่อนบางก่อนจะหันกลับมาหาอู๋จงอวี้

“สตรีผู้นั้นอัปลักษณ์เกินกว่าจะจินตนาการได้เชียวล่ะหรือ?”

“ทูลฝ่าบาท นางคือสตรีผู้น่าสยดสยองที่สุดในใต้หล้าทีเดียวพ่ะย่ะค่ะ!” อีกฝ่ายรายงานด้วยความนอบน้อม

“ฮ่าฮ่าฮ่า…..” เสียงผู้ทรงอำนาจหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

“ฝ่าบาท เราควรสังหารนางหรือจะ…..”

“ไม่ต้อง!” โอรสสวรรค์แห่งฮั่นอาณาจักรอันเกรียงไกรตอบกลับเต็มเสียง

“เจิ้น* จะให้หลิวจ่งเทียนอภิเษกสมรสกับนาง ให้เขาได้สมรสกับสตรีผู้อัปลักษณ์เป็นหนึ่งในใต้หล้า! ออกราชโองการ!  โอรสสวรรค์แห่งอาณาจักรฮั่นอันยิ่งใหญ่จะเป็นผู้พระราชทานสมรสให้แก่ท่านอ๋องสาม”
*เจิ้น คำเรียกแทนตนเองของฮ่องเต้

“ฝ่าบาท ความหมายของพระองค์คือ…..”

“หลิวจ่งเทียนเย่อหยิ่งจองหองถือตนว่าเก่งกล้าสามารถ ไม่หวั่นเกรงการศึก อาจหาญการสงคราม ทั้งยังเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องเป็นบุรุษผู้หล่อเหลาเหนือผู้ใด กระทั่งเสด็จพ่อสิ้นพระชนม์ไปแล้ว เจ้าพวกขุนนางที่ยังคงกระด้างกระเดื่องพวกนั้นก็ยังให้การสนับสนุนมัน มันถือตนว่าเป็นผู้ถือเบี้ยเหนือผู้อื่น ทว่าครานี้ เจิ้นจะให้มันอภิเษกสมรสกับสตรีผู้ได้ชื่อว่าอัปลักษณ์ที่สุดในใต้หล้า ให้มันกลายเป็นที่เย้ยหยันของคนทั่วหล้า”

“ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งแล้ว!”

***จบตอน อ๋องสามผู้หล่อเหลากับสตรีผู้อัปลักษณ์เป็นหนึ่งในใต้หล้า***