0 Views

ตอนที่ 28 บ้าแท้! อิสตรี!

“รองเว่ย! เจ้าจงแจ้งความประสงค์แก่ท่านอ๋องเลยว่าเจ้าปรารถนาสิ่งใดเป็นของกำนัล ตำแหน่งราชการหรือโฉมงามเล่า?”

ยามนี้ทั่วหน้าชีชีแดงก่ำด้วยพิษสุราที่ถูกกรอกใส่ปากมาเมื่อครู่ทำเอาแทบหายใจหายคอไม่ได้ กว่าจะพอสูดหายใจได้ก็กินเวลาไปกว่าค่อนวัน*
*กินเวลาค่อนวัน หมายถึงนานมาก

ยามนี้เว่ยชีชีกำลังทั้งไอทั้งจามไม่หยุดจนน้ำหูน้ำตาเล็ดด้วยแรงฤทธิ์สุรา จึงไม่อาจเอ่ยปากสิ่งใด ท่านรองหลิวจึงประกาศก้องเสียงดังฟังชัดขึ้นอีก

“รองเว่ยยังเยาว์วัยนัก ย่อมไม่ประสาในเรื่องอิสตรี เช่นนั้นย่อมสมควรแต่งตั้งตำแหน่งยศให้แก่รองเว่ย จริงไหมพวกเรา?”

“จริง!” เหล่าทหารหาญทั้งหลายต่างส่งเสียงเชียร์ขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

แม้เว่ยชีชีจะพูดไม่ออก หากแต่ยังได้ยินทุกสิ่งอย่างชัดเจน เรื่องชักจะไปกันใหญ่ ปล่อยไปเช่นนี้เห็นทีหัวจะได้หลุดจากบ่าเป็นแน่ หญิงสาวพยายามดึงแขนเสื้อรั้งรองผู้บัญชาการจอมจุ้นไว้ ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่สนใจไยดี

เดิมทีหลิวจ่งเทียนคิดจะตบรางวัลให้แก่เว่ยชีชี เพียงยังคิดไม่ตกว่าหนุ่มน้อยอัปลักษณ์จะปรารถนาสิ่งใด ครั้นรองผู้บัญชาการหลิวเอ่ยปากเสนอการตบรางวัลทัพออกมาเช่นนี้ หลิวจ่งเทียนจึงลุกขึ้นประกาศต่อหน้านายทหารทุกหมู่เหล่า

“ท่านรองเว่ย แม้จะยังเยาว์วัย จำต้องผ่านเวลา และประสบการณ์อีกมาก เช่นนั้นเปิ่นหวาง*ขอแต่งตั้งให้ขึ้นดำรงตำแหน่งฟูกัวโย่วเจียงจวินเป็นการชั่วคราว!”
* ฟูกัวโย่วเจียงจวิน แปลว่า รักษาการแม่ทัพฝ่ายขวา

“เฮ้! ชีเจียงจวิน ชีเจียงจวิน……” ทุกคนต่างส่งเสียงแซ่ซ้องด้วยความยินดี ชีเจียงจวิน ฟังดูไม่เลวเลยทีเดียวมิใช่หรือ
*เจียงจวินแปลว่าแม่ทัพ ชี แปลว่า 7

“เจ้าพอใจหรือไม่?” หลิวจ่งเทียนย่อกายลงนั่งพลางหันไปเอ่ยถามรักษาการแม่ทัพมือใหม่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแผ่วเบา

ฝ่ายเว่ยชีชีผู้ในลำคอยังคงร้อนผ่าวแสบสันจนน้ำตาร่วงเผาะเป็นสายได้เพียงมองอีกฝ่ายหน้าตาเหรอหรา ทำเอาท่านอ๋องหนุ่มกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ “ไม่ต้องตื่นเต้น บำเน็จรางวัลนี้ย่อมสมควรกับเจ้าแล้ว หากมิใช่เพราะเจ้ายังมีวัยแค่เพียง 17 ปี เปิ่นหวาง*จะยกเจ้าขึ้นรั้งตำแหน่งเจิ้งถ่งเจียงจวิน*อย่างแน่นอน”
*เจิ้งถ่งเจียงจวิน แปลว่า แม่ทัพใหญ่

ตื่นเต้น? เธอตื่นเต้นเสียเมื่อไรกันเล่า มีแต่จะกลัวจนหัวหดล่ะไม่ว่า ยามนี้ในหัวของเธอคือภาพหลิวจ่งเทียนลากปลายกระบี่ตรงเข้ามาหาก่อนจะเงื้อกระบี่ขึ้นสูงแล้ว……..

แค่คิดก็แทบประสาทเสียแล้ว เรื่องชักจะเลยเถิดบานปลายไปกันใหญ่ จะหาทางให้ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นสตรีเพศอย่างไรดีเล่าครานี้? ชีชีรีบยกมือปัดป่ายหมายปฏิเสธ ทว่าสุราก็ช่างฤทธิ์แรงเสียจริง แค่เพียงลุกยืนร่างก็เซถลาคะมำหัวทิ่มพื้น เธอเมามายจนไม่รู้สึกตัว และหมดสติไปโดยยังมิทันได้กล่าวทัดทานแต่อย่างใด เช่นนั้นเธอจึงได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นชีเจียงจวินแห่งทัพทหารฮั่น

หลิวจ่งเทียนพาเว่ยชีชีกลับไปยังกระโจมใหญ่ งานเลี้ยงแห่งชัยชนะทำให้หลิวจ่งเทียนอยู่ในอาการเมามายด้วยเช่นกัน ยามนี้ในหัวชายหนุ่มเริ่มสับสนอื้ออึง ยิ่งได้เห็นการร่ายรำน่าลุ่มหลงที่ทำให้จิตใจต้องรุ่มร้อนที่เว่ยชีชีเรียกว่าลำนำเพลงร็อคแอนด์โรลนั่นแล้ว เลือดหนุ่มในกายของเขาก็ยิ่งเดือดพล่าน เขาคว้าร่างหนุ่มน้อยอัปลักษณ์เข้ามาสวมกอดประคองร่างน้อยขึ้นเตียงอย่างไม่นึกลังเล ฝ่ามือกว้างเอื้อมสัมผัสท่อนแขนน้อยๆ ที่ขาวเนียนอ่อนบางของอีกฝ่าย

ยิ่งได้แตะต้องสัมผัสผิวพรรณของเว่ยชีชี เขายิ่งไม่อาจควบคุมความรู้สึกจิตใจของตนได้ ความคิดล่วงเกินเริ่มคุกรุ่นก่อเกิดภายในใจ ชายหนุ่มรีบสะบัดมืออีกฝ่ายออกด้วยความเกรี้ยวกราด เขากำหมัดทุบเตียงสุดกำลังคราหนึ่งก่อนจะหันหลีกจากไป

หลิวจ่งเทียนเดินหนีออกมานอกกระโจมทอดสายตามองไปบนท้องนภาที่พร่างพราวไปด้วยหมู่ดวงดารา เสียงทอดถอนใจดังออกมาอย่างมิรู้ตัว นี่เขา หลิวจ่งเทียน ปรารถนาสตรีมากถึงเพียงนี้เชียวล่ะหรือ?

เมื่อหวนนึกถึงหนิงอวิ๋นเอ่อร์ผู้ยังตั้งตารอวันอภิเษกสมรสกับเขาเมื่อเขาเสร็จศึกกลับคืนพระตำหนัก นางเป็นสตรีที่ทั้งงดงามทั้งอ่อนโยนดั่งสายน้ำ ทุกครั้งที่ได้พบกัน เขาจะเห็นความอ่อนโยนในแววตาของนางเสมอ นางคืออิสตรี ส่วนผู้ที่นอนอยู่บนเตียงเขานั้นคือบุรุษ หรือนี่เขาหลิวจ่งเทียนจะเริ่มสติฟั่นเฟือนไปเสียแล้ว?

ทั้งยังมีพระสนมฮั่นอวี่พระสนมผู้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ที่ยังคอยพยายามจะโผเข้าหาอ้อมแขนเขาอยู่เสมอกระทั่งฝ่าบาทแทบจะบั่นศีรษะเขาขาดไปหลายครา เช่นนั้นความขัดแย้งระหว่างพี่น้องร่วมสายเลือดมังกรระหว่างเขากับฮ่องเต้ล้วนเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคน และนี่คือเหตุที่ทำให้เขาเลือกที่จะออกมารบทัพต้านศึกแทนที่จะนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในพระตำหนัก

แม้นหากเว่ยชีชีเป็นอิสตรีจริง เมื่อนำมาเปรียบกับบรรดาสาวงามแห่งวังหลวงยังนับว่าห่างไกลกันยิ่งนัก เช่นนี้แล้ว ไยจิตใจของเขากลับยังคอยวิปลาสผิดแปลกถึงเพียงนี้? บุรุษเยี่ยงหลิวจ่งเทียนนั้น แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรค และความยากลำบากสักเพียงใด เขาไม่เคยหวั่น แล้วไยเขากลับสยบอยู่ในฝ่ามือน้อยๆ ของเว่ยชีชี? ทั้งคนผู้นี้กลับยังเป็นบุรุษอีกด้วย

หลิวจ่งเทียนรีบหุนหันกลับเข้ากระโจมเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นจากด้านใน เว่ยชีชีผู้ไม่เคยดื่มสุราแรงเพียงนี้ยกร่างขึ้นอาเจียนเลอะเสื้อผ้าที่นอนไปทั่ว

หลิวจ่งเทียนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ นี่หากเขารู้ว่าเจ้าหนุ่มนี่คออ่อนถึงเพียงนี้ เขาจะไม่ยอมให้หนุ่มน้อยข้างกายดื่มสุราแรงจอกนั้นเป็นแน่ ท่านอ๋องหนุ่มยกตัวเว่ยชีชีขึ้น อีกมือดึงผ้าปูที่นอนที่เปรอะเปื้อนเขวี้ยงลงพื้น

ยิ่งได้เห็นเสื้อผ้าเจ้าหนุ่มน้อยสกปรกไปด้วยเช่นกันเขาก็ยิ่งกระฟัดกระเฟียดหนัก เจ้าตัวเล็กนี่นี่จะต้องให้เขาผู้เป็นท่านอ๋องมาคอยดูแลใช่ไหม? มือข้างหนึ่งโอบร่างน้อยไว้ขณะที่อีกข้างปลดเสื้อผ้าออกอย่างคล่องมือก่อนจะเขวี้ยงทิ้งด้วยความหัวเสีย ทว่าเมื่อเขาหันกลับมาหาผู้ที่อยู่ในวงแขนอีกครากลับต้องชะงักอึ้ง……

ผู้ที่อยู่ในวงแขนของเขาคืออิสตรี…..ลำคอ ลาดไหล่เนียนละเอียดขาวกระจ่าง ผืนผ้าขาวห่อรัดรวบเนินอกอูมที่อวบอิ่ม เอวอ่อนบางระหงชวนหลงใหล ท่อนแขนถึงเรียวนิ้วกลมกลึงเรียบลื่นน่าพิสมัย หลิวจ่งเทียนรีบคว้าผ้าคลุมเตียงขึ้นมาปกปิดร่างกายให้อีกฝ่ายก่อนจะหันหลีกหลบเดินเงอะงะกลับไปยังชั้นหนังสือด้วยเสียงหัวใจที่มิอาจสงบระงับลงได้ นางคืออิสตรีจริงๆ…….

บ้าแท้ นี่มันบ้าโดยแท้ เขาเพิ่งแต่งตั้งนางขึ้นเป็นชีเจียงจวิน* หากทหารในค่ายหรือราชสำนักล่วงรู้ว่านางคืออิสตรี ย่อมเป็นการเชื้อเชิญหายนะมาสู่ตนอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นย่อมยากยิ่งนักที่จะหลีกเลี่ยงความตายไปได้ การส่งเสริมสตรีขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่แห่งกองทัพย่อมทำให้นางต้องกลายเป็นลูกแกะที่นอนรอความตายเท่านั้น
*เปิ่นหวางคือคำเรียกแทนตนเองของท่านอ๋อง
*เจียงจวิน แปลว่า แม่ทัพ

***จบตอน บ้าแท้! อิสตรี! ***