0 Views

ตอนที่ 22 แนวระเบิดปราการ

“เมื่อไม่อาจฝึกปรือกองทัพให้ปรับตัวเข้ากับการรบในทะเลทรายได้ เช่นนั้นเราจำต้องป้องกันจุดยุทธศาสตร์ไว้ให้มั่น มิให้สูญเสียกำลังทหารไปแม้เพียงนายเดียว!” หลิวจ่งเทียนกล่าวอย่างแข็งขัน

“เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นไปได้ยากพ่ะย่ะค่ะ! การรบในทะเลทรายนับเป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวง กระทั่งการป้องกันฐานที่มั่นไว้ยังมิใช่เรื่องง่ายดาย!”

“ข้ามีหนทาง!” ชีชีโพล่งออกมาในทันใด

“หืม?” แม่ทัพชือหันมามองชีชี  ส่วนท่านอ๋องสามหลิวจ่งเทียนก็หันมาหาเว่ยชีชีด้วยท่าทีนึกฉงนเช่นกัน เจ้าหนุ่มผู้นี้จะมีหนทางใด? เขาเป็นแค่รองผู้บัญชาการฝ่ายขวาผู้มีวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น

“เราต้องสร้างเกราะกำบัง!”

“หากพวกมันได้กินแนวระเบิดปราการเข้าไปล่ะก็ พวกมันต้องพ่ายยับ ทั้งเชื่อว่ากระทั่งพวกท่านฟาดฟันมันจนเหลือเพียงวิญญาณแล้ว พวกมันก็จะไม่กล้ายื่นหน้ากลับมาอีกอย่างแน่นอน!”

หลิวจ่งเทียนลุกพรวดขึ้นทันที “นี่เป็นเรื่องความเป็นความตาย หาใช่สถานที่ซึ่งเจ้าจะมาพูดเล่นได้!”

“พูดเล่นอันใดกัน นี่ท่านไม่เชื่อข้ากระนั้นรึ? ท่านอ๋องสาม นี่มิเท่ากับท่านกำลังดูถูกผู้อื่นอยู่กระนั้นรึ!” ชีชีจ้องเขม็ง อย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้อีกฝ่าย

แม่ทัพชือรีบกระตุกแขนหนุ่มอัปลักษณ์คล้ายเป็นเชิงเตือนให้เจ้าหนุ่มน้อยรู้ตัวว่าคำกล่าวของเขาออกจะกร่างจนเกินเลยไปเสียแล้ว ทว่าอีกฝ่ายกลับทำไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“วันพรุ่งข้าจะให้พวกท่านทั้งหมดได้เปิดหูเปิดตา! พวกท่านจะได้รู้ว่ากลวิธีของข้านั้นทรงพลังเพียงไร!”

“ได้ วันพรุ่งเปิ่นหวางจะรอดูสิว่าเจ้าจะทำให้ข้าปักใจเชื่อได้อย่างไร!” หลิวจ่งเทียนจ้องเธอกลับด้วยสายตาที่เย็นชา

ขณะที่เว่ยชีชีเองก็ทำตาเขียวใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ยอมลดราวาศอกทั้งที่ภายในใจยังขมขื่น ครานี้ต้องทำให้สำเร็จให้จงได้ หากล้มเหลวไม่ได้ความคงถูกอ๋องขี้เต๊ะผู้นี้ดูถูกไปทั้งชีวิต

“วันนี้พอแต่เพียงเท่านี้ก่อน ทุกคนแยกย้ายกลับไปพักผ่อนได้! เว่ยชีชี เจ้าอยู่ก่อน!” หลิวจ่งเทียนกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

ท่านแม่ทัพชือ และรองผู้บัญชาการหลิวลุกขึ้นหลีกออกไปจากกระโจมใหญ่ ส่วนเว่ยชีชียังคงจ้องท่านอ๋องหนุ่มด้วยสายตาแปลกพิกล ยังนึกสงสัยไม่คลายว่าครานี้จะมีเรื่องประหลาดใดมาหาเธออีก ไยเขาจึงรั้งตัวเธอไว้เพียงผู้เดียวเช่นนี้

“มานวดขาให้เปิ่นหวาง* คืนนี้เปิ่นหวางอยากพักให้เต็มตื่นเสียหน่อย” กล่าวจบ เขาก็เอนกายลงกับที่นอน

“ยามนี้ข้าหาใช่ทหารปลายแถวคอยรองมือรองเท้าท่านเสียเมื่อไร ไยท่านยังคอยเรียกใช้ข้ามานวดขาให้อีกเล่า!” เว่ยชีชีเอ่ยประท้วง

“ตกลงจะนวดหรือไม่?”

“นวดก็ได้….” เธอหย่อนกายลงนั่งทั้งที่ยังเจ็บใจ ฝ่ามือน้อยๆ เริ่มนวดเฟ้นอีกฝ่ายอย่างไม่ใคร่เต็มใจ

“เท่าที่เปิ่นหวางเห็น เจ้ามีนิสัยชอบเอาชนะ!” หลิวจ่งเทียนชิงเปิดปากก่อนในทันที

“ก็แล้วอย่างไรเล่า ข้ามิได้ไประรานผู้ใดเสียหน่อย!”

“มันจะนำปัญหามาให้ตัวเจ้าเองเสียมากกว่า! วันพรุ่ง หากเจ้าทำผิดพลาด เจ้าต้องกลับมาเป็นอารักขาส่วนตัวรับใช้ข้างกายข้า คอยนวดขาให้เปิ่นหวางทุกวันเช่นนี้!”

ถ้อยคำเผด็จการของเขายิ่งทำให้เธอฮึดฮัดไม่พอใจ แรงบีบนวดถูกกดหนักมือขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัวกระทั่งหลิวจ่งเทียนยังอดหัวเราะขันมิได้

“เจ้านี่มันเหมือนอิสตรีเสียจริง….”

มือเธอกระตุกกึก ก็แท้จริง เธอคือสตรีอย่างไรเล่า อยากรู้เสียจริงว่าหากค่ายทหารฮั่นปรากฏสตรีขึ้นจะเกิดสิ่งใด หากเรื่องที่เธอคืออิสตรีถูกเปิดโปงจะเป็นเช่นไร?

“ท่านอ๋อง….. ค่ายทัพฮั่นนี้จะมีทหารเป็นสตรีเพศเข้าร่วมต่อสู้โรมรันฟันข้าศึกศัตรูได้หรือไม่?”

“ย่อมเป็นเช่นนั้นมิได้อย่างแน่นอน เพราะหากมีทหารหญิงปรากฏขึ้นจริง เปิ่นหวางจะเป็นผู้บั่นศีรษะนางเอง!”

เพียงได้ยินชีชีก็หวาดกลัวจนมือสั่น

*เปิ่นหวาง คำเรียกแทนตนเองของท่านอ๋อง

***จบตอน แนวระเบิดปราการ***