0 Views

ตอนที่ 27 เป็นลูกผู้ชายชาตรีมันต้องเยี่ยงนี้! 

ชีชียิ้มแก้มปริหน้าบาน ชีวิตที่นี่ก็สนุกดีมิน้อยใช่จะเลวร้ายจนเกินไป เธอทั้งกินทั้งดื่มอย่างสุขสันต์ นับแต่ได้มาเยือนผืนแผ่นดินยุคฮั่น โลกทัศน์ของเธอก็กว้างไกลขึ้นอีกแยะ

ที่นั่งของเว่ยชีชีอยู่ติดกับหลิวจ่งเทียน ตรงหน้าคือชิ้นเนื้อ และสุราชั้นยอด ท่านอ๋องหนุ่มหันมาหาเธอ เห็นทีเว่ยชีชีผู้นี้จะชอบแต่งกายด้วยชุดประหลาดเช่นนี้เสียจริง เมื่อไรที่เจ้าหนุ่มตัวน้อยมิได้ออกสู้ศึกสงคราม ก็มักจะสวมใส่เครื่องแต่งกายประหลาดตานี้

กางเกงยีนส์ที่แนบติดกับเรียวขาถูกซักแล้วซักอีกจนสีซีด เสื้อยืดตัวหลวมโครกที่มีสองแขนบางยืดโผล่ออกมายิ่งส่งให้เจ้าหนุ่มน้อยดูผ่ายผอมขึ้นไปอีก

กระทั่งหลิวจ่งเทียนยังอดยอมรับมิได้ว่าเครื่องแต่งกายนี้ส่งให้เว่ยชีชียิ่งดูสะดุดตา คล้ายดั่งมันช่วยขับส่งใบหน้าอัปลักษณ์นั่นให้มีสีสันชวนมองมากยิ่งขึ้น แต่หากจะกล่าวชี้ชัดลงไป……นี่คือความรู้สึกของผู้ที่กำลังมีจิตใจสั่นไหวดีๆนี่เอง

ทหารทุกนายต่างเข้าร่วมแสดงความยินดีกับชีชี และท่านอ๋อง ทุกคนต่างชนจอก นอกจากนี้พวกทหารยังละเล่นรอบกองไฟกันอย่างสนุกสนาน

“พวกเราน่าจะให้ท่านรองเว่ยขึ้นมาแสดงการละเล่นให้ทุกคนได้ชมเป็นขวัญตากันบ้าง!” นายทหารผู้หนึ่งชงเรื่องออกมา ทุกคนสนิทสนมกลมเกลียวกับเว่ยชีชียิ่งนัก

หญิงสาวลุกขึ้นรับอย่างเป็นกันเอง “ได้เลย ทุกคนอยากฟังเพลงเต้นรำกับข้าไหมเล่า?”

“ขับร้องไปด้วย ร่ายรำไปด้วยเลยหรือ!” ทุกคนหัวเราะร่าเริ่งอย่างเต็มที่

“ได้เลย!” อย่างชีชี มีหรือจะม้วนอาย ลูกพี่สาวเปี่ยมพรสวรรค์จากไฮสคูลชื่อดังอย่างเธอ กะอีแค่ร้องไปเต้นไป มันจิ๊บจ๊อยเสียไม่มีล่ะ

ชีชีกระโดดขึ้นเวทีกลางลานแสดงพลางคว้าแท่งกระดูกที่แทะจนเกลี้ยงเกลาติดมือต่างไมโครโฟน เจ้าหนุ่มตัวน้อยโยกหัวสะบัดด้วยท่าทีสุดคูล รองเท้าสนิกเกอร์กับกางเกงยีนส์ที่สวมใส่ช่วยส่งความรู้สึกที่ผ่อนคลาย เสียงผิวปากเชียร์จากทุกคนดังสนั่น

“ลำดับต่อไป ขอเชิญทุกท่านสนุกไปกับเพลงร็อคแอนด์โรลของดาวรุ่งจรัสแสง เว่ยชีชี ‘ผู้จะมาวาดลวดลายโชว์ลีลาจนไฟลุกท่วมเวที‘ กันไปเลย!”

กล่าวจบเจ้าหนุ่มน้อยก็สะบัดหัว เส้นผมสั้นๆ กระพือพรึ่บสะบัดไปตามแรงเหวี่ยงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ท่านผู้ชมอย่างที่สุด

ทั่วลานฝึกกว้างเงียบกริบ ทุกสายตาต่างจับจ้องอยู่กับเว่ยชีชีผู้โชว์ลีลาทั้งร้องทั้งเต้นสไตล์ร็อคแอนด์โรลสุดมันส์ที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงด้วยความเหลือเชื่อ ไม่มีแม้เพียงสักคนที่ไม่รู้สึกแปลกประหลาดใจ ลีลาการร่ายรำของเจ้าหนุ่มน้อยอัปลักษณผู้นี้เปี่ยมไปด้วยพลัง ทั้งจังหวะการเคลื่อนเท้าที่ปลิดปลิวแผ่วเบาราวแตะผืนอากาศ ทั้งน้ำเสียงทรงเสน่ห์ที่ดึงดูดหัวใจ ทั้งท่อนแขนผอมแห้งบอบบางนั่น ไม่มีผู้ใดเคยยลเห็นท่วงท่าการร่ายรำเยี่ยงนี้มาก่อน มันช่างน่าอัศจรรย์ เสียงหัวใจทหารทุกนายกระตุกระรัวอย่างแรงด้วยความตื่นเต้นกับศิลปะการแสดงอันน่าตื่นตา

กระทั่งพวกเขาคันมือคันไม้จนอดมิได้ ต้องยกจอกสุรากระโดดขึ้นมาร่วมเต้นรำกับเว่ยชีชีอย่างสนุกสนาน พลางส่งเสียงร้องด้วยความสะใจ “เยี่ยมไปเลย!”

สายตาของหลิวจ่งเทียน ติดตามเว่ยชีชีตลอดเวลาอย่างไม่คลาดเคลื่อน ชายหนุ่มยกจอกสุราในมือขึ้นจิบ ความรู้สึกที่อบอุ่นบางอย่างพลันผุดขึ้นภายในใจ ภาพเว่ยชีชีที่กำลังร้องเต้นหมุนตัวติ้วอยู่ข้างกองไฟประดุจภาพฝันที่เวียนวนอยู่ในห้วงความคิดของเขา เจ้าหนุ่มผู้นี้สามารถสะกดสายตาทุกผู้คนให้ตื่นตะลึงได้อย่างแท้จริง……

ครั้นเมื่อเว่ยชีชีร้องเพลงจบ เธอจึงโยนท่อนกระดูกนั้นทิ้งไปก่อนจะโชว์เสต็ปแดนซ์อันน่าตื่นตาปิดท้ายรายการเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกลับมานั่งประจำที่ด้วยความชื่นมื่น เธอยกชามสุราขึ้นดื่มดับกระหาย แต่กลับต้องสำลักบ้วนทิ้งแลบลิ้นแกว่งไปมาเพราะความเผ็ดร้อนของฤทธิ์สุรา หญิงสาวหันไปหาหลิวจ่งเทียนด้วยท่าทางน่าเห็นใจ “นี่มันอันใดกัน?”

“สุรา!”

“ไหงเผ็ดอย่างนี้? ไม่ไหวล่ะ มีน้ำเปล่าไหม!”

เธอกวาดตาไปทั่วด้วยสีหน้าน่าเห็นใจยิ่ง ไยสุรายุคฮั่นมันแรงถึงเพียงนี้? โธ่ สวรรค์ ปากข้าแทบพ่นไฟได้แล้วกระมัง

เว่ยชีชีผู้นี้ช่างน่าขันยิ่งนัก เหตุใดสุรารสอ่อนเพียงนี้จึงสร้างความเผ็ดร้อนได้ถึงเพียงนั้น? ทำตัวราวกับอิสตรีก็มิปาน คิดแล้ว หลิวจ่งเทียนก็ช่วยส่งน้ำเปล่าไปให้ “นี่! น้ำ! ดื่มเสียสิ!”

ก่อนจะดื่ม อีกฝ่ายยังมิวายต้องยกขึ้นทำจมูกฟุตฟิตสูดดมให้มั่นใจว่าน้ำเปล่าแท้จริง กระดกซดเข้าไปอึกใหญ่ ยังมิทันที่ความผ่าวร้อนในช่องปากจะจางคลาย รองผู้บัญชาการหลิวก็เข้ามาหา

“รองเว่ย! มา! ข้าขอดื่มให้เจ้า! ข้านับถือน้ำใจเจ้าจริง!” รองผู้บัญชาการหลิวยกจอกสุราขึ้นคารวะ ปรายตามองแค่เพียงครั้งก็บอกได้ทันทีว่าเขากระดกแทบหมดจอกในคราเดียว

“ข้าดื่มไม่เป็น มันแรงไป!” ผู้ได้รับความชื่นชมกล่าวพลางทำจมูกฟุตฟิตไปพลาง

“เฮ้ย! มีบุรุษใดไม่ดื่มสุรากันบ้างเล่า? ดื่ม! หากเจ้าไม่ดื่ม ข้าจะกรอกใส่ปากให้เสียเลย!”

ว่าแล้วท่านรองหลิวก็เข้ามาจับคางชีชีง้างออก “อย่ามาทำสำออยเป็นอิสตรีไปหน่อยเลย!”

สิ้นเสียงสุราฤทธิ์ร้อนแรงก็ถูกกรอกใส่ปากเว่ยชีชีไปเต็มๆ บรรดาทหารทั้งหลายต่างหัวเราะร่าอย่างสนุกนาน

“เออ! มันต้องเยี่ยงนี้! เป็นลูกผู้ชายชาตรี มันต้องเยี่ยงนี้!” ท่านรองหลิวหันไปหานายทหารน้อยใหญ่พร้อมตะโกนลั่น “ท่านรองเว่ยเป็นผู้มีคุณูปการกับพวกเราอย่างใหญ่หลวง เพราะเขา พวกเราจึงไม่ต้องสูญเสียพี่น้องไปแม้เพียงสักคนเดียว ทั้งยังสามารถกวาดต้อนทัพซุยงหนูให้แตกพ่ายครั้งใหญ่ เช่นนี้ยังไม่สมควรได้รับการตบรางวัลอีกกระนั้นรึ!”

“ถูกต้อง!”

***จบตอน เป็นลูกผู้ชายชาตรีมันต้องเยี่ยงนี้! ***